หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 342 การแสดง
บทที่ 342 การแสดง
โจวอี้นั่งแท็กซี่กลับไปที่ช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า ทว่าเมื่อไปถึงหน้าหมู่บ้าน เขาก็เห็นชาย 6-7 คนกำลังรุมทำร้ายคนสองคนอย่างอุกอาจที่ริมถนน
แต่เขาไม่ใช่ฮีโร่เมื่อเห็นความอยุติธรรม
หลังจากจ่ายค่าโดยสารและลงจากรถพร้อมกระเป๋าใบใหญ่แล้ว เขามองชายสองคนที่กำลังโดนกระทืบแล้วก็ส่ายหัว เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้พี่เขยของเพื่อนบ้านเกือบถูกฆ่าตายอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้าน
ทว่าทันใดนั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาโจวอี้ “คุณโจว! คุณเคยเห็นชายชราคนที่ถูกทุบตีไหม? ผมคิดว่าเขาดูคุ้น ๆ ดูเหมือนว่าเขาจะเคยมาที่นี่พร้อมกับลูกสาวของคุณอยู่สองสามครั้งนะ!”
มากับลูกสาวของฉัน?
โจวอี้ไม่มีความตั้งใจที่จะช่วย
เขาไม่ใช่อัศวินขี่ม้าขาวเหมือนในเทพนิยายที่กล้าหาญและรักความยุติธรรม เขาไม่สนใจเรื่องไร้สาระแบบนั้นเลย เพราะเขาไม่รู้ว่าเป็นฝั่งไหนที่เป็นฝ่ายผิดหรือฝั่งไหนที่เป็นฝ่ายถูก และจากที่มองผ่าน ๆ ดูก็รู้ว่าผู้ที่กำลังทุบตีคนอยู่นั้นไม่ได้หมายเอาชีวิตอีกฝ่าย
แต่จากคำพูดของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ทำให้เขาถึงกับตระหนก
“เฮ้ยหยุด!” โจวอี้โยนสัมภาระในมือให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและรีบวิ่งไปข้างหน้าทันที
เขาเดาได้อย่างคลุมเครือว่าชายชราที่ถูกทุบตีอยู่นี้น่าจะเป็นพ่อตาของเขา!
“ไอ้ฉิบหายเอ๊ย! วันนี้มันเป็นอะไรวะถึงมีคนอยากเสือกเยอะแบบนี้วะ! แกเองก็ต้องการเข้ามาแส่ด้วยอีกคนงั้นเหรอ?” ชายในชุดหนังสีดำหยุดทุบตีและหันกลับมาจ้องหน้าโจวอี้
“แกทำอะไรไม่ได้หรอกถ้าฉันต้องการจะแส่” โจวอี้กล่าว
“แกอยากตายนักใช่ไหม?!” ชายในชุดหนังสีดำพุ่งเข้าไปชกโจวอี้ทันทีเมื่อถูกยั่วยุ
ผลัวะ!
โจวอี้เตะเสยอีกฝ่ายจนกระเด็นออกไปไกล ก่อนจะเอื้อมมือไปช่วยถังเจิ้นที่ล้มลงกับพื้น และถามด้วยความเป็นห่วงว่า “คุณลุง คุณเป็นอะไรมากไหมครับ?”
“แค่ก ๆ ไม่เป็นไร” ถังเจิ้นรู้สึกเจ็บปวดตามร่างกาย แม้แต่จมูกของเขาก็มีเลือดออก แต่เขาก็ยังพูดเสียงแข็ง
“ผมเป็นหมอจีน เอาไว้เดี๋ยวผมจะตรวจดูอาการบาดเจ็บของคุณให้ทีหลังนะครับ” โจวอี้พูดจบก็รีบพุ่งเข้าใส่ชายฉกรรจ์อีกหกคนที่กำลังรุมกระทืบหวังเซียว โจวอี้ไม่ได้จัดการคนธรรมดาเหล่านี้รุนแรงมากนัก ทว่าภายในไม่กี่วินาที เขาก็สามารถเอาชนะคนเหล่านั้นได้ทั้งหมด ชายอีกหกคนจึงลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น
หวังเซียวถูกทุบตีอย่างรุนแรงจนศีรษะแตก และกระดูกขาข้างหนึ่งถึงกับหักเพราะถูกตีด้วยไม้
โจวอี้ถอนหายใจและรีบหยิบเข็มเงินออกมาแทงจุดฝังเข็มหลายจุดบนศีรษะของหวังเซียวเพื่อช่วยห้ามเลือด จากนั้นจึงเอื้อมมือไปแตะขาส่วนที่หักบริเวณกระดูกหน้าแข้งแล้วพูดว่า “มันหักน่ะ ผมจะต่อมันให้ แต่คุณต้องทนเจ็บหน่อยนะ”
“คุณคือหมอโจว?” หวังเซียวรู้สึกว่าโจวอี้ดูคุ้นตามาก เขาจึงเอ่ยถามขึ้นมา
“ถูกต้อง ผมเอง!” โจวอี้พูดจบก็ใช้ทักษะลับในการเชื่อมกระดูก นั่นคือ ‘มือสัมผัสกระดูก’ เพื่อช่วยต่อกระดูก
อ๊าก!
หวังเซียวกรีดร้อง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด
“คุณกำลังทำบ้าอะไร! เขาบาดเจ็บสาหัสอยู่นะ แล้วทำไมคุณถึงต้องทำร้ายเขาซ้ำอีก!” ถังเจิ้นรีบเดินปรี่เข้ามา แม้ว่าเขาจะตกใจกับความแข็งแกร่งของโจวอี้ แต่เมื่อเขาพบว่าโจวอี้โจมตีหวังเซียวด้วย เขาก็ตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ
“คุณลุง คุณกำลังเข้าใจผมผิดนะ…”
“ฉันเข้าใจผิดตรงไหน! เห็น ๆ กันอยู่ว่าคุณกำลังทำร้ายเขา!” ถังเจิ้นผลักโจวอี้ออกไป
ในขณะที่หวังเซียวทำได้แค่เพียงนั่งหอบอยู่บนพื้นเพราะร่างกายบาดเจ็บ ทว่าไม่นานนัก อาการเจ็บปวดก็ค่อย ๆ ทุเลาลง เขาเอื้อมมือไปแตะขาที่หักของตัวเองและเบิกตากว้างทันที เพราะเขารู้ว่าโจวอี้ได้เชื่อมต่อกระดูกที่หักให้เขาแล้ว
“ลุงถัง คุณเข้าใจเขาผิดแล้ว หมอโจวไม่ได้ต้องการทำร้ายผม แต่เขากำลังช่วยผม” หวังเซียวพูดกับถังเจิ้นที่กำลังโกรธเคือง
“ช่วยคุณ? หมายความว่ายังไง?” ถังเจิ้นดูงงงวย
“หมอโจวเป็นแพทย์แผนจีนที่เก่งมาก ทุกคนในหมู่บ้านรู้เรื่องนี้ เมื่อครู่หมอโจวแค่ช่วยผมต่อกระดูกขาที่หักให้ผมเท่านั้น” หวังเซียวมองโจวอี้ด้วยสายตาซาบซึ้ง
ช่วยต่อกระดูก?
แพทย์จีน?
ถังเจิ้นตกตะลึงและแสดงสีหน้าอับอายในทันใด
เขาตระหนักได้ทันทีว่าเขากำลังเข้าใจผิด แถมยังดุด่าพร้อมผลักอีกฝ่ายออกไปอีกต่างหาก ที่แท้ชายหนุ่มคนนี้แค่กำลังช่วยผู้ป่วย!
“หมอโจว ผมขอโทษ ผมแค่ไม่เข้าใจ…” ถังเจิ้นพูดอย่างกระอักกระอ่วน แต่คำพูดของเขาหยุดลงทันที เขาจ้องมองโจวอี้และลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า “แซ่ของคุณคือโจว? แพทย์แผนจีน? และคุณอยู่ที่ช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า?”
“คุณลุงไม่ต้องขอโทษหรอกครับ มันเป็นหน้าที่ของแพทย์อย่างผมอยู่แล้วในการช่วยเหลือผู้คน” โจวอี้ยิ้มและพูดต่อ “ใช่ ผมเองก็อาศัยอยู่ที่นี่เหมือนกัน”
“คุณชื่อโจวอี้?” ถังเจิ้นถามอย่างโง่งม
“เอ๋? คุณรู้จักผมได้ยังไง? เราเคยพบกันมาก่อนเหรอครับ?” โจวอี้ถาม
“ไม่… ฉันไม่เคยพบ”
ทันใดนั้น ท่าทีของถังเจิ้นก็เปลี่ยนไป
โจวอี้!
ลูกเขยราคาถูกของเขา!
เขาไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าครั้งแรกที่เจอกับโจวอี้จะกลายเป็นสถานการณ์เช่นนี้
แค่นึกถึงฉากที่เขาถูกคนอื่นทุบตี ใบหน้าแก่ ๆ ของเขาก็แดงขึ้นมาด้วยความอาย เขาอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปเหลือเกิน
“คุณลุง ผมคิดว่าสีหน้าคุณดูไม่ดีเลย คุณไม่ได้รับบาดเจ็บภายในใช่ไหมครับ? ยื่นมือออกให้ผมจับชีพจรของคุณทีได้ไหม?” ตอนนี้โจวอี้แน่ใจแล้วว่าชายชราผู้นี้คือพ่อตาของเขา
ทว่าเนื่องจากอีกฝ่ายไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ เขาจึงไม่คิดที่จะเปิดเผย
ยิ่งไปกว่านั้น เขาคิดว่ามันน่าสนใจที่เขาได้ช่วยชีวิตอีกฝ่ายก่อนที่จะเริ่มทำความรู้จักกัน เพราะมันถือเป็นแต้มต่อ!
“ฉันไม่เป็นอะไร ไม่มีอาการบาดเจ็บภายในอะไรหรอก” ถังเจิ้นรีบโบกมือ
“ก็ได้ครับ แต่ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายตรงไหน คุณต้องบอกผมทันทีนะ” โจวอี้พูดจบก็หันไปมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่วิ่งเข้ามา เขาตะโกนว่า “ทำไมตอนที่พวกเขาถูกซ้อม พวกคุณไม่ยอมช่วยพวกเขา?! ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในอาณาเขตหมู่บ้าน แต่สำหรับความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน คุณก็ไม่ควรยืนดูเฉย ๆ ไม่ใช่เหรอ?”
อย่างไรก็ตาม ขณะที่เขาตำหนิ โจวอี้ก็ขยิบตาขวาให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนและยิ้มมุมปากเล็กน้อย
พวกรปภ.ไม่โง่ พวกเขาเข้าใจทันทีว่าโจวอี้แค่ต้องการเล่นละคร
พวกเขามักจะได้รับผลประโยชน์มากมายจากโจวอี้ พวกเขาเข้ากันได้เหมือนดั่งพี่น้อง ดังนั้นเมื่อโจวอี้ต้องการเล่นละคร พวกเขาก็พร้อมที่ตามน้ำให้อย่างเต็มใจ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนที่ช่วยโจวอี้ถือข้าวของเริ่มคาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างโจวอี้และถังเจิ้นได้แล้วในเวลานี้ ดังนั้นเขาจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พี่โจว คุณโทษเราไม่ได้หรอก! กฎความปลอดภัยของพื้นที่หมู่บ้านกำหนดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นหากผู้พักอาศัยออกจากพื้นที่หมู่บ้านไปนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับเรา ซึ่งเมื่อครู่นี้เหตุการณ์เกิดขึ้นนอกเขตหมู่บ้าน! แต่แน่นอนว่าเมื่อเทียบกันกับกฎแล้ว การช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า ถ้าเป็นคุณหรือญาติของคนคุณถูกรังแกข้างนอก เราจะไม่ยืนเฉยแน่นอน!”
“ใช่ ๆ พี่โจว คุณเป็นคนดีและยังเป็นเพื่อนของเรา ถ้าคุณและญาติของคุณมีปัญหา แม้ว่าคุณจะไม่พูดอะไร เราจะรีบสอนบทเรียนให้ไอ้พวกคนที่ต้องการรังแกคุณและญาติของคุณแน่นอน”
“เราเต็มใจช่วยคุณโจว!”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกหลายคนต่างพยักหน้าและพูดเสริมกัน
โจวอี้ให้คะแนนเต็มสำหรับการแสดงของเหล่าพี่น้องรักษาความปลอดภัย แต่เขาก็ยังแสร้งทำเป็นไม่พอใจและพูดว่า “ไม่ใช่แค่ช่วยฉันและญาติ ๆ ของฉันสิ! ตราบใดที่เป็นคนที่อาศัยอยู่ในช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า คุณก็ควรช่วยเหลือพวกเขาถ้าเห็นว่าถูกรังแก รู้ไหม!”
“ได้ครับ! ต่อไปนี้เราจะไม่นิ่งเฉยอีกแล้ว เราจะช่วยทุกคนทันทีที่เห็น” หลายคนหัวเราะและเอ่ยปากสัญญา
“เอาล่ะ! ตอนนี้พวกคุณกำลังรออะไรอยู่? เรียกรถพยาบาล! เรียกตำรวจ! คนเหล่านี้ไม่เคารพกฎหมายขนาดนี้ พวกเขาจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายจากการที่ออกมาทุบตีชาวบ้านแบบนี้!” โจวอี้หันหลังให้ถังเจิ้น ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้บรรดาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนแล้วแสร้งพูดอย่างขุ่นเคือง
ถังเจิ้นมองภาพตรงหน้าด้วยใบหน้าที่บวมปูด
ความเกลียดชังของเขาที่มีต่อโจวอี้ได้สลายหายไป เขารู้สึกว่าถ้าชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้ทำผิดต่อลูกสาวของเขามาก่อน ชายหนุ่มคนนี้ก็ถือได้ว่าเป็นคนที่ดีมาก ๆ คนหนึ่ง