เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 310 คู่รักท้าทายสวรรค์
บทที่ 310 คู่รักท้าทายสวรรค์
หลังพูดจบ ฉู่เหิงก็เดินออกไปข้างนอก แต่เพิ่งเดินออกมาก็เห็นฉู่ลั่วมองมาที่เขาด้วยสีหน้าย่ำแย่
“เป็นอะไรไป?”
ฉู่ลั่วถาม “เมื่อกี้พี่พูดอะไรคะ?”
ฉู่เหิงเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเธอก็พูดคำเดิมย้ำให้ฟัง พร้อมคำแก้ตัว “พี่ไม่อยากให้เธอรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม”
ฉู่ลั่วไม่พูดอะไรอีก เพียงแอบถอนหายใจ
“โทรหาพี่สะใภ้หน่อยค่ะ ไม่สิ วิดีโอคอลไปหาเธอ”
ฉู่เหิงไม่รู้เรื่องอะไร แต่ก็ทำตามคำขอ เขาวิดีโอคอลไป อีกฝ่ายก็รับอย่างรวดเร็ว
เห็นจากภาพด้านหลังก็ดูออกว่าเวินอวิ๋นเสาอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าข้างนอก เธอยิ้มอ่อนโยนให้กล้อง พลางยกถุงในมือขึ้นมา “ฉันมาช็อปปิงร้านขายเสื้อผ้าเด็กค่ะ เสื้อผ้าของเด็กทารกน่ารักมากจริง ๆ”
ฉู่เหิงกำลังจะพูด แต่ฉู่ลั่วก็หยิบโทรศัพท์มือถือในมือของเขาไป “พี่สะใภ้คะ ให้ฉันดูรอบ ๆ ตำแหน่งที่คุณอยู่ได้ไหมคะ”
เวินอวิ๋นเสาพยักหน้า ก่อนหมุนกล้องไปรอบ ๆ ให้ฉู่ลั่วเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัว “มีอะไรเหรอ? มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วรีบคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว แล้วพูดกับเวินอวิ๋นเสาอย่างใจเย็นว่า “พี่สะใภ้คะ คุณช่วยเดินไปทางตะวันออกเฉียงใต้ตอนนี้เลยได้ไหมคะ ตรงนั้นจะมีร้านทองขนาดใหญ่อยู่ร้านหนึ่ง ช่วยเข้าไปในนั้นด้วยค่ะ”
เวินอวิ๋นเสาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ร้านทองเหรอ? แต่ตอนนี้พี่ไม่ได้อยากซื้อเครื่องประดับนะ?”
น้ำเสียงของฉู่ลั่วจริงจังและเร่งรีบเล็กน้อย “ช่วยทำตามที่ฉันบอกตอนนี้เลยนะคะ”
ฉู่เหิงก็รับรู้ความเคร่งเครียดของฉู่ลั่ว ก่อนพูดกับกล้องว่า “อวิ๋นเสา เธอทำตามที่ลั่วลั่วบอกเถอะ”
เวินอวิ๋นเสา “…”
ถึงจะไม่เข้าใจ แต่พี่สะใภ้ก็ยังทำตามที่ฉู่ลั่วขอร้อง เธอเดินไปทางตะวันออกเฉียงใต้ พอถึงหัวมุม ก็เห็นร้านทองขนาดใหญ่ร้านหนึ่ง “เข้าไปเลยใช่ไหม?”
“ค่ะ เข้าไปเลย”
เวินอวิ๋นเสายกโทรศัพท์ขึ้น แล้วก้าวเข้าไปข้างใน
ทันทีที่เข้ามาแล้วปิดประตูร้าน ด้านหลังก็มีเสียงตึงตังที่ดังมาก ๆ ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของฝูงชน
เวินอวิ๋นเสาหันหลังไปมองก็ถึงกับส่งเสียงร้องเบา ๆ
คนในร้านทองก็มองออกไปข้างนอกด้วยความสงสัย
“มีอะไรหล่นเหรอ เหมือนจะเป็นป้ายโฆษณาหรือเปล่า?”
“ไม่ใช่ มีคนโรคจิตถือมีดเข้ามาไล่แทงคนไม่เลือกหน้า!”
“อะไรกัน!”
รอบ ๆ เกิดชุลมุนขึ้นมา พนักงานในร้านทองรีบบอกกับลูกค้าในร้านว่า “เพื่อรับรองความปลอดภัยของลูกค้าทุกท่าน ช่วยขยับเข้ามาข้างในด้วยค่ะ”
เวินอวิ๋นเสาเพิ่งเดินเข้ามาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากด้านนอก!
เธอหันไปมอง ก็เห็นผู้ชายท่าทางแข็งแรงคนหนึ่งถือมีดสำหรับผ่าแตงโม พุ่งเข้าไปฟันใครก็ตามที่มองเห็น
เสียงกรีดร้อง ความโกลาหล เลือดสาดกระเซ็น…
ทุกอย่างประดังประเดเข้ามาอย่างกะทันหัน
ลูกค้าในร้านทองเมื่อเห็นภาพแบบนี้เข้า ก็กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
พนักงานร้านทองรีบดึงประตูบานพับลง เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายบุกเข้ามา
ครืด ครืด ครืด
คนร้ายพยายามยกประตูขึ้นหลายครั้ง
ทุกคนที่อยู่ด้านในต่างก็เข้ามาอยู่รวมกันด้วยความหวาดกลัว
เวินอวิ๋นเสาหน้าขาวซีด เธอกัดริมฝีปาก พลางมองออกไปข้างนอกอย่างกระวนกระวายใจ
ทางด้านฉู่ลั่ว พวกเขาขึ้นมานั่งบนรถแล้ว ฉู่เหิงขับรถเร็วมาก ฉู่ลั่วถือโทรศัพท์เอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็คว้าที่จับของรถเอาไว้
“พี่สะใภ้ ตอนนี้คุณไม่ต้องตื่นตระหนกนะคะ ขอแค่อยู่ในนั้นอย่าขยับไปไหน คุณก็จะปลอดภัย”
เวินอวิ๋นเสาพยักหน้า “พี่เข้าใจแล้ว”
เพิ่งพูดจบ ด้านนอกก็มีเสียงเด็กร้องดังขึ้นมา
เด็กน้อยนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น กำลังร้องไห้เสียงแหบพร่า “แม่จ๋า แม่จ๋า…”
ที่หน้าอกของเธอมีบาดแผล เลือดกำลังไหลออกมา
มือเล็ก ๆ ไร้เรี่ยวแรงสั่นเทาอยู่บนพื้น
ในดวงตาเต็มไปด้วยน้ำเอ่อคลอ
เวินอวิ๋นเสาชะงักไปชั่วขณะ
คนร้ายที่กระแทกประตูไม่หยุดจากไปพอดี ตอนนี้ข้างนอกมีเพียงเสียงเด็กสะอึกสะอื้น
เสียงร้องไห้นี้ฟังดูหดหู่มาก
ทำให้คนในร้านทองต่างก็ปวดใจไปตาม ๆ กัน
“คนคนนั้นน่าจะไปแล้ว! พวกเราพาเด็กเข้ามาเถอะ!”
“บาปกรรม! กับเด็กเล็กขนาดนี้ก็ยังลงมือได้ คนร้ายสมควรตายจริง ๆ!”
“เปิดประตูหน่อยครับ พวกเราที่เป็นผู้ชายจะออกไปอุ้มเด็กเข้ามา”
“อุ้มไม่ได้ค่ะ!” เวินอวิ๋นเสาหน้าซีดขาว เธอเดินออกมา “ฉันเป็นหมอ ฉันเห็นแผลเธอก่อนประตูปิด น่าจะบาดเจ็บที่หลอดเลือดแดง จะขยับตามใจไม่ได้ ต้องห้ามเลือดก่อน!”
ฉู่ลั่วเอ่ยเตือนพี่สะใภ้ท่าทางเคร่งเครียด “ตอนนี้คุณออกไปไม่ได้นะคะ ต้องอยู่ในร้านทองเท่านั้นถึงจะปลอดภัย”
เวินอวิ๋นเสาฝืนยิ้มออกมา “พี่เป็นหมอนะ ข้างนอกมีชีวิตหนึ่งที่รอให้พี่ไปช่วยเหลือ เธอยังเป็นเด็กอยู่เลย”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอคิดในใจ… คราวแรกพี่ชายใหญ่ คราวนี้พี่สะใภ้ ช่างเป็นคู่รักที่ท้าทายสวรรค์กันซะจริง
เวินอวิ๋นเสาบอกกับพนักงานร้านทอง “ให้ฉันออกไปตรวจดูอาการของเด็กเถอะค่ะ พอจะมีกล่องปฐมพยาบาลไหมคะ”
“มีค่ะ ๆ มีเตรียมไว้หนึ่งกล่อง”
พนักงานคนหนึ่งเอากล่องปฐมพยาบาลมาให้
ฉู่ลั่วมองเวินอวิ๋นเสาที่กำลังจะเดินออกไปข้างนอกพร้อมกล่องยา ก็หันหน้าไปหาฉู่เหิง “พี่ใหญ่ จอดรถข้างทางหน่อยค่ะ”
ฉู่เหิงจอดรถนิ่งสนิท ฉู่ลั่วถึงได้วางโทรศัพท์มือถือลง หลับตา ท่องคาถาออกมา เธอประทับตราลงบนฝ่ามือ ไม่นานก็มียันต์ปรากฏขึ้นมาบนมือ
เธอลืมตาขึ้นมา โบกมือเล็กน้อย กระดาษยันต์แผ่นนั้นก็หายไป
ฉู่เหิงเห็นแล้ว ยันต์แผ่นนั้นไปปรากฏอยู่ตรงหน้าพี่สะใภ้ในชั่วพริบตา
“พี่สะใภ้คะ ถ้าคุณจะออกไป ให้เอายันต์แผ่นนี้ไปด้วย”
เวินอวิ๋นเสามองยันต์ที่ปรากฏตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ แต่เธอก็รับมา “ได้เลย พี่รู้แล้วล่ะ”