เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 312 เหตุการณ์ที่เมืองตงระเบิดออกมาแล้ว
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 312 เหตุการณ์ที่เมืองตงระเบิดออกมาแล้ว
บทที่ 312 เหตุการณ์ที่เมืองตงระเบิดออกมาแล้ว
ความตื่นตระหนกของชายหนุ่มฉู่เหิงกลับเป็นปกติในทันที เขาจัดระเบียบเสื้อผ้าตนเองเล็กน้อย ก่อนจะพูดกับพ่อแม่ของเวินอวิ๋นเสา “สวัสดีครับคุณลุง สวัสดีครับคุณป้า ผมชื่อฉู่เหิง เป็นแฟนของอวิ๋นเสาครับ เมื่อครู่ผมเสียมารยาทแล้ว”
แม่เวินเก็บสีหน้าประหลาดใจไว้ พยายามแย้มยิ้ม “โอ้ อาเหิงเหรอจ๊ะ! ดี ๆ”
สีหน้าของคุณพ่อเวินไม่ได้ดีเหมือนคุณแม่เวิน แต่ยังคงรักษาท่าทางสุภาพเอาไว้
เวินอวิ๋นเสาแนะนำฉู่ลั่วให้พ่อแม่ของตัวเองรู้จักด้วย “พ่อคะ แม่คะ นี่คือฉู่ลั่วที่หนูเล่าให้ฟังค่ะ เธอเป็นน้องสาวของฉู่เหิง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ อาจจะเกิดเรื่องขึ้นกับหนูแล้ว”
แม่เวินกับพ่อเวินได้ยินเช่นนี้ ก็รีบเข้าไปหาฉู่ลั่ว พวกเขาจับมือเธอไว้คนละข้าง “ขอบคุณนะ ขอบคุณมากนะหนู”
“ถ้าไม่ใช่เพราะหนู ลูกสาวของพวกเราก็คง…”
“ฉันรู้จักหนูนะ หนูคือปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงในเน็ต คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเราจะมีวาสนาต่อกันแบบนี้”
เวินอวิ๋นเสาดึงฉู่เหิงเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะกระซิบบอกเบา ๆ “เหมือนพ่อแม่ฉันจะชอบลั่วลั่วมากกว่าคุณนะ”
เทียบกับเขาที่เป็นว่าที่ลูกเขยในอนาคต ฉู่ลั่วดูเหมือนจะได้รับการต้อนรับมากกว่าเสียอีก
มือทั้งสองข้างของฉู่เหิงกุมมือเวินอวิ๋นเสา ก่อนจะจูบลงไปอย่างแผ่วเบา “ฉันเองก็รู้สึกขอบคุณลั่วลั่ว”
หลังเยี่ยมเวินอวิ๋นเสาแล้ว และได้รับความรักอันอบอุ่นจากแม่เวินและพ่อเวิน
ฉู่ลั่วถึงกลับบ้าน
ฉู่เหิงมาส่งเธอถึงบ้าน ขณะที่น้องสาวเตรียมจะลงจากรถ ฉู่เหิงได้เรียกเธอเอาไว้แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ลั่วลั่ว ขอบคุณนะ”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “เรื่องนี้หนูก็มีส่วนรับผิดชอบค่ะ”
ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าหากฉู่เหิงเผชิญหน้ากับฉู่หร่าน จะเกิดผลสะท้อนกลับแน่นอน
แต่เธอคิดไปว่าแค่ติดตามและคอยปกป้องฉู่เหิงเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว คิดไม่ถึงว่าผลสะท้อนกลับจะไปตกอยู่ที่เวินอวิ๋นเสากับลูกในท้อง
ตอนนั้นฉู่ลั่วเลือกจะพูดเรื่องน่าเบื่อพวกนั้นออกมา เพื่อเบี่ยงความสนใจไม่ให้ฉู่หร่านเคียดแค้นฉู่เหิงมากจนเกิดผลกระทบแรงเกินไปนัก
ใครจะรู้ว่าก่อนที่ฉู่เหิงจะออกมา เขากลับอดพูดจาสั่งสอนฉู่หร่านไม่ได้
เมื่อครู่ฉู่ลั่วถามเวินอวิ๋นเสาแล้ว ตอนแรกพี่สะใภ้กลับไปถึงบ้านก็ไม่คิดจะออกมาข้างนอกอีก
แต่ตอนที่เปิดโทรทัศน์ และเห็นโฆษณารายการวาไรตี้เกี่ยวกับเด็กที่มีฉู่หร่านเข้าร่วมด้วยก็รู้สึกว่าเสื้อผ้าที่เด็กคนนั้นใส่ดูดีมากขึ้นมา
หล่อนเลยคิดถึงลูกในท้อง แล้วอยากออกไปซื้อเสื้อผ้าให้
…
ฉู่เหิงมองฉู่ลั่วเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนหยิบบุหรี่จากกระเป๋าเสื้อออกมาจุด
สายตามืดครึ้มของเขามองตรงไปข้างหน้า ปลายนิ้วเคาะพวงมาลัยรถเบา ๆ
ตอนที่ฉู่ลั่วถามเวินอวิ๋นเสา เขาเองก็อยู่ข้าง ๆ ชายหนุ่มรู้สึกได้ชัดเจนเลยว่า ตอนพูดถึงฉู่หร่าน สีหน้าของฉู่ลั่วเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ฉู่หร่าน…
ก่อนหน้าที่เขาจะออกจากบ้าน พอพูดสั่งสอนฉู่หร่าน ฉู่ลั่วก็เปลี่ยนสีหน้าของเธอไปเช่นกัน
ฉู่หร่าน…
ฉู่หร่าน…
ฉู่หร่าน?
ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับฉู่หร่านใช่ไหม?
…
ฉู่ลั่วกลับเข้ามาในบ้าน ก็ขึ้นห้องตัวเองไปหลับตาบำเพ็ญพลังวิญญาณแล้ว
หัวหว่านปิดประตูห้องอย่างเบามือ ก่อนจะกระซิบกับเฉิงยวน “สีหน้าของคุณหนูดูย่ำแย่มากเลย!”
วิญญาณสาวลูบคาง “ให้ไปบ้านตระกูลฉู่แล้วจะกลับมาอย่างรื่นเริง ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้นะ ปกติ ปกติ ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ”
สามวันต่อมา…
มีข่าวใหญ่แพร่สะพัดไปในอินเทอร์เน็ต
ตระกูลจ้าวแห่งเมืองตงถูกแฉ หลังจากจ้าวข่ายเพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อวันก่อน วันนี้ก็ถูกจับเข้าไปอีกครั้ง
ทางด้านของตี้จิงได้ส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนชำนาญการพิเศษมาทำการสอบสวน ชาวเน็ตจึงพากันมาแฉการกระทำหลายอย่างของตระกูลจ้าว คนเมืองตงหลายคนพากันรายงานคนตระกูลนี้ด้วยชื่อจริง
พ่อแม่ของตระกูลจ้าวรีบออกมาแสดงท่าทีว่าลูกชายของตนเพียงแค่พูดเรื่องไร้สาระ อิทธิพลของตระกูลไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น
แต่ชาวเน็ตไม่ยอมปล่อยคนตระกูลจ้าวไป
เฉิงยวนดูรายงานข่าวทางโทรทัศน์ ก็ทำเสียงเดาะลิ้นสองที “ฉู่ลั่ว ตอนนี้เจ้าดังใหญ่แล้ว! ไม่รู้ล่ะสิ ชาวเน็ตหลายคนกำลังรอให้เจ้าไลฟ์สตรีมอยู่นะ”
หัวหว่านก็หยิบโทรศัพท์มา “คุณหนูคะ ผู้ติดตามในเวยปั๋วของคุณเกือบสิบล้านคนแล้วค่ะ! มีหลายคนอยากให้คุณช่วยทำนายให้ มีคนถามด้วยว่าคุณเป็นเจ้านิกายจากสำนักไหน พวกเขาจะไปกราบไหว้คุณด้วยตัวเอง”
“คุณหนูคะ คุณดังแล้วจริง ๆ! ตอนนี้ชาวเน็ตต่างก็เรียกคุณว่าเทพธิดา!”
“มีหลายคนถามถึงตัวตนที่แท้จริงของคุณหนูด้วยค่ะ”
“มีบางคนหลังจากที่รู้ว่าคุณเป็นลูกสาวของตระกูลฉู่ ตอนนี้ความเห็นในอินเทอร์เน็ตก็เปลี่ยนไปแล้ว”
“อู๋เฉียงออกหน้าเองเลยค่ะ เขาอัดวิดีโอลงอินเทอร์เน็ต บอกว่าขอบคุณคุณหนูมากที่ช่วยเขาเอาไว้ และอธิบายเรื่องราวในตอนนั้นอย่างชัดเจนเลยค่ะ”
“ยังมีนักแสดงที่ชื่อซูเหมยคนนั้นด้วย เธอก็ออกมาอัดวิดีโอ บอกว่าที่เธอไปต่างประเทศไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องในประเทศเลย เธอไม่ได้ออกจากวงการบันเทิงเพราะปัญหาความรัก แต่เพราะเธอเห็นว่าการแสดงของตัวเองยังไม่ดีพอ จึงไปต่างประเทศเพื่อพัฒนาทักษะทางด้านการแสดง”
ฉู่ลั่วไล่อ่านความคิดเห็นเหล่านี้ในอินเทอร์เน็ต
นี่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้…
ตั้งแต่เมื่อเช้า เธอรู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณของเธอเต็มเปี่ยม
มันคือพลังวิญญาณที่มาจากแรงศรัทธาของชาวเน็ต