อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 474 ครั้งก่อนพลาด ครั้งนี้จะไม่มีทางพลาด
ตอนที่ 474 ครั้งก่อนพลาด ครั้งนี้จะไม่มีทางพลาด
“ครั้งก่อนพลาด ครั้งนี้จะไม่มีทางพลาด เธอคงไม่หนีไปอีกแล้ว! ยากนะที่จะได้เข้าร่วมงานแต่งงานหนึ่งครั้ง” ฉีเหย่วนหยางเดินออกไปด้านนอก
เธอจะหนีไปอีกได้ยังไง ครั้งก่อนที่เข้าใจผิดได้เคลียร์กันแล้วจะหนีไปไหนอีก?
เธอตัดสินใจที่จะแต่งงานแล้ว แน่นอนว่าจะไม่หนี!
นอกเสียจากจิ่งเป่ยเฉินจะไม่ขอเธอ!
“นายแช่งฉันใช่ไหม! ฉันรอดูมุกตลกของนายอยู่นะ ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนไหนที่โชคร้ายขนาดนั้น ไม่คิดว่าจะแต่งงานกับนาย แต่ว่าถ้าได้ดูความงดงามร่ำรวยทุกวันก็คุ้มค่าอยู่นะ! หน้าต ตาดูสวยงดงามยิ่งกว่าผู้หญิงคงไม่มีใครเทียบแล้ว!”
“ยังไงก็ไม่ใช่เธอ เธอจะกังวลอะไร” ฉีเหย่วนหยางเหลือบตามอง
อันโหรวไม่ได้สนใจเขา เธอมองไปด้านนอกที่มีรถบรรทุกคันใหญ่จอดอยู่ เธอเบิกตากว้าง “ประธานฉี นายส่งรถบรรทุกมาเป็นของขวัญแต่งงานให้ฉัน เยี่ยมมากเลย ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
ฉีหย่วนหยางก้มหน้ามองเธอและพูดขึ้นอย่างเกียจคร้าน “ตอนแรกฉันจะส่งของที่อยู่ในรถบรรทุกให้เธอ ในเมื่อเธออยากได้รถบรรทุก งั้นก็เอาไปด้วยเลย เอาคนขับรถด้วยไหม?”
อันโหรวเหลือบไปมองคนขับรถบรรทุกด้านหน้า นั่นเป็นผู้ช่วยของฉีหย่วนหยางไม่ใช่เหรอ?
เธอกล้าเอาเหรอ?
ไม่สิ เธอจะเอาคนขับรถไปทำอะไร?
“ไม่ต้อง ไม่จำเป็น แต่ว่า……” เขามองไปที่รถบรรทุก “นายบอกฉันได้ไหมว่าของในรถคืออะไร?”
“ของใช้แม่และเด็ก เธอท้องอยู่ไม่ใช่เหรอ? ซื้อมาให้เธอโดยเฉพาะเลยนะ คำนวณดูแล้วฤดูหนาวก็น่าจะคลอดพอดี” ฉีหย่วนหยางก้าวเดินไปหาเธอที่เดินไปที่รถ
แต่กลับพบว่าฝีเท้าของเธอนั้นไม่ได้เดินต่อ
เขาหันไปมองท้องที่แบนราบของเธอ ได้ยินมาว่าเธอไม่ได้เข้าบริษัทนานแล้ว เขาไม่ได้จงใจที่จะสอบสวน เพียงคิดว่าเธออยู่บ้านพักผ่อน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้…….
คงจะไม่ใช่
“เกิดอะไรขึ้นกับลูกน้อย?” พูดตามหลักสามเดือนก็น่าจะเห็นได้ชัดเจนแล้ว แต่ว่าหน้าท้องเธอยังคงแบนราบ ไม่เหมือนกับคนตั้งท้องเลยสักนิด
หนำซ้ำยังสวมรองเท้าส้นสูงอีก ไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่ได้สังเกต
“เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น” เธอพูดเบา ๆ เรื่องลูกนั้นผ่านไปนานแล้ว ที่ผ่านมาเธอเจ็บปวดมามากแล้ว
เมื่อพูดถึงมันขึ้นมาก็ยังคงเจ็บปวดอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ในอนาคตก็ยังมีลูกได้ เพียงแต่ของขวัญของเธอนั้น……..” อันโหรวมองไปที่รถบรรทุกด้านหลังเขา ที่บอกว่าของขวัญเป็นของแม่และเด็กนั้นพูดเกินไปหรือเปล่า?
ทำไมดูเยอะขนาดนั้น!
จิ่งเป่ยเฉินจะคิดยังไง?
“ประธานจิ่งคนใหญ่โต ฉันมาส่งถึงที่ถือว่าช่วยลดปัญหาให้พวกเธอไม่ใช่เหรอ? ถ้าไม่อยากเลี้ยงละก็ ฉันช่วยได้นะ”
จำน้องสาวของเธอ! เห็นคนเดินมาด้านหลังเพราะงั้นเลยพูดจาไร้สาระ!
เธอหันไปมองจิ่งเป่ยเฉินที่มีใบหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะไปควงแขนเขา “ที่รัก นี่คือของขวัญงานแต่งงานของเรา”
“ในเมื่อประธานฉีส่งมาให้ก็เก็บไว้เถอะ!” อันโหรวมองด้วยสายตาที่ประหลาดใจเล็กน้อย เขาพูดต่ออย่างเย็นชา “ฉีเซิ่งเทียน อย่าลืมเอาไปบริจาคด้วย”
“ได้เลย!” ฉีเซิ่งเทียนที่อยู่ด้านหลังนั้นทักทายฉีหย่วนหยาง ชายคนนี้…….ไม่ธรรมดาจริง ๆ
เขาคงจะไม่……ชอบพี่สะใภ้ใช่ไหม?
แบบนั้นก็สนุกสิ!
ชิ!
แบบนั้นก็ตายแน่
พี่เฉินมีสิ่งอันตรายที่ซ่อนอยู่ ส่วนพี่สะใภ้เองนั้นก็เป็นคู่หมั้นหมายที่ดีเลิศ
ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าได้จบเห่แน่!
อะ! ฉีหย่วนหยางนี่อยู่ดีไม่ว่าดี มาปรากฏตัวตอนนี้คงไม่ได้มาสร้างปัญหาใช่ไหม!
“ให้พวกคุณ จะเอาไปทำอะไรก็ได้ตามที่พวกคุณต้องการ” ฉีเหย่วนหยางพูดอย่างเฉยเมย ดวงตาสีพีชเป็นประกายมองไปที่อันโหรว “อย่าลืมการ์ดเชิญงานแต่งนะ! ไม่อย่างนั้นฉันจะบินลงมาจอดอ อย่างผิดกฎแน่”
“นายรีบกลับไปเถอะ!” เธอรู้สึกว่าชายที่อยู่ข้าง ๆ นั้นเริ่มโกรธอย่างเห็นได้ชัด
“โหรวโหรว เธอนี่ไร้สำนึกจริง ๆ เลย ฉัน…มีพนักงานแบบเธอไปได้ยังไง! ทำลายชื่อเสียงของฉันจริง ๆ” ฉีหย่วนหยางหมุนตัวกลับและเดินไปที่รถเฟอร์รารี่คันสีแดง
“ฉันไม่ได้มีอะไรกับเขาเลยจริง ๆ นะ ลูกในท้องก็เป็นลูกของนาย” เธอกับฉีหย่วนหยางรู้จักกันมานาน ไม่เคยโดนแม้แต่ปลายเล็บ
“ฉันไม่ได้สงสัยเธอเลยโหรวโหรว” จิ่งเป่ยเฉินก้มหน้ามองเธอ เพียงแต่ว่ามีบางคนนั้นดูไม่ปรารถนาดีเท่าไรนัก
“ประธานจิ่ง นายนี่ดูฉลาดในการต่อสู้มากจริง ๆ ฉันต้องเรียนรู้ไว้บ้างแล้ว! ไปกันเถอะ!” ดึงแขนของเขาเดินไปก็เห็นฉีเซิ่งเทียนดูมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก
“นายเป็นอะไร? ทะเลาะกับหลินจือเซี๋ยวเหรอ?” ให้อภัยเธอ นึกถึงสาเหตุที่ยั่วโมโหฉีเซิ่งเทียนให้โกรธนั้นมีเพียงแค่เพื่อนรักอย่างเธอเท่านั้น
“เปล่า ฉันจะทะเลาะกับหลินจือเซี๋ยวได้ยังไง ฉันเชื่อฟังเธอตลอด” ฉีเซิ่งเทียนยิ้มตอบ
ทันทีที่เดินหันหลังกลับไปที่ด้านในตึก ไม่คิดว่าเมื่อครู่จะไม่ได้ปิดบังความรู้สึกเอาไว้ ถ้าหากว่าพี่สะใภ้มาทำงานที่บริษัทต้องเป็นตาเหยี่ยวแน่นอน
หรือว่าผู้หญิงอย่างพี่สะใภ้สมควรที่จะเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง?
เป็นไปได้!
นึกถึงพี่เฉินขึ้นมา ถ้าหากว่าสามารถปกปิดเรื่องของเย่มู่เหยียนไปได้ตลอด คาดว่าคงไม่มีอะไรมาแยกพวกเขาออกจากกันได้สินะ
ยังมีฉีหย่วนหยาง เป็นไปไม่ได้ ในใจของพี่สะใภ้มีเพียงแค่พี่เฉิน
เขาเป็นชายร่างใหญ่จะกังวลอะไร?
จักรพรรดิเองยังไม่เดือดร้อน แล้วเขาจะเดือดร้อนแทนทำไม!
อันโหรวเดินเข้าไปที่ห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉิน ก็ถูกเขารัดไว้ในอ้อมกอดและรั้งให้นั่งลงที่ตักของเขา
“มีส่งการ์ดเชิญเหรอ?” ครั้งก่อนฉีหย่วนหยางช่วยเธอไว้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดูไม่เลว เขาอยากเข้าร่วมงานแต่งงานเธอก็ปฏิเสธไม่ได้
“มี” แต่ว่าไม่ได้ส่งสักคน
เขาไม่ได้คิดจะเชิญคนเยอะแยะแบบนั้น อยากมีแค่เธอกับเขา พิธีแต่งงานที่เรียบง่าย สงบ ๆ ก็พอ
เธอเหลือบสายตาไปมองเขาอย่างจริงจัง “แล้วเชิญถังซั่วหรือเปล่า? เรื่องลูกในท้อง….ก็ผ่านไปแล้ว ยังไงพวกนายก็เป็นพี่น้องกัน เรื่องที่ผิดพลาดก็ให้อภัยกันได้”
เมื่อพูดถึงชื่อนี้ขึ้นมา อุณหภูมิในร่างกายของจิ่งเป่ยเฉินก็ลดลงทันที เขาไม่อยากจะคุยกับถังซั่ว
ถ้าหากไม่ใช่เพราะเขา ลูกของเขาและโหรวโหรว…..ก็คงจะยังอยู่
“เป่ยเฉิน……..”
“ไม่!”
“ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องไม่สำคัญหรือไง? บอกไม่ก็คือไม่ ฉันได้ยินมาว่านายต่อยเขาจนต้องไปนอนที่โรงพยาบาลตั้งหลายวัน โกรธแค่ไหนก็ปล่อยไปเถอะ! นายอยากให้คนอื่นเห็นว่านาย ยเป็นผู้ชายที่ใจแคบเหรอ?” ยิ่งไปว่านั้น คนนั้นก็ยังเป็นพี่น้องกันมาตั้งหลายปี
จิ่งเป่ยเฉินมองเธอและเอ่ยริมฝีปากบาง ๆ ขึ้น “โหรวโหรว…..”
คืนนั้นที่เขาเปิดประตูเข้าไปแล้วเห็นฉากนั้น เขาจะให้อภัยถังซั่วได้ยังไง!
ไม่มีวันเด็ดขาด
“ฉันรู้ว่าสำหรับนายมันยากลำบาก แต่อย่างน้อยนายก็ต้องก้าวไปข้างหน้า รู้ว่านายรู้สึกแบบนั้น ถังซั่วเองก็สามารถทำตัวให้ดีขึ้นได้ในอนาคต พวกนายเป็นแบบนี้ต่อไปมันดีตรงไหน ? สูญเสียกันทั้งคู่ นายอยากจะเห็นฉากจบแบบนั้นเหรอ?” เธอไม่อยากจะคิดถึงตอนนั้นเลยสักนิดเดียว
“ฉันเองก็โกรธ ลูกไม่อยู่ ฉันก็เสียใจและเจ็บปวดใจอย่างมาก แต่ว่าพี่น้องของนายก็ยังอยู่นะ! คนร้ายจริง ๆ ก็ไม่ใช่เขา ถังซือเถียนถูกส่งไปเมืองนอกแล้วใช่ไหม?” เธอไม่อยากเห็นพ พี่น้องสองคนต้องหันหน้าใส่กัน
“เขาอยู่ดี งานแต่งงานของเรา ฉันไม่อยากเห็นเขา” เขากอดเธอแน่นและรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นไม่ธรรมดา
แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น