หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 352 เปิดหูเปิดตา
บทที่ 352 เปิดหูเปิดตา
“อาจารย์ลุงน้อย”
ในขณะเดียวกัน เฉินซานหยิบขวดหยกออกมาจากแขนเสื้อของเขาและส่งให้โจวอี้
โจวอี้เลิกคิ้วขึ้น ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิด
เขามองไปที่เหลียงเผิงอีกครั้ง จากนั้นก็รับขวดหยกไปยื่นให้อีกฝ่ายแล้วพูดว่า “ในเมื่อประธานเหลียงสุภาพมากขนาดนี้ ผมก็ควรมีของตอบแทนให้คุณบ้าง นี่… สำหรับคุณ”
เหลียงเผิงรู้สึกงงงวย แต่เขาก็ยังรับมันมาด้วยความเคารพ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเห็นฉลากบนขวดหยกอย่างชัดเจน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เขารีบพูดขึ้นทันทีว่า “มันคือโอสถรวมวิญญาณใช่ไหม คุณโจว นี่… มันแพงเกินไปสำหรับผมที่จะยอมรับได้”
“รับไปเถอะ มันก็แค่ยาน่ะ ไม่มีอะไรหรอก” โจวอี้ยิ้ม
“ขอบคุณ! ขอบคุณครับ!” เหลียงเผิงเก็บมันไปด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
คุ้มค่าแล้ว!
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าในขวดหยกมียาอยู่กี่เม็ด แต่เขาคิดว่ามันคุ้มค่าแล้วแน่นอน
เนื่องจากโอสถรวมวิญญาณเป็นยาเม็ดล้ำค่าซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ฝึกยุทธ์ โอสถรวมวิญญาณเพียงหนึ่งเม็ดสามารถช่วยเขาประหยัดเวลาในการฝึกฝนด้วยตัวเองถึงครึ่งปีหรือมากกว่านั้น!
ขณะเดียวกันนั้น มีกลุ่มชายและหญิงหลายคนเดินเข้ามาในร้านกาแฟ และผู้นำกลุ่มคือหลี่ชิวหมิง ผู้ดูแลทั่วไปของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงประจำมณฑลเจ้อเจียง
พวกเขาเดินเข้าไปหาโจวอี้อย่างรวดเร็ว หลี่ชิวหมิงทำความเคารพก่อนจะพูดว่า “สวัสดีครับคุณโจว…ผมหลี่ชิวหมิง และสองคนนี้เป็นผู้ช่วยของผม”
“สวัสดีครับ คุณหลี่” โจวอี้ยิ้มให้กับทั้งสามคนแล้วพูดว่า “ผมขอโทษที่รบกวนคุณในครั้งนี้นะครับ แต่ลูก ๆ ของผมต้องการออกไปเล่นในทะเล ผมที่เป็นพ่อของพวกเธอก็เลยต้องหวังพึ่งความช่วยเหลือของคุณสักหน่อย”
“ล้อเล่นแล้วครับคุณโจว เป็นพวกเราต่างหากที่รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับใช้คุณ” หลี่ชิวหมิงพูดอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันไปหาเหลียงเผิงและถามว่า “สิ่งที่บอกน่ะ คุณทำเสร็จแล้วหรือยัง?”
“เสร็จแล้วครับ” เหลียงเผิงรีบตอบ
“คุณโจว คุณมีคำสั่งอะไรอีกไหมครับ?” หลี่ชิวหมิงหันมาถามโจวอี้
“ไม่มีแล้ว หลังจากนี้ผมจะออกไปล่องทะเล” โจวอี้ยิ้ม
“เรื่องเรือ ผมจัดการให้เรียบร้อยแล้ว คุณโจวคุณสามารถขึ้นเรือเทียนฉิงและออกทะเลได้ทุกเมื่อเลยครับ” เหลียงเผิงกล่าว
“ขอบคุณ!” ทันทีที่โจวอี้พูดจบ เฉินซานก็ยื่นขวดหยกให้อีกขวด
โจวอี้รู้สึกสับสนเล็กน้อยกับการกระทำของเฉินซาน แต่เขาก็ยังรับมันมาและส่งให้หลี่ชิวหมิงและพูดว่า “นี่ของคุณ รับไป!”
“นี่คือ…” หลี่ชิวหมิงเห็นฉลากบนขวดหยก จากนั้นเขาก็ถึงกับพูดไม่ออกทันที
โอสถรวมวิญญาณ?
ท่านเค่อชิงคนนี้ใจกว้างเหลือเกิน!
ฉันช่วยเขาเพียงเล็กน้อย แต่เขากลับมอบโอสถรวมวิญญาณให้ฉันด้วย?
แม้สถานะของหลี่ชิวหมิงนั้นจะสูงกว่าเหลียงเผิง แต่เขายังคงถูกกระตุ้นด้วยรางวัลจากโจวอี้ เขาค่อนข้างตื่นเต้นแม้ว่าเขาจะได้รับโอสถจากคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงทุกปี แต่จำนวนของโอสถเหล่านั้นก็ไม่พอกิน สุดท้ายเขาก็ต้องไปซื้อด้วยตัวเองที่ตลาดมืด
“ขอบคุณครับ คุณโจว” หลี่ชิวหมิงกล่าวด้วยความเคารพ และพยายามระงับความตื่นเต้นของตัวเอง
“ยินดีครับ” โจวอี้ยิ้ม
“ในเมื่อคุณไม่มีอะไรให้เรารับใช้แล้ว เราก็ไม่ขอรบกวนคุณ ผมหวังว่าคุณและครอบครัวมีช่วงเวลาที่ดีในมณฑลเจ้อเจียง นอกจากนี้ ถ้าคุณมีความต้องการใด ๆ เพิ่มเติม สามารถโทรหาผมได้ตลอดเวลา” หลี่ชิวหมิงกล่าวด้วยความเคารพ
“อืม!”
โจวอี้ส่งพวกเขาออกจากร้านกาแฟแล้วอุ้มลูกสาวทั้งสองคนขึ้นมา ก่อนจะยิ้มร่าและหันมาพูดกับหลินเหยียนว่า “ไปกันเถอะ ไปขึ้นเรือยอร์ชเทียนฉิง!”
“รับทราบค่ะ!”
ตอนนี้หลินเหยียนรู้สึกทึ่งกับโจวอี้มาก และเธอก็ดูสุภาพกับโจวอี้มากขึ้น
เรือยอร์ชเทียนฉิง
ขณะนี้กัปตันและพนักงานรวมทั้งสิ้น 18 คนกำลังยืนรออยู่
ผู้นำกลุ่มเป็นหญิงงามวัยกลางคน เธอสวมสูทสตรีที่ดูสง่างาม เมื่อเห็นโจวอี้และพรรคพวกขึ้นเรือยอร์ชมา เธอก็ก้าวมาข้างหน้าทันทีและกล่าวด้วยความเคารพอย่างมืออาชีพ “สวัสดีค่ะคุณโจว ฉันชื่อเฉินหมิน เป็นผู้จัดการฝ่ายธุรการของสโมสร”
“สวัสดีผู้จัดการเฉิน” โจวอี้พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“คุณโจว เราได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงทุกอย่างลงในเรือยอร์ชลำนี้แล้วตามข้อกำหนดการต้อนรับแขกระดับสูงสุดของสโมสร คุณยังมีความต้องการพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกไหมคะ?”
“ผมไม่ต้องการอะไรเป็นพิเศษแล้ว ผมแค่อยากพาลูกสาวออกทะเลไปเที่ยวเล่น และกินดื่มให้สนุกก็พอ” โจวอี้หัวเราะ
“ได้ค่ะ ว่าแต่คุณโจวจะให้เราออกเรือกันตอนนี้เลย หรือจะรอออกทะเลไปกับทีมเรือยอร์ชของแขกผู้มีเกียรติท่านอื่นของสโมสรดีคะ?”
“ทีมเรือยอร์ช? ออกเรือด้วยกัน?” โจวอี้สงสัย
“วันนี้มีการจัดกิจกรรมเดินเรือประจำปีของสโมสร สมาชิกวีไอพีจำนวนมากจะมาร่วมตามคำเชิญ ตามเวลาที่กำหนดนั้นเราจะออกทะเลไปด้วยกันในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากนี้” เฉินหมินอธิบาย
“กิจกรรมนี้สนุกไหม?”
“สนุกมากค่ะ! เรือยอร์ชหลายสิบลำออกทะเลด้วยกัน ฉากนี้งดงามมาก และทางเราก็จัดกิจกรรมหลายอย่างที่น่าสนใจมากให้ทุกคนมีส่วนร่วม”
โจวอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและกำลังจะตอบตกลง ทันใดนั้น ดูเหมือนเขาจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขายืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ ชี้ไปที่เรือยอร์ชหรูสีแดงลำใหญ่ซึ่งอยู่ห่างออกไปหนึ่งร้อยเมตรแล้วถามว่า “เรือยอร์ชเทพธิดานั่นก็จะออกทะเลด้วยใช่ไหม?”
“เรือยอร์ชเทพธิดาเป็นเรือยอร์ชส่วนตัวของคุณอู๋ซินเยว่เศรษฐีแห่งเมืองเยี่ยเฉิง เธอเป็นสมาชิกระดับอาวุโสของสโมสรเรา ครั้งนี้เธอก็จะร่วมออกทะเลด้วยค่ะ”
“ถ้างั้นก็ช่างเถอะ พวกเราไปกันเลยก็แล้วกัน!” โจวอี้กล่าว
เขารู้ว่าเซี่ยหลู่ขึ้นเรือยอร์ช “เทพธิดา” ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่จะไม่พบกัน
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่รู้จักสมาชิกคนอื่น ๆ ของโนเบิล ยอร์ช คลับ และเขาก็ไม่ต้องการรู้จักกับคนเหล่านั้นด้วย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมกิจกรรมนี้
เรือยอร์ชเทียนฉิงนั้นหรูหรามาก
แม้ว่าการออกมาใช้ชีวิตในโลกภายนอกหลายเดือนจะทำให้โจวอี้ได้เห็นบ้านเรือนหรูหรามามากมาย แต่เขาก็ยังต้องตกใจกับความหรูหราของเรือยอร์ชลำนี้
มันมีทั้งพื้นที่จัดเลี้ยง พื้นที่พักผ่อน พื้นที่บันเทิง โรงภาพยนตร์ส่วนตัว สระว่ายน้ำในร่ม ห้องประชุม โถงชมวิว ไหนจะพื้นที่ตกปลา
ทว่าสิ่งที่ทำให้โจวอี้ประหลาดใจที่สุดคือเรือยอร์ชเทียนฉิงยังบรรทุกยานพาหนะทางน้ำอื่น ๆ อย่างเช่นสปีดโบต เจ็ตสกี เรือโฮเวอร์คราฟต์ และเครื่องบินทะเล
หรูหรา!
กลุ่มของโจวอี้เดินตามเฉินหมินไปเยี่ยมชมพื้นที่ต่าง ๆ ในเรือยอร์ชสุดหรู ซึ่งระหว่างที่เดินชมอยู่นั้น พวกเขาต่างก็ต้องถอนหายใจกับความหรูหราของมัน
“ว่ากันว่าการเช่าเรือยอร์ชลำนี้ต้องใช้เงิน 888,888 ต่อวัน?” โจวอี้ถาม
“นั่นเป็นเพียงค่าเช่าเริ่มต้นค่ะ เพราะนอกจากค่าเช่าแล้ว ผู้เช่ายังจะต้องจ่ายค่าบริการอื่น ๆ ที่จำเป็น ซึ่งต้องคำนวณแยกต่างหาก สรุปสั้น ๆ คือการออกทะเลหนึ่งวันตามปกติแล้วจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณสองถึงสามล้านหยวน แต่คุณโจวคือสมาชิกระดับสูงสุดของเรา ดังนั้นค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้นฟรีค่ะ” เฉินหมินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“…”
โจวอี้รู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ที่ฉันทำเงินได้หนึ่งล้านหยวนแรก ตอนนั้นฉันโคตรรู้สึกมีความสุขเลย!
แต่ใครจะไปคิดว่าคนรวยระดับอภิมหาเศรษฐีกลับใช้เงินหลายล้านเพื่อล่องเรือในทะเลแค่วันเดียว
นี่มัน… ต่างระดับ ต่างชีวิตจริง ๆ!
เมื่ออิงหงพาถังเหมียวเหมี่ยวและถังเสี่ยวรุ่ยออกไปเล่น โจวอี้และเฉินซานจึงนั่งลงในโถงชมวิวและมองไปยังทะเลอันกว้างใหญ่งดงาม จู่ ๆ โจวอี้ก็ถามขึ้นว่า “ทำไมคุณถึงยื่นโอสถรวมวิญญาณให้ผมเอาไปให้สองคนนั้นล่ะ?”
“อาจารย์ลุงน้อย คุณไม่รู้เหรอ?” เฉินซานถามด้วยความสงสัย
“รู้อะไร?”
“เราเป็นศิษย์ของสำนักโอสถ! สิ่งที่เรามีมากที่สุดคืออะไร? แน่นอนว่ามันก็คือโอสถประเภทต่าง ๆ หากต้องการให้ของขวัญแก่ผู้อื่น มันก็คือโอสถยังไงล่ะที่เราจะให้พวกเขา! และโอสถรวมวิญญาณก็เหมาะมากสำหรับการให้เป็นของขวัญ” เฉินชานอธิบาย
“คนในนิกายของเรา…ชอบทำแบบนี้?”
“ย่อมเป็นแบบนั้น สำหรับคนอื่น ๆ น่ะ โอสถมีค่าและหายากมาก แต่สำหรับพวกเรา มันเป็นของที่เราแทบจะไม่ใส่ใจเลยจริง ๆ” เฉินซานตอบด้วยท่าทีสบาย ๆ
โจวอี้ถึงกับนิ่งงัน “…”