เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 318 รุ่ยอวิ๋นโจว
บทที่ 318 รุ่ยอวิ๋นโจว
ทันทีที่ฉู่ลั่วโบกมือ โซ่เหล็กก็ขาด ผู้ชายร่างเปลือยเปล่าก็ตกกระแทกพื้นดังตึงและมีฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
เธอเดินเข้าไปและค่อย ๆ โน้มตัวลง ยื่นมือไปดึงเส้นผมสีดำขลับที่ปกคลุมอยู่บนร่างกายของชายคนนั้นออก
แม้ว่าจะมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่ในตอนที่ได้เห็นรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่าย มือของฉู่ลั่วก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะชะงักไป
“รุ่ยอวิ๋นโจว”
เธอเรียกชื่อนั้นออกมาเบา ๆ มือก็ปัดเส้นผมที่ปิดบังใบหน้าของผู้ชายคนนั้นออกไปอย่างเบามือ
เสียงระบบดังขึ้น
[เราต้องจัดการเขาด้วยไหม? ผมสังหรณ์ไม่ดีเลยนะ]
ฉู่ลั่วหายใจเข้าลึก ๆ ‘นี่เป็นแค่ร่างมายา โม่เฉิงเจอเขาแล้วใช้เลือดสด ๆ เป็นสื่อกลาง เอาพลังบำเพ็ญของรุ่ยอวิ๋นโจวมาเติมเต็มพลังวิญญาณให้ตัวเอง แต่… คนจากแดนเซียน ทำไมถึงมาที่โลกนี้ได้?’
โดยเฉพาะชายคนนี้!
ระบบยังคงรู้สึกกระอักกระอ่วน
[บอกแล้วไงครับ… ว่าถ้าอยากจะข้ามสองโลก จำเป็นจะต้องมีพลังที่แข็งแกร่งมาก อย่างน้อยพวกผู้บำเพ็ญธรรมดาก็ทำไม่ได้ แม้แต่ผู้บำเพ็ญที่เพิ่งเข้าสู่แดนเซียนก็ไม่สามารถให้พลังแบบนี้ได้]
จู่ ๆ ผู้ชายที่นอนอยู่ที่พื้นก็ส่งเสียงร้องเจ็บปวดออกมาอย่างแผ่วเบา
ฉู่ลั่วมองโซ่เหล็กที่ยังคงขาดอยู่ นี่ไม่ใช่โซ่ธรรมดา แต่เป็นโซ่ตรึงวิญญาณ เป็นสิ่งที่ใช้เพื่อมุ่งเป้ามาที่วิญญาณผู้บำเพ็ญโดยเฉพาะ
รุ่ยอวิ๋นโจวลุกขึ้นนั่งตัวตรงอย่างช้า ๆ ผมสีดำสยาย บาดแผลที่อยู่ตรงบริเวณหัวใจยังคงมีเลือดซึมออกมา แต่เขากลับดูเหมือนหมดสติ ม่านตาสีเหลืองอำพันที่ดูดีคู่นั้นมองมาที่ฉู่ลั่ว
ดวงตาคู่นั้นดูกระจ่างชัด ใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับทารกแรกเกิด
ฉู่ลั่วสังเกตชายตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “รุ่ยอวิ๋นโจว?”
รุ่ยอวิ๋นโจวที่นั่งอยู่หลุบตาลง ขนตาเป็นแพยาวปกปิดอารมณ์ในดวงตาไว้ มือที่อยู่ข้าง ๆ นั้นขยับโดยไม่รู้ตัว เห็นได้ชัดถึงความแปลกและความระวังตัวของเขา
ฉู่ลั่วประหลาดใจ “นายคือรุ่ยอวิ๋นโจวหรือเปล่า?”
เธอรู้จักรุ่ยอวิ๋นโจวมาหลายปี แต่ไม่เคยเห็นท่าทางใสซื่อแบบนี้จากเจ้าแผนการคนนี้มาก่อนเลย
เหมือนกับว่ามีวิญญาณสองดวงที่ใช้ร่างเดียวกันอยู่
แต่วิญญาณดวงนี้ ร่างนี้ กลิ่นอายนี้ชัดเจนเลยว่าเป็นรุ่ยอวิ๋นโจว
ไม่รู้ว่ารุ่ยอวิ๋นโจวได้ยินอะไร จู่ ๆ เขาก็เหลือบตาขึ้นและยกมือ แล้วพลังวิญญาณจากปลายนิ้วของเขาพลันเข้าสู่ร่างกายของฉู่ลั่วโดยอัตโนมัติ
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว ก้าวเข้าไปอย่างระวัง นิ้วสองนิ้วแตะไปตรงระหว่างคิ้วของเขา “ฉันเคยบอกนายแล้ว ว่าอย่าแสดงพลังวิญญาณออกมาตามอำเภอใจ อยากให้คนอื่นเห็นเป็นแหล่งพลังงานงั้นรึ?”
ในแดนเซียน เธอรังเกียจที่จะใช้พลังจากรุ่ยอวิ๋นโจว
เธอมีหลักการของตัวเอง พลังวิญญาณและการบำเพ็ญล้วนพึ่งพาตัวเองทั้งสิ้น
รุ่ยอวิ๋นโจวมองฉู่ลั่วเหมือนไม่เข้าใจมาก ๆ เขาเอียงหัวเล็กน้อย เส้นผมสีดำที่เหมือนผ้าแพรตกลงมาที่ไหล่ไล้ลงไปที่หน้าอก ปะปนกับเลือดสด ๆ ตรงบริเวณหัวใจจนเปื้อน
ฉู่ลั่วลุกขึ้นยืน รุ่ยอวิ๋นโจวเห็นกระบี่ที่เอวของเธอก็เบิกตาโตทันที นัยน์ตาที่เดิมทีดูใสสะอาดนั้น เต็มไปด้วยจิตสังหารฉับพลัน
เขาพุ่งเข้าหาเธอราวกับสัตว์ร้าย! มือก็ไปแย่งกระบี่ทองสำริดนั้น
ฉู่ลั่วถอยหลัง แล้วเอายันต์แปะที่หน้าผากของอีกฝ่าย “นี่สิ ค่อยคุ้นขึ้นมาหน่อย นี่ต่างหากรุ่ยอวิ๋นโจวที่ฉันรู้จัก”
แม้จะยอมสงบลง แต่แววตาแดงของรุ่ยอวิ๋นโจวจ้องมองกระบี่ไม่วางตา
“ถ้านายยังมีความทรงจำอยู่ ก็น่าจะรู้ว่านี้มันกระบี่ของฉัน” ฉู่ลั่วลูบด้ามจับของกระบี่ “มันชื่อว่าชิงเจวี๋ย… เป็นชื่อที่ฉันตั้งเอง”
รุ่ยอวิ๋นโจวไม่พูดอะไร เพียงแค่ละสายตาจากกระบี่ทองสำริดไปที่ใบหน้าของฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วเอ่ยถาม “ฉันก็แค่เอาของของตัวเองกลับคืนมา”
รุ่ยอวิ๋นโจว “…”
เธอเอ่ยถาม “นายจะไปกับฉันไหม?”
เขายังคงเงียบงัน
ฉู่ลั่วเอ่ยถามอีกครั้ง “ถ้าตกลงไปกับฉัน ฉันก็จะพานายไปด้วย แต่ถ้านายไม่ยอม…”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง “ฉันก็จะส่งนายไปที่อื่น”
รุ่ยอวิ๋นโจวพยักหน้าเบา ๆ คิ้วเขาดูโอนอ่อนผ่อนตามและปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย เหมือนรู้สึกดีกับฉู่ลั่วขึ้นมาในชั่วพริบตา
แต่ฉู่ลั่วกลับมองบาดแผลที่บริเวณหัวใจของเขา บาดแผลนี้สาหัสมาก แทบจะเข้าไปถึงข้างใน น้ำสีแดงฉานที่ไหลออกมา ก็คือเลือดสดที่ปะปนอยู่ตรงบริเวณบาดแผลตรงหัวใจ
ดูจากบาดแผลนี้ของรุ่ยอวิ๋นโจว ถ้านี่ไม่ใช่ร่างมายา เขาก็คงจะตายไปนานแล้ว
ส่วนรุ่ยอวิ๋นโจวคล้ายกับว่าไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด เขานั่งอยู่อย่างเชื่อฟัง ดวงตาคู่นั้นมองขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มไร้เดียงสา
พลังวิญญาณจะมีความสามารถในการรักษาตัวเอง แต่บาดแผลของรุ่ยอวิ๋นโจวกลับมีเลือดสดซึมออกมาตลอด
ฉู่ลั่วนั่งยอง ๆ ลงไป ใช้พลังวิญญาณตรวจบาดแผลบริเวณหัวใจนั้น พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
เธอกระตุกพลังวิญญาณในมือ
“โอ๊ย!”
รุ่ยอวิ๋นโจวส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด
ฉู่ลั่วเงยหน้ามองเขา เห็นว่าเขากัดริมฝีปากทนเจ็บ และยิ้มอย่างเอาใจ
ฉู่ลั่ว “…”