เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 322 ความสัมพันธ์ที่แสนซับซ้อน
บทที่ 322 ความสัมพันธ์ที่แสนซับซ้อน
มือข้างหนึ่งของเขาล้วงกระเป๋าพลางเงยหน้ามองทั้งสอง
แสงแดดที่สดใสยามเช้าสาดส่องแผ่นหลังของฮั่วเซียวหมิง ทำให้มองหน้าเขาไม่ชัด
แต่เสียงนั้นเย็นชา จนพัดพาความหนาวสะท้านเข้ามาในยามเช้า
ห้องรับแขกตกอยู่ในความเงียบสักพักหนึ่ง
ไม่รู้ว่าทำไมฉู่ลั่วถึงดึงมือที่อยู่บนหน้าผากของรุ่ยอวิ๋นโจวออกโดยไม่รู้ตัว “นี่คือรุ่ยอวิ๋นโจว ฉันพากลับมาตอนที่ไปจับโม่เฉิง”
ฮั่วเซียวหมิงย่างเท้าไม่กี่ก้าวออกมาจากเงาแสง เข้ามาในห้อง
ใบหน้าก็ค่อย ๆ เผยให้เห็นชัดเจนขึ้น
เขาเดินขึ้นข้างบนทีละขั้น ๆ รองเท้าหนังเหยียบลงบนหินอ่อนเกิดเป็นเสียงหนักแน่นชัดเจน
ทำเอาใจคนฟังเต้นเป็นจังหวะตามเสียงเท้าของเขาไปด้วย
หัวหว่านยืนนิ่งไม่ไหวติง แต่สายตากลับเคลื่อนไปมองหน้าประตูห้องนอนของเฉิงยวน แล้วก็ได้เห็นว่าหล่อนกำลังโผล่หน้าออกมามองข้างนอกอยู่จริง ๆ
แววตานั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ระคนท่าทีหวาดกลัว
จนกระทั่งฮั่วเซียวหมิงเดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่วกับรุ่ยอวิ๋นโจว
คุณชายฮั่วเหลือบมองชายแปลกหน้าในบ้านฉู่ลั่วนิ่ง ๆ แต่หลังสบตากับรุ่ยอวิ๋นโจวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วถอนสายตากลับมา “เขาไม่พูด ก็ไม่แน่ว่าจะมีสาเหตุจากร่างกายและวิญญาณ หรืออาจจะมีสาเหตุทางจิตใจก็ได้ ให้ฉันแนะนำจิตแพทย์ให้เขาไหม?”
เห็นได้ชัดเลยว่าท่าทีของฮั่วเซียวหมิงดีขึ้นกว่าตอนที่อยู่ในเงาแสงเมื่อครู่มาก
แม้ว่าเมื่อกี้ทุกคนจะไม่ได้เห็นการแสดงออกของเขาในตอนที่อยู่แสงเงานั้นชัด ๆ
รุ่ยอวิ๋นโจวยืนอยู่ข้างฉู่ลั่ว ดวงตาสีเหลืองอำพันมองไปทางฮั่วเซียวหมิงอย่างเย็นชา ในแววตาคู่นั้นไม่เหมือนมองคนมีชีวิต แต่เหมือนมองสัตว์ที่ตายไปแล้วมากกว่า
ฮั่วเซียวหมิงเห็นสายตาของอีกฝ่ายก็เม้มปาก พลางเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน “อยากให้ผมช่วยไหมลั่วลั่ว?”
คำว่า ‘ลั่วลั่ว’ ที่ออกมาจากปากของชายหนุ่ม ดูมีนัยครุมเครือขึ้นมา
ฉู่ลั่วหันไปมองรุ่ยอวิ๋นโจว อีกฝ่ายเก็บอารมณ์เศร้าหมองแล้วส่ายหน้าอย่างว่าง่าย
ฉู่ลั่วก็ส่ายหน้าให้ฮั่วเซียวหมิงเช่นกัน “เหมือนว่าเขาจะไม่ยอมนะ”
“ตามใจ” ฮั่วเซียวหมิงหันไปเอ่ยกับฉู่ลั่ว “ยังไม่ได้กินข้าวเช้าใช่ไหม รอคุณทานเสร็จแล้ว ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะปรึกษา”
“อืม”
เวลาคุยกับฉู่ลั่ว บรรยากาศที่ดูตึงเครียดเมื่อครู่หายไปทันที
หัวหว่านถอนหายใจโล่งอกเบา ๆ พลางมองฉู่ลั่วกับฮั่วเซียวหมิงเดินลงไปข้างล่าง แล้วคว้ารุ่ยอวิ๋นโจวที่จะตามลงไปข้างล่างด้วยเอาไว้ “คุณจะทำอะไร?”
สายตาของรุ่ยอวิ๋นโจวมองกลับมาอย่างเย็นชา
ไม่รู้ว่าทำไม หัวหว่านรีบปล่อยมือทันที แต่ก็ยังเอ่ยเตือน “คุณหนูกับคุณฮั่วมีเรื่องต้องปรึกษากันส่วนตัว”
ไม่รู้ว่ารุ่ยอวิ๋นโจวฟังรู้เรื่องหรือเปล่า แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ แล้วเดินตามหลังพวกเขาไปข้างล่างเหมือนหมาตัวน้อย ๆ
เวลานี้เฉิงยวนถึงได้กล้าออกมา “ตายจริง ความสัมพันธ์ที่แสนซับซ้อนสินะ!”
หัวหว่านมองค้อน “เธอไม่ต้องใช้น้ำเสียงตื่นเต้นขนาดนี้พูดออกมาก็ได้ไหม!”
ด้านล่าง ฉู่ลั่วนั่งอยู่ที่โต๊ะ กำลังทานอาหารเช้า
ฮั่วเซียวหมิงนั่งตรงข้ามเธอด้วยท่าทีสบาย ๆ โดยหัวหว่านนำอาหารเช้ามาให้เขาเช่นกัน
หลังจากหัวหว่านนำอาหารเช้ามาแล้ว เธอชำเลืองมองรุ่ยอวิ๋นโจวที่ยืนนิ่งงันอยู่ด้านข้างราวกับท่อนไม้ ก่อนถามหยั่งเชิง “รับอาหารเช้าด้วยไหมคะ?”
รุ่ยอวิ๋นโจวไม่ตอบอะไร เพียงแค่มองอาหารเช้าของฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วพูดแทน “เตรียมอาหารเช้าให้เขาชุดหนึ่ง”
ฮั่วเซียวหมิงทานอาหารอย่างเอื่อยเฉื่อยพลางเอ่ยปากอย่างเชื่องช้า “เขาไม่พูด คุณก็ช่วยเขา หลังจากนี้หากเขาไม่เอ่ยปากพูดทุกครั้ง คุณก็จะช่วยเหลือเขาทุกครั้งเลยสินะ”
ฉู่ลั่วคิดไปก็รู้สึกว่าฮั่วเซียวหมิงพูดถูก จึงเอ่ยกับรุ่ยอวิ๋นโจว “ต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร นายจะต้องบอกด้วยตนเอง”
รุ่ยอวิ๋นโจวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างเชื่อฟังพร้อมกับพยักหน้า
เขาก้มศีรษะลงชั่วขณะ ก่อนปรายตามองคุณชายฮั่วด้วยสายตาเยือกเย็น
ราวกับว่าฮั่วเซียวหมิงคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายจะมองมา จึงเลิกคิ้วตอบ
รุ่ยอวิ๋นโจว “…”