เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 478 น่าแปลก
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป
ขงซิงเจี้ยนจึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ขณะเดียวกันเขาก็ได้สติกลับมาอีกครั้ง และรู ้สึกว่าเสียงนี้ช่างดู คุ้นหูยิ่งนัก
น่าแปลก !
เหมือนเคยได้ยินเสียงนี้ที่ไหนมาก่อน
แต่สุดยอดผู้แข็งแกร่งที่สามารถสังหารผู้บาเพ็ญเพียรระดับเซียน ได้ง่าย ๆ เช่นนี้ เขามิน่าจะลืมได้นี่น่า !
มินานดวงตาของขงซิงเจี้ยนก็เบิกโพลง จนแทบจะถลนออกมา นอกเบ้า ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า พลันมีสีหน้าตื่น ตระหนกจนถึงขีดสุด
‘ใช่แล้ว ! ’
‘เสียงนี้ข้าเคยได้ยินเมื่อมินานมานี้’
‘เสียงของจิตวิญญาณอาวุธที่ปรากฏกายที่นิกายกระบี่สวรรค์ พร ้อมนักพรตเสวียนจีมิใช่หรือ ? ’
‘แต่จิตวิญญาณอาวุธผู้นี้จะน่ากลัวเกินไปแล้วกระมัง’
‘หุ่นเชิดนั่นเป็ นถึงผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดของระดับเซียนเชียวนะ’
‘สามารถสังหารได้ง่ายดายเพียงนั้นเชียวหรือ ? ’
‘ข้าประมาทเกินไปแล้ว ! ’
‘ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินความน่ ากลัวของจิต วิญญาณอาวุธผู้นี้ต่าเกินไปจริง ๆ ! ’
‘แต่เดี๋ยวก่อน ! ’
‘ก่อนหน้าเขาได้หนีเตลิดออกจากนิกายกระบี่สวรรค์ไปแล้วนี่นา เหตุใดตอนนี้ถึงกลับอยู่มี่เมืองกระบี่สวรรค์ได้’
‘เพราะอันใดกันแน่……’
‘จริงสิ ท่านเย่ ! ’
‘การที่จิตวิญญาณอาวุธมาอยู่ที่นี่ จะต้องเกี่ยวข้องกับท่านเย่ เป็ นแน่’
‘แต่เขามีความสัมพันธ ์เช่นไรกับท่านเย่กัน ? ’
‘หากเป็ นไปได้ล่ะก็ ในเมื่อมิสามารถให้ท่านเย่ออกฌานมาช่วย หยุดศึกในครั้งนี้ได้ เช่นนี้หรือว่าจะขอให้จิตวิญญาณอาวุธตนนี้ช่วย ออกหน้าแทน ? ’
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ขงซิงเจี้ยนก็ได้สูดลมหายใจเข้าเบา ๆ ก่อนจะ ประสานมือคารวะ พลางเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “ผู้อาวุโส มิทราบว่า ท่านกับท่านเย่มีความเกี่ยวข้องกันเยี่ยงไรหรือขอรับ ? ”
ผ่านไปชั่วอึดใจ
เสียงอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเขาอีกครั้ง
“ข้ารู ้ว่าเจ้าก าลังคิดอันใดอยู่”
“แต่เจ้าอย่าได้เพ้อฝันจะดีกว่า รีบตัดใจเสียเถอะ ข้ามิมีทางเข้า ไปยุ่งกับศึกในครั้งนี้อย่างแน่นอน”
ได้ยินดังนั้น ขงซิงเจี้ยนก็มิกล้าซักไซ ้อันใดอีก เพราะจากการ คาดเดาของสามสานักเซียนใหญ่ของพวกเขา การที่วังเสวียนจี ประสบกับหายนะถูกฆ่าล้างส านัก บางทีอาจเป็ นเพราะจิตวิญญาณ อาวุธอันน่ากลัวตนนี้ต้องการตัดผลกรรมบางอย่าง จึงได้ตัดสินใจลง มือเช่นนั้น
บวกกับฝีมือที่เขาได้แสดงให้เห็นเมื่อครู่นี้ เกรงว่าพลังที่แท้จริง ของเขา แม้แต่เซียนทุรชนก็คงมิต่างอันใดกับมดปลวกเป็ นแน่
ผ่านไปครู่ใหญ่ ขงซิงเจี้ยนก็มิได้รีรออีก ก่อนจะแปลงร่างเป็ น ลาแสงพุ่งทะยานไปทางนิกายกระบี่สวรรค์ในทันที
เมื่อเห็นเช่นนั้นผู้เฒ่าชุดดาที่ยืนอยู่บนกาแพงเมืองก็ยกยิ้ม ออกมา พลางเอ่ยพึมพ ากับตนเอง
“การจะสังหารเจ้าเฒ่าที่แปดเปื้อนสิ่งอัปมงคลผู้นั้น สาหรับข้า แล้ว ง่ายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก”
“ทว่าบัดนี้นายท่านได้ออกมาสู่โลกภายนอก เพื่อสัมผัสการ บาเพ็ญเพียรวิถีเซียน แล้วข้าจะเข้าไปก้าวก่ายได้เยี่ยงไรกัน ? ”
“หากวันหนึ่งนายท่านปลดผนึกตบะบารมีและความทรงจาแล้วรู ้ เรื่องนี้เข้า ทั่วทั้งใต้หล้าจะยังมีที่ให้ข้าซ่อนตัวได้อีกเยี่ยงนั้นหรือ……”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ผู้เฒ่าชุดดาก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ กะทันหัน พลันตบที่หน้าผากของตนเองเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า “บ้าจริง เกือบจะลืมเรื่องสาคัญไปซะแล้ว”
เอ่ยเพียงเท่านั้นผู้เฒ่าชุดดาก็หายตัวไปทันที เพียงพริบตาเขาก็ ได้ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง บนเขาลูกหนึ่งที่ห่างออกไปหลายสิบลี้
……
……
ชั้นนอกของนิกายกระบี่สวรรค์
นอกค่ายกลป้ องภูผา ในยามนี้เหลือเพียงหนิงซู่ซู่ที่ร่างโชกไป ด้วยเลือด พร ้อมกับกระอักเลือดออกมามิหยุด และชวี่เหวินเซี่ยก็ เท่านั้น ส่วนบรรพบุรุษของสามสานักเซียนใหญ่ต่างก็ถอยกลับเข้า ไปในค่ายกลป้ องภูผากันหมดแล้ว
“อาจารย์ ท่านเป็ นเยี่ยงไรบ้างเจ้าคะ ? ”
ชวี่เหวินเซี่ยเดินมาหยุดลงตรงหน้า พลางมองหนิงซู่ซู่ที่นิ้วทั้งสิบ โชกไปด้วยเลือด แต่กลับยังคงกดลงบนสายพิณ พร ้อมกับเอ่ยขึ้น อย่างปวดใจ
“เหวินเซี่ย เจ้าถอยกลับเข้าไปในค่ายกลป้ องภูผาซะ จากนั้นก็ จงไปขอร ้องให้เขาช่วยปกป้ องเจ้าเถอะ”
จากนั้นหนิงซู่ซู่ก็ส่ายหน้าน้อย ๆ พร ้อมเอ่ยด้วยเสียงที่แหบแห้ง ลง “ค่ายกลป้ องภูผานี้มีสภาพทรุดโทรมเต็มที คงมิสามารถขวาง บรรพบุรุษท่านนี้ของเจ้าได้ และทั้งนิกายกระบี่สวรรค์เกรงว่าคงมี เพียงเขาเท่านั้นที่จะช่วยพวกเราได้”
เห็นได้ชัดว่าหนิงซู่ซู่แม้จะใช ้พลังไปจ านวนมาก แต่กลับมิมีทีท่า ว่าจะยอมแพ้แต่อย่างใด
“อาจารย์……” ชวี่เหวินเซี่ยเอ่ยขึ้นอย่างตะกุกตะกัก และมีท่าทีที่ สับสน
ทว่าในตอนนั้นเอง ชวี่สิงหยางที่ยืนทาหน้าเข้มอยู่มิไกลนักก็เอ่ย ปากขึ้นอีกครั้ง
“หุ่นเชิดทั้งสิบตนของข้าถูกพวกเจ้าทาลายจนสิ้น ตอนนี้คงถึง ตาของข้าลงมือบ้างแล้ว”
“แต่พวกเจ้าวางใจได้ ผู้บาเพ็ญเพียรระดับเซียนขึ้นไป ข้าจะมิฆ่า พวกเจ้าหรอก แต่จะน าพวกเจ้ามาหลอมเป็ นหุ่นเชิดของข้าทีละคน ๆ แทน”
ชวี่สิงหยางเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ พร ้อมกับมีไอพลังเย็นยะเยือกแผ่ ออกมาจากร่าง ราวกับจะผนึกบริเวณนั้นเอาไว้ก็มิปาน
ตู้ม !
ทันทีที่เขาเอ่ยจบลง เสื้อบนกายพลันฉีกขาดด้วยพลังที่ปะทุ ออกมา เผยให้เห็นชุดเกราะที่สลักสัญลักษณ์เอาไว้มากมาย และแผ่ ไอพลังชั่วร ้ายจานวนมหาศาลออกมา
ขณะเดียวกัน ภาพอันน่ าสะพรึงกลัวที่ทาให้ผู้คนรู ้สึก สะอิดสะเอียนก็ปรากฏขึ้น
เมื่อกายเนื้อของชวี่สิงหยางกลายเป็ นสีดาและเน่าเปื่อย พร ้อม กลับแผ่ไอพลังอันดามืดออกมากระดูกทุกชิ้นกลายเป็ นสีเทา พร ้อม กับมีสัญลักษณ์ลึกลับปรากฏขึ้นราง ๆ และกาลังกลืนกินพลังชีวิต ของเขาเข้าไป
ทว่าเพียงพริบตาภาพอันน่าสะอิดสะเอียนก็พลันหายไป
ขณะที่ชวี่สิงหยางนากระถางสัมฤทธิ์โบราณใบนั้นออกมา จากนั้นก็มีหมอกเลือดอันหนาทึบกลุ่มหนึ่งได้ปกคลุมท้องฟ้ าในรัศมี หลายลี้ในทันที ซึ่งเป็ นปรากฏการณ์ที่น่าขนลุกยิ่งนัก
พร ้อมกันนั้นกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งรุนแรงก็แผ่ซ่านออกมา
ส่วนชวี่สิงหยางในเวลานี้ ผมของเขากลับปลิวสยายจนยุ่งเหยิง ไปหมด ใบหน้าดูดุดัน เกิดสายฟ้ าสีเลือดแลบขึ้นรอบกาย ราวกับ เทพปีศาจแห่งการทาลายล้างกาลังยืนอยู่บนกระถางสัมฤทธิ์โบราณ ใบนั้นก็มิปาน
“แต๊ง ! ”
แม้จะเห็นภาพเช่นนั้น และสัมผัสได้ถึงไอพลังอันน่าสะพรึงกลัว ที่แผ่ออกมาจากร่างของชวี่สิงหยาง
ทว่าหนิงซู่ซู่ที่มือทั้งสองข้างยังคงกดอยู่บนสายพิณ ก็ยังคงมิมีที ท่าว่าจะยอมแพ้แม้แต่น้อย มือทั้งสองข้างยังดีดไปบนสายพิณ และ ปล่อยคลื่นพลังอันรุนแรงสายหนึ่งออกมาอีกครั้ง
ทว่าวินาทีต่อมา ชวี่สิงหยางเพียงส่งเสียง หึ ออกมาอย่างมิแยแส พร ้อมกับยื่นมือออกไปกลางอากาศ ก่อนจะกุมหอกสีเลือดด้ามหนึ่ง เอาไว้ได้
เพียงชั่วประกายไฟแลบ
หลังจากที่ชวี่สิงหยางพุ่งหอกสีเลือดด้ามนั้นออกไปแบบส่ง ๆ ห้วงอากาศก็เกิดรอยแยกที่ยาวหลายร ้อยจั้งขึ้นมาในทันที
เมื่อประกายไฟสาดกระเซ็น หอกสีเลือดด้ามนั้นก็กลายเป็ น ลาแสง ที่ห่อหุ้มพลังทาลายล้างสายหนึ่ง และพุ่งเข้าโจมตีหนิงซู่ซู่
ตู้ม !
หลังเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น เพราะคลื่นพลังที่หนิงซู่ซู่ปล่อย ออกมา ปะทะกับหอกสีเลือดด้ามนั้น พลันสลายลงไปในทันที
ส่วนหอกสีเลือดหาได้สะทกสะท้านใด ๆ ไม่ และยังคงพุ่งมาหาห นิงซู่ซู่อย่างรวดเร็ว
“ศิษย์น้องหนิง ! ”
“ท่านเซียนหนิง ! ”
เมื่อทุกคนที่อยู่ในค่ายกลป้ องภูผาเห็นดังนั้น ก็ตะโกนออกมา แทบจะพร ้อมกัน
และเมื่อเผชิญหน้ากับหอกสีเลือด
ใบหน้าของหนิงซู่ซู่ก็ค่อย ๆ แจ่มชัดขึ้น ดวงตาเรียวยาวคู่นั้น กับใบหน้าที่ซีดขาวจนไร ้สีเลือดยังคงสงบนิ่งมิไหวติงใด ๆ
“อาจารย์เคยบอกว่า เคราะห์ความรักยากที่สุด ทุกข์ที่สุด บัดนี้ ข้าได้สัมผัสมันอย่างลึกซึ้งแล้ว”
หนิงซู่ซู่ค่อย ๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้น ก่อนจะเพ่งสมาธิผลักชวี่เห วินเซี่ยที่ขวางอยู่ตรงหน้าออกไป และค่อย ๆ หันไปมองทางส่วนลึก ของนิกายกระบี่สวรรค์ชั้นใน
“เย่ฉางชิง เคราะห์กรรมนี้ข้าคงมิสามารถก้าวข้ามไปได้……”
เอ่ยเพียงเท่านั้น หนิงซู่ซู่ค่อย ๆ หลับตาลง เพราะคิดว่าต้องดับ สูญ ณ ที่แห่งนี้เป็ นแน่
ทว่าเมื่อหอกสีเลือดอยู่ห่างจากหนิงซู่ซู่เพียงสิบจั้ง ก็เกิดเหตุ ประหลาดขึ้น หอกสีเลือดที่แฝงจิตแท้ของหลักเต๋าและพลังอันน่า สะพรึงกลัว ราวกับจมหายไปในอากาศ จากนั้นห้วงอากาศเกิดการ สั่นสะเทือน และเกิดระลอกคลื่นขึ้นเป็ นชั้น ๆ ก่อนจะมลายหายไป