เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 309 ไม่ได้ตั้งใจ
บทที่ 309 ไม่ได้ตั้งใจ
ฉู่จ้านรีบส่ายหน้า “ฉันพูดแบบนั้นตอนไหน?”
“ไลฟ์สตรีมของฉันช่วยคนไว้มากมาย เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของคนมากมาย แต่คุณกลับมองไม่เห็น คิดแค่ว่าการไลฟ์สตรีมของฉันทำให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันในงานเลี้ยง”
น้ำเสียงของฉู่ลั่วไม่เบาไม่หนัก ความดังไม่มากไม่น้อย ราวกับเธอเป็นเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึก
“ถ้าเอาตามตรรกะของคุณ ทำไมเหตุการณ์ในงานเลี้ยงจะเป็นความผิดของฉู่หร่านไม่ได้ล่ะ? ถ้าเธอไม่ได้เข้าวงการบันเทิง ก็คงไม่มีเรื่องแอ็กหลุม ถ้าไม่มีแอ็กหลุม ก็ไม่มีเรื่องการเปิดเผยระเบียบการในงานเลี้ยง…”
“ถ้าเธอไม่เปิดประตูเล็กด้านข้างไว้ ก็จะไม่มีคนอันตรายบุกเข้ามาทำร้ายฉัน”
ฉู่ลั่วพูดจบก็มองฉู่จ้านเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “เธอเป็นดารามาตั้งหลายปี เธอมีผลงานดี ๆ อะไรออกมาบ้าง? แล้วได้ช่วยเหลืออะไรให้สังคมนี้บ้าง?”
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาบอกให้ฉันหลีกทางให้กับคนที่ไม่ได้มีคุณค่าอะไรกับสังคมเลย?”
ฉู่จ้านมีสีหน้าโกรธเคืองขึ้นมาแล้ว นิ้วสั่นเทาของเขาชี้ไปที่ฉู่ลั่ว แต่กลับพูดอะไรไม่ออก
ซ่งเชียนหย่ากอดฉู่หร่านที่กำลังร้องไห้เบา ๆ พลางถอนหายใจ ก่อนพูดแนะนำออกมาจากความรู้สึกว่า “ลั่วลั่ว แม่เคยบอกลูกแล้ว หร่านหร่านไม่ได้ตั้งใจ เธอจะรู้ได้ยังไงว่า…”
“แค่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ก็ลบทุกสิ่งทุกอย่างไปได้แล้วงั้นเหรอ?”
ฉู่ลั่วเอ่ยถามยอกย้อน
“ถ้าคนที่เปิดประตูเล็กด้านข้างไว้เป็นหนู ถ้าคนที่เข้ามาพวกนั้นมาเพื่อโจมตีฉู่หร่านล่ะ? ถ้าคนที่พวกเขาถือมีดเข้ามาแทงคอคือฉู่หร่านล่ะ?”
“หลังจบเรื่องแล้วหนูบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ จะลบล้างไปได้ไหมคะ?”
ซ่งเชียนหย่าพูดไม่ออก
ฉู่จ้านมีสีหน้ามืดมน
ฉู่เหว่ยฮ่าวถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย “ครอบครัวเดียวกัน ทำไมต้องสร้างเรื่องให้มันแย่ขนาดนี้ด้วย?”
พี่สามพูดออกมาตามที่ใจคิด “ก่อนที่เธอจะกลับมา ครอบครัวเรามีความสุขกันมาก ถ้ารู้แต่แรกว่าจะเป็นแบบนี้ พวกเราไม่ควรให้เธอกลับมาแต่แรกเลย!”
“อาจ้าน!” ฉู่เหิงถลึงตาใส่
ฉู่จ้านก็รู้ว่าตนเองพูดแรงเกินไปแล้ว แต่เพราะไม่อยากเสียหน้า จึงเอ่ยเสียงเบาว่า “ผมไม่ได้พูดผิดนี่ ตอนที่เธอยังไม่มา พวกเราเคยทะเลาะกันแบบนี้เหรอ!”
ฉู่จิงหรี่ตาลงเล็กน้อย เขายืนขึ้นมา แล้วเดินไปตรงหน้าฉู่ลั่ว “เมื่อก่อนเห็นเธอไม่พูดไม่จา คิดว่าเธอเป็นเด็กดีซะอีก คิดไม่ถึงเลยว่า เธอจะพูดเก่งขนาดนี้”
ฉู่ลั่วถาม “แค่ไม่พูดไม่จาก็เป็นเด็กดีแล้วเหรอ? ฉู่หร่านพูดมากขนาดนั้น ในสายตาของคุณ เธอเป็นเด็กไม่ดีเหรอ?”
ฉู่จิง “…”
ฉู่ลั่วเอ่ยต่อ “พวกคุณรักและเอ็นดูฉู่หร่านยังไง ลำเอียงให้เธอยังไง ปกป้องเธอแบบไหน ก็เป็นเรื่องของพวกคุณ แต่พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องให้ฉันทำแบบเดียวกัน”
“ฉันไม่มีวันรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณอะไร และไม่สามารถรักหรือเอ็นดูคนที่แย่งชีวิตฉันไปได้”
ฉู่ลั่วเอียงคอเล็กน้อย สายตามองตรงไปที่ฉู่จิง “ฉันไม่ได้รับการเลี้ยงดูหรือความรู้สึกรู้สาอะไรจากตระกูลฉู่มายี่สิบกว่าปี ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ได้รับเช่นกัน”
“พวกคุณทุกคนในตระกูลฉู่ ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องขอให้ฉันทำอะไร หรือตำหนิสิ่งที่ฉันทำทั้งสิ้น”
ฉู่ลั่วหยิบเอกสารมาจากมือของฉู่เหิงมาวางเอาไว้บนโต๊ะที่อยู่ด้านข้าง “ข้อมูลพวกนี้ฉันให้พี่ใหญ่ตรวจสอบเอง ฉันอยากจะรู้ว่า ถ้ามีหลักฐานมากมายขนาดนี้อยู่ตรงหน้าพวกคุณ พวกคุณจะรู้สึกผิดต่อฉันสักนิดหรือไม่?”
“จะขอให้ฉู่หร่านขอโทษฉันบ้างหรือเปล่า?”
“ตอนนี้ฉันได้รับคำตอบแล้ว …ไม่มีทาง”
“อย่าว่าแต่ฉันถูกมีดจ่อคอ ต่อให้ตอนนั้นฉันถูกคนฆ่าตาย พวกคุณก็ไม่คิดจะโทษเธอ”
เมื่อฉู่ลั่วพูดจบ สีหน้าของคนตระกูลฉู่ก็เปลี่ยนไปแล้ว
เธอหันหน้าไปหาฉู่เหิง “พี่ใหญ่ พวกเราไปกันเถอะค่ะ”
เขาพยักหน้า แล้วเดินตามฉู่ลั่วออกไปข้างนอก เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็หันกลับมามองคนในครอบครัว “พ่อกับแม่เห็นข้อมูลข้างหลังหรือเปล่าครับ?”
“ฉู่หร่านรู้มาตั้งแต่ตอนอายุสิบแปดแล้วว่าตัวเองไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของตระกูลฉู่”
“เธอไปตามหาลั่วลั่ว”
“และทำร้ายลั่วลั่ว…”