หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 336 ถังหว่านหลงเสน่ห์
บทที่ 336 ถังหว่านหลงเสน่ห์
ขี้เกียจ!
นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย
เมื่อตอนเขาอยู่ที่ภูเขาชางหลาง วัน ๆ เขาเอาแต่ใช้สมองหาลู่ทางเกียจคร้าน
โจวอี้เชี่ยวชาญมากแล้วในการปลอบประโลมลูกสาวของเขา แค่เพียงไม่นาน เหมียวเหมี่ยวที่ใบหน้าเปรอะไปด้วยน้ำตาก็หัวเราะได้อย่างร่าเริง
“เพื่อเป็นรางวัลสำหรับความขยันในการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอของลูก ๆ วันนี้พ่อมีความสุขและอนุญาตให้ลูก ๆ พักผ่อนได้ ลูก ๆ อยากเรียนรู้อย่างอื่นกับพ่อไหม?” โจวอี้อุ้มถังเสี่ยวรุ่ยขึ้นมาและถามด้วยรอยยิ้ม
“อยาก!”
“เรียนอะไร?”
ถังเสี่ยวรุ่ยและถังเหมียวเหมี่ยวถามพร้อมกัน
“เรียนทำอาหารกับพ่อ เผื่อในอนาคตถ้าพ่อเหนื่อย ๆ หรือหิว ลูก ๆ จะได้สามารถทำอาหารอร่อย ๆ ให้พ่อกินได้” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ตกลง!”
เด็กทั้งสองตอบพร้อมกัน
เด็ก ๆ ฉลาดเรียนรู้ทุกสิ่งอย่างรวดเร็ว
โจวอี้สอนพวกเธอเรื่องวิธีจัดการกับส่วนผสมและวิธีปรุงอาหาร แม้ว่าน้ำมันในหม้อจะร้อนและไฟในเตากำลังลุกโชน พวกเธอก็ไม่กลัวมัน และต่างตั้งใจฟังสิ่งที่โจวอี้สอน
ผ่านไปพักใหญ่
อาหารหลากสีสันที่ดูน่ารับประทานก็ถูกยกเข้ามาในห้องอาหาร
ถังเหมียวเหมี่ยวและถังเสี่ยวรุ่ยผู้มีบทบาทสำคัญในการทำอาหารรู้สึกถึงการมีส่วนร่วม ซึ่งสร้างความพึงพอใจให้พวกเธอเป็นอย่างมาก ทั้งคู่รู้สึกว่าอาหารวันนี้มีรสชาติที่อร่อยกว่าปกติ
หลังอาหารเย็น
เหม่ยหลานล้างจาน และพวกเด็ก ๆ ก็เข้าไปช่วย
โจวอี้พักสักครู่แล้วพาลูกสาวสองคนออกไปเดินในชุมชน จากนั้นจึงหยุดเล่นในพื้นที่แถวจัตุรัสซึ่งมีเด็ก ๆ หลายคนกำลังเล่นอยู่อย่างมีชีวิตชีวา
โจวอี้ยืนอยู่ไม่ห่างและพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กหลายคน
ผู้อยู่อาศัยที่นี่ล้วนมีสภาพครอบครัวที่ดี เป็นผู้คนที่อยู่ในทุกสาขาอาชีพ ดังนั้นหัวข้อที่พูดคุยกันจึงมีความหลากหลายมาก
กริ๊ง!
โทรศัพท์มือถือของโจวอี้ดังขึ้น
เขาขอตัวกับเพื่อนบ้านหลายคนแล้วเดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่อีกด้านหนึ่ง ซึ่งในขณะเดียวกันนี้เขาก็ได้พบกับป้าซุน เพื่อนบ้านที่กระตือรือร้น เขาทักทายเธอเล็กน้อยก่อนจะแยกตัวมากดรับสาย
เป็นถังหว่านที่โทรเข้ามา
หลังจากที่โจวอี้รับสายแล้ว เขาก็ยิ้มและถามว่า “ผมจะไปถึงเมืองภาพยนตร์ซีซือตอนกลางคืนนะ คุณโทรหาผมทำไม? หรือว่าคุณคิดถึงผมจนทนไม่ไหวแล้วเหรอ?”
“เลอะเทอะ! ฉันมีเรื่องจะบอกคุณต่างหาก” ถังหว่านยิ้ม
“เกิดอะไรขึ้น?” โจวอี้ถามด้วยความสงสัย
“มีบริษัทบันเทิงแห่งหนึ่งในจินหลิง ฉันไม่รู้ว่าพวกเขารู้จากช่องทางไหนว่าฉันจะออกจากค่ายเดิม พวกเขาเชิญให้ฉันไปเข้าร่วมด้วย พวกเขาให้เงื่อนไขที่ดีมากเลยนะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกเขายินดีที่จะให้ฉันซื้อหุ้นของพวกเขาด้วย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะขายหุ้นให้ฉันแค่ 5% แต่ถ้าฉันตกลง มันก็จะถือว่าฉันเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยได้เหมือนกัน” ถังหว่านกล่าว
“คุณอยากเข้าร่วมไหม?” โจวอี้ถาม
“ฉันคิดเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว แม้ว่าบริษัทนี้จะเพิ่งตั้งใหม่ แต่ก็มีความเคลื่อนไหวมากมายเมื่อเร็ว ๆ นี้ พวกเขาได้เชิญคนดังหลายคนจากทั้งวงการเพลงและวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์มาร่วมงานด้วย แสดงให้เห็นว่านายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังต้องทรงพลังมาก” เมื่อพูดถึงจุดนี้ ถังหว่านก็หยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “นอกจากนี้ ยังมีอยู่สองประเด็นที่ทำให้ฉันพอใจมาก”
“สองประเด็นอะไร?” โจวอี้ถาม
“อย่างแรก สำนักงานใหญ่ของบริษัทอยู่ในเมืองจินหลิง มันสะดวกสำหรับฉันในการทำงาน”
“อย่างที่สอง ฉันได้อ่านเงื่อนไขของสัญญาแล้ว ตราบใดที่ฉันเข้าร่วมบริษัทด้วยการซื้อหุ้น บริษัทจะไม่ให้ข้อจำกัดกับฉันมากเกินไป ฉันจะพักผ่อนได้เมื่อฉันต้องการพักผ่อน และได้ทำงานเมื่อฉันต้องการทำงาน”
“โจวอี้ คุณคิดว่าฉันควรเข้าร่วมดีไหม?”
ในที่สุดถังหว่านก็ถามคำถามนี้และรอความคิดเห็นของโจวอี้อย่างเงียบ ๆ
“เสี่ยวหว่าน จริง ๆ แล้วผมไม่สนใจว่าคุณจะเข้าร่วมบริษัทไหน ไม่ว่าคุณจะเข้าร่วมกับบริษัทไหน ผมจะเคารพทางเลือกของคุณเอง ถ้าคุณคิดว่าบริษัทนี้ดีก็เข้าร่วม!”
“ขอบคุณนะ คุณสามี!”
“ระหว่างเราไม่จำเป็นต้องสุภาพ…เอ๊ะเดี๋ยวนะ เมื่อกี๊คุณเรียกผมว่าอะไรนะ?” จู่ ๆ โจวอี้ก็นึกขึ้นได้กับคำพูดของถังหว่าน และสีหน้าของเขาก็เผยความประหลาดใจ
“ไม่ได้ยินเหรอ? ก็ดีแล้วที่ไม่ได้ยิน!” ถังหว่านยิ้ม
“ผมได้ยินชัดเจนเลย! แต่ผมแค่อยากได้ยินอีกครั้ง! ที่รัก ขอให้ผมได้ยินอีกครั้งเถอะนะ” โจวอี้หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“ไม่!” ถังหว่านพูดจบก็วางสายไป
โจวอี้ยิ้มมุมปาก เขารู้ว่าถังหว่านเป็นคนขี้อาย ดังนั้นความคิดริเริ่มของเธอที่เรียกตัวเขาว่า “สามี” ในวันนี้ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่
กริ๊ง!
เมื่อโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง
โจวอี้ก็พบว่าเป็นถังหว่านที่โทรมาอีกครั้ง
“สามีของฉัน หลิวเสวียนเสวี่ยนโทรหาฉัน เธอบังเอิญอยู่ที่จินหลิงและต้องการไปหาคุณที่บ้านน่ะ” ถังหว่านกล่าว
“ฮ่า ๆ ได้ยินคุณเรียกผมว่าสามีแบบนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกดีจริง ๆ ว่าแต่ทำไมจู่ ๆ หลิวเสวียนเสวี่ยนถึงอยากมาหาผม? เราไม่ได้เพิ่งทานอาหารกับเธอที่เมืองภาพยนตร์ซีซือเมื่อไม่นานมานี้หรอกเหรอ?”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“ตกลง ผมทราบแล้ว ผมจะโทรหาเธอหลังจากนี้และถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ได้!”
หลังจากวางสาย โจวอี้ก็ได้โทรหาหลิวเสวียนเสวี่ยนและพบว่าอีกฝ่ายมีอาการป่วยเล็กน้อย และต้องการพบเขาเพื่อขอให้ช่วยตรวจร่างกายให้
โจวอี้ต้องการให้อีกฝ่ายรอจนกว่าเขาจะไปโรงพยาบาลเพื่อทำงาน แต่หลังจากที่พิจารณาว่าอีกสามวันกว่าเขาจะไปทำงานที่โรงพยาบาล แถมยังไม่แน่ว่าเขาจะไปแน่นอนหรือไม่อีกต่างหาก ดังนั้นเขาจึงได้แต่ยินยอมให้อีกฝ่ายมาหา
โจวอี้ส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ จากนั้นจึงเดินกลับไปที่จัตุรัส
“โจวอี้มาเร็วเข้า ฉันจะแนะนำให้รู้จัก เธอเป็นหลานสาวของฉัน เซี่ยเสี่ยวเวย ปกติเธอเรียนอยู่ที่เมืองหลวง และนี่เป็นวันหยุด เธอก็เลยกลับมาเยี่ยมป้า” ป้าซุนแนะนำหญิงสาวที่แต่งตัวทันสมัยหน้าตาสวยงามซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ
“เสี่ยวเวย นี่คือหมอโจวอี้คนที่ป้าพูดให้ฟังทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ เรียกเขาว่าพี่โจวก็ได้”
เซี่ยเสี่ยวเวยมีรูปร่างที่ดีและดูงดงาม
แต่เมื่อเธอได้ยินคำพูดของป้าซุน เธอก็เหลือบมองโจวอี้อย่างเฉยเมย จากนั้นก็หันไปทางอื่น และเอาหูฟังที่ห้อยคอกลับมาแนบหู ก่อนจะก้มมองลงไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ
“…”
โจวอี้มองหญิงสาวก่อนจะหันกลับไปมองป้าซุน ซึ่งกำลังแสดงสีหน้าอับอายและระอาใจที่จะดุด่าหลานตัวเอง
เด็กคนนี้ไม่สุภาพเอาซะเลย!
“โจวอี้ เด็กคนนี้ยังไม่รู้จักเหตุผลอะไรมากพอ อย่าถือสาแกเลยนะ เอาไว้ป้าจะจัดการกับเธอให้” ป้าซุนยิ้มอย่างขมขื่น
“ไม่เป็นไรครับ เธอยังเด็ก” เขาพยักหน้า จากนั้นจึงหันมองไปที่ลูกสาวทั้งสองของเขา
เซี่ยเสี่ยวเวยเทียบไม่ได้กับลูกสาวสองคนที่มีค่าของเขาเลยสักนิดในเรื่องของความสุภาพ…ไม่สิ ทุกด้านเลยต่างหาก!
ถ้ายังไม่เปลี่ยนนิสัยแย่ ๆ แบบนี้ มันจะยากสำหรับการหาสามีนะ…
โจวอี้นึกตำหนิเด็กสาวคนนี้ในใจ จากนั้นเขาก็ไม่สนใจอีกและหันไปพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กคนอื่น ๆ ต่อ
ป้าซุนรู้สึกเสียหน้ามาก เธอลากหลานสาวออกไปกว่าสิบก้าวก่อนจะตวาดขึ้นมา
“โธ่ป้า! ป้าเป็นอะไรนักหนา ถึงแม้ผู้ชายที่ชื่อโจวคนนั้นจะหล่อ แต่แล้วมันยังไงล่ะ? ใช่ว่าหนูจะอยากแต่งงานกับเขาซะเมื่อไหร่!” เซี่ยเสี่ยวเวยโต้กลับ
“อย่างหลานเนี่ยนะ? แต่งงานกับเขา? เซี่ยเสี่ยวเวย ป้าจะบอกอะไรให้นะว่าเรื่องแต่งงานกับหมอโจวน่ะหลานไม่มีทางทำได้อยู่แล้ว!” ป้าซุนพูดด้วยความโกรธ
“ป้าพูดแบบนี้กับหลานสาวของตัวเองได้ยังไง? ทำไม? หรือว่าเห็นหนูไม่ดีพอสำหรับเขา? อ้อ หนูจำได้แล้ว ป้าเคยบอกแล้วว่าเขาน่ะแต่งงานมีลูกมีภรรยาแล้ว แถมภรรยาของเขาก็ดีกว่าหนูมากอีกต่างหาก” เซี่ยเสี่ยวเวยแสดงสีหน้าหงุดหงิด