หมอหญิงจ้าวดวงใจ - ตอนที่ 567 ผสมน้ำไปเยอะเพียงใด (3)
ตอนที่ 567 ผสมน้ำไปเยอะเพียงใด (3)
เซียวหลินมองหันซังเกออย่างจนปัญญาเพียงครู่เดียว หันซังเกอรู้ว่าหากไม่ดื่มสุราจอกนี้ ก็ถือว่าไม่ให้เกียรติเว่ยจาง ดังนั้นจึงยกจอกสุราขึ้น แล้วยิ้มจางๆ “เสี่ยนจวินดื่มกับพวกเราสองคนแล้ว ไหนๆ คนอื่นก็แค่ดื่มเป็นเพื่อน ก็เชิญตามสบายเถอะ”
“ทำอย่างนี้ได้อย่างไร” ถังเซียวอี้ไม่ได้ชน “พวกเราเป็นสหายที่ดีต่อกัน จะเชิญตามสบายได้อย่างไร! ชนสิ!”
“ใช่! ชนสิ!” จ้าวต้าเฟิงนั่งด้านหลังสุดยกจอกสุราขึ้น
อันอี้โหวซื่อจื่อพูดยิ้มๆ “ได้ยินว่าแม่ทัพเว่ยเป็นอันธพาลที่ยึดขนบธรรมเนียมเก่าๆ และยังมีจิตใจเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง วันนี้พอมาพบหน้ากันจริงๆ ก็สมดั่งคำร่ำลือจริงๆ ข้านับถือเจ้าจริงๆ ข้าขอคำนับหมดจอก”
หันซังเกอลอบถลึงตาใส่หันซังเย่ว์ เหตุใดพี่ชายภรรยาเจ้าก็ประจบประแจงคนเก่งขนาดนี้ล่ะ
หันซังเย่ว์ยิ้มอย่างไร้เดียงสา ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร พี่ชายภรรยา ข้าก็ไม่กล้ามีเรื่องด้วย
เว่ยจางไม่สนใจสองพี่น้องตระกูลหันที่ส่งสายตาสื่อกัน แค่ชูจอกเหล้าขึ้น “ข้าเป็นฝ่ายคำนับเหล้าทุกท่านก่อนจะดีกว่า” จากนั้นก็ดื่มสุราจนหมดจอก สุราที่หมักมานานค่อยๆ ทำให้ความแค้นเคืองในใจหายไป
“ดี!” หันซังเย่ว์เอ่ยเสียงดัง “สาแก่ใจจริงๆ!” จากนั้นกรอกสุราเข้าปากในอึกเดียว
จากนั้นหันซังเกอ เซียวหลิน ถังเซียวอี้และคนอื่นๆ ก็ดื่มจนหมดจอก
เฟิงเซ่าเชินเริ่มรู้สึกหวาดหวั่น ทว่าเวลานี้เขาเหมือนลูกธนูที่อยู่บนสายธนูแล้ว จึงไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใดๆ แล้วหลับตาทำใจเลียนแบบท่าทางของทุกคน กรอกสุราใส่ปากในอึกเดียว กลับสำลักเพราะกลิ่นและรสเผ็ดร้อนแสบสันของสุราจนน้ำตาไหล ทว่าอย่างไรก็ดื่มไปแล้ว หลังจากดื่มหมดก็ยังไม่ลืมคว่ำจอกสุราให้ทุกคนเห็น
“เยี่ยม! คุณชายเฟิงสมเป็นปัญญาชนเลื่องชื่อจริงๆ! สุดยอด!” เว่ยจางเอ่ยชมเสียงดัง แล้วกวักมือเรียกสาวใช้ “รินสุรา!”
จนถึงตอนนี้ หากถังเซียวอี้ยังไม่รู้ว่าเว่ยจางคิดอะไร ความสัมพันธ์ที่รู้จักกับอีกฝ่ายมาหลายปีคงจะสูญเปล่า เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดแม่ทัพที่ฉลาดและทรงพลังของเขาจึงไปมีเรื่องบาดหมางใจอะไรกับคุณชายที่อ่อนปวกเปียกคนนี้? ตามหลักแล้วทั้งสองไม่ใช่คู่แข่งกันอยู่แล้ว ด้วยนิสัยของแม่ทัพเขา ไม่ควรไปรังแกผู้ที่ด้อยกว่าจริงๆ!
และคุณชายเฟิงในตอนนี้ที่ดื่มสุราไปหนึ่งจินกว่าแล้วก็เริ่มมึนเมา
คำโบราณกล่าวไว้ว่าพิษสุราทำให้คนขี้กลัวกล้าหาญ คุณชายเฟิงดื่มสุราไปมากขนาดนี้ อารมณ์ความรู้สึกที่อัดอั้นไว้ในใจก็ระบายออกมาทั้งหมด โดยเฉพาะตอนที่มองเว่ยจาง เขาทั้งรู้สึกโมโห อิจฉา และไม่พอใจ
ภายในใจของเซียวหลินเหมือนจะรู้ดี แล้วจะปล่อยให้เขาพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกมาได้อย่างไร ฉะนั้นจึงรีบยื่นมือไปจับข้อมือของคุณชายเฟิง แล้วพูดยิ้มๆ “เซ่าเชิน เจ้าตามข้ามา”
“ไม่ไป ข้าจะดื่มสุรา” คุณชายเฟิงสะบัดมือ ไม่สนใจในความหวังดีของเขาเลย
“เร็วเข้า มีเรื่องสำคัญ” เซียวหลินดึงเฟิงเซ่าเชินออกจากโต๊ะโดยไม่สนใจ
เว่ยจางกวาดสายตามองไปด้วยความเย็นชา ท่านเซียวโหวรู้สึกเย็นสันหลัง ทว่าก็ยังดื้อดึงลากตัวเฟิงเซ่าเซินออกไป หันซังเกอถอนหายใจเบาๆ ชูจอกขึ้นด้วยรอยยิ้มเบิกบาน “มา พวกเรามาชนจอกที่สาม เพื่อแสดงความยินกับเสี่ยนจวินที่ได้ภรรยาดีมาก”
คำพูดนี้กล่าวไม่ผิดแม้แต่น้อย ในนี้นอกจากอันอี้ซื่อจื่อแล้ว ทุกคนล้วนติดหนี้บุญคุณเหยาเยี่ยนอวี่ ดังนั้นต่างชูจอกเหล้าขึ้น แล้วแสดงความยินดีเว่ยจาง “แม่ทัพเว่ยช่างโชคดีจริงๆ!”
“เป็นเช่นนั้น! ได้สตรีที่มากฝีมือที่สุดในต้าอวิ๋นมาเป็นภรรยา ทำให้คนรู้สึกอิจฉายิ่งนัก!”
“วันนี้ฮูหยินแม่ทัพฝู่กั๋วมีชีวิตที่รุ่งโรจน์เช่นนี้ ภายในใจของแม่ทัพเว่ยคงจะรื่นเริงยินดีมากแล้วใช่ไหม”
“รอให้อีกสองปีแม่ทัพได้เป็นบิดา นั่นถึงจะรื่นเริงยินดีที่แท้จริง!”
ทุกคนพูดจาเสนาะหูและประจบประแจงได้เก่งยิ่งนัก จากนั้นก็ดื่มอีกสามจอก
ทางฝั่งเซียวหลินพาเฟิงเซ่าเชินออกไปตากลมนอกห้องโดยสาร แล้วป้อนยาเม็ดสร่างเมาให้เขาหนึ่งเม็ด รอจนเขาเหมือนจะเริ่มได้สติกลับมา จึงสบถหยาบด้วยเสียงเบา “เหตุใดเจ้าถึงทำตัวเหลวไหลเช่นนี้! เว่ยเสี่ยนจวินคือใคร เจ้าจะแข่งดืมสุรากับเขา?! เจ้ารนหาที่ตายหรือ!”
เวลานี้ เฟิงเซ่าเชินก็เริ่มเข้าใจแล้ว ทว่าภายในใจยังคงไม่สบอารมณ์ จึงยิ้มเย็นชา “ข้าก็ไม่ได้คิดจะแย่งอะไรกับเขา แค่เขาทำตัวหยิ่งเกินไปแล้ว!”
เซียวหลินเบะปาก แล้วต่อว่าอย่างต่อเนื่อง “พอสักทีเถอะ! เมื่อครู่เจ้าจับตามองฮูหยินคนอื่นจนไม่กะพริบตาเช่นนั้น เป็นใครก็ทนไม่ไหวอยู่แล้ว เขาแค่มอมเหล้าเจ้าก็ถือว่าเจ้าได้เปรียบแล้ว! เจ้าไม่ได้บอกว่าจะตัดอกตัดใจหรือ! เหตุใดถึงยังทำตัวไม่ได้เรื่องเช่นนี้!”
เฟิงเซ่าเชินได้ยินก็เงยหน้าถอนหายใจยาวๆ แล้วส่ายหัวไม่หยุด “ผู้เคยผ่านมหาสมุทรกว้างขวาง คงไม่เหลือบมองแม่น้ำ ไม่มีเมฆอื่นใดที่งดงามเท่าเมฆล้อมภูเขาอู๋!”
“ดูเจ้าพูดเข้าสิ!” เซียวหลินชี้หน้าเฟิงเซ่าเชินด้วยความโมโห เดินไปเดินมาหน้าห้องโดยสาร พร้อมหันไปต่อว่า “เซียงอ๋องฝันถึงเทพธิดา ทว่าเทพธิดาไม่มีใจ! ข้าจะบอกเจ้า คนอื่นมีสามีแล้ว! ข้าจะบอกเรื่องหนึ่งกับเจ้า ผู้เฒ่าของตระกูลเจ้ากับเหยาหย่วนจือไม่ถูกคอกัน ข้าไม่รู้ว่าฝั่งผู้ใหญ่ของเจ้ามีเรื่องแค้นเคืองอะไรกัน อย่างไรตอนอยู่ในราชสำนักในทุกวันนี้ พวกเขาก็เปรียบดั่งน้ำและไฟไปแล้ว ขืนเจ้ายังจะท้าทายเว่ยเสี่ยนจวินเช่นนี้ ผลที่ตามมาคงแย่แน่นอน!”
เฟิงเซ่าเชินส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย “ทว่าเป็นเพียงมิตรภาพของบุตรีคนเล็ก จะเกี่ยวข้องเรื่องในราชสำนักได้อย่างไร”
“เหลวไหลไปกันใหญ่!” เซียวหลินไม่รู้ว่าจะสรรหาคำพูดอะไรกับเขาแล้ว คนอื่นเป็นฮูหยินแม่ทัพฝู่กั๋ว! เป็นขุนนางขั้นที่สอง! เป็นขุนนางที่ฝ่าบาททรงให้ความสำคัญ! สามีของนางคือแม่ทัพใหญ่ฝู่กั๋ว สร้างผลงานทางการรบไม่นับไม่ถ้วน ต่อให้ตระกูลเฟิงของเจ้าเก่าแก่เป็นร้อยปีก็ไม่อาจทำตามอำเภอใจได้” ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลของพวกเขายิ่งอยู่ยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ หากฮ่องเต้ไม่ทรงเมตตากรุณา ตระกูลเก่าแก่เป็นร้อยปีก็คงเท่านั้น!
เซียวหลินไม่ได้พูดคำพูดด้านหลัง ทว่าเขารู้ว่าเฟิงเซ่าเชินไม่ได้โง่เขลา คงจะเข้าใจในความรุนแรงของเรื่องนี้
ทั้งสองนิ่งงันไปสักพัก มีเพียงเสียงลมเย็นพัดผ่าน เสื้อคลุมสะบัดพลิ้วไปตามแรงลม แม้กระทั่งเสียงละครเพลงบนเรือเวทีก็ค่อยๆ ห่างไกลออกไป
ผ่านไปสักพัก เซียวหลินตบไหล่อของเฟิงเซ่าเชิน แล้วหันหลังเดินเข้าไป
ในงานกำลังดื่มกันอย่างครึกครื้น เว่ยจางเห็นเซียวหลินกลับมาคนเดียว จึงพูดยิ้มๆ เสียงเรียบ “ท่านเซียวโหวเป็นคนที่ฉลาดจริงๆ รู้จักเลี่ยงดื่มสุราด้วย”
เซียวหลินยิ้มขมขื่น “ไม่พาคนเบียดเบียนเจ้า” ข้าไม่ใช่ว่าหวังดีต่อเจ้าอยู่หรือ!”
“อย่าเลย” เว่ยจางไม่รับน้ำใจของเขาไว้ หวังดีต่อใครนั้นทุกคนก็ย่อมรู้ดีแก่ใจ “ตอนเจ้าไม่อยู่ พวกเราดื่มไปสี่จอกแล้ว เจ้าพูดมาเลยว่าควรลงโทษเจ้าอย่างไรดี”
เซียวหลินต่อว่าเฟิงเซ่าเชินในใจ แล้วหันไปมองหันซังเกอ หวังว่าพี่ชายภรรยาช่วยพูดอะไรแทนตัวเองหน่อย หันซังเกอก็ยกยิ้มแล้วพูดว่า “ลงโทษสี่จอก”
อวิ๋นคุนไม่ต้องให้เว่ยจางพูดอะไรก็ยิ้มขึ้นก่อน “นั่นก็เรียกว่าลงโทษด้วยหรือ พี่ใหญ่อย่าลำเอียงสิ ตอนอยู่ในสนามรบ หากพวกเราเป็นทหารที่หลบหนีกลางคัน กลับไปก็คงจะโดนสังหารอยู่ดี! ทุกคนบอกว่าสถานดื่มสุราก็เหมือนสนามรบ ลิ้มลองสุราราวกับลิ้มลองนิสัยคน ท่านเซียวโหวบอกมาเลยว่าควรลงโทษเท่าใดดี?”