ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2304 ไปพร้อมกันทุกคน
“ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์?”
ฉู่หลิวเยว่เหลือบตาขึ้นมามองอย่างตื่นตกใจ
“หนานจิ่นซูพูดออกมาเองหรือ?”
ซูหลีผงกศีรษะ
“ใช่แล้ว ดูท่าทางเขาดีอกดีใจมากทีเดียว สีหน้าตื่นเต้นแล้วก็อิ่มเอมอย่างไม่ปิดบังเลยจริงๆ”
“ที่แห่งนั้น…ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินมาก่อน”
ฉู่หลิวเยว่ราวกับกำลังครุ่นคิด ในใจค่อยๆ มีข้อสันนิษฐานข้อหนึ่งผุดขึ้นมา
“หรือว่าเป็นทะเลตรงนั้นที่อยู่นอกประตูสวรรค์?”
“ตรงนั้นล่ะ ข้าตามเขาออกไปนอกตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์พร้อมกัน จากนั้นก็เห็นเขาพุ่งตรงไปทางประตูสวรรค์ นอกจากที่นั่นแล้ว พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ยังมีเขตทะเลอื่นอีกหรือ”
ฉู่หลิวเยว่ถึงกับใจเต้นกระตุก รีบผุดลุกขึ้นทันที
ซูหลีตกใจจนตัวโยน
“เสี่ยวเยว่เอ๋อร์ เป็นอันใดไป”
ฉู่หลิวเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก นางเดินย่ำไปย่ำมาอยู่ในห้องด้วยรู้สึกเคลือบแคลงใจอยู่หลายส่วน
“ไม่มีอันใด ข้าแค่รู้สึกว่าเรื่องนี้…แปลกพิกลอยู่หน่อยๆ ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นอันตรายขนาดไหน ขามาพวกเราก็เห็นด้วยตาตัวเองแล้ว หนานจิ่นซูเป็นแค่ผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ เหตุใดที่ได้กล้าไปที่นั่นกัน”
ซูหลีได้ยินดังนั้นก็ตอบว่า
“เขาบอกว่าเสินสื่อลำดับที่หนึ่งมอบหมายให้เขาไปจัดการธุระบางอย่าง แต่ข้าเองก็รู้สึกว่ามันแปลกเหมือนกัน หลายปีมานี้ไม่มีใครได้พบเสินสื่อลำดับที่หนึ่งผู้นั้นเลยแม้แต่คนเดียว ได้ยินว่าก่อนหน้านี้กระทั่งเสินสื่อลำดับที่เจ็ดกับแปดที่ทยอยขอเข้าพบก็ถูกปฏิเสธกันทั้งคู่ เรื่องแบบใดกันที่ต้องให้เขาไปทำให้ได้ อีกอย่างข้าว่าท่าทางดีอกดีใจจนเนื้อเต้นไม่เหมือนกับจะไปเสี่ยงอันตราย แต่เหมือนได้รับรางวัลอันใดบางอย่างประมาณนั้น อย่างไรเสีย ย่อมต้องเป็นเรื่องดีมากสำหรับเขาแน่”
บรรดาเสินสื่อในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มีตำแหน่งสูงส่ง หากแต่เสินสื่อลำดับที่หนึ่งคือผู้มีตำแหน่งสูงสุดในบรรดาพวกเขา
ดูจากท่าทีเคารพนอบน้อมของเสินสื่อคนอื่นที่มีต่อเขาแล้วก็พอจะมองออก
เพียงแต่ว่า…
“ก่อนหน้านี้สระอัสนีบาตเกิดการเคลื่อนไหวใหญ่โต เสินสื่อลำดับที่หนึ่งกลับมิได้ปรากฏตัว ตอนนี้จู่ๆ กลับส่งตัวหนานจิ่นซูไปทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์…นี่มันผิดปกติมากจริงๆ”
ฉู่หลิวเยว่พูดพลางมองซูหลี
“ตอนนี้เขาผ่านประตูสวรรค์ออกไปแล้วใช่หรือไม่”
ซูหลีผงกศีรษะ
ตอนที่ฟังหนานจิ่นซูพูดจบ นางก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย จึงตามเขาออกไปนอกตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ทั้งแบบนั้นพร้อมกัน
เนื่องจากกังวลว่าหนานจิ่นซูจะเกิดความสงสัย นางจึงมิได้ตามไปจนสุดท้าย พอเดินไปได้สักระยะหนึ่ง ก็เบนทิศทางกลับมาหาฉู่หลิวเยว่
แต่นางมั่นใจอย่างแน่นอนว่าหนานจิ่นซูออกจากประตูสวรรค์ไปแล้วจริงๆ
“พอลองมาคำนวณเวลาดู คงออกไปด้านนอกเรียบร้อยแล้ว”
ฉู่หลิวเยว่ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง กล่าวว่า
“ข้าเองก็จะออกไปดูเสียหน่อย”
“อันใดนะ”
ดวงตางามหยดย้อยของซูหลีเบิกกว้างขึ้นน้อยๆ
“แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน”
เดิมออกจากประตูสวรรค์ก็ถือว่ายากแล้ว ไหนเลยจะไปที่ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์อีก?
“เสี่ยวเยว่เอ๋อร์ เจ้าไม่รู้อันใดเกี่ยวกับทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์เลยด้วยซ้ำ ดุ่มๆ ไปทั้งแบบนี้มันเสี่ยงเกินไป!”
ซูหลีไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
ทว่าฉู่หลิวเยว่กลับตัดสินใจแล้ว
“ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์มีอันใดดีถึงขนาดที่เจ้ายอมทำขนาดนี้”
ฉู่หลิวเยว่ชะงัก
“เป็นไปได้ว่าผู้อาวุโสห้าจะถูกขังอยู่ที่นั่น”
สีหน้าของซูหลีพลันฉาบแววตกตะลึง
เมื่อได้ยินมาถึงตรงนี้ นางถึงได้เข้าว่าเหตุใดฉู่หลิวเยว่ถึงได้อยากไปนักไม่ว่านางจะพูดอะไรก็ตาม
“แต่ว่า…”
“วางใจเถอะท่านซู ครั้งนี้ข้าจะไปอย่างเปิดเผยเพื่อสืบหาข้อมูลเสียก่อน รอเข้าใจสถานการณ์จนทะลุปรุโปร่งแล้วคอยลงมือก็ยังไม่สาย”
อย่างไรเสียทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ก็อยู่นอกประตูสวรรค์ เพียงแค่ข้ามสะพานสีเงินนั่นไปดูคงไม่น่ามีอันตรายอะไร
แม้ฉู่หลิวเยว่จะอยากพาผู้อาวุโสลำดับห้ากลับมาทันที แต่นางก็มิอาจลงมือโดยที่ยังไม่แน่ใจได้
หากเสี่ยงเข้าไปตอนนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยคนไว้ไม่ได้ กลับกันยังเป็นไปได้ว่าจะลากตัวเองเข้าไปพัวพันกับปัญหาด้วย
ข้อนี้นางรู้แจ้งแก่ใจดี
ซูหลีถึงได้วางใจลงไปเปลาะหนึ่ง
“งั้นข้าจะไปกับเจ้า”
ฉู่หลิวเยว่ส่ายศีรษะ
“ไม่ต้อง ข้าไปกับหงอวี่ก็พอ”
มีคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยิ่งน้อยเท่าไรยิ่งดี
ซูหลีจึงต้องยินยอมอย่างเสียมิได้
“ระวังตัวด้วย”
…
มู่หงอวี่กำลังฝึกตนอยู่ภายในห้องพักของตัวเอง
ตั้งแต่ได้รับเคล็ดวิชาฝึกตน “เขตแดนมหายาน” มาจากเจินเป่าเก๋อ นางก็ไม่ได้ออกจากห้องพักอีกเลยนับแต่นั้น
“หลิวเยว่ มีอันใดหรือ”
ฉู่หลิวเยว่เชิดคาง
“ไปทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่นอกประตูสวรรค์กับข้าหน่อย”
มู่หงอวี่ถึงกับงุนงงไปชั่วขณะ
“ตอนนี้?”
ฉู่หลิวเยว่จึงเล่าเรื่องสรุปอย่างง่ายให้ฟังรอบหนึ่ง
“โอกาสหาได้ยาก ไม่แน่ว่าอาจได้อันใดกลับมา”
มู่หงองี่ละล่ำละลักกล่าวว่า
“แล้วรอช้าอยู่ไย พวกเรารีบไปกันเถอะ!”
เดินไปได้สองก้าว จู่ๆ นางก็หยุดชะงัก
“เดี๋ยวก่อน หลิวเยว่ แล้วตอนนี้พวกเรา…จะออกไปกันอย่างไร?”
ประตูสวรรค์มีการเฝ้ายามที่เข้มงวดมากเลยมิใช่หรือ
ฉู่หลิวเยว่โบกมือไหวอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก
“พอไปถึงประตูสวรรค์ ให้จิ้นอวิ๋นไหล่มาเปิดประตูให้ก็ได้แล้ว”
มู่หงอวี่ “…”
นางปรายตามองฉู่หลิวเยว่เงียบๆ แวบหนึ่ง
“หลิวเยว่ เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าเขาจะยอมตอบตกลง”
คราวก่อนยังพูดได้ว่าไปเชิญช่างหลอมอาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์ แล้วครั้งนี้เล่า?
มุมปากของฉู่หลิวเยว่หยักยกขึ้นน้อยๆ
“ข้ามีวิธีก็แล้วกัน”
…
ทว่าเมื่อมาถึงที่หมาย พวกนางกลับต้องประหลาดใจด้วยพบว่าที่นี่มีคนจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่เนืองแน่น บรรยากาศคึกคักเป็นอย่างมาก
“เมื่อครู่หนานจิ่นซูออกไปทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์จากตรงนี้จริงๆ หรือนี่?”
“ข้าเห็นมากับตา จะเป็นเรื่องโกหกได้อย่างไร?”
“นี่… เขาคงไม่ได้เสียสติไปแล้วหรอกใช่หรือ ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์อันตรายขนาดไหน คิดจะยืมพลังจากที่นั่นมาฝึกปรือก็ออกจะบ้าบิ่นไปหน่อยกระมัง? เขาไม่กลัวว่าจะตายอยู่ที่นั่นเลยหรือไร”
“ชู่…เขาไม่เหมือนกับพวกเราเสียหน่อย เจ้าไม่ลองคิดดูเล่า ตอนเขาเพิ่งมาถึงก็ได้เข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ทันที ย่อมเป็นคนละพวกกับเราอยู่แล้ว”
“นั่นก็ยังอันตรายมากอยู่ดีหนา…ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ มากสุดก็อยู่ในทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ได้แค่ไม่กี่ชั่วยาม ยิ่งไปกว่านั้น ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์เป็นสถานที่ที่เอาไว้ใช้ลงทัณฑ์มาแต่ไหนแต่ไร ข้างใต้นั้นไม่รู้ฝังกระดูกคนเอาไว้มากมายเท่าไร ก็เพิ่งจะเคยเห็นคนอยากไปฝึกตนที่นั่นเป็นครั้งแรกนี่ล่ะ”
ฉู่หลิวเยว่กับมู่หงอวี่สบสายตากันและกัน
ที่แท้ข่าวก็แพร่กระจายออกไปตั้งนานแล้วนี่เอง
“หลิวเยว่ จะทำอย่างไรกันดี”
มู่หงอวี่ถามเสียงเบา
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง
“สวรรค์ต้องช่วยข้าแล้ว ไม่ไปไม่ได้”
พูดจบ นางก็สาวเท้าก้าวไปด้านหน้าต่อ
ในไม่ช้า ก็มีคนสังเกตเห็นถึงการมาของพวกนางทั้งสองคนด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป
ฉู่หลิวเยว่แสร้งทำราวกับมองไม่เห็น นางมุ่งตรงจนมาถึงประตูสวรรค์ ก่อจะยกฝ่าเท้าเตรียมข้ามออกไปข้างนอก
บรรดาฝูงชนล้วนตื่นตกใจอย่างมาก
หึ่ง…
ค่ายกลส่งเสียงกระหึ่มดังออกมาทันที แรงกดดันอันหนักหน่วงเข้าสกัดฉู่หลิวเยว่เอาไว้ทันที
จากนั้นสุรเสียงเข้มเปี่ยมด้วยอารมณ์กราดเกรี้ยวก็ดังก้องขึ้นมาอีกครา
“ซั่งกวนเยว่ นี่เจ้าคิดจะทำอันใด!”
ฉู่หลิวเยว่หันศีรษะกลับไปมองจิ้นอวิ๋นไหล่ที่รีบพุ่งทะยานมาทางนี้ในพริบตา นางเผยรอยยิ้มสว่างไสวเสียจนดวงตาหยีเป็นเส้นโค้ง
“เสินสื่อลำดับที่เจ็ด ท่านมาแล้วหรือ? รบกวนท่านเปิดประตูให้หน่อยสิ”
ความเร็วค่อนข้างไวเลยทีเดียว
จิ้นอวิ๋นไหล่ที่แต่เดิมกำลังจะเอ่ยผรุสวาท ครั้นได้ยินคำพูดนี้ก็ถึงกับสะอึก จากนั้นเพลิงโทสะก็พลันโหมกระหน่ำขึ้นมาในช่วงอก!
“เจ้าว่าอันใดนะ”
นี่นางกินดีหมีหัวใจเสือมามากเท่าไรกันแน่ ถึงได้กล้าขอให้เขาเปิดประตูสวรรค์ให้อย่างไหลลื่นเช่นนี้?
รอยยิ้มของฉู่หลิวเยว่ยังคงมิแปรเปลี่ยน
“ได้ยินว่าหนานจิ่นซูไปทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ หมายจะหยิบยืมพลังมาช่วยฝึกปรือบำเพ็ญเพียร ข้าก็ต้องสงสัยอยู่แล้วสิ? ท่านดูสิ ทุกคนต่างก็อยู่ที่นี่กันพร้อมหน้า หากว่ามีเรื่องดีๆ เช่นนี้อยู่จริง มิสู้…ท่านก็มอบโอกาสนี้ให้พวกเราไปพร้อมกันทุกคนเลยสิ?”
ขมับของจิ้นอวิ๋นไหล่ถึงกับกระตุกอย่างแรง!