ออกหาของทะเลแล้วดันเก็บได้สิ่งมีชีวิตทะเลสุดพิเศษวันสิ้นโลก - บทที่ 35
เสียงนกทะเลที่อาศัยอยู่ในปั่าบนเกาะร้องเจื้อยแจ้วไม่ขาดสาย ก้องระงมไปทั่ว ดูครึกครื้นผิดกับมุมเล็กๆ แห่งนี้ที่สมองของซูหรา นกลับว่างเปล่าไปเสียสนิท
เขามองซิงหลิน ริมฝีปากขยับเล็กน้อย
…คงไม่ใช่หรอก ไม่น่าจะถึงขั้นนั้น…?
เป็นไปไม่ได้สิ…
ทั้งที่มีคำตอบมากมาย ทว่าเพราะจินตนาการน่าหวาดหวั่นบางอย่างผุดขึ้นเลือนรางในหัว คอของเขาจึงแห้งผาก คำพูดใดๆ ติด ค้างอยู่ในลำคอ
ซิงหลินจู่ๆ ก็เอื้อมมาบีบแก้มเขา เปลี่ยนนํ้าเสียงอย่างกะทันหัน
“แต่ยังห่างไกลมากนะ กลั้นหายใจได้แค่สามสิบนาที ต้องอาศัย ‘ปากต่อปาก’ เพื่อ ‘ถ่ายลมหายใจ’ ถึงจะอยู่ใต้นํ้าได้นานขนาด นั้น ถ้าจะกลายเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับพวกเรา…คงต้องวิวัฒนาการอีกหมื่นปี?”
เงือกพูดเสียงยียวน มือยังบีบแก้มเขาไม่หยุด
แก้มซูหรานถูกบีบจนปั่องยุ้ย
เขาเพิ่งได้สติ คำบางคำที่อีกฝั่ายเน้นหนักราวกับตัวหนาในอากาศทำให้หน้าแดงลามถึงหู
“…ครั้งหน้าฉันเอาถังออกซิเจนลงทะเลเองก็ได้ ไม่ต้องรบกวนให้นาย ‘ถ่ายลมหายใจ’ แล้ว!” เขาเน้นสองคำท้ายเช่นกัน
“ถังออกซิเจนมาจากไหน?” เงือกเลิกคิ้ว
“…ร้านขายยา!”
“อ้อ แล้วกระปั๋องออกซิเจนในร้านขายยาใช้ได้นานแค่ไหน?”
คำถามนั้นพุ่งเข้าสู่เขตความรู้ที่ซูหรานไม่เคยแตะต้อง
สีหน้าเหม่อลอยครุ่นคิดของเขาทำให้เงือกหลุดหัวเราะ
“!” ซูหรานหน้าแดงจัด จ้องเขาเขม็ง พูดเสียงอู้อี้ “…ยังไงครั้งหน้าก็ไม่ต้องให้นายถ่ายลมหายใจให้แล้ว!”
รอยยิ้มของซิงหลินจางหาย มุมปากราบเรียบ “อ้อ งั้นจะให้ใครช่วย อวี๋ลี่หรือ?”
ซูหราน “?”
เขาเลิกลงทะเลไปเลยไม่ได้หรือไง?
ยังไม่ทันได้เถียง แสงรอบตัวก็เปลี่ยนวูบหนึ่ง สว่างวาบขึ้นฉับพลัน
ทั้งสองหยุดปากเสียงพร้อมกัน เงยหน้าขึ้นทันที เห็นเสี้ยววินาทีที่สายฟั้าฟาดพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟั้า ขนทั่วร่างลุกชันด้วยไฟฟั้าสถิต
แทบไม่มีช่วงว่าง เสียงระเบิดของฟั้าผ่าดังก้องอยู่เบื้องหน้า ลมกระโชกแรงพัดกระหนํ่า
“ไม่มีระยะห่างของเสียงกับแสง ฟั้าผ่าอยู่ข้างหน้า!” ซูหรานลุกพรวดร้องบอก
ด้านหลัง อวี๋ลี่กับพวกรีบวิ่งเข้ามา “สายฟั้าปรากฏแล้ว!”
จางสืออุทานตะลึง “มันฟาดจากล่างขึ้นบนจริงๆ ด้วย!”
อวี๋เหยียนกล่าว “ไปข้างหน้า อยู่ตรงนั้น!”
ทุกคนรีบวิ่ง แต่เพิ่งได้สิบกว่าก้าว ท้องฟั้าก็มืดสนิท
ความมืดปกคลุมกะทันหันจนมองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง ทุกคนหยุดชะงัก เสียงร้องตะโกนดังระงม
“เฮ้ย สุริยุปราคาเหรอ!” เสียงจางสือ
“ไม่ใช่ ฟั้าเหมือนถูกอะไรบัง!” เสียงลู่หนี
“อวี๋เหยียนล่ะ อยู่ไหน?” อวี๋ลี่ตะโกนถาม
เงาร่างเรืองแสงสีนํ้าเงินปรากฏกลางกลุ่ม ทำเอาทุกคนสะดุ้ง
อวี๋เหยียนเองก็ดูตกใจ “ที่แท้การเรืองแสงมันมีดีเลย์?”
จางสือ “ระบบฉุกเฉินค้างไปแล้วมั้ง!”
อวี๋เหยียน “…”
ลู่หนี “อ๊า!”
อวี๋ลี่ “อะไร?”
จางสือ “อ๊า!”
ซูหราน “เกิดอะไรขึ้น?!”
อวี๋เหยียน “อ๊า!”
อวี๋ลี่ “อะไรกันแน่?!!”
แสงของอวี๋เหยียนไม่ถึงกับมืด แต่ก็ไม่สว่างพอจะเทียบหลอดไฟ
ซูหรานเห็นเพียงเงาดำยาวบางอย่างพุ่งเฉียงผ่านหน้าเธอ ทำเอาเธอสะดุ้งถอยหลังเซไปหนึ่งก้าว
งูหรือ?
งูบนเกาะกลายพันธุ์แล้วหรือ?
ลมสายเล็กพุ่งเข้ามาจากซ้าย ซูหรานหลบฉับไว ซิงหลินคว้าเขาไปไว้ด้านหลัง มืออีกข้างยื่นออกไปคว้าสิ่งนั้นไว้ตรงๆ
มันคือสิ่งเดียวกับที่เพิ่งพุ่งใส่อวี๋เหยียน
“…กิ่งไม้?” ซิงหลินเอ่ย
ซูหรานใจเต้นระสํ่า
ของที่เคลื่อนไหวได้แบบนี้…คือพืช?
ซู่ ซู่ ซู่ ซู่!
เสียงเสียดสีของใบไม้กิ่งไม้ดังถี่ยิบจากทุกทิศ ในภาพพร่าเรืองแสงสีฟั้า เงาดำยาวนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นจากพื้น โจมตีใส่พวกเขา!
“วิ่ง เร็วเข้า! พวกมันพุ่งใส่พวกเรา!” จางสือตะโกน
ทุกคนกรูไปข้างหน้า
มีอวี๋เหยียนยืนกลางวงเป็นแหล่งแสง มองเห็นได้เพียงรัศมีราวสิบเมตร
พวกเขาก้าวข้ามพุ่มไม้ ก้มหลบกิ่งห้อยระย้า มุ่งสู่ความมืดเบื้องหน้า ทว่าไม่นาน กิ่งไม้ที่ขยับได้จำนวนมากก็พุ่งขึ้นจากพื้นด้าน หน้า ซ้อนทับแน่นหนา ชูตัวโค้งตั้งฉากราวงูเห่า ขวางทางและเล็งใส่พวกเขาอย่างคุกคาม
ซูหรานเบรกกะทันหัน ในที่สุดก็เข้าใจบางอย่าง
อวี๋เหยียนตะโกน “พวกมันไม่อยากให้เราไปต่อ มันกำลังปกปั้องสายฟั้านั้น!”
จางสือหอบหายใจ หลบกิ่งที่ฟาดมา “มันจะไล่พวกเราไป?!”
อวี๋ลี่โดนฟาดเข้า เอ่ยร้องเจ็บ “แล้วทำยังไง จะไปต่อไหม?”
ท่ามกลางความโกลาหล ซูหรานเงยหน้ามอง
เหนือศีรษะดำมืดสนิท ไม่มีแม้เงาเมฆ นี่ไม่ใช่แค่ฟั้ามืด แต่ดังที่ลู่หนีว่าไว้ ฟั้าถูกบางสิ่งบดบัง
พวกเขาถูกกักไว้ในม่านกำแพงที่ถักทอจากกิ่งไม้ประหลาดเหล่านี้
แต่นี่คือการข่มขู่ เป็นการทำให้พวกเขาหวาดกลัว ถ้าเจ้าสิ่งมหึมาลึกลับนี้ต้องการไล่พวกเขาออกไป ชายขอบของกำแพงย่อม ต้องมีทางออก
ซูหรานกำหมัดแน่น ถามขึ้น “พลั่วเหล็กยังอยู่กับพวกคุณไหม?”
สายตาหนึ่งทอดมาจากข้างกาย
จางสือหลบไปตอบไป “อยู่ ตอนวิ่งมาฉันหยิบติดมือมา!”
ซูหรานตัดสินใจเด็ดขาด “งั้นพวกคุณออกไปก่อน ฉันจะไปดูข้างหน้าแล้วรีบกลับมา!”
เขาเพิ่งก้าวออกไป แขนก็ถูกกระชาก เสียงเย็นเยียบตกลงมา “นายคิดว่าจะฝั่าไปได้?”
กิ่งหนึ่งแทงเฉียงมา ซูหรานเอนหลังหลบ
เขาพูดกับซิงหลิน “ฉันหลบได้!”
“โดนแทงแค่ครั้งเดียวก็ตายแล้ว” ซิงหลินดึงเขาถอย “ไป”
ซูหรานชะงัก ปักเท้าแน่น เงยหน้าตะโกน “สายฟั้าอยู่ข้างหน้าแล้ว!”
ซิงหลินหันกลับมา “แล้วไง คุ้มค่าจะเสี่ยงแบบนี้หรือ?”
“พวกเรามาเกาะนี้ก็เพื่อหาต้นตอสายฟั้านั่นไม่ใช่หรือ? มันอาจเกี่ยวกับแสงออโรราก็ได้!”
“รู้แล้วจะทำไม จะช่วยโลกได้หรือ?”
ซูหรานอึ้ง ก่อนตอบ “…ถ้ายังไม่เห็นกับตา ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าช่วยได้หรือไม่ได้ บางทีมันอาจช่วยได้จริงก็ได้!”
ซิงหลินแค่นยิ้ม คราวนี้ประชดชัดเจน
“เพ้อฝันหรือ? ถ้าสายฟั้านั้นช่วยโลกได้ ครั้งก่อนๆ ทุกอย่างก็ควรเปลี่ยนไปแล้ว แต่นอกจากล่อพวกเรามา มันทำอะไรอีก?”
“งั้นที่พวกเราขึ้นเกาะตั้งแต่แรกก็ไร้ความหมาย?”
“มันก็ไร้ความหมายอยู่แล้ว นอกจากนาย มีใครมองเรื่องนี้เป็นภารกิจจริงจังบ้าง? นายก็รู้ดีว่าพวกเขามาทำอะไร”
ด้านข้าง อวี๋ลี่เต้นหลบกิ่งไม้ไปพลางเถียงไปพลาง “อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ ถึงจะอยากมาปิกนิก แต่ลำดับความสำคัญฉันแยกออก เปั้าหมายหลักก็คือหาความจริงของสายฟั้านั่น!”
ลู่หนีใช้หนวดฟาดกิ่งไม้ที่พุ่งมา กรีดร้อง “ทำไมพ่อๆ ถึงยืนเถียงกันได้โดยไม่โดนโจมตีเลยล่ะ!”
จางสือร้องลั่น “โธ่เอ๊ย พี่ซิงอย่าลากพวกเราเข้าวงทะเลาะสิ ผมเชื่อพี่หรานแบบไม่มีเงื่อนไข เขาจะให้ผมทำอะไรย่อมมีเหตุผล ขึ้นเกาะแค่นี้เรื่องเล็ก คุณชายย่อมมีแผนของเขา!”
อวี๋เหยียน “…” แล้วจะเดินหน้าหรือถอยดี เธอหลบจนเหนื่อยแล้วนะ!
ดวงตาซูหรานปรากฏแววโกรธเป็นครั้งแรก มีประกายนํ้าบางๆ เคลือบอยู่
“นายไม่ได้คิดว่าขึ้นเกาะไร้ความหมาย นายคิดว่าการ ‘ช่วยโลก’ ไร้ความหมาย การช่วยตัวเองไร้ความหมาย ตอนที่พวกเราศึกษา เรื่องพวกนี้ นายคิดว่าเราเล่นขายของอยู่ ใช่ไหม?”
ซิงหลินอ้าปากจะตอบว่าใช่ แต่เมื่อสบตาเขา คำนั้นกลับพูดไม่ออก
ความผิดหวังปรากฏบนใบหน้าซูหราน
เขาเคยหวังเสมอว่าวันหนึ่งซิงหลินจะเปลี่ยนมุมมองต่ออนาคต แต่ดูเหมือนคำตอบจะยังเหมือนเดิม
“…บางทีฉันอาจเปลี่ยนนายไม่ได้แล้ว ฉันแค่หวังว่าสักวัน เมื่ออนาคตเปลี่ยนจริงๆ นายจะได้เห็น จะได้รู้สึกมัน” นํ้าเสียงเขาแน่ว แน่ขึ้น “ตอนนี้ อย่าขวางฉัน ไม่ว่าการเสี่ยงครั้งนี้จะมีความหมายหรือไม่ ฉันต้องลอง เพราะมีแต่ลอง ฉันถึงจะได้คำตอบ”
เขาสะบัดแขนแรงๆ ซิงหลินชะงัก
ซูหรานหมุนตัวจะพุ่งไปข้างหน้า…แต่เสี้ยววินาทีถัดมากลับถูกยกพาดบ่า!
พอได้สติ ภาพที่เห็นคือแผ่นหลังของซิงหลินกับพื้นดินเขาถูกแบกขึ้นบ่าแล้ว!
“…ทำอะไรน่ะ!!” ซูหรานเดือดจัด ดิ้นรน “ปล่อยฉันลงนะ! อ๊า”
อวี๋ลี่ จางสือ อวี๋เหยียน และลู่หนีพุ่งทะยานไปข้างหน้าแล้ว!
เสียงเงือกตึงเครียดดังมา “ฉันบอกแล้ว โดนกิ่งไม้แทงครั้งเดียวก็ตาย…นายไม่มีความเข้าใจเลยหรือว่าร่างกายตัวเองเปราะบางแค่ ไหน?”
พูดจบ ซูหรานก็ถูกแบกเคลื่อนไปข้างหน้า
เบื้องหน้า การโจมตีของกิ่งไม้ถี่ขึ้น บ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
มนุษย์กลุ่มนี้…รวมทั้งสิ่งมีชีวิตทางทะเลพิเศษ ไม่เพียงไม่ถอย แต่กลับพุ่งเข้าใส่ราวกับไม่กลัวตาย ราวกับทำให้มันตั้งตัวไม่ทัน
อวี๋ลี่กับลู่หนีราวกับรถบดถนน พุ่งบดขยี้ไปข้างหน้าตลอดทาง หนวดทั้งหลายฟาดกิ่งไม้ที่บิดตัวให้หักสะบั้น กดมันลงกับพื้น
ซูหรานกลั้นลมหายใจ ไม่เถียงกับซิงหลินอีก เขาเพ่งสมาธิจับจ้องกิ่งไม้ที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง คอยปัด คอยหัก ปกปั้องแผ่น หลังของอีกฝั่าย
จางสือกลิ้งคลุกคลาน ร้องโอดโอยตลอดทาง จังหวะหนึ่งถูกกระชากไปด้านข้าง พอได้สติอีกที…เขาก็ถูกแบกขึ้นบ่าแล้ว แถม เป็นอวี๋เหยียนที่แบกเขาไว้เสียด้วย
“พี่สาว ถึงผมแรงน้อย แต่ก็ไม่ต้องถึงขั้นนี้ก็ได้!” เขานํ้าตาไหลเป็นสาย
อวี๋เหยียนอธิบาย “ฉันว่าถ้าแบ่งหน้าหลังแบบซูหรานกับพวกนั้นน่าจะดีกว่า โชคดีที่แม้สองเดือนไม่ได้ออกกำลังกาย กล้ามยังไม่ หาย…ลำบากนายแล้วนะ ฉันดูด้านหน้า นายดูด้านหลัง!”
พวกเขาราวกับนักกีฬาวิ่งข้ามรั้วร้อยเมตร พุ่งทะยาน ฝั่าอุปสรรคไปไม่หยุด ตำแหน่งที่สายฟั้าปะทุใกล้เข้ามาทุกที
ชั่วขณะหนึ่ง อวี๋ลี่หายไป
ลู่หนีใช้เวลาสองวินาทีกว่าจะรู้ตัว ยังวิ่งต่อไปพลางหันหาซ้ายขวา “พี่ พี่ไปไหนแล้ว?”
วินาทีถัดมา เธอก็หายไปเช่นกัน
จางสือที่กระเด้งอยู่บนบ่าอวี๋เหยียน เวียนหัวจนมองไม่ทันว่าทั้งคู่หายไปอย่างไร
“เฮ้ย เกิดอะไรอ๊ากก!”
ของเย็นเฉียบพันรอบข้อเท้าเขา แล้วยกเขาขึ้นทั้งตัว!
เท้าของเขาอยู่ในสายตาอวี๋เหยียนพอดี เธอเห็นชัด ซูหรานก็เห็นชัดเช่นกัน
คือรากอากาศ!
รากอากาศของพืชห้อยลงมาจากด้านบน ม้วนพวกเขาขึ้นไป!
“พี่เหยียน ระวัง!”
ซูหรานเพิ่งตะโกนจบ อวี๋เหยียนก็ถูกแขวนขึ้นไปอีกคน
สี่สหายห้อยสลับระดับอยู่กลางอากาศ โชคดีที่ยังไม่ตาย ยังมีแรงตะโกนบอกเขากับซิงหลิน
“พวกเราไม่เป็นไร พวกนายไปต่อ ไม่ต้องสนใจ!”
ซูหรานบิดตัวหันกลับ มองไปยังทิศที่ตนกับซิงหลินกำลังพุ่งไป
ต้นไม้โบราณพันปีที่เคยอยู่ในความทรงจำเลือนราง ผู้ใหญ่เคยเอ่ยถึงด้วยความทอดถอนใจ บัดนี้ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
มันยังคงงดงาม ครึ้มทึบ หนักแน่น และสง่างามดังเดิม
เรือนยอดมหึมาปกคลุมฟั้าดิน รากอากาศห้อยระย้าลงพื้นแน่นขนัด คล้ายเครายาวของผู้เฒ่า
และด้านหลังลำต้นใหญ่โต ลวดลายปุั่มปมคดเคี้ยวจนต้องใช้คนสิบคนโอบ จางๆ เหมือนมี…โลงศพ?
ทันใดนั้น รากอากาศทั้งหมดขยับพร้อมกัน
พวกมันตื่นขึ้นทีละเส้น เงย “ศีรษะ” จากพื้น ชี้มาที่สองคนซึ่งพุ่งเข้ามาอย่างไม่รู้ชะตา
หัวใจซูหรานกระตุกแรง
เขาตบหลังซิงหลิน รีบพูด “ปล่อยฉันลง อย่าไปต่อเลย ฉันตัวเล็กกว่า มุดเข้าไปง่ายกว่า!”
ซิงหลินไม่ตอบ เอาแต่พุ่งไปข้างหน้า
“ซิงหลิน!”
รากอากาศพุ่งซู่ๆ มา ซิงหลินหลบซ้ายขวา แล้วดึงซูหรานลงจากบ่า
แต่ไม่ใช่ปล่อยลงพื้น เขาใช้มือขวารองสะโพกซูหราน มือซ้ายประคองท้ายทอย อุ้มอีกฝั่ายในท่าอุ้มเด็กทารก แล้ววิ่งต่อ!
สามสิบเมตร ยี่สิบเมตร
ซู่ ซู่ ซู่!
รากอากาศร่วงลงมาราวห่าฝนลูกศร ซิงหลินหลบได้เกือบหมด แต่แขนยังถูกเฉี่ยวหลายรอย เขาไม่แม้แต่ขมวดคิ้ว ความเร็วไม่ ลดลงเลย
สิบห้าเมตร สิบเมตร
ซูหรานตัวแข็งทื่อ
เขาเอียงหน้า เพราะศีรษะถูกกดแนบไหล่อีกฝั่าย เห็นเพียงใบหูของชายหนุ่ม กับเส้นผมสีดำที่ถูกลมพัดปลิวไปด้านหลัง
แปดเมตร ห้าเมตร สามเมตร
ในที่สุดพวกเขาก็พุ่งถึงใต้ต้นไม้ ซิงหลินล้มลงตรงหน้าโลงนั้น
หลังซูหรานแตะพื้นอย่างมั่นคง เขามองชายหนุ่มที่ยันตัวเหนือเขา บังห่าลูกศรทั้งหมดไว้ด้านหลัง
อกของเงือกกระเพื่อมแรง ใบหน้าขาวเย็นแต้มสีแดงจากการออกแรง
เขาเงยขนตาขึ้น เอ่ยเสียงตํ่า
“ได้เวลาเปิดกล่องสมบัติของนายแล้ว”
ซูหรานกลั้นหายใจ
เขาพลิกตัว พยุงร่างลุกขึ้น เปิดโลงนั้น
จะเรียกว่าโลงก็ไม่เชิง มันเหมือนหีบยาวที่ถักจากกิ่งไม้ ข้างในซ่อนอะไรไว้?
อะไรเป็นแหล่งกำเนิดไฟฟั้า? ต้นไม้โบราณที่ชัดเจนว่าตื่นรู้แล้วต้องการปกปิดสิ่งใด?
ซูหรานรู้ว่าซิงหลินถูกม้วนขึ้นไปแล้ว รากอากาศเย็นเยียบหลายเส้นพันรอบเท้า เอว และลำคอของเขา กำลังยกเขาขึ้น
เขาสอดนิ้วทั้งสิบเข้าในรอยแยกระหว่าง “ฝา” กับ “ตัวหีบ” เกร็งไว้ ไม่ให้รากอากาศลากเขาออกไป พร้อมกันนั้นออกแรงงัด
กิ่งไม้ถักแน่นหนา ปิดตายทั้งบนล่าง
เส้นเลือดที่หน้าผากเขาปูด เสียงคำรามหลุดจากลำคอ
ฝาหีบแง้มออกเล็กน้อย แสงลอดเข้าไป เขาเห็นวัตถุขนาดใหญ่ภายใน คล้าย…สิ่งมีชีวิต มันขยับ ส่งเสียงอู้อู้ออกมา!
“ข้างในอะไร?” เสียงอวี๋ลี่ดังมาจากไกลๆ
ซูหรานกัดฟัน ใช้แรงทั้งหมดที่มี ดาวกระจายพราวในสายตา ในที่สุดเขาก็งัดฝาเปิด มองเข้าไปแล้วชะงักงัน
ต้นไม้โบราณดูจะโกรธจัด กระชากแรง หวังดึงเขาให้พ้นจากหีบ
“!!”
ซูหรานสะดุ้ง คว้าแขนสิ่งมีชีวิตนั้น ดึงมันออกมา ร่างนั้นติดคาอยู่ปากหีบ ส่งเสียงประหลาด ต้นไม้โบราณชะงัก
“.…”
ชั่วขณะนั้น ซูหราน ต้นไม้ และคนในหีบ ต่างตกอยู่ในความกระอักกระอ่วน
ทั้งสามเรียงเป็นเส้นทแยง ตึงเปรี๊ยะกลางอากาศ
ไม่ไกลนัก สหายที่ “แขวนตัวอยู่บนกิ่ง” เริ่มเห็นเค้าเงื่อน
อวี๋เหยียนแกว่งตัว ถามตะลึง “ข้างในเป็นคน?!”
จางสือ “หา? คนได้ไง สายฟั้าเขายิงเหรอ?”
ซูหราน “……….”
ใช่
ในหีบนี้คือคน
ชายคนหนึ่งที่ถูกต้นไม้โบราณมัดแน่น ปิดปากไว้ ทำได้เพียงใช้ดวงตาขอความช่วยเหลือ
ซิงหลินที่ถูกแขวนกลับหัวอยู่ด้านบน เห็นภาพนั้น แค่นเสียง “หึ”
ซูหรานชะงัก
เงือกกล่าว “ไม่ได้หัวเราะนาย”
ซูหราน “…………ขอบคุณ”
เงือก “จับเขาไว้ไม่เหนื่อยหรือ ปล่อยเถอะ ยังไงสายฟั้าก็คงไม่เกี่ยวกับเขา”
ชายในหีบ “อื้ออื้ออื้อ?!”
ทันใดนั้น แสงสีนํ้าเงินเจิดจ้าปะทุจากท้ายหีบ พร้อมเสียงระเบิด พุ่งขึ้นฟั้า ไม่เพียงเจาะหีบเป็นรู ยังเจาะ “ม่านฟั้า” เป็นช่อง แสง อาทิตย์สาดลงมา
ทุกคน “…………”
เอ้า ก็คุณจริงๆ สินะ??
ต้นไม้โบราณขยับกิ่ง ซ่อมรูบนฟั้าและหีบอย่างเงียบๆ ชายในหีบขยิบตาให้ซูหราน สีหน้าราวจะบอกว่า อย่าเชื่อเขา คนที่นายหา อยู่ก็คือฉัน อย่าปล่อยนะ ฉันไม่อยากถูกขังอีก!
จากนั้นก็ถลึงตาใส่ซิงหลิน สายตานั้นปนทั้งตกใจ ตัดพ้อ และน้อยใจ
ซูหรานถูกห้อยหัวจนเลือดขึ้นสมอง พยายามวิเคราะห์อย่างสุขุม “แม้จะเป็นแค่ลางสังหรณ์ แต่ฉันรู้สึกว่าเขารู้จักนาย”
“ไม่รู้จัก”
“คราวก่อนนายก็พูดแบบนี้กับอวี๋ลี่”
“งั้นหรือ?”
ชายในหีบ “อื้ออื้ออื้อ! อื้อ!”
ซูหราน “สองเสียงท้ายเหมือนเสียงแรกกับเสียงสอง เขาน่าจะพูดว่า ทำไมเป็นแบบนี้ ซิงหลิน!”
ซิงหลินเบือนหน้า “จะวิเคราะห์จริงจังไปทำไม ฉันไม่รู้จักสัตว์ทะเลที่ปล่อยไฟฟั้าได้”
ชายในหีบ “อื้ออื้ออื้อ! อื้ออื้ออื้อ!”
ซิงหลินพึมพำ “ไม่รู้ถูกขังมานานแค่ไหน คงไม่ได้อาบนํ้ามานาน”
ซูหรานเผลอคลายมือ
แขนของชายคนนั้นลื่นออกจากฝั่ามือเขา เสี้ยววินาทีสุดท้าย อีกฝั่ายคว้ามือซูหรานไว้ กลายเป็นจับมือกันแทน
ซิงหลินหรี่ตา “ปล่อยได้แล้ว ในเมื่อปล่อยไฟฟั้าเป็น ก็ช็อตตัวเองเผาเถาวัลย์พวกนี้สิ ปล่อยมือ”
ชายในหีบ “อื้ออื้ออื้ออื้อ?!”
ไกลออกไป อวี๋ลี่เอามือบังหน้าผากมอง “เอ๊ะ เสียงเหมือนหมานอินเลย ใช่นายไหม พี่ปลาไหล?”
ชายในหีบตาเป็นประกาย พยักหน้ารัว ส่งเสียงอื้ออือ
โอเค สรุปปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความเข้าใจผิดเต็มๆ
ซูหรานทั้งเหนื่อยทั้งอ่อนใจ “เอ่อ คุณคนนี้ งั้นผมปล่อยมือก่อนดีไหม เราคุยกันผ่านหีบ?”
คนที่ถูกเรียกว่าหมานอินส่ายหัวหวาดกลัว กำมือแน่นขึ้น แทบจะประสานนิ้วกับเขา
ซิงหลินเงยหน้าบอกต้นไม้ “เขาไม่ใช่ของนายหรือ เอาเขาไปสิ”
ต้นไม้โบราณยื่นรากอากาศอย่างสำรวม
หมานอิน “อื้ออื้ออื้อ”
เสียงครํ่าครวญน่าเวทนา
ซูหรานใจอ่อน เจรจากับต้นไม้ “ช่วยปล่อยปากเขาก่อนดีไหม เราไม่พาเขาไป แค่คุยกัน ฟังเรื่องชีวิตแสนสุขเสรีบนเกาะของเขา หน่อย”
ต้นไม้ลังเล ก่อนรากอากาศที่ปิดปากจะคลายออก
เขาได้อิสระในการพูดเสียที ร้องไห้โฮ “ซิงหลิน นายใจร้ายเกินไปไหม! ถึงฉันจะกลายพันธุ์จากปลาไหลธรรมดาแสนอร่อยเป็นปลา ไหลไฟฟั้าสุดเท่ แต่ปล่อยไฟใส่ตัวเองมันก็ช็อตตายได้นะ!”
ซิงหลินยังคงสองคำเดิม
“ปล่อยมือ”