ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2305 บทเรียน
ตอนที่ 2305 บทเรียน
………………..
หนานจิ่นซูได้พบเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง ทั้งยังได้ยันต์ผนึกผ่านทางแผ่นนั้นมาด้วย เรื่องที่ว่ามุ่งหน้าไปฝึกตนที่ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ เขาเองก็เพิ่งรู้เมื่อครู่นี้เช่นกัน
เหตุใดชั่วพริบตา ข่าวนี้ถึงได้กระจายไปทั่วทั้งพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ได้เล่า
ทั้งยังดึงดูดคนมามากมายปานนี้!
ความคิดของจิ้นอวิ๋นไหล่พลันแล่นพล่าน แปดส่วนคงเป็นเพราะชั่วขณะที่หนานจิ่นซูพึงพอใจจนได้ที่ เลยคุยโวโอ้อวดไปทั่ว ถึงได้…
ก่อนหน้านี้ตอนเขาได้ยินว่าหนานจิ่นซูไปเข้าพบเสินสื่อลำดับที่หนึ่งมาก็รู้สึกตื่นตะลึงอย่างมาก คาดคิดไปว่าหนานจิ่นซูผู้นี้คงจะมีความสามารถอยู่บ้าง
ใครจะรู้ว่าที่แท้ก็เป็นแค่คนไร้สมองผู้หนึ่ง!
เรื่องพวกนี้มันเอามาป่าวประกาศได้ตามใจเช่นนี้หรือไรกัน?
เขาระงับเพลิงโทสะในใจพลางเอ่ยเสียงเข้ม
“หนานจิ่นซูไปได้ เพราะได้รับอนุญาตจากเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง หากพวกเจ้าเองก็มีปัญญาพอที่จะได้รับอนุญาต ข้าก็ย่อมไม่ขัดขวาง”
ฉู่หลิวเยว่กะพริบตาปริบๆ
“เสินสื่อลำดับที่เจ็ด เพราะเหตุนี้นี่ล่ะพวกข้าถึงได้อยากออกไปดู พูดไปแล้ว ข้ากับประมุขหนานเองก็นับว่ามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน คาดไม่ถึงว่าเขาจะเก่งกาจปานนี้ ไม่เพียงแต่ได้เข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ยังได้เข้าพบเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง และไปที่ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์อีก หากพวกข้าสามารถออกไปดูได้สักหน่อย เรียนรู้การประพฤติตัวของประมุขหนาน จะมากน้อยอย่างไรก็คงเรียนรู้อันใดมาได้บ้าง ท่านว่าอย่างไรเล่า?”
จิ้นอวิ๋นไหล่จ้องมองนางด้วยสายตาหวาดระแวง
“แค่ออกไปดูเท่านั้น?”
“ใช่แล้ว ประมุขหนานไปทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์มิใช่หรือ พวกข้าจะดูอยู่ตรงสะพานนี่ล่ะ อย่างไรเสียพวกข้าก็ลำบากตั้งมากกว่าจะขึ้นมาได้ ย่อมรู้ดีอยู่ว่าทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์อันตรายมากแค่ไหน เหตุใดถึงต้องเอาชีวิตตัวเองไปเดิมพันด้วยเล่า”
มู่หงอวี่รีบผงกศีรษะเป็นพัลวัน
คนกลุ่มนี้มารวมตัวกันที่นี่ ทั้งยังมาขอให้เขาเปิดประตูให้ก็ล้ำเส้นมากพอแล้ว นี่พวกเขายังคิดจะเอาอะไรอีก!?
ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่อยู่โดยรอบต่างสบสายตากันไปมาอย่างช่วยไม่ได้
จริงๆ แล้ว…พวกเขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน
ถ้าเกิดว่าไปดูได้จริงๆ ก็คงจะไม่เลวเลยทีเดียว
จิ้นอวิ๋นไหล่เอ่ยเสียงเข้ม
“ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ใช่ที่ที่พวกเจ้าพูดว่าอยากไปก็ได้ไปเลยหรือไร?”
ต่อให้ยืนดูอยู่บนสะพานก็ไม่ได้เด็ดขาด
“คำพูดที่ข้าได้ยินวันนี้จะถือว่าแล้วไป แต่ถ้ายังมีครั้งหน้าอีก…จะไม่ปล่อยไปอย่างแน่นอน!”
เขาพูดพลางกวาดสายตามองไปทั่วสี่ทิศด้วยสายตาที่แฝงเจตนาข่มขู่อย่างไม่คิดปิดบัง
บรรดาฝูงชนที่แต่เดิมแอบมีความคิดเล็กๆ ผุดขึ้นมาในหัวต่างถูกดับฝันกันทั่วถ้วน
จิ้นอวิ๋นไหล่พูดจบก็หมุนกายเตรียมจากไป
ทว่าทันใดนั้นเอง ฉู่หลิวเยว่ก็ถอนหายใจเสียงเบาคราหนึ่ง
“เฮ้อ…ในเมื่อเสินสื่อลำดับที่เจ็ดไม่ยอมให้ไป เช่นนั้นก็คงทำได้แค่ปล่อยไป ไม่มีอันใดทำพอดีเลย แวะไปภูเขาเฟิ่งหมิงสักรอบดีกว่า”
ฝีเท้าของจิ้นอวิ๋นไหล่พลันหยุดชะงัก
เขาหมุนกายกลับมาจดจ้องฉู่หลิวเยว่
“เจ้าคิดจะทำอันใดกันแน่”
“ไปหาถวนจื่อน่ะสิ”
มุมปากของฉู่หลิวเยว่หยักยกขึ้นเป็นโค้งน้อยๆ
“ไปทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้แล้ว เช่นนั้นก็ทำได้แค่ไปหาถวนจื่อแก้เบื่อ ระยะนี้นางเองก็งอแงอยากออกไปเที่ยวเล่นสักรอบสองรอบ ถ้าหากไม่ได้จริงๆ คงต้องไปถามเสินสื่อลำดับที่สอง ดูว่าจะพาถวนจื่อออกไปเที่ยวเล่นดูได้หรือไม่…”
“เจ้า!”
นางอายุยังน้อยนัก ย่อมต้องมีช่วงเวลาที่งอแงบ้าง
ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องที่อี้เจาถูกขังอยู่ในสระอัสนีบาตก็ถูกนางรู้เข้าเป็นที่เรียบร้อย บัดนี้จึงเป็นช่วงที่นางเต็มไปด้วยความเป็นปรปักษ์ต่อพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์
ถ้าหากว่าฉู่หลิวเยว่ไปพูดอะไรกับถวนจื่อ แล้วทำให้ถวนจื่อเกิดโมโหขึ้นมาเข้า…
ใครจะรู้ว่านางจะก่อเรื่องแบบใดขึ้นมา
ฉู่หลิวเยว่ผู้นี้ช่างเป็นพวกได้คืบจะเอาศอกโดยแท้!
ครั้งก่อนปล่อยให้นางหนีไปก็ละเมิดกฎมากพอแล้ว ครั้งนี้ยังจะเอาอีกหรือ!
ฉู่หลิวเยว่เบนสายตามองมู่หงอวี่
“หงอวี่ เจ้าเองก็ไม่ได้เจอถวนจื่อมานานแล้วกระมัง? ข้าพานางออกมา…”
“หนึ่งชั่วยาม”
สุรเสียงเย็นยะเยือกของจิ้นอวิ๋นไหล่ดังแทรกคำพูดของฉู่หลิวเยว่
ฉู่หลิวเยว่แสยะยิ้มน้อยๆ
“เสินสื่อลำดับที่เจ็ด หนึ่งชั่วยามมันจะไปพอทำอะไรได้? ท่านกลัวว่าข้าจะเรียนรู้วิชาจากหนานจิ่นซูได้หรือไร”
จิ้นอวิ๋นไหล่สีหน้าเย็นเยียบกว่าเก่า ผ่านไปสักพักก็พูดขึ้นว่า
“ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งวัน หากพรุ่งนี้เวลานี้เจ้ายังไม่กลับมา…”
ฉู่หลิวเยว่คลี่ยิ้มตาหยีทันที
“ตกลง!”
“ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์อันตรายมาก หลังออกจากประตูสวรรค์ไปแล้ว จะเป็นหรือตายข้าก็ไม่สนทั้งนั้น ผลลัพธ์ทั้งหมดพวกเจ้าก็แบกรับกันเอาเอง”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้ารับด้วยสีหน้าสบายอารมณ์
“แน่นอนอยู่แล้ว”
หึ่ง…
เสียงค่ายกลที่เปิดออกกระหึ่มทั่ว!
ฉู่หลิวเยว่ก้าวข้ามออกไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“หงอวี่ ตามมาเร็ว!”
“มาแล้ว!”
การเคลื่อนไหวของมู่หงอวี่ว่องไวนัก ทะยานตามหลังนางไปติดๆ
ในไม่ช้าเงาร่างของคนทั้งสองก็หายวับไป
คนจำนวนมากต่างสบสายตากันอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มวัยรุ่นผู้หนึ่งก็ทดลองก้าวไปด้านหน้าหนึ่งก้าว
ซึ่งจิ้นอวิ๋นไหลเองก็ไม่ได้เข้าไปห้ามปรามจริงๆ
คนผู้นั้นพลันโล่งอกเปลาะใหญ่ ก่อนจะสาวเท้าก้าวออกไปด้านนอก
เมื่อมีคนนำ ผู้คนที่อยู่ด้านหลังก็เคลื่อนไหวอย่างว่องไวเช่นกัน
เพียงชั่วขณะ ก็มีคนก้าวออกจากประตูสวรรค์ไปแล้วหลายสิบคน
เพียงแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เลือกจะทำเช่นนี้
“ไม่ว่าจะอย่างไร ท้ายที่สุดทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นก็อันตรายมากอยู่ดี ถ้าออกไปแบบนี้…แล้วเกิดตายอยู่ที่นั่นขึ้นมาจริงๆ จะทำอย่างไรดี”
“ที่พูดมาก็ถูก ข้าว่าหนานจิ่นซูต้องมีไพ่ตายใบอื่นซ่อนไว้แน่ถึงได้กล้าไป เกรงว่าพวกเราคงเทียบไม่ได้หรอก ช่างมันดีกว่า ช่างมัน”
“เสินสื่อลำดับที่หนึ่งไม่ได้ปรากฏตัวออกมาตั้งหลายปีแล้ว กระทั่งเสินสื่อคนอื่นยังไม่ได้เจอแม้แต่คนเดียว บัดนี้กลับมีแค่หนานจิ่นซูที่ได้พบคนเดียว นี่ก็เพียงพอที่จะตอบคำถามได้แล้วไม่ใช่หรือไร อย่างไรเสียข้าก็ไม่ได้มีความสามารถส่วนนี้ ไม่ขอร่วมเรื่องสนุกรอบนี้ก็แล้วกัน”
“มิสู้รอดูพรุ่งนี้เวลานี้ดีกว่าว่าพวกซั่งกวนเยว่จะว่าอย่างไรกันบ้าง…”
คนส่วนหนึ่งออกจากประตูสวรรค์ ส่วนอีกกลุ่มเลือกที่จะรั้งรอ
…
ยามจิ้นอวิ๋นไหล่กลับมายังตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ก็มุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางหนึ่ง
เดินไปได้ไม่ไกลนัก เขาก็ปะเข้ากับซูจิ้ง
ไม่ต้องถามก็รู้ว่านางมาหาเสินสื่อลำดับที่หกอีกแล้ว
ก่อนหน้านี้จิ้นอวิ๋นไหล่อยากหาโอกาสถามนางมาโดยตลอดว่าสถานการณ์ฝั่งเสินสื่อลำดับที่หกเป็นอย่างไรบ้าง
แต่ตอนนี้พอเจอคนเข้าจริงกลับถามเรื่องพวกนั้นไม่ออกแล้ว
ซูจิ้งเองก็กำลังรีบร้อนเช่นกัน ในแววตาของนางแฝงประกายตื่นตกใจอยู่หลายส่วน
“เสินสื่อลำดับที่เจ็ด เมื่อครู่ข้าเพิ่งได้ยินมาว่าหนานจิ่นซูเข้าพบเสินสื่อลำดับที่หนึ่งแล้วไปที่ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์?”
จิ้นอวิ๋นไหล่ผงกศีรษะด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ไปได้สักพักแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้กำลังแพร่กระจายไปทั่วพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนล้วนรู้ถึงเรื่องนี้กันหมด ซั่งกวนเยว่เองก็จงใจใช้เรื่องนี้ก่อปัญหาเพราะจะออกไปดูข้างนอกด้วย”
“นางบ้าไปแล้วหรือ!”
ซูจิ้งขึ้นเสียงสูงทันทีทันใด
“เสินสื่อลำดับที่เจ็ด เจ้าไม่ได้ปล่อยให้นางไปหรอกใช่หรือไม่”
“นางใช้ถวนจื่อมาข่มขู่ข้าน่ะสิ ข้าคิดอยู่หลายตลบทีเดียวถึงได้ปล่อยให้นางไป นอกจากนางแล้วยังมีคนของพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์อีกจำนวนหนึ่งตามออกไปด้วย”
ซูจิ้งพ่นลมหายใจเย็นยะเยือกออกมาเฮือกหนึ่ง
ฉู่หลิวเยว่เสียสติไปแล้ว ส่วนเสินสื่อลำดับที่เจ็ดเองก็สมองเลอะเลือนนี่นะ?
ปฏิกิริยาของนางทำให้จิ้นอวิ๋นไหล่ขมวดคิ้วนิ่วหน้า
“ข่าวนี้กระจายไปทั่วเป็นวงกว้างในระยะเวลาสั้นๆ ยิ่งห้ามไม่ให้พวกเขาไป พวกเขาก็ยิ่งสงสัยมากกว่าเก่า มิสู้ปล่อยให้ออกไปทั้งแบบนี้สักวันหนึ่ง ให้พวกเขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเองว่าทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์…มันใช่ที่ที่พวกเขาจะไปเหยียบได้ตามใจชอบหรือ?”
มนุษย์ล้วนมีกมลสันดานอันชั่วร้ายที่ฝังรากลึกอยู่ในตัวทั้งนั้น
ไม่ว่าเจ้าจะพร่ำบอกเหตุผลกี่ครั้งต่อกี่ครั้งจนปากเปียกปากแฉะ ก็ไม่มีผู้ใดฟัง
มีเพียงตอนที่ประสบความเจ็บปวดด้วยตัวเองเท่านั้น พวกเขาถึงจะรู้ซึ้งและจดจำเข้าสมอง!