เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3055 ติดตาม / ตอนที่ 3056 ตำราพิณ
ตอนที่ 3055 ติดตาม
“คุณชายช่วยชีวิตข้า ขอแค่คุณชายไม่รังเกียจที่ฉินซินอัปลักษณ์ ฉินซินยินดีที่จะติดตามคุณชาย” นางมองชายชุดเขียวที่อยู่ข้างหน้า เป็นครั้งแรกที่นางพูดจากับผู้ชายเช่นนี้ รู้สึก ร้อนผ่าวที่ใบหู
เฟิ่งจิ่วหยักยิ้ม “คิดดีแล้วหรือ”
“เจ้าค่ะ”
ตอนนี้นางยังมีที่ให้ไปอีกหรือ? กลับไปที่ตระกูลนั่นอย่างนั้นรึ? ไม่ นางจะไม่มีวันกลับไปเหยียบตระกูลนั่นเด็ดขาด ไม่มีวันยอมรับพวกเขาด้วย
“ก็ได้! ข้าจะพาเจ้าไปซื้อเสื้อผ้าไว้เปลี่ยนสักสองชุด” เฟิ่งจิ่วบอก ก่อนจะสาวเท้าเดินนำออกไป
ฉินซินชะงักงัน จากนั้นก็เดินตามหลังนาง หลังจากซื้อเสื้อผ้าสองชุดและมาถึงโรงเตี๊ยม นางก็ถูกไล่ให้เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องห้องหนึ่ง นางเดินเข้าไปในห้อง เดินไปยัง งจุดที่เตรียมน้ำร้อนไว้ นางเหม่อลอยเล็กน้อย นั่งนิ่งข้างอ่างอาบน้ำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอดเสื้อผ้าแล้วลงไปแช่น้ำในอ่าง…
ด้านล่าง เฟิ่งจิ่วกำลังดื่มเหล้าเคล้ากลับแกล้ม ไม่นานก็เห็นหวันเหยียนสิบสามถือขนมอบสองสามกล่องเดินเข้ามา
“มื้อค่ำหรือ? ไม่เลว ข้าดื่มเป็นเพื่อนเจ้าสักสองแก้วก็แล้วกัน!” เขาเดินถือขนมอบมาวางไว้บนโต๊ะ “เอ้า เจ้าลองชิมขนมอบพวกนี้ดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง ข้าถึงขั้นถามข้อมูลและไปหา าซื้อจากร้านที่อร่อยที่สุดมาเชียวนะ”
“ขอบคุณมาก”
เฟิ่งจิ่วยิ้มบอก ก่อนจะเก็บขนมอบ จากนั้นก็รินสุราให้เขา “ดื่มสักสองสามแก้วแล้วรีบพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้พวกเราจะออกเดินทางกัน!” นี่ก็ออกมาหลายวันแล้ว นางเริ่มคิดถึงเสี่ยว ห้าวเอ๋อร์ที่อยู่บ้านเสียแล้ว
“จะกลับแล้วหรือ? เจ้าจัดการธุระของเจ้าเสร็จแล้วรึ? ได้ตัวผู้หญิงคนนั้นมาอยู่ในมือแล้ว?” หวันเหยียนสิบสามถามอย่างประหลาดใจ ก่อนจะเห็นเฟิ่งจิ่วกลอกตาแทนคำตอบ
“ได้มาอยู่ในมืออะไรกัน? พูดเสียเหมือนโจรชั้นต่ำอย่างนั้น” นางจิบเหล้าพร้อมคีบกับแกล้มกิน ก่อนจะตอบว่า “ข้าพาคนกลับมาแล้ว แล้วก็ฆ่าผู้ดูแลของหอหญิงงามแล้วด้วย”
“แค่กๆๆ”
หวันเหยียนสิบสามที่กำลังดื่มเหล้าได้ยินอย่างนั้นก็สำลักทันที เขายกมือขึ้นตีหน้าอกตนเอง เบิกตากว้างจ้องเฟิ่งจิ่ว “จะ…เจ้าบอกว่าเจ้าฆ่าผู้ดูแลของหอหญิงงาม?”
“อืม” เฟิ่งจิ่วรับคำ “ท่านไม่ต้องห่วง ไม่เป็นไรหรอก”
เขาถลึงตาจ้องนางและพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าจะใจกล้าไปแล้วกระมัง? ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอำนาจของหอหญิงงามกว้างขวางมาก ไม่ว่าเมืองใดล้วนมีหอหญิงงามอยู่ เจ้ากลับไปหาเรื่องพวกเขา? ? ไม่อยากอยู่แล้วหรือ?”
“คุณชาย”
ฉินซินเดินลงมาจากชั้นสอง นางเปลี่ยนไปใส่ชุดกระโปรงสีฟ้าสลับขาว โดดเด่นสง่างาม เส้นผมสยายลงมาหนึ่งปอย และแผลเป็นตรงหางตาก็ถูกนางวาดเป็นลวดลายดอกไม้เหมือนวันนั้น เพิ่มเสน่ ห์ให้ดวงหน้างดงามของนางมากยิ่งขึ้น
เฟิ่งจิ่วหันไปมอง ก่อนพยักหน้าอย่างพอใจ “ไม่เลว อย่างนี้ดูเจริญหูเจริญตามากกว่า” นางพยักหน้า ก่อนพูดกับอีกฝ่ายว่า “นั่งลงกินอะไรหน่อยเถอะ!”
“เจ้าค่ะ”
ฉินซินรับคำ นางเดินไปนั่งที่ข้างโต๊ะ เห็นหวันเหยียนสิบสามจ้องตนเองไม่หยุด แต่นางก็ไม่ได้มองเขา เพียงรินสุราจิบหนึ่งคำ และคีบอาหารกินราวกับไม่ใส่ใจเลยสักนิด
“พรุ่งนี้ต้นยามเฉินก็จะออกเดินทางแล้ว อย่าลืมตื่นเช้ามาเตรียมตัวให้พร้อมด้วยเล่า” เฟิ่งจิ่วกำชับ ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ หันไปบอกหวันเหยียนสิบสามว่า “นางชื่อฉินซิน”
“อ้อ”
หวันเหยียนสิบสามพยักหน้า ก่อนหันกลับไปจ้องมองจุดที่วาดดอกไม้ไว้บนหน้าของนาง ดอกไม้นั่นเสมือนจริงมาก หากเขาไม่เคยเห็นใบหน้าที่เสียโฉมของนาง คงไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่ าภายใต้ดวงหน้าเลอโฉมนี้ซ่อนใบหน้าที่อัปลักษณ์ไว้
………………………………….
ตอนที่ 3056 ตำราพิณ
ฉินซินนั่งร่วมโต๊ะกับทั้งสอง ทว่ามิได้แสดงกิริยาอึดอัดหรือถ่อมตนจนเกินไป ตรงกันข้าม นางนั่งกินเงียบๆ สงบราวกับภาพวาดภาพหนึ่ง กอปรกับใบหน้างามพริ้งโดดเด่น จำต้องบอกว่าเป็ นที่เจริญหูเจริญตาของผู้พบเห็นยิ่งนัก
หลังจากทำความรู้จักกันอย่างง่ายๆ และกินอาหารเล็กน้อย ฉินซินก็ขอตัวกลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อน เหลือเพียงเฟิ่งจิ่วนั่งดื่มสุรากับหวันเหยียนสิบสามต่อ
“ถึงหน้านางจะเสียโฉม แต่หลังแต่งแต้มแล้วงดงามขนาดนี้ ก็นับว่าไม่ธรรมดา เจ้าไม่กลัวเก็บนางไว้ข้างตัวแล้วจะสร้างปัญหาให้ตนเองหรือ?” หวันเหยียนสิบสามถามเฟิ่งจิ่ว เขาไม่เข้าใ ใจว่าเฟิ่งจิ่วตั้งใจจะทำอะไรกันแน่
หญิงที่ชื่อฉินซินมีอะไรคุ้มค่าให้นางต้องทุ่มเทถึงขนาดนี้?
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “ข้าไม่ใช่คนกลัวปัญหาอยู่แล้ว”
หวันเหยียนสิบสามหัวเราะเบาๆ “ก็จริง เดาว่าก็คงมีแต่เจ้านี่แหละ ที่กล้าพาสัตว์เทวะสองตัวไปชิงตัวคนจากหอหญิงงามมาอย่างนี้ ทั้งยังสังหารผู้ดูแลของหอหญิงงามอีก แต่ถึงเอา าตัวคนกลับมาด้วยก็คงไม่มีใครกล้าเอาเรื่อง พูดกันตามจริง นี่นับว่าเป็นข้อดีของการมีพลังอันแข็งแกร่ง”
เฟิ่งจิ่วจิบสุราเงียบๆ ไม่พูดอะไร ใต้หล้านี้ผู้แข็งแกร่งย่อมอยู่เหนือกว่าอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? มีเพียงต้องแข็งแกร่ง ถึงจะไม่มีใครกล้ามาแตะต้อง
เช้าวันต่อมา ยามศิษย์สำนักเซียนพวกนั้นเห็นหญิงสาวที่สวมชุดกระโปรงสีฟ้าขาวยืนอยู่ข้างกายพวกเขา แววตะลึงลานในความงามพลันปรากฏขึ้นในดวงตาอย่างห้ามไม่อยู่
หญิงสาวนางนี้ช่างงดงามนัก อีกทั้งยังบุคลิกดีมากด้วย
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองพวกเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหยักยิ้มมุมปากเล็กน้อย คนงามหรือสิ่งของสวยๆ งามๆ ย่อมดึงดูดสายตาชื่นชมจากคนอื่นได้เสมอ นี่คือสัจธรรมของมนุษย์
“ไปกันเถอะ!” เฟิ่งจิ่วพูด ขณะหันไปมองหวันเหยียนสิบสามที่อยู่ด้านหนึ่ง
“ไป” คนอื่นๆ พากันเดินออกจากโรงเตี๊ยม มุ่งหน้าออกนอกเมือง
ชายหญิงรูปงามเดินอยู่ด้วยกัน ดึงดูดสายตาผู้คนรอบข้างดังคาด เพียงแต่แม้คนพวกนั้นจะจ้องด้วยความสงสัย แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่อง เพราะไม่ว่าจะบุคลิกหรือการแต่งกาย หรือก กระทั่งระดับวรยุทธ์ที่แสดงให้เห็น ล้วนสามารถข่มขวัญผู้คนได้แล้ว
มาถึงนอกเมือง เฟิ่งจิ่วโบกมือ เรือบินลำหนึ่งปรากฏต่อหน้ากลุ่มคน ศิษย์สำนักเซียนเคยเห็นมาก่อนแล้ว จึงไม่แปลกใจ แต่ฉินซินเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก นางจ้องพิจารณาอยู่นานสองนาน ลอบค คาดเดาตัวตนเจ้านายคนนี้ของนางอยู่เงียบๆ
หลังจากขึ้นเรือบิน หวันเหยียนสิบสามเอนหลังอย่างเกียจคร้านพลางหันไปมองฉินซิน เขายิ้มบอกว่า “ฉินซินเอ๋ย! อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เจ้าดีดพิณให้ฟังหน่อยเถอะ!”
ฉินซินไม่ได้รับคำ แต่หันไปมองเฟิ่งจิ่วแทน นางถามความเห็นของเฟิ่งจิ่วด้วยสายตา
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ก่อนจะหยิบตำราพิณออกมาจากแขนเสื้อเล่มหนึ่ง “ดีดตามตำรานี้เถิด! ไม่ต้องใช้พลังวิญญาณ”
“เจ้าค่ะ” ฉินซินรับตำราพิณไปด้วยสองมือและเปิดอ่าน นางชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองเฟิ่งจิ่ว จากนั้นก็เดินไปนั่งขัดสมาธิที่จุดหนึ่ง หยิบพิณวางบนตัก จากนั้นก็เริ่ม บรรเลงท่วงทำนองแห่งเสียงพิณอย่างเชื่องช้า
เหมือนนางกำลังลองเส้นสาย เสียงพิณดังขาดๆ หายๆ กระทั่งผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงพิณเริ่มต่อเนื่องขึ้น แล้วท่วงทำนองอันงดงามก็ถูกบรรเลงไปพร้อมกับนิ้วมือเรียวขาวดุจหยกที่พลิ้วไหว วอยู่เหนือสายพิณ…
นิ้วมือของนางราวกับกำลังเริงระบำอยู่เหนือสายพิณ เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและงดงาม เสียงพิณไพเราะเสนาะหู บวกกับดวงหน้างดงามโดดเด่นของนาง ทำให้ศิษย์สำนักเซียนพวกนั้นไม่อา าจละสายตาออกไปได้
มีเพียงชายหนุ่มสีหน้าเย็นชาคนนั้นที่มองไปที่เฟิ่งจิ่วเป็นระยะ เหมือนกำลังคาดเดาตัวตนของอีกฝ่าย
เสียงพิณอันตราตรึงใจดังไปทั่วเรือบินทั้งลำ ดังแว่วอยู่กลางท้องฟ้า ลอยไปตามสายลม พวกเขาเดินทางโดยเรือบิน แต่ในขณะที่บินอยู่เหนือป่าทึบผืนหนึ่ง เรือบินกลับสั่นคลอนไปชั่วขณะ ะหนึ่ง