สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 456 ใช้กำลังรังแกผู้อื่น
เผิงจิ่วเอ๋อร์ก็ไม่ได้สนใจว่าตอนนี้เจ้าวิหคน้อยยอมรับสถานะใหม่ของตัวเองแล้วหรือยัง มันเบนสายตามาทางซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดว่า “บุตรชายข้ามีสถานะอันทรงเกียรติ ดังนั้นจึงมิอา าจเป็นสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของมนุษย์ได้ อ้างอิงจากกฎของเผ่าพันธุ์ จะต้องบังคับตัดขาดพันธสัญญาระหว่างพวกเจ้า หลังจากนั้นก็สังหารเจ้าเสีย เพื่อชำระล้างมลทินของการถูกทำพันธสัญ ญญา แต่เห็นแก่ที่บุตรชายข้าปกป้องเจ้าถึงขนาดนี้ เจ้าจงทำลายพันธสัญญาเสียเอง แล้วข้าจะบอกให้เผ่าพันธุ์วางมือจากเรื่องนี้เสีย”
“ไม่ได้หรอก!” ซือหม่าโยวเย่ว์ยังไม่ทันเอ่ยวาจา เจ้าวิหคน้อยก็ชิงร้องขึ้นมาเสียก่อนแล้วขยับตัวออกจากข้างกายเผิงจิ่วเอ๋อร์ มายืนอยู่ตรงหน้าซือหม่าโยวเย่ว์ ไม่ให้มารดาทำร้าย ยเจ้านายของตน
“ลูกแม่ เจ้าคือองค์ราชาในอนาคต แล้วเจ้าคิดจะเป็นสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของมนุษย์ไปชั่วชีวิตหรืออย่างไร” เผิงจิ่วเอ๋อร์มองเจ้าวิหคน้อยอย่างร้อนรนที่สิ่งที่ตนคาดหวังไม่สำเร็จตามท ที่ตั้งใจ
“ข้าไม่มีความสนใจอยากเป็นราชาเลย ข้าแค่อยากจะอยู่กับเจ้านายเท่านั้น” เจ้าวิหคน้อยพูดแสดงจุดยืนของตัวเอง
“ไร้สาระ!” เผิงจิ่วเอ๋อร์ด่าทอ “สถานะของเจ้าถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดแล้ว เจ้าดูขนของเจ้า ดูสีของเจ้าสิ ขนสีทอง ต่อให้เป็นพญาหงส์ยังไม่มีสีสันเช่นนี้เลย สถานะเช่นนี้ เจ้าบอกว่าไ ไม่อยากได้ก็ไม่ต้องได้อย่างนั้นหรือ เจ้าเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมาเพราะมนุษย์คนหนึ่งได้อย่างไรกัน!”
“ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นมนุษย์ แต่ก็เป็นเจ้านายของข้า เป็นญาติใกล้ชิดของข้า!” เจ้าวิหคน้อยกล่าว “ผู้ที่อยู่เคียงข้างข้าตลอดหลายปีมานี้ก็คือเขา ผู้ที่ทำให้ข้าพัฒนาขึ้นมาได้ก ก็คือเขา จะให้ข้าทอดทิ้งเขาเพียงเพราะตำแหน่งราชา เป็นไปไม่ได้หรอก!”
ท่าทีของเจ้าวิหคน้อยแน่วแน่เป็นอย่างยิ่ง แววตาที่มองเผิงจิ่วเอ๋อร์มั่นคงไม่สั่นคลอน จะให้มันทอดทิ้งเจ้านาย นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว!
เผิงจิ่วเอ๋อร์เห็นท่าทีของเจ้าวิหคน้อย จึงไม่พูดกับมันอีก หากแต่มองซือหม่าโยวเย่ว์ที่อยู่ด้านหลังบุตรชายพลางเอ่ยว่า “ข้ามองออกว่าเจ้าเป็นคนดีคนหนึ่ง เจ้าเป็นเจ้านายของเข ขาทั้งที ไม่อยากให้เขาดียิ่งขึ้นกว่าเดิมหรอกหรือ”
มุมปากซือหม่าโยวเย่ว์ผุดรอยยิ้มขึ้นมา เผิงจิ่วเอ๋อร์ผู้นี้ช่างเฉลียวฉลาดนัก เมื่อเห็นบุตรชายของตนยืนกรานเช่นนี้ นางจึงไม่ต่อปากต่อคำกับเขา หากแต่มาขุดหาทางออกจากตนแทน
เธอมองเงาร่างของเจ้าวิหคน้อยที่ปกป้องตนแล้วเอ่ยว่า “ขอเพียงแค่เจ้าวิหคน้อยต้องการ ข้าล้วนสนับสนุนทั้งสิ้น หากเจ้าวิหคน้อยอยากเป็นองค์ราชา ข้าก็จะให้มันเป็นองค์ราชา หาก กมันอยากอยู่ข้างกายข้า ข้าก็จะเก็บมันไว้ข้างกาย”
แม้เสียงของเธอจะไม่ดัง แต่กลับแสดงถึงการตัดสินใจและทัศนคติของเธอ
เจ้าวิหคน้อยหมุนกายมามองซือหม่าโยวเย่ว์ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง มันรู้ดีว่าเจ้านายไม่มีทางทอดทิ้งตน
แต่เผิงจิ่วเอ๋อร์กลับมีสีหน้าดำทะมึน สำหรับนางแล้ว นี่คืออุบายของซือหม่าโยวเย่ว์ เมื่อครู่นางได้ยินว่าเจ้าวิหคน้อยบอกว่าไม่อยากจะไปจากเขา ถึงได้พูดเช่นนี้
“มนุษย์ เพราะเจ้าเป็นเจ้านายของบุตรชายข้าหรอกนะ ถึงได้เกรงใจเจ้าเช่นนี้ ถ้าหากเจ้าไม่ยอมฟังคำพูดพวกเรา ถึงตอนนั้นหากสมาชิกเผ่าพันธุ์โมโหขึ้นมา เกรงว่าเจ้ากับสหายของเจ้าคงจะมิ ได้มีจุดจบที่ดีน่ะสิ!” เผิงจิ่วเอ๋อร์พูด
พอพูดจบนางก็ชี้ไปด้านหลังซือหม่าโยวเย่ว์
“พวกเจ้าจับตัวสหายของพวกเราเอาไว้เแล้วนี่!” ซือหม่าโยวเย่ว์หมุนตัว ก็เห็นว่าในกรงเล็บของวิหคสี่ปีกด้านหลังได้จับตัวพวกซือหม่าโยวหลินเอาไว้ ขอเพียงแค่พวกมันออกแรง ทุกค คนก็จะถูกฉีกเป็นสองท่อน
กรงเล็บของวิหคสี่ปีกนั้นทรงพลังเป็นที่สุด เธอเคยเห็นเจ้าวิหคน้อยฉีกทึ้งสัตว์อสูรทะเลตัวหนึ่งในกรงเล็บเดียว ซึ่งในตอนนั้นมันยังเป็นเพียงแค่สัตว์อสูรเทพเท่านั้น
เมื่อนึกถึงสถานการณ์ในปัจจุบันของพวกซือหม่าโยวหลิน กลิ่นอายบนร่างเธอก็เปลี่ยนกลายเป็นเยียบเย็นยิ่งขึ้น “ถ้าหากพวกเจ้ากล้าทำร้ายคนในครอบครัวข้า ข้าจะทำให้พวกเจ้าต้องนึก เสียใจกับการกระทำนี้อย่างแน่นอน!”
เผิงจิ่วเอ๋อร์เห็นท่าทางเช่นนั้นของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วสะดุ้งเล็กน้อย แววตาของเขาทำให้มันเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง!
“ถ้าหากเจ้ายอมทำลายพันธสัญญาที่ทำไว้กับบุตรชายข้า ข้าก็จะให้คนปล่อยพวกเขา” เผิงจิ่วเอ๋อร์พูด “อันที่จริงถ้าทำเช่นนี้ก็เป็นประโยชน์ของตัวเจ้าเอง ถ้าหากรอให้พวกผู้อาวุโสเผ่า ามาจัดการ ก็จะต้องสังหารเจ้าในทันทีอย่างแน่นอน พวกเรามีเคล็ดวิชาลับที่ทำลายพันธสัญญาของพวกเจ้าได้โดยไม่ทำร้ายบุตรชายข้า แต่เจ้าต้องตายอย่างแน่นอน ข้าเห็นแก่บุตรชายข้า ไม่อย ยากให้เขาเสียใจ จึงอยากจะเหลือทางรอดเอาไว้ให้เจ้าสักทาง”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเผิงจิ่วเอ๋อร์แล้วมองวิหคสี่ปีกเกือบร้อยตัวบนท้องฟ้า รวมทั้งพวกซือหม่าเลี่ยภายใต้กรงเล็บของพวกมันแล้วจึงรู้สึกลำบากใจขึ้นมาเป็นครั้งแรก
จะต้องปล่อยวางเจ้าวิหคน้อยจริงๆ อย่างนั้นหรือ
ไม่ได้! เจ้าวิหคน้อยกลายเป็นคนในครอบครัวของเธอมาตั้งนานแล้ว แล้วเธอจะละทิ้งเจ้าวิหคน้อยได้อย่างไรเล่า
แต่ถ้าหากเผชิญหน้ากับวิหคสี่ปีกจริงๆ พวกท่านปู่จะทำเช่นไรเล่า
“พวกเจ้ามิได้บอกว่าข้าเป็นราชาของพวกเจ้าหรอกหรือ ถ้าอย่างนั้นข้าขอสั่งให้พวกเจ้าปล่อยตัวทุกคนเดี๋ยวนี้!” เจ้าวิหคน้อยพูด
“ท่านต้องไปจากเขาก่อนจึงจะกลายเป็นองค์ราชาของพวกเราได้” บรรดาผู้อาวุโสเผ่าทยอยลงมาแล้วกลายร่างเป็นมนุษย์ ซึ่งส่วนใหญ่ต่างมีรูปลักษณ์แสนเชย
เผิงเฟิงมองเจ้าวิหคน้อยแล้วเอ่ยว่า “พวกเรามิอาจยอมรับที่องค์ราชาของพวกเราเป็นสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของมนุษย์ ดังนั้นท่านจึงต้องตัดขาดพันธสัญญากับเขาเท่านั้น จึงจะมีคุณสมบัติ เป็นองค์ราชาของพวกเราได้”
“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่มีความสนใจที่จะเป็นองค์ราชาของพวกเจ้า!” เจ้าวิหคน้อยพูด “ในเมื่อข้าไม่อยากเป็นองค์ราชา พวกเจ้าก็ปล่อยข้าไปเสีย ให้ข้ากับเจ้านายได้อยู่ด้วยกัน!”
“ไม่ได้หรอก!” เผิงเฟิงพูด “ในร่างกายท่านมีสายโลหิตพญาวิหคไหลเวียนอยู่ ท่านถูกกำหนดให้เป็นองค์ราชาของพวกเรา จุดนี้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้! ต่อให้ท่านไม่อยากท่านก็ต้องเป็นอยู่ ดี! ถ้าหากท่านไม่ยอมทำลายพันธสัญญาด้วยตัวเอง เช่นนั้นพวกเราก็จะลงมือเอง! ถึงตอนนั้นจะรักษาชีวิตของมนุษย์ผู้นี้เอาไว้ได้หรือไม่นั้นก็ต้องดูว่าเขามีโชคชะตาที่จะมีชีวิตรอดได้ หรือไม่แล้ว!”
“พวกเจ้ารังแกคนเกินไปแล้วนะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์ก็โมโหแล้วเช่นกัน
พวกมันใช้การที่เจ้าวิหคน้อยมีสายโลหิตพญาวิหคมาเป็นข้ออ้าง คิดจะให้มันกลับไปเป็นองค์ราชา แต่กลับไม่ได้วางเจ้าวิหคน้อยเอาไว้ในตำแหน่งอันสูงส่งดังเช่นที่ควรจะเป็น!
“รังแกคนเกินไปแล้วอย่างไรเล่า เจ้าก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ที่เพิ่งเลื่อนระดับมาถึงระดับเทพเท่านั้น เจ้ามีสิทธิ์อะไรจะมาเป็นเจ้านายของพวกเราวิหคสี่ปีกกันเล่า ตอนนี้ขอให้ทางเลือกส สุดท้ายกับพวกเจ้า จะทำลายพันธสัญญา หรือเจ้าจะตายไปพร้อมกันกับพวกเขาดี” ท่าทีของเผิงเฟิงโอหังกว่าเผิงจิ่วเอ๋อร์มากมายนัก ไม่ยอมมองซือหม่าโยเย่ว์ตรงๆ ด้วยซ้ำ
พร้อมกันนั้นยังปลดปล่อยแรงกดดันของตนออกมาด้วย ซือหม่าโยวเย่ว์หายใจไม่ออกขึ้นมาอย่างฉับพลันราวกับถูกภูเขาใหญ่ลูกหนึ่งกดทับ โลหิตสดไหลซึมออกมาจากมุมปากของเธอ
พลังยุทธ์ของมันช่างสูงส่งเหลือเกิน!
เธอค่อนข้างมีแรงต้านทานต่อความกดดันมาโดยตลอด แต่ตอนนี้กลับถูกกดดันเสียจนกระอักโลหิต นี่เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาเนิ่นนานเท่าใดแล้ว!
เจ้าวิหคน้อยเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ได้รับบาดเจ็บ จึงคิดอยากไปโจมตีเผิงเฟิง แต่กลับพบว่าตนเองก็ไม่อาจเคลื่อนไหวได้เช่นกัน จึงตวาดด้วยความกระวนกระวายว่า “ถ้าหากพวกเจ้ากล้าลงมือกั บเจ้านาย ข้าก็จะปลิดชีพตนเอง ให้พวกเจ้าได้เห็นสายโลหิตพญาวิหคแต่ก็มิอาจได้ไปครอง!”
“เช่นนั้นท่านก็ต้องปลิดชีพตนเองแล้ว!” เผิงเฟิงเอ่ย หลังจากนั้นจึงออกคำสั่งกับคนที่อยู่ข้างๆ ว่า “ไปใช้เคล็ดวิชาลับขจัดพันธสัญญาระหว่างพวกเขาเสีย”
“ผู้อาวุโสเผ่า…” เผิงจิ่วเอ๋อร์มองเจ้าวิหคน้อยอย่างเป็นกังวล กลัวว่าเขาจะทำเรื่องอันใดที่มากเกินไปขึ้นมาจริงๆ
“ตอนนี้เขาได้รับผลกระทบจากการทำพันธสัญญา รอให้เขาได้รับอิสระกลับคืนมาแล้วย่อมต้องรู้สึกขอบคุณพวกเราอย่างแน่นอน” เผิงเฟิงพูด “รีบไปเร็วเข้าสิ!”
ร่างกายของซือหม่าโยวเย่ว์ถูกกดดันจนแทบจะคุกเข่าลงไป เมื่อได้ยินคำพูดของเผิงเฟิง เธอจึงถลึงตาใส่มันอย่างแรงพลางเอ่ยว่า “เจ้าหยุดคิดไปได้เลย!”
“ไปสิ”
“ขอรับ ผู้อาวุโสเผ่า”
ชายวัยกลางคนสองคนเดินเข้าไปหาซือหม่าโยวเย่ว์ หนึ่งในนั้นยื่นมือมาคว้าศีรษะของซือหม่าโยวเย่ว์เอาไว้ ส่วนมืออีกข้างยังเข้ามาประทับที่หว่างคิ้วของเธออีกด้วย เพิ่งจะสัมผ ผัสหว่างคิ้วเธอ รัศมีสีทองสายหนึ่งก็แผ่ออกมาจากร่างของโยวเย่ว์ ทำให้ผู้ที่จับตัวซือหม่าโยวเย่ว์เอาไว้กระเด็นออกไป