เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 319 ชายจากแดนเซียน
บทที่ 319 ชายจากแดนเซียน
พลังวิญญาณของฉู่ลั่วกระตุก กล้ามเนื้อบนแขนของรุ่ยอวิ๋นโจวนูนขึ้น และวินาทีต่อมาแผ่นทองแดงสีดำก็โผล่ออกมาจากบาดแผล
ทันทีที่ดึงมันออกมา หน้าผากของรุ่ยอวิ๋นโจวก็มีเหงื่อหยดลงมากระทบกับหลังมือของฉู่ลั่ว
บนแผ่นทองแดงนั้นเต็มไปด้วยอักขระหยิน เป็นอาวุธสังหารผู้บำเพ็ญ
ถ้าไม่ใช่เพราะแผ่นทองแดงนี้ บาดแผลของรุ่ยอวิ๋นโจวคงหายไปนานแล้ว
โม่เฉิงซ่อนไว้ลึกกว่าที่เธอคิดเอาไว้เสียอีก
พอเอาแผ่นทองแดงออกมา บาดแผลตรงหน้าอกของรุ่ยอวิ๋นโจวก็ค่อย ๆ สมานกัน จนสุดท้ายก็จางหายไป เหลือไว้เพียงร่องรอยสีชมพูจาง ๆ
นี่คือข้อดีของร่างมายา
เมื่อมาถึงโลกนี้ ทันทีที่วิญญาณของรุ่ยอวิ๋นโจวปรากฏตัว ก็ต้องเจอไล่ล่าของเหล่านักพรตทันที
ฉู่ลั่วลอบถอนหายใจ ที่จริงไม่อยากจะสนใจรุ่ยอวิ๋นโจว ไม่ว่าท่าทีที่ไร้เดียงสาของเขาในตอนนี้จะจริงหรือหลอก แต่ความสามารถในการสร้างปัญหาของเขาเมื่อก่อนนั้น…
ถ้าพารุ่ยอวิ๋นโจวกลับไปด้วย จะนำพาความยุ่งยากเข้ามาหาอีกเยอะมาก!
แต่ในขณะที่เธอกำลังลังเลอยู่นั้น สายตาก็มองไปเจอสายตาใสซื่อของรุ่ยอวิ๋นโจว
ฉู่ลั่ว “…”
ระบบกล่าว
[นายหญิง ท่านยังจะตัดสินใจพาเขาไปด้วยอีกเหรอ?]
ฉู่ลั่วถาม ‘หรือว่าจะทิ้งเขาไว้ที่นี่ล่ะ? ถ้าปล่อยให้เขาออกไปในสภาพนี้ ถ้าไม่ถูกจับตัวไปขัง ก็ต้องถูกผู้บำเพ็ญคนอื่นจับตัวไปแน่’
เธอมองรุ่ยอวิ๋นโจว “ไปเถอะ…”
รุ่ยอวิ๋นโจวยืนขึ้น เผยร่างกายที่เปลือยเปล่าต่อหน้าฉู่ลั่ว
หลังจากที่เดินตามหลังเธอไปเรื่อย ๆ
ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้คิดว่าการที่ตัวเองเปลือยกายอยู่แบบนี้เป็นเรื่องผิดปกติอะไร เขาเดินย่ำไปบนพื้นด้วยเท้าเปล่า แม้ว่าจะถูกหินแหลมบาดที่ฝ่าเท้าก็ไม่สนใจ
จนกระทั่งฉู่ลั่วพาเขาเดินออกจากถ้ำมา แสงที่แยงตาทำให้รุ่ยอวิ๋นโจวต้องหรี่ตาลงและยกมือขึ้นบังแสงอาทิตย์ พลางมองโลกภายนอกอย่างอยากรู้อยากเห็น
แสงอาทิตย์สาดส่อง ต้นไม้ไหวกิ่งก้าน ดอกไม้ผลิบาน นกโบยบิน…
สายตาของเขามองสิ่งของเหล่านี้อย่างสงสัยใคร่รู้
ระบบเอ่ย
[นายหญิง แย่แล้ว! ดูเหมือนว่ารุ่ยอวิ๋นโจวจะสติหลุดไปแล้วจริง ๆ เหมือนว่าสมองของเขาจะมีปัญหาแล้วจริง ๆ นะ พูดอะไรไม่ได้เลย!]
ฉู่ลั่วเงียบงัน “…”
เธอมองร่างกายของรุ่ยอวิ๋นโจว แล้วหยิบมือถือออกมาดูตำแหน่งของตัวเอง จากนั้นก็ดูกิจการของฮั่วกรุ๊ปหรือของฉู่กรุ๊ปที่อยู่แถว ๆ นี้
เมื่อเจอว่าตระกูลฮั่วมีโรงแรมแห่งหนึ่งอยู่แถวนี้ เธอก็ต่อสายหาเบอร์โทรของโรงแรม บอกให้อีกฝ่ายเตรียมเสื้อผ้าผู้ชายแบบครบชุดให้หนึ่งชุด แล้วเอามาส่งให้ที่จุดชมวิว
พนักงานโรงแรมสองคนที่อยู่ในชุดทำงานต่างมองกันไป มองกันมา
เสียงนินทาในสายตานั้น แทบจะกระจายออกมาอยู่แล้ว
พวกเขาซื้อตั๋วเข้ามา เดินวนซ้ายทีขวาที กว่าจะหาฉู่ลั่วเจอ
พอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวและบทสนทนาข้างหลัง ตาของทั้งสองคนก็แทบจะถลนออกมาจากเบ้าตา
“แม้แต่เสื้อผ้าก็ใส่ไม่เป็นเหรอ?”
ฉู่ลั่วมองรุ่ยอวิ๋นโจวที่ถือเสื้อผ้าโดยไม่ขยับตัวไปไหน สายตาก็มองเธอนิ่ง ๆ ดูทำอะไรไม่ถูก
ระบบถาม
[รุ่ยอวิ๋นโจวกลายเป็นคนโง่ไปแล้วจริง ๆ เหรอ? แม้แต่เสื้อผ้าก็ใส่ไม่เป็นแล้ว? ว้าว! ถ่ายรูปไว้ ๆ ในอนาคตจะได้เอามาดูซ้ำ ๆ ได้!]
ฉู่ลั่วไม่ได้สนใจความตื่นเต้นของระบบที่อยู่ในหัว
เธอขมวดคิ้วมองรุ่ยอวิ๋นโจว
[นายหญิง จะยืนนิ่งกันต่อไปแบบนี้ไม่ได้นะ! ฟ้าจะมืดอยู่แล้ว รีบให้เขาแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วพวกเราจะได้ไปจากที่นี่กัน!]
ฉู่ลั่วทำได้เพียงพูดกับรุ่ยอวิ๋นโจว “ฉันจะสอนนายใส่แค่ครั้งเดียวนะ”
จากนั้นเธอก็เริ่มสอนรุ่ยอวิ๋นโจวใส่เสื้อผ้าทีละขั้นตอน
เสื้อผ้าเหล่านี้ล้วนเป็นของแบรนด์เนม และใส่ได้พอดีตัวมาก ๆ
รุ่ยอวิ๋นโจวแต่งตัวเสร็จ ผมยาว ๆ นั้นก็ถูกเก็บอยู่ในคอเสื้อ ฉู่ลั่วจึงยื่นมือออกไประบายเรือนผมของเขาออกมา
“เดี๋ยวฉันจะพานายไปตัดผม”
“ไปกันได้แล้ว”
รุ่ยอวิ๋นโจวก้มหน้า ดึงเสื้อผ้าของตัวเองอย่างไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ พลางมองรองเท้าหนังที่ใส่อยู่
ก่อนเดินตามไปข้างหลังของฉู่ลั่ว
พนักงานทั้งสองเห็นว่าฉู่ลั่วออกมา ก็แย้มรอยยิ้มอย่างเป็นงานทันที “คุณหนูฉู่… หืม!”
หนึ่งในนั้นเห็นหน้าตาของรุ่ยอวิ๋นโจวก็เบิกตาโพลงทันที จนคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่อ
เพื่อนร่วมงานที่อยู่ด้านข้างต้องสะกิดเบา ๆ เธอถึงได้สติกลับมาและรีบขอโทษ
ฉู่ลั่วส่ายหน้าบอกไม่เป็นไร
ทั้งสองคนพาพวกของฉู่ลั่วออกไปจากจุดชมวิว แล้วส่งฉู่ลั่วขึ้นรถ
“เป็นปีศาจในหุบเขาหรือไง? หล่อเหลาอะไรอย่างนี้! ผิวขาวเนียนละเอียดเสียจนเหมือนไม่ใช่ของจริงเลย!”
“นั่นปรมาจารย์นะ เธอมาที่นี่โดยจะต้องมีเหตุผลแน่นอน ฉันก็รู้สึกว่าเป็นปีศาจเหมือนกัน!”
“เธอว่าเป็นปีศาจอะไร?”
ทั้งสองคนพูดซุบซิบกันเสียงเบา
“เอาเรื่องนี้ไปรายงานก่อนดีกว่า! เบื้องบนบอกไว้แล้วไม่ใช่เหรอ? ขอเพียงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณหนูฉู่ก็ให้รายงานทั้งหมดไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่”
ครั้งนี้ฉู่ลั่วไม่ได้ใช้ยันต์ทำให้ร่างของเขาเหมือนมนุษย์
เธอเป็นห่วงร่างกายของรุ่ยอวิ๋นโจว แม้ว่าจะเป็นร่างมายา แต่กลับไม่มีร่องรอยของการบำเพ็ญเลยแม้แต่น้อย