เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3059 ห้ามไม่อยู่ / ตอนที่ 3060 มอบให้
ตอนที่ 3059 ห้ามไม่อยู่
ภาพนั้น ทำให้บรรดาศิษย์ชายที่กำลังนั่งพิงผนังเรือบินเพราะได้รับบาดเจ็บจากคมกระบี่ถึงกับอกสั่นขวัญหาย
เร็วเกินไปแล้ว! กระบี่ของนางเร็วเกินไป!
กระบี่นั่นเร็วจนแทบมองตามไม่ทัน เร็วจนสามารถสังหารคนได้ในพริบตาเดียว ถึงขั้นที่ไม่มีเลือดกระเซ็นออกมาจากร่างของศัตรูในทันที
คนคนนี้ ยามสังหารคนไม่อ่อนข้อเลยสักนิด วิธีการเหมือนมือสังหารไม่มีผิด!
เฟิ่งจิ่วสังหารคนเสร็จก็ตบหัวตนเองเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ นางหันไปมองหวันเหยียนสิบสาม “ข้าลืมเหลือไว้ให้ท่านหนึ่งคน”
สังหารไปเสียหมด แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าใครส่งมา รู้อย่างนี้น่าจะเหลือไว้สักคน
“หึๆ ไม่เป็นไรๆ ไม่มีใครเป็นอะไรก็ดีแล้ว” หวันเหยียนสิบสามยิ้มแห้งๆ เขาไม่กล้าตำหนิที่เฟิ่งจิ่วไม่เหลือพยานไว้ให้เขาสักคน คนที่ถูกส่งตัวมาในวันนี้แต่ละคนล้วนเป็นนักฆ่าช ชั้นนำ หากวันนี้มีเขาแค่คนเดียว เดาว่าไม่ตายก็คงต้องถูกถลกหนังไปหนึ่งชั้น
เพียงแต่ไม่รู้ว่าใครต้องการฆ่าเขากันแน่? เพื่อฆ่าเขาแล้ว ถึงขั้นต้องลงทุนจ้างมือสังหารจากหอยอดนักฆ่ามาเลยหรือ?
“นายท่าน แผลของเขาลึกไปถึงเส้นชีพจรใหญ่ ห้ามเลือดไม่อยู่เจ้าค่ะ” เสียงแฝงแววร้อนใจของฉินซินดังขึ้นในเวลานี้เอง
เฟิ่งจิ่วที่ได้ยินดังนั้นรีบกลับเข้าไปในเรือบิน นางเห็นเลือดวงกว้างบนพื้น ขณะที่ชายแซ่ฉินยังหมดสติอยู่ หน้าของเขาซีดเหมือนกระดาษ ลมหายใจอ่อนแอ
“บาดเจ็บถึงขนาดนี้เลยหรือ?” นางตะลึง นึกไม่ถึงว่าเขาจะถูกฟันจนบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ เฟิ่งจิ่วรีบก้าวเข้าไป หยิบยาเม็ดหนึ่งออกมายัดใส่ปากเขา จากนั้นก็ใช้เข็มเงินฝังลงไปเพื่อ อสกัดเส้นชีพจรบริเวณหัวไหล่ของเขาเอาไว้
คนอื่นๆ ล้อมเข้ามาด้วยความเป็นห่วง พอเห็นแผลที่ลึกจนถึงกระดูกต่างก็สูดปากด้วยความหวาดเสียว แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นหลังจากนั้นคือไม่นานเลือดที่ทะลักไหลออกมาก็หยุดลง
“เจ้าพันแผลให้เขาหน่อยก็แล้วกัน! ใช้ยาตัวนี้” เฟิ่งจิ่วยื่นยาห้ามเลือดให้ฉินซิน จากนั้นก็หันไปพูดกับคนอื่น “ทุกคนจัดการบาดแผลของตนเองด้วย”
พูดจบ นางก็บังคับให้เรือบินค่อยๆ ลงจอดบนพื้น ตั้งใจว่าจะพักผ่อนสักครู่ และจัดการศพเหล่านั้นด้วย
“เจ้าคอยดูพวกเขาไว้เถอะ! เรื่องศพและทรัพย์สินพวกนั้น ข้าไปจัดการคนเดียวก็พอ” หวันเหยียนสิบสามเอ่ยขึ้น เสนอให้นางคอยดูแลเหล่าศิษย์สำนักเซียน
เฟิ่งจิ่วพยักหน้าเบาๆ คอยสังเกตสถานการณ์บนเรือบิน นางพบว่าบาดแผลของคนอื่นค่อนข้างเบา มีแค่ชายแซ่ฉินคนเดียวที่ค่อนข้างเจ็บหนัก จึงพูดว่า “พวกเจ้าสองคน ช่วยกันหามเขาเข้าไปข ข้างใน!”
“อาวุโส ศิษย์พี่ฉินจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่? เขาเจ็บหนักขนาดนั้น คงไม่ตายหรอกกระมัง?” ศิษย์หญิงคนหนึ่งถามอย่างเป็นห่วง ดวงตาแดงก่ำ
“อาจต้องนอนติดเตียงไปหลายวัน แต่ไม่ถึงขั้นตายหรอก” เฟิ่งจิ่วตอบ ก่อนจะหันไปพยักหน้าสั่งให้ศิษย์ชายสองคนที่บาดเจ็บค่อนข้างน้อยช่วยกันหามคนเข้าไปพักผ่อนในห้องโดยสารของเรื อบิน
“อยู่บนเรือบินกันดีๆ อย่าเดินเพ่นพ่านไปไหนเล่า” เฟิ่งจิ่วกำชับ ก่อนจะตามสองคนนั้นเข้าไป ครั้นเข้าไปก็สั่งให้สองคนนั้นออกมา ส่วนตนเองก็ปิดประตูห้องโดยสาร ก่อนจะเปิดผ้าพั นแผลเพื่อทำการรักษาให้เขา
ถูกฟันลึกจนถึงเส้นเลือดใหญ่ ยากที่จะห้ามเลือดได้ แผลลึกขนาดนี้ เกรงว่าคงต้องใช้เวลาพักฟื้นนานหนึ่งถึงสองเดือน หนำซ้ำเสียเลือดไปมาก น่ากลัวว่าแผลจะแย่ลงอีก ฉะนั้นจะให้ ดีคือรักษาให้เขาอีกครั้ง บรรเทาความรุนแรงของบาดแผลสักหน่อย เพื่อย่นระยะเวลาในการพักฟื้นให้สั้นลง
………………………………….
ตอนที่ 3060 มอบให้
ตอนที่นางออกมาจากห้องโดยสาร หวันเหยียนสิบสามก็กลับมาแล้ว เขาวางทรัพย์สินและเรือบินที่ได้มาจากฝั่งศัตรูไว้ตรงหน้าเฟิ่งจิ่ว “อยู่นี่หมดแล้ว เจ้าเก็บไว้เถอะ!”
เฟิ่งจิ่วไม่ได้บ่ายเบี่ยง นางเก็บของเหล่านั้น ก่อนจะพูดกับฉินซินเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “มานี่”
“นายท่าน”
“อาวุธเหล่านี้ให้เจ้าไว้ป้องกันตัว ยังมีของพวกนี้ เจ้าเก็บไว้ให้หมด อีกอย่างยาพวกนี้เจ้าก็เก็บไว้เถอะ เผื่อเอาไว้” นางยื่นของจำนวนหนึ่งให้อีกฝ่าย พร้อมอธิบายวิธีใช้และ ะวัตถุประสงค์ในการใช้ ก่อนจะยื่นสร้อยคอรูปจี้ให้ด้วย “นี่เป็นอาวุธห้วงมิติ เจ้าสวมใส่ไว้เถอะ!”
ฉินซินมองสิ่งของเหล่านั้นด้วยหัวใจที่สั่นไหว นางมองเฟิ่งจิ่ว ก่อนจะรับของไปพร้อมกับเอ่ยขอบคุณ “ขอบคุณนายท่าน”
ศิษย์สำนักเซียนพวกนั้นเห็นเฟิ่งจิ่วมอบของมีค่าให้หญิงสาวคนนั้นจนหมด ก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ อย่างอื่นไม่รู้ แต่พวกเขาดูออกว่ายาของเฟิ่งจิ่วนั้นยอดเยี่ยมมาก ยอดเยี่ยมกว่า ยาช่วยชีวิตที่พวกเขาเก็บซ่อนไว้อย่างดีเสียอีก
“วันนี้พักที่นี่ก็แล้วกัน! ข้าจะไปดูรอบๆ ว่ามีสัตว์ป่าหรือไม่ จะได้หาของกินกลับมาสักหน่อย” หวันเหยียนสิบสามเอ่ยขึ้น จากนั้นก็เหินลงไปจากเรือบิน มุ่งหน้าเข้าไปในป่า
“พวกเจ้าตามเขาไป” เฟิ่งจิ่วหันไปสั่งเสือสองตัวที่เวลานี้นอนขดตัวเป็นวงกลมอยู่ด้านหนึ่ง สิ้นเสียงสั่ง เสือสองตัวพลันพุ่งตัวตามหวันเหยียนสิบสามไปทันที
มีเสือสองตัวคอยช่วย หวันเหยียนสิบสามทำหน้าที่แค่เก็บฟืนกลับมา ส่วนสัตว์ป่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกมัน ผ่านไปไม่นาน เขากลับมาพร้อมกับกิ่งไม้ในอ้อมกอด ครั้นมาถึงก็ก่อกอง งไฟไม่ห่างจากเรือบินมากนัก
“เฟิ่งจิ่ว ข้าเก็บฟืนกลับมาแล้ว เจ้าทำหน้าที่ย่างเนื้อก็แล้วกัน! ข้าเจอลำธารด้านหน้านั่น อยู่ไม่ห่างจากที่นี่นัก ที่นั่นน้ำใสมาก ข้าจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อย เจ้าจัดก การพวกนี้เถอะ หากฟืนไม่พอก็เรียกข้า” เขากวักมือเรียกเฟิ่งจิ่วไป
“เข้าใจแล้ว ท่านไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วรับคำ ก่อนจะเดินไปที่กองไฟ
บนเรือบิน พอศิษย์สำนักเซียนพวกนั้นได้ยินคำพูดของหวันเหยียนสิบสามก็อดตะลึงไปไม่ได้ เฟิ่งจิ่ว? นี่หมายความว่าอาวุโสชุดเขียวที่อยู่ด้านหน้านี้ก็คืออาจารย์ของผู้อาวุโสซื่อเ เชวียกับผู้อาวุโสมู่ซินอย่างนั้นหรือ? หรือก็คือคนที่ศิษย์คนนั้นพูดถึง?
คิดมาถึงตรงนี้ พวกเขาก็อดตื่นตระหนกขึ้นมาไม่ได้ อาจารย์ของผู้อาวุโสซื่อเชวียกับผู้อาวุโสมู่ซิน? ซ้ำยังเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับผู้สูงศักดิ์โอสถด้วย ไม่น่าเล่ายาของนางถึงได้ ดีขนาดนั้น ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง!
ฉินซินเห็นสีหน้าของคนพวกนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยเฉพาะหญิงสาวที่อยู่ข้างๆ นาง จึงถามว่า “แม่นางมู่ เจ้าไม่สบายหรือ? เหตุใดจึงเหงื่อแตกเช่นนี้?”
“ปะ…เปล่า ข้าไม่ได้ไม่สบาย พะ…เพียงแต่ เพียงแต่ว่า…” นางแค่ตกใจมากเท่านั้นเอง อาวุโสชุดเขียวผู้นี้กลับเป็นอาจารย์ของบรรพจารย์พวกเขา? นี่นางร่วมทางกับอาจารย์ของบรรพจารย์ ของตนมาตลอดเลยอย่างนั้นหรือ?
นึกมาถึงตรงนี้ นางก็ปาดเหงื่อบนหน้าผาก รับรู้ได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
คนบนเรือบินต่างก็มองหน้ากัน ก่อนจะเดินลงไป ครั้นเดินมาถึงข้างกองไฟก็ถามขึ้นว่า “อาวุโส พวกเราช่วย! มีอะไรให้พวกข้าทำหรือไม่?”
“อยากช่วยหรือ?” เฟิ่งจิ่วมองพวกเขาแวบหนึ่ง
“อืม” พวกเขาพยักหน้าถี่ๆ
เฟิ่งจิ่วทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะหันไปเห็นเสือสองตัวลากสัตว์ป่ากลับมา จึงยิ้มบอกว่า “อย่างนั้นพวกเจ้าก็ไปจัดการสัตว์ป่าพวกนั้นมาให้สะอาดแล้วกัน!”
“ได้” พวกเขาขานรับ ต่างก็ม้วนแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะลงมือ
“ฉินซิน ตำราพิณที่ข้าให้เจ้า เปิดไปที่หน้าหลังแล้วไปฝึกเสีย”