อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 473 เธอเองก็รักเขา!
ตอนที่ 473 เธอเองก็รักเขา!
โหรวโหรว……
“นายจะพูดอะไร!” ฉีเซิ่งเทียนวางสายโทรศัพท์ไป
อันโหรวนั้นได้ยินเสียงที่จิ่งเป่ยเฉินพูดออกมาสามคำ
แม้เสียงจะไม่ดังเท่าไร แต่ในห้องที่เงียบ ๆ แบบนี้ย่อมได้ยินอย่างชัดเจน
เมื่อมองดูเขาที่หันหลังและเดินเข้ามา ก่อนที่จะโถมตัวมาหาเธอ ใบหน้าของเธอที่ตอนแรกสงบนิ่งตอนนี้กลับมาแดงก่ำอีกครั้งหนึ่ง
จิ่งเป่ยเฉินโยนโทรศัพท์ลงไปบนโซฟา ก่อนจะเดินไปที่เตียงและก้มหน้าลงไปจูบใบหน้าน้อย ๆ ของเธอ “ถึงเวลากินข้าวเย็นแล้ว หยางหยางกับหน่วนหน่วนน่าจะรอพวกเราที่ด้านล่างแล้ว”
เธอเม้มริมฝีปากก่อนจะพยักหน้าตอบรับ
เมื่อกี้ใครมันโทรเข้ามากัน น่าฆ่าให้ตายจริง ๆ
จิ่งเป่ยเฉินกำลังจะลุกขึ้น แต่ก็ถูกมือน้อย ๆ เข้ามาโอบที่คอของเขาไว้ “ที่รัก พวกเราแต่งงานกันเถอะ! คุณบอกว่าเตรียมพร้อมดีแล้วไม่ใช่เหรอ? ถ้าแบบนั้นพวกเราไปแต่งกันเลยไหม สุดสัปดาห์นี้เลย!”
จิ่งเป่ยเฉินถึงกับหยุดหายใจ
นี่เธอเป็นคนคิดเริ่มก่อนงั้นเหรอ?
โหรวโหรวของเขาช่างดีจริง ๆ ดีแบบนี้แล้วเขาจะไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นได้ยังไง
ไม่มีทาง มันต้องไม่มีทางแน่ ๆ
เมื่อเห็นใบหน้าเงียบ ๆ ของเขา เธอก็พูดอีกครั้งหนึ่ง “ฉันจะแต่งงานกับนายเลยนะ!”
สำหรับเรื่องบ้าบอที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นและการยืนหยัดอดทนรอมานานเพื่อเธอขนาดนี้ เพื่อรอให้เธอหายดี และเรื่องในอดีตต่าง ๆ ทำให้เธอรู้ว่าจิ่งเป่ยเฉินรักเธอมากแค่ไหน เ เขารักเธอมาก รักเธอมากจริง ๆ
และเธอเองก็รักเขาเช่นกัน!
ถ้าอย่างนั้นก็แต่งงานกันเลย!
ความสุขของพวกเขาจะได้บอกกับทุกคนทั่วโลกไปเลย พวกเขาอยู่ด้วยกันแบบนี้ ต่อให้แม่จะคัดค้าน แต่แล้วยังไง ในเมื่อตัวเธอนั้นรู้ดีที่สุด
เขายังคงนิ่งเงียบอยู่เฉย ๆ
“จิ่งเป่ยเฉิน นายไม่คิดอยากแต่งงานกับฉันเหรอ?”
“ฉันมีความสุขมากต่างหาก” เขาเอื้อมมือไปโอบที่ด้านหลังของเธอ ก่อนจะเอามืออีกข้างดึงผ้ามาคลุมไหล่เธอไว้
“แล้วนายจะแต่งงานหรือเปล่า? ไม่พูดแบบนี้ฉันกังวลนะ” เธอต้องรวบรวมความกล้ามากแค่ไหนถึงจะพูดแบบนี้ออกไปได้
“โหรวโหรวของฉัน แน่นอนต้องแต่งอยู่แล้ว”
“งั้นก็รีบตัดสินใจเลยสิ!” ในที่สุดเธอก็โล่งอกขึ้นมา เมื่อครู่คิดว่าเขานั้นจะเสียใจและไม่อยากแต่งเสียแล้ว
“แต่เธอต้องดูแลร่างกายดี ๆ ก่อนนะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าหากไปที่เกาะละก็ ทิวทัศน์ต่าง ๆ กับบรรยากาศต้องสวยมากแน่ ๆ ตั้งตารอเลย”
จิ่งเป่ยเฉินเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเธอ ดูเธอตั้งตารอแบบนี้แล้ว มีหรือที่เขาจะไม่ตั้งตารอบ้างเช่นกัน
แต่ว่า…..
เรื่องของเย่มู่เหยียนยังคงมีลับลมคมใน แม้เวลาจะผ่านไปนานสักพักแล้ว แต่เขาเองก็ไม่คิดอยากจะหาเรื่องมาใส่ตัวเองเหมือนกัน
เขาเชื่อว่าจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่นอน แม้พวกเขาจะเข้าไปในห้องเดียวกันก็ตาม แม้ในห้องจะมีสภาพแบบนั้น แต่อย่างน้อยก็ยากที่จะอธิบายให้เข้าใจและเห็นภาพได้
“นายรีบไปใส่เสื้อผ้าเร็ว ๆ เถอะ!” เธอผลักเขาออกไป
“อืม” เขาก้มศีรษะลงหอมแก้มน้อย ๆ ของเธออีกครั้ง
จิ่งเป่ยเฉินเพิ่งกอดเธอเมื่อครู่ก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง
ไม่ปกติ!
หรือว่าตั้งแต่แท้งลูกก็ปล่อยให้ตัวเองอ้วนขึ้นอย่างนั้นเหรอ?
เธอรู้สึกสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะหยิกไปที่เอวของตัวเอง แต่ดูแล้วเนื้อก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น!
เธอเต็มไปด้วยความคิดสงสัย ก่อนจะผล็อยหลับไป
วันรุ่งขึ้นเธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคย เสียงลมหายใจเบา ๆ ดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ดูเหมือนเขายังหลับสนิทอยู่
แต่ไม่ช้าคนที่อยู่ข้าง ๆ ตัวก็ขยับไปมา เธอแกล้งหลับตาต่อทันที แม้ว่าตอนนี้จะยังเช้าตรู่อยู่ก็ตาม
ถึงแม้เร็ว ๆ นี้จะได้แต่งงาน แต่ก็รู้สึกดีที่ได้กลับไปทำงานอีกครั้ง!
ที่ทำงาน ตอนนี้เธอได้เข้ามานั่งในห้องทำงานแล้ว หลังจากนั้นไม่นานเธอก็รับสายโทรศัพท์จากแผนกต้อนรับ บอกว่าที่ด้านล่างมีคนส่งของมาให้
และบอกให้เธอลงมารับด้วยตัวเอง!
ของอะไรกัน?
“ใครเหรอ?”
“อีกฝ่ายไม่ได้บอกชื่อค่ะ แต่มีคนมารออยู่ค่ะ”
อันโหรววางสายโทรศัพท์ไปพลางนึกสงสัยว่าเป็นใครกันที่อยากพบเธอ
เมื่อเธอลงไปถึงข้างล่างก็เห็นฉีหย่วนหยางที่สวมเสื้อผ้าสีฟ้าอ่อน ๆ พร้อมกับกางเกงขาสั้นสีขาวกำลังพิงตัวอยู่ที่แผนกต้อนรับ
ใบหน้าหล่อเหลาและดูลึกลับเผยเสน่ห์อะไรแปลก ๆ ทำให้สาว ๆ ที่อยู่ในแผนกต้อนรับต่างก็หวั่นไหว
ไม่แปลกใจเลยที่ผู้หญิงเหล่านั้นโทรมาแล้วดูอ่อนโยนผิดปกติ เสียงคล้ายราวกับน้ำผึ้งเชียว
“ประธานฉี มีธุระอะไรงั้นเหรอถึงได้มาที่นี่?” เธอนึกว่าเขากลับไปแล้วเสียอีก
ทำไมจู่ ๆ ถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้!
“ตอนเช้าได้รับข่าวว่าเธอจะจัดงานแต่งขึ้น เพราะงั้นเลยส่งของขวัญวันแต่งงานให้เธอล่วงหน้า ไม่รู้ว่าฉันจะได้รับบัตรเชิญไปงานแต่งหรือเปล่านะ” ฉีหย่วนหยางเดินไปหาเธอด้วยรอยยิ้ม ม “ของอะไรเปิดมาดูหน่อยสิ”
อันโหรวดูตัวเขาไม่ได้พกของอะไรมาเยอะแยะเลย แล้วจะให้อะไรเป็นของขวัญกัน แล้วของขวัญนั้นอยู่ข้างนอกหรือยังไงกัน?
“ส่วนเรื่องบัตรเชิญพวกนั้น แน่นอนว่าต้องส่งให้คุณแน่” แต่ว่างานแต่งครั้งนี้เธอไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วมจัดแจงหรือจัดงาน เดิมทีเธอก็ไม่รู้ด้วยว่ากำหนดการเป็นยังไง
แต่เธอก็สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ไม่รู้เลยว่าจิ่งเป่ยเฉินจะส่งบัตรเชิญไปตอนไหน หรือตัวเขาไม่มีแผนที่จะเชิญใครเลยหรือเปล่าก็ยังไม่ทราบ
จริงอยู่ที่พวกเขาจัดกันเองก็ได้ แค่เชิญญาติกับเพื่อนสนิทนิดหน่อยก็พอแล้ว