เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 592 ไม่ใช่ลูกของฉัน
บทที่ 592 ไม่ใช่ลูกของฉัน
ฉู่ลั่วกลับไม่สนใจเขา เอาแต่มองหร่วนย่วนย่วน
วิญญาณพยาบาทนิ่งงันไปแล้ว “โชคชะตาเหรอ?”
ตอนกลายเป็นผีร้าย หล่อนก็จะสามารถเข้าใจในกฎของฟ้าดินได้เอง
ยื่งไปกว่านั้นยังเข้าใจด้วยว่าโชคชะตาคืออะไร
ตอนที่หล่อนกลายเป็นวิญญาณพยาบาท หล่อนก็ยิ่งเข้าใจเรื่องของพวกนี้อย่างถ่องแท้มากขึ้น
“เขาขโมยโชคชะตาของฉัน? ฉันมีโชคอะไรให้ขโมยกัน?”
“ถ้าคุณไม่มีโชคชะตาที่ดี มีอำนาจวาสนา จะพัฒนาไปเป็นวิญญาณพยาบาทได้ยังไง?”
หากวิญญาณร้ายอยากกลายสภาพไปเป็นวิญญาณพยาบาท ไม่เพียงต้องมีความอาฆาตมหาศาล แต่ยังต้องมีโชคชะตาที่ดีด้วย
หยวนเจียกับผิงหยางเดินมาอยู่ข้างฉู่ลั่ว มาช่วยกันป้องกันหร่วนย่วนย่วน
แต่สีหน้าของวิญญาณพยาบาทหร่วนย่วนย่วนกลับเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นแล้ว หล่อนยืนอยู่เงียบ ๆ ครู่ใหญ่
หลังเข้าใจความหมายในคำพูดของฉู่ลั่วแล้ว ก็ค่อย ๆ เงยหน้ามองซ่งอวิ๋นไท่
หล่อนถามด้วยน้ำเสียงสงบ “ตอนนั้นเหรอ? ที่คุณเอาวันเดือนปีเกิดฉันไป เอาหยดเลือดฉันไป แล้วเผามันต่อหน้ารูปปั้น”
และยังให้หล่อนคุกเข่ากราบไหว้ ให้สัญญาว่าต่อไปจะยกโชคดีของฉันให้แก่ซ่งอวิ๋นไท่
ตั้งแต่เล็กจนโต หร่วนย่วนย่วนมีโชคชะตาที่ดีมาตลอด หลังจากได้รู้จักซ่งอวิ๋นไท่ มีหลายครั้งที่เขาพูดว่าอิจฉาโชคลาภวาสนาของหล่อน
เขาอันเชิญรูปปั้นองค์นั้นกลับมา
นับแต่นั้น ซ่งอวิ๋นไท่ก็มีโชคชะตาที่ดีขึ้นอย่างมหาศาล
เขาได้กลับสู่บ้านตระกูลซ่งอย่างราบรื่น สร้างจุดยืนในบ้านตระกูลซ่งได้ และยังสามารถแต่งงานกับผู้หญิงจากตระกูลร่ำรวยจนสร้างฐานะที่มั่นคงได้อีกด้วย
สุดท้ายเขาก็บีบทายาทคนแรกของสายตระกูลออกไปให้พ้นทาง และรับมรดกก้อนใหญ่ทั้งที่เป็นลูกนอกสมรส
เมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาอันเย็นยะเยือกของวิญญาณพยาบาท ในใจของซ่งอวิ๋นไท่พลันหวาดกลัว เขาตะโกนเสียงดัง “พวกคุณยังไม่จับมันไว้อีกเหรอ!?”
ไม่ใช่แค่ฉู่ลั่วที่ไม่เคลื่อนไหว แต่ผิงหยางกับหยวนเจียก็ไม่ขยับเขยื้อนเช่นกัน
นอกจากพวกเขาสองคนจะสู้กับวิญญาณพยาบาทไม่ไหวแล้ว ยังเป็นเพราะหยวนเจียจับแขนของผิงหยางไว้ ไม่ให้เขาลงมือ
นักพรตผิงหยาง “…”
เจ้าสำนักหยวนเจียขมวดคิ้วแน่นมองไปที่ซ่งอวิ๋นไท่ ก่อนจะหันมาหาหร่วนย่วนย่วน
บนร่างกายของซ่งอวิ๋นไท่ไม่มีร่องรอยจากการขโมยโชคชะตามาจากผู้อื่น และบนร่างกายของหร่วนย่วนย่วนก็มองไม่ออกเช่นกันว่าเคยถูกขโมยโชคชะตาไป
นี่มัน…
การปกปิดวิถีสวรรค์!
หรือว่าเจ้านิกายจะสังเกตเห็นเรื่องนี้มาก่อนแล้ว ถึงได้ไม่ลงมือกับหร่วนย่วนย่วน?
เมื่อเห็นว่าพวกเขาทั้งสามคนไม่ลงมือ ซ่งอวิ๋นไท่ก็ร้อนใจมาก เขาพูดเร่งเร้าลูกชายของตนเอง “ยืนนิ่งกันทำไม! ยังไม่รีบให้คนที่พวกแกเชิญมาลงมืออีก”
คนตระกูลซ่งพูดรบเร้าด้วยความร้อนใจ
นอกจากซ่งเฉินจุ่นที่ทำด้วยความจริงใจ คนตระกูลซ่งคนอื่นต่างก็แกล้งทำเอาหน้าเท่านั้น
อย่างไรสองวันมานี้ ผู้นำตระกูลก็พอใจในตัวซ่งเฉินจุ่นที่เป็นลูกนอกสมรสอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นตัวท่านเองก็มีสถานะเป็นลูกนอกสมรสเช่นกัน พวกเขาไม่คิดว่าซ่งอวิ๋นไท่จะอับอายขายหน้าหากจะให้ลูกนอกสมรสมารับช่วงต่อมรดก
แต่คนตระกูลซ่งล้วนมีความต้องการของตัวเอง
หร่วนย่วนย่วนเข้าใจทุกอย่างแล้ว เธอเงยหน้าขึ้นฟ้าหัวเราะเสียงดัง เสียงนั้นทั้งโศกเศร้าและหดหู่
ลมพัดพาเอาเศษทรายลอยวนอยู่กลางอากาศ
เสียงหัวเราะอันเศร้าโศกหยุดลง ลมและทรายก็หยุดลงเช่นกัน
หร่วนย่วนย่วนมองซ่งอวิ๋นไท่ด้วยสายตาหดหู่ เธอจ้องซ่งอวิ๋นไท่ที่เหงื่อเย็นไหลออกมาทั่วร่าง
“ท่านปรมาจารย์ คุณช่วยปลดปล่อยเด็ก ๆ พวกนั้นให้ฉันได้ไหมคะ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ได้”
หร่วนย่วนย่วนเดินไปที่ถุงกระสอบด้วยใบหน้าโศกเศร้าและประนีประนอม เธอยื่นมือไปแตะถุงกระสอบ แต่ถูกยันต์บนถุงกระสอบโจมตีจนต้องถอยออกมา
เจ้าสำนักหยวนเจียทนดูต่อไปไม่ไหว เขาแอบถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปดึงยันต์ออก
หร่วนย่วนย่วนหยิบป้ายวิญญาณห้าอันออกมาจากถุงกระสอบ
“ซ่งหมิงเอิน”
“ซ่งหมิงหลี่”
“ซ่งหมิงเฉิง”
“ซ่งหมิงอวี้”
“ซ่งหมิงเฟิง”
เจ้าสำนักหยวนเจียพึมพำพูดชื่อเหล่านี้ออกมา
ทั้งหมดล้วนเป็นสกุลซ่ง…
เขามองซ่งอวิ๋นไท่
ซ่งอวิ๋นไท่ถูกทุกคนจับจ้อง ใบหน้าแก่ชราก็กลายเป็นสีแดง เขาพูดเสียงดัง “เด็กพวกนี้ไม่ได้เป็นลูกของฉันหมดทุกคน! ไม่แน่ว่าอาจจะไม่มีสักคนที่เป็นลูกของฉันเลยด้วยซ้ำ!!”