เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3074 มู่จิ่ว / ตอนที่ 3075 แนะนำ
ตอนที่ 3074 มู่จิ่ว
“อืม” เฟิ่งจิ่วรับคำ ก่อนถามว่า “จัดการเรียบร้อยแล้วหรือ?”
พอได้ยินเสียงของนาง ซื่อเชวียจึงตอบว่า “ท่านอาจารย์วางใจได้ ล้วนจัดการเรียบร้อยแล้ว ตัวตนที่พวกข้าเตรียมไว้ให้ท่านอาจารย์ก็คือ ‘มู่จิ่ว’ ศิษย์จากตระกูลมู่ที่มู่ซินรับมาจากข้างนอก เพราะทางสำนักเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ ฉะนั้น…”
“ไม่เป็นไร พวกเจ้าแค่ต้องบอกข้าว่าต้องทำอะไรต่อไปก็พอ” เฟิ่งจิ่วบอก สำหรับนางไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่ต่างกัน ขอแค่เข้าไปหาเอ็นวิญญาณนิลพันปีได้ก็พอ
ทั้งสองถอนหายใจ ตอนแรกยังกังวลว่าท่านอาจารย์จะไม่พอใจในตัวตนนี้ แต่พอได้ยินนางพูดเช่นนี้ พวกเขาก็วางใจ
ทั้งสองมองหน้ากัน เผยยิ้มออกมา “ระหว่างนี้ท่านอาจารย์ต้องพักอยู่ในสำนัก พวกข้ายังต้องพาท่านอาจารย์ไปทำความรู้จักกับศิษย์ของพวกข้าสักหน่อย จะไปพักที่ถ้ำในสำนักของท่านอาจารย์ไม่ได้แล้ว พวกเราต้องจัดหาที่พักใหม่ให้ท่าน”
พูดไป ทั้งสองก็เดินนำเฟิ่งจิ่วไปพักที่ถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่ง จากนั้นก็ไปจัดแจงเรื่องลูกศิษย์ ยามพลบค่ำ ก็พานางมายังยอดเขาของซื่อเชวีย
ลูกศิษย์แปดคนมองหน้ากันอย่างสงสัย พวกเขาต่างรู้จักกัน เพราะพวกเขาเป็นลูกศิษย์สี่คนที่มีความสามารถโดดเด่นที่สุดของซื่อเชวียกับมู่ซิน เพียงแต่สิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจก็คือ เหตุใดจึงต้องเรียกพวกเขาทั้งหมดมาที่ยอดเขาของผู้อาวุโสซื่อเชวีย?
“ท่านอาจารย์จะทำอะไรกัน?”
“ได้ยินว่ามีลูกศิษย์คนหนึ่งมาใหม่ จะให้พวกเรามาทำความรู้จัก”
“ศิษย์ใหม่?”
“เห็นว่าไม่ใช่ศิษย์ใหม่ เป็นลูกศิษย์จากทางบ้านตระกูลมู่ เป็นศิษย์ที่ผู้อาวุโสมู่ซินรับมา เพียงแต่ไม่เคยฝึกวิชาอยู่ในสำนักเซียน เพิ่งกลับมาคราวนี้”
“ตระกูลมู่? มู่หลิง นั่นตระกูลของเจ้ามิใช่หรือ? เจ้ารู้จักหรือไม่?” ชายคนหนึ่งหันไปถามชายอีกคน
ชายที่ชื่อมู่หลิงส่ายหน้า “ตระกูลมู่เป็นตระกูลใหญ่ ข้าจะรู้จักไปเสียทุกคนได้อย่างไร?”
“ท่านอาจารย์เรียกลูกศิษย์คนนั้นมาทำไมกัน? พวกเราแปดคนล้วนเป็นคนที่ถูกเลือกให้เข้าไปในดินแดนลับวิญญาณลวง หรือว่าศิษย์ใหม่นั่นก็จะเข้าไปด้วย?” ชายอายุยี่สิบกว่าคนหนึ่งพูดยิ้มๆ เหมือนรอลุ้นอะไรอยู่
พอเขาพูดอย่างนี้ คนอื่นต่างครุ่นคิดเงียบๆ คิดดูแล้วก็เป็นไปได้ หากไม่ได้จะเข้าไปในดินแดนลับวิญญาณลวง จะเรียกพวกเขามาทำความรู้จักด้วยหรือ? หนำซ้ำเกรงว่าคนผู้นี้คงเป็นที่ชื่นชอบของท่านอาจารย์ทั้งสอง ไม่เช่นนั้นจะให้พวกเขาที่เป็นศิษย์พี่มารออยู่ที่นี่ได้อย่างไร
“มู่หลิง คนของตระกูลมู่ เข้าไปในดินแดนลับเจ้าก็ต้องดูแลให้มากหน่อยเล่า” ชายคนหนึ่งพูดพร้อมหัวเราะ ยังพูดอีกว่า “เพียงแต่ไม่รู้ว่า ศิษย์น้องคนนี้มีพลังระดับใด? พวกเราแปดคนล้วนผ่านการคัดเลือกมาอย่างละเอียด ระดับพลังสูสี หรือว่าศิษย์น้องคนนี้ก็มีพลังระดับเดียวกับพวกเราด้วย?”
“รออาจารย์ทั้งสองมาถึงก็รู้เอง ตอนนี้พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์” ชายอีกคนพูดขึ้น สายตามองตรงไปข้างหน้า
ได้ยินเช่นนั้น คนที่เหลือจึงพากันเงียบเสียงลง ก็จริง อีกเดี๋ยวก็รู้เอง เหตุใดต้องเถียงกันตอนนี้ด้วยเล่า!
ผ่านไปไม่นาน พวกเขาก็เห็นซื่อเชวียกับมู่ซินเดินเอามือไพล่หลังเข้ามา ด้านหลังของพวกเขา มีเงาร่างสีเขียวผอมบางเดินตามมา เพราะคนคนนั้นเดินตามหลังพวกเขาสองคน ทั้งยังถูกบดบัง จึงเห็นหน้าได้ไม่ชัด
ซื่อเชวียกับมู่ซินเดินมาหยุดตรงหน้าลูกศิษย์ทั้งแปด กวาดสายตามองสำรวจพวกเขา
………………………………….
ตอนที่ 3075 แนะนำ
“คารวะผู้อาวุโสซื่อเชวีย”
“คารวะผู้อาวุโสมู่ซิน”
ลูกศิษย์ของทั้งสองคารวะพร้อมกัน ขณะเดียวกันก็ลอบสังเกตเงาร่างสีเขียวที่ยืนอยู่ด้านหนึ่งอย่างเงียบๆ ยามมองดูเงาร่างนั้น พวกเขาก็ต้องประหลาดใจเล็กน้อย
ศิษย์น้องคนนี้ดูแล้วช่างผ่ายผอมนัก! ไม่รู้ว่าอายุถึงสิบห้าสิบหกหรือยัง รูปร่างเช่นนี้ อายุเช่นนี้ จะเข้าไปในดินแดนลับวิญญาณลวงอย่างนั้นหรือ? หากเกิดอะไรขึ้นข้างในจะทำอย่างไรเล่า?
“นี่คือมู่จิ่ว เป็นลูกศิษย์ที่ข้ารับมาตอนอยู่ข้างนอก เพิ่งเรียกตัวมาไม่กี่วันนี้ เขาจะเข้าไปในดินแดนลับกับพวกเจ้า พวกเจ้าในฐานะศิษย์พี่ต้องดูแลเขาให้มากหน่อย” มู่ซินกำชับเสียงขรึม ขณะเอ่ยก็กวาดสายตามองพวกเขาไปด้วย
“ขอรับ ศิษย์จะทำตามคำสั่งของท่านอาจารย์ จะดูแลศิษย์น้องเป็นอย่างดี” ลูกศิษย์ของมู่ซินขานรับ ก่อนจะหันไปมองเด็กหนุ่มชุดเขียว
ดูแล้วช่างตัวเล็กนัก หนำซ้ำยังดูอ่อนแอมากด้วย ไม่รู้ว่าเหตุใดท่านอาจารย์จึงให้เขาเข้าไปในสถานที่อันตรายเช่นนั้น
“พวกเจ้าก็เหมือนกัน เข้าไปแล้วก็ต้องดูแลกันและกัน” ซื่อเชวียหันไปพูดกับลูกศิษย์ของตนเอง
“ขอรับ” ลูกศิษย์อีกสี่คนขานรับ
“มู่จิ่ว นี่ก็คือ ‘มู่หลิง’ ศิษย์คนโตของข้า แล้วก็เป็นคนในตระกูลมู่ด้วย นี่คือ ‘เฉิงจวิ้นหนาน’ ศิษย์คนรอง ‘กัวจื่อฉี’ ศิษย์คนที่สาม และ ‘หลินอวี่ซือ’ ศิษย์คนที่สี่”
“คารวะศิษย์พี่ทั้งสี่” เฟิ่งจิ่วก้าวออกไปคารวะอย่างคล้อยตาม
คำเรียกขานว่าศิษย์พี่จากปากนาง ทำเอาซื่อเชวียกับมู่ซินสะดุ้ง นางเป็นถึงอาจารย์ของพวกเขา! ตอนนี้กลับดีนัก ต้องเรียกลูกศิษย์ของพวกเขาว่าศิษย์พี่ ยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว
“ศิษย์น้อง” ทั้งสี่คนพยักหน้าเล็กน้อย
“อะแฮ่ม”
ซื่อเชวียกระแอมเบาๆ ก่อนจะแนะนำเป็นคนต่อไป “มู่จิ่วเอ๋ย นี่คือเหล่าลูกศิษย์ของข้า เจ้าไม่ต้องเรียกพวกเขาว่าศิษย์พี่ เรียกชื่อพวกเขาเฉยๆ ก็ได้”
ซื่อเชวียเอ่ย ก่อนจะหันไปส่งสายตาให้ลูกศิษย์ทั้งสี่ของตนเอง “แนะนำตัวตนเองเสีย”
“ข้าชื่อเผยจื่อเซวียน”
“ชื่อหลินเฉิงจิ่น พี่ชายของอวี่ซือ” ชายหนุ่มยิ้มเอ่ย ขณะพูดยังหันไปมองน้องสาวของตนเอง
“ข้าชื่อปี้ข่ายจือ”
คนสุดท้ายเป็นหญิง นางพูดเสียงเบา “ข้าชื่อกวนเยว่ ต่อไปมู่จิ่วเรียกชื่อพวกข้าเฉยๆ ก็พอ”
“ได้” เฟิ่งจิ่วรับคำ
“เอาล่ะ ตอนนี้ก็ได้เจอกันแล้ว มู่จิ่ว เจ้ากลับไปฝึกวรยุทธ์ที่ถ้ำเถอะ!” มู่ซินกำชับเสียงขรึม สั่งให้เฟิ่งจิ่วกลับไป
“ขอรับ” เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ นางพยักหน้าให้ทุกคนเล็กน้อย ก่อนจะกลับไป
“พวกเจ้าทุกคน พักนี้ก็ตั้งใจฝึกฝนให้มากขึ้นด้วย สิ่งของที่ต้องเตรียมก็จงเตรียมให้พร้อม ยังมีเรื่องที่เพิ่งกำชับพวกเจ้าเมื่อครู่ เมื่อเข้าไปข้างในแล้วจะต้องดูแลมู่จิ่วให้ดี” มู่ซินพูดย้ำอย่างไม่ค่อยวางใจนัก
ลูกศิษย์ทั้งแปดชะงักเล็กน้อย ภายนอกแม้ไม่แสดงออกทั้งยังขานรับอย่างว่าง่าย แต่ครั้นทั้งสองจากไป พวกเขาต่างก็มองหน้ากัน “พวกเจ้าว่ามู่จิ่วเป็นใครกันแน่? เหตุใดจึงรู้สึกว่าท่านอาจารย์ปฏิบัติต่อเขาต่างออกไป?”
“คนของตระกูลมู่” มู่หลิงตอบ ก่อนมองพวกเขา “ในเมื่อท่านอาจารย์สั่ง พวกเราทำตามก็สิ้นเรื่องแล้ว”
ครั้นได้ยินอย่างนั้น พวกเขาก็ไม่พูดอะไรอีก ผ่านไปครู่หนึ่งต่างก็แยกย้ายกันกลับถ้ำของตนเอง
เฟิ่งจิ่วที่กลับมาถึงถ้ำ ลงมือศึกษาและปรุงยาป้องกันตัวที่จะพกติดตัวไปด้วย หากใช้พลังไม่ได้ การเตรียมยาไปให้มากหน่อยจึงจะเป็นการเตรียมพร้อมที่ดี
ยามพลบค่ำ ซื่อเชวียกับมู่ซินพากันมาที่ถ้ำของนาง