เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2995: คนที่อยู่เบื้องหลัง
ตอนที่ 2995: คนที่อยู่เบื้องหลัง
เจี้ยนเฉินพยักหน้า เขาบอกให้หยุนหวู่เฟิงรออยู่ข้างนอกค่ายกลปีศาจ ก่อนที่จะเข้าไปในคุกปีศาจชั้นฟ้าพร้อมกับผู้อาวุโสสูงสุด
คุกปีศาจชั้นฟ้าเต็มไปด้วยเมฆปีศาจอวอวลอยู่ข้างใน ปราณปีศาจภายนั้นรุนแรงมากจนค่ายกลปีศาจที่อยู่ด้านนอกนั้นไม่อาจเทียบได้เลย มันมีโลกเป็นของตัวมันเองอยู่ภายใน ภายนอกดูเหมือ อนคุกเล็ก ๆ แต่ภายในเป็นโลกจิ๋วที่กว้างขวางมาก
โลกจิ๋วถูกแบ่งออกเป็นพื้นที่ส่วนตัวจำนวนมาก ทุกห้องมีมิติเป็นของตัวเอง พวกมันไม่เพียงแต่จะแข็งแกร่งเป็นพิเศษและสามารถป้องกันพลังงานทั้งหมดได้ แต่พวกมันยังมีพลังสยบปราณอย ยู่ภายใน
พลังสยบปราณมาจากวัตถุเทพขั้นสูง มันทรงพลังมากจนแม้แต่อัครสูงสุดก็ยังถูกลดระดับให้กลายเป็นปุถุชน ถ้าพวกเขาถูกขังอยู่ภายใน ไม่ต้องพูดถึงขั้นบรรพกาลเลย
ขั้นอัครสูงสุดซึ่งเป็นผู้อาวุโสสูงสุดกว่าสิบคนของตระกูลเหอเฟิงถูกแยกขังกัน
พริบตา เจี้ยนเฉินก็มาปรากฏตัวในห้องขังแห่งหนึ่งอย่างเงียบ ๆ ภายใต้การดูแลของผู้อาวุโสสูงสุด
คนที่ถูกขังอยู่นั้นเป็นขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 8
“เจ้าสามารถสอบถามได้ตรง ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เจ้าอยากรู้ มีคนไม่มากนักที่ซ่อนความลับของพวกเขาได้ในคุกปีศาจชั้นฟ้า” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว
ในเวลานี้ คนในห้องขังลืมตาขึ้น แม้ว่าเขาจะรู้อยู่แล้วว่าชะตากรรมที่น่ากลัวของเขากำลังรอเขาอยู่ เขาก็สงบนิ่งอย่างมากราวกับว่าเขายอมรับความตายแล้ว
“เจ้าสามารถทำอะไรกับข้าก็ได้ตามที่เจ้าต้องการ ไม่ว่าจะเป็นฆ่าข้าหรือทรมานข้า แต่ข้าขอบอกเลยว่าเจ้าจะไม่มีวันที่จะได้อะไรจากปากของข้าเลย แม้ว่าข้าจะตายที่นี่ แม้ว่าจะต้อ องทรมานกับการทรมานทั้งหมดที่มีในโลกนี้ ข้าก็จะไม่มีวันแม้แต่จะมองเจ้าปีศาจ” ผู้อาวุโสสูงสุดพูดอย่างเย็นชา
เจี้ยนเฉินไม่สนใจความคิดของเขา เขาจ้องไปที่คนในห้องขังอย่างรวดเร็วและถามว่า “เมื่อสองวันก่อน ขั้นอสงไขยที่ถูกจับในศาลาเทพธิดาน้ำแข็ง เจ้าเป็นคนทำหรือเปล่า ? ”
ขั้นบรรพกาลหลบตาลงและนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นเหมือนกับกำลังนั่งสมาธิโดยไม่สนใจสิ่งรอบ ๆ ตัวของเขา
“ผู้อาวุโสสูงสุด ท่านไม่ได้บอกว่ามีคนจำนวนไม่มากที่จะสามารถซ่อนความลับของเขาได้ในคุกปีศาจชั้นฟ้าหรอกหรือ ? ” เจี้ยนเฉินมองไปที่ผู้อาวุโสสูงสุดข้าง ๆ เขา
ผู้อาวุโสสูงสุดหัวเราะคิก ๆ โดยไม่พูดอะไร เขาสร้างผนึกด้วยมือของเขาทันทีและปราณปีศาจในห้องขังก็ปั่นป่วน ปราณปีศาจสีดำสองเส้นแยกออกและพุ่งเข้าไปในหัวของขั้นบรรพกาลราวกับ บกำลังอสูรร้าย
ในเวลาต่อมา สีหน้าของขั้นบรรพกาลก็เปลี่ยนไป แต่ไม่ช้า ดูเหมือนว่าเขาจะพบกับความเจ็บปวดที่ทนไม่ได้ กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวอย่างรวดเร็ว เขาส่งเสียงคำรามออกมาจากลำคอ อ
กระบวนการนี้กินเวลาเกือบ 1 นาที เมื่อเขาลืมตาอีกครั้ง เขาก็สูญเสียสติที่มีก่อนหน้าไปแล้ว ดวงตาสีแดงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่อธิบายไม่ได้
นอกจากนี้ยังมีอารมณ์ว้าวุ่นอยู่บ้าง
“คุกปีศาจชั้นฟ้าที่นายท่านทิ้งเอาไว้ไม่ได้มีไว้สำหรับกักขังผู้คนเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถแทรกแซงจิตใจของผู้ถูกคุมขังได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงบรรลุการควบคุมขั้นพื้นฐานเหนือจ จิตวิญญาณของพวกเขา” ผู้อาวุโสสูงสุดยิ้มก่อนที่จะพูดต่อว่า “ในฐานะที่เป็นวัตถุเทพขั้นสูง บางทีอัครสูงสุดอาจจะสามารถต้านทานการควบคุมจิตใจได้ชั่วเวลาหนึ่ง แต่มันก็ไม่เคยล้มเหล ลวเมื่อใช้กับขั้นบรรพกาลเลย”
“เจี้ยนเฉิน ถามต่อไป”
เจี้ยนเฉินทวนคำถามเดิม แน่นอนว่าคราวนี้ทุกอย่างคลี่คลายอย่างง่าย ๆ ขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 8 ตอบคำถามของเจี้ยนเฉินอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“ข้าใช้เวลาหลายสิบปีในการบ่มเพาะอย่างโดดเดี่ยวในตระกูล ข้าโผล่ออกมาเมื่อลัทธิปีศาจชั้นฟ้าโจมตี ข้าอาจยังไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ในหลายสิบปีที่ผ่าน นมานี้”
“นั่นไม่ใช่เขา ! ” เจี้ยนเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยและรู้สึกสงสาร แต่เขาไม่ได้หดหู่ใจ เนื่องจากมีขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 8 ของตระกูลเหอเฟิงทั้งหมด 3 คน
เจี้ยนเฉินและเฉินหมิงได้ไปยังอีก 2 แห่งทันที และพบขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 8 คนที่สองของตระกูลเหอเฟิง ผู้อาวุโสสูงสุดก็ใช้วิธีเดียวกันในการควบคุมวิญญาณของเขาผ่านคุกปีศาจ จชั้นฟ้า ก่อนที่จะถามคำถามออกมา
“ข้าบ่มเพาะอย่างสันโดษเมื่อ 100 ปีก่อน เพื่อทะลวงไปยังชั้นสวรรค์ที่ 9 ข้าโผล่ออกมาเพราะเกิดหายนะเท่านั้น”
“มันก็ยังไม่ใช่เขา” เจี้ยนเฉินขมวดคิ้ว เขาได้ถามสองในสามของขั้นแปดแล้ว พวกเขาทั้งคู่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่สวมหมวกไม้ไผ่ที่ลักพาตัวซุยหยุนหลาน
“มีขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 8 อีกคน” เจี้ยนเฉินรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก เขาไปหาคนสุดท้ายพร้อมกับผู้อาวุโสสูงสุด
“ข้าอยู่ในการบ่มเพาะอย่างสันโดษ ข้าไม่เคยเห็นคนที่เจ้าพูดถึง” นี่คือคำตอบจากขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 8 คนสุดท้าย
ด้วยเหตุนี้ เขาได้สอบถามผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสามของตระกูลเหอเฟิงตามหลักแล้ว แต่ผลสุดท้ายก็ทำให้เจี้ยนเฉินหน้าซีด หัวใจของเขารู้สึกว่างเปล่าราวกับว่าเขาเพิ่งสูญเสียวิญญาณของเ เขาไป
การชักนำของซุยหยุนหลานจบเพียงเท่านี้ ? ชะตากรรมของซุยหยุนหลานจนมุม แต่ความปลอดภัยของนางส่งผลกระทบต่อชะตากรรมของเจียงหยางหมิงเยว่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่ได้เห็นความสามารถในการควบคุมวิญญาณในคุกปีศาจชั้นฟ้า เจี้ยนเฉินก็กังวลมากขึ้นไปอีก
บางทีนี่อาจเป็นความสามารถ, ทักษะลับหรือทักษะที่ชั่วร้ายสำหรับการควบคุมวิญญาณซึ่งมีแต่ลัทธิปีศาจชั้นฟ้าเท่านั้นที่สามารถทำได้ แต่ก็แน่นอนว่าไม่ใช่มีแค่หนึ่งเดียวที่ทำได้ในโล ลกนี้
“เจี้ยนเฉิน บางทีคนที่เจ้ากำลังหาอาจไม่ได้อยู่ในตระกูลเหอเฟิงเลย ข้าไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด แต่ในความคิดของข้า ตระกูลเหอเฟิงในตอนนี้ไม่กล้าพอที่จะจับคนของศาลาเทพธิดาน้ำ ำแข็ง หลังจากที่อัครสูงสุดของพวกเขาตายไปแล้ว” เฉิงหมิงกล่าว
ดวงตาของเจี้ยนเฉินเป็นประกายในทันที เขานึกขึ้นได้ทันใด ความคิดของเขาสับสนจริง ๆ จากความกังวลทั้งหมดของเขา ผู้เชี่ยวชาญที่สวมหมวกไม้ไผ่เข้ามาในตระกูลเหอเฟิง แต่นั้นไม่ได้ หมายความว่าเขาจะมาจากตระกูลเหอเฟิงจริง ๆ ?
นอกจากนั้น จู่ ๆ เขาก็นึกถึงสิ่งที่บรรพชนหลานพูดไว้ก่อนหน้านี้ในวันนี้ มีเงาอัครสูงสุดอยู่เบื้องหลังผู้เชี่ยวชาญสวมหมวกไม้ไผ่ ซึ่งช่วยให้เขาปิดบังความลับสวรรค์และปกปิดร่องรอย ยของเขา ซึ่งทำให้บรรพชนหลานไม่อาจพบอะไร
ในขณะเดียวกัน ตระกูลเหอเฟิงไม่มีบรรพชนอัครสูงสุดเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว !
“ไปถามคนอื่นกันเถอะ หากบุคคลลึกลับที่สวมหมวกไม้ไผ่ที่เจ้าบอกเข้ามาในตระกูลเหอเฟิงจริง แสดงว่าเขาต้องติดต่อกับคนระดับสูงของตระกูลเหอเฟิง เนื่องจากค่ายกลป้องกันของตระกูล เหอเฟิงยังไม่อ่อนแอพอที่จะทำให้ขั้นบรรพกาลแอบเข้ามาได้ เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับอนุญาตให้เข้าไปในตระกูลเหอเฟิง” เฉิงหมิงกล่าว
ด้วยเหตุนี้ เจี้ยนเฉินและผู้อาวุโสสูงสุดจึงเริ่มถามคำถามกับผู้อาวุโสสูงสุดที่ถูกขังอยู่ที่นี่โดยเริ่มจากคนที่แข็งแกร่งที่สุด
การพยายามและมานะบากบั่นได้ผลเสมอ ท้ายที่สุดเมื่อเขามาถึงขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 6 ของตระกูลเหอเฟิง เจี้ยนเฉินก็ได้รับรู้ตัวตนของบุคคลนั้น
“ผู้เชี่ยวชาญที่เจ้ากำลังพูดถึงเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายหิมะ คนอื่นเรียกเขาว่าผู้อาวุโสเซี่ย เขาได้มาเยือนตระกูลเหอเฟิงของเราเมื่อสองวันก่อน แต่นั้นก็เป็นแค่การแลกเปลี ยนสิ่งของระดับเทพสองสามชิ้นกับกลุ่มของเรา ไม่นานเขาก็จากไป”
หลังจากรู้ตัวตนของผู้เชี่ยวชาญสวมหมวกไม้ไผ่แล้ว เจี้ยนเฉินก็ตื่นเต้นและตื่นตระหนก เขารู้สึกตื่นเต้นกับความจริงที่ว่าท้ายที่สุดเขาก็ได้ร่องรอยของซุยหยุนหลาน
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เขาตื่นตระหนกคือเขาเป็นคนของนิกายหิมะจริง ๆ
นิกายหิมะ องค์กรที่ทรงพลังที่สุดบนที่ราบน้ำแข็งขั้วโลก !