เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1665 ยืนอยู่ต่อหน้าคนทั้งโลก พวกเรากลัวหรือ
“ความจริง! พาร์กินสันไม่ใช่โรคเสื่อมถอยธรรมดา แต่ในพื้นฐานการเปลี่ยนแปลงของโรคมันกลายเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองชนิดหนึ่งครับ!”
หลังประโยคนี้ออกไป หยางหลานกับฉีข่ายหน้าเปลี่ยนสีทันที! เพราะความหมายที่อยู่หลังประโยคนี้อาจพลิกความรู้ที่มีต่อพาร์กินสันมาช้านาน
การวิจัยพาร์กินสันที่มีมาช้านานนี้ยังไม่เคยมีใครคิดเชื่อมโยงมันเข้ากับโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองมาก่อน อะไรคือตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันโดยอัตโนมัติ? ในสถานการณ์ปกติระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะไม่เกิดปฏิกิริยากับองค์ประกอบของตัวเอง เรียกว่าการไม่ตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อแอนติเจนของตนเอง แต่ว่าตอนที่ระบบนี้ในร่างกายคนเราเสียสมดุลหรือเสียหาย จะส่งผลให้เกิดการแพ้ภูมิตัวเองที่เนื้อเยื่อและอวัยวะของร่างกายทำงานผิดปกติ
พูดง่ายๆ ก็คือโดยทั่วไปแล้วระบบป้องกันจะไม่ทำร้ายตัวเอง แต่ตอนที่เกิดปฏิกิริยาเฉพาะอย่าง ทหารเหล่านี้จะจำคนของตัวเองไม่ได้แล้วเริ่มทำร้ายตัวเอง นี่ก็คือโรคแพ้ภูมิตัวเองของร่างกาย วิจัยจนถึงตอนนี้บอกตามตรงแม้แต่เฉินชางก็ตอบสนองไม่ถูก! เขานึกไม่ถึงแม้แต่น้อยว่าพาร์กินสันถึงกับเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง! ผลลัพธ์นี้แทบต่างจากแนวคิดของพาร์กินสันในปัจจุบันนี้โดยสิ้นเชิง
แม้แต่เฉินชางก็เริ่มเกิดความสงสัยในใจ! “พลาดอะไรหรือเปล่า”
หยางหลานกับฉีข่ายหายใจถี่กระชั้น มองกันและกันอย่างเคร่งเครียด ทั้งสามคนอยู่ในห้องทดลองนี้ไม่พูดไม่จา เฉินชางมอง ‘สถานะชี้แนะและช่วยเหลือการวิจัย’ ตอนนี้เหลือไม่ถึงหนึ่งวันแล้ว แน่นอนว่าจะผลาญเวลาไม่ได้ พวกเขาในเวลานี้ราวกับนิโคลัส โคเปอร์นิคัส ที่ค้นพบว่าดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ ล้างทฤษฎีที่โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาลที่มีมายาวนาน แต่เมื่อไรที่แนวคิดนี้ลืมตาสู่โลก มันจะกลายเป็นคลื่นแนวคิดมหึมาอย่างไม่มีทางเลี่ยง
ในห้องเงียบเหลือแสน! แม้แต่อากาศก็ควบแน่น พวกเขาไม่มีใครคิดถึงว่าจะมีการค้นพบที่น่ากลัวแบบนี้เนิ่นนาน! ประโยคหนึ่งดังขึ้นในห้อง
“ศาสตราจารย์เฉิน ครั้งนี้… คุณต้องยืนอยู่ตรงข้ามนักวิจัยพาร์กินสันทุกคน!” หยางหลานพูดด้วยเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ยังพูดไม่ทันจบเสียงของฉีข่ายดังขึ้นมา
“ไม่ใช่! เป็นพวกเราต่างหาก! กลัวอะไร แนวคิดของน้อยคนใครว่าผิดล่ะ แต่ไหนแต่ไรความจริงก็ถูกควบคุมโดยคนจำนวนน้อย!”
เฉินชางยิ้มเล็กน้อย เขารู้สึกว่าตัวเองถูกต้อง หลายวันนี้ไม่หลับไม่นอน กินอาหารก็ไม่เพียงพอ ช่วยยกระดับและพัฒนาแนวคิดของเฉินชางได้ไม่น้อย เฉินชางเงียบไปนานก่อนบอก “สามคนไม่น้อยแล้ว!”
ประโยคนั้นทำให้ฉีข่ายกับหยางหลานอบอุ่นใจ บอกตามตรงแต่ไหนแต่ไรมาพวกเขาอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยตลอด คอยช่วยเหลือเฉินชางสุดความสามารถ แต่การยอมรับนี้ของเฉินชางทำให้พวกเขาอบอุ่นหัวใจมาก
ฉีข่ายพูดตามตรง “ศาสตราจารย์เฉิน จากนี้ไป… พวกเราควรทำอย่างไรล่ะ”
เวลานี้! เฉินชางกลายเป็นศูนย์กลางของทีมวิจัยที่เรียบง่ายนี้ การวิจัยและพัฒนาหลายวันมานี้พวกเขาเหมือนตระหนักได้ว่าคนหนุ่มตรงหน้านี้เหมือนมีศักยภาพไร้ขีดจำกัดที่กำลังรอขุดค้น หยางหลานก็พยักหน้าอย่างแน่วแน่ “ใช่ค่ะ ศาสตราจารย์เฉิน คุณว่ามาเถอะ หลังจากนี้ควรทำอย่างไร พวกเราเชื่อคุณ!”
เฉินชางยิ้มอย่างประทับใจ “ครับ!” พูดจบเฉินชางก็หยิบปากกาเขียนบนจอใหญ่ “ความคืบหน้าในตอนนี้อยู่ตรงนี้ พวกเราค้นพบการไม่ตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อแอนติเจนของตนเองในร่างกายของคนไข้เหล่านี้ จากเลือดของพวกเขาอนุมานว่ามันเกิดจากโปรตีนแอลฟา-ซินนิวคลิน [1] ที่ม้วนพับผิดปกติ!
ดังนั้นงานหลังจากนี้มีอยู่สองอย่าง! อันดับแรกหาพื้นฐานทางทฤษฎี! อีกข้อคือจำลองการทดลอง! หัวหน้าหยาง คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นคว้าวิจัยและมีความเชี่ยวชาญในการศึกษาระบบประสาทเป็นพิเศษ ผมหวังว่าคุณจะค้นหางานวิจัยเอกสารและทฤษฎีอ้างอิงที่เป็นประโยชน์ต่อผลลัพธ์ของเราได้อย่างรวดเร็วที่สุด หัวหน้าฉี งานของคุณถัดจากนี้ก็คือการจำลองการทดลองกับสัตว์ พิสูจน์ตัวตนของการไม่ตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อแอนติเจนของตนเอง ผมจะรับหน้าที่หาจุดสำคัญที่เกี่ยวข้อง!”
สิ้นเสียงของเฉินชาง! ทั้งสามคนชนหมัดกันเบาๆ “Go!”
คนหนึ่งเป็นผู้อำนวยการฉีที่อายุใกล้หกสิบ คนหนึ่งเป็นหัวหน้าหยางที่เพิ่งเข้าสูวัยทอง อีกคนเป็นเฉินชางที่อายุไม่ถึงสามสิบ พวกเขาเริ่มค้นหาเส้นทางของความจริงต่อ! สำหรับเฉินชาง ทุกนาทีทุกวินาทีล้วนมีค่า!
วันถัดมา! หยางหลานร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น “ศาสตราจารย์เฉิน การค้นพบใหม่ค่ะ! พบว่ามุมมองที่ระบบภูมิคุ้มกันเสียหายจนก่อให้เกิดพาร์กินสันต้องย้อนไปเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน แต่จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครเชื่อเชื่อมโยงสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันได้ แต่ในการวิจัยปี 2014 ในห้องทดลองของดอกเตอร์ Sulzer โดปามีเนอร์จิกนิวรอนที่ได้รับผลกระทบจากโรคพาร์กินสันค่อนข้างอ่อนแอ เนื่องจากพวกมันมีโปรตีนที่ถูกระบบภูมิคุ้มกันรับรู้ว่าเป็นสารภายนอกอยู่บนผิวเซลล์ของมัน”
ข้อมูลสองอย่างนี้กระตุ้นและให้กำลังใจเฉินชางกับฉีข่าย ฉีข่ายตาลุกวาว “นี่ก็หมายความว่า… ทฤษฎีของพวกเราอาจถูกต้อง!”
เฉินชางยิ้มเล็กน้อย! สิ่งที่สำคัญที่สุดของการวิจัยคืออะไร? การวิจัยที่มีความมั่นใจ! ไม่ว่าคนอื่นจะพูดอย่างไรคุณก็ต้องเชื่อว่าเส้นทางการวิจัยของคุณนั้นถูกต้อง นี่ก็คือแรงจูงใจเดียวที่จะทำให้คุณเดินไปข้างหน้า
ข่าวดีเกิดขึ้นต่อเนื่อง เช้าตรู่วันถัดมาเสียงประหลาดทำลายความเงียบของห้องทดลอง ดวงตาแดงก่ำของฉีข่ายในเวลานี้เปล่งแสง! เขาตะโกนออกไปนอกหน้าต่างด้วยความตื่นเต้น เสียงตะโกนนี้ปลุกไก่ตื่นจนมันร้องขรมด้วยความโมโหแล้วหลับต่อ! ฉีข่ายอดกลั้นจริงๆ ในที่สุดก็ได้ระบายความอัดอั้นเหล่านั้นออกมาแล้ว!
เฉินชางนอนอยู่บนโต๊ะทดลอง ส่วนหยางหลานก็ใช้เก้าอี้ยาวเพียงตัวเดียว ทั้งสองคนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องนี้! ฉีข่ายไม่มีเวลาขอโทษ เขารีบบอก “ไม่ต้องหลับแล้ว ลุกขึ้นมา มีการค้นพบแล้ว!”
เดิมทีเฉินชางกับหยางหลานกำลังง่วงงุนแต่หลังได้ยินประโยคนี้ก็ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “เกิดอะไรขึ้น” “เป็นอย่างไรบ้าง!”
ฉีข่ายส่งผลการทดลองให้ทั้งสองคนด้วยความดีใจ พูดอย่างตื่นเต้น “พวกเราถูกต้อง! ถูกต้องแล้ว! นี่เป็นการไม่ตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อแอนติเจนของตนเองไม่ผิดแน่! พวกคุณดูสิ นี่คือสิ่งที่เราพบในเซลล์ประสาท หลังจากนำตัวอย่างเลือดจากหนูที่เป็นพาร์กินสัน 67 ตัว และหนูแข็งแรง 36 ตัวที่มีรูปร่างและขนาดใกล้เคียงมาสัมผัสกัน นี่ก็คือชิ้นส่วนของแอลฟา-ซินนิวคลินกับชิ้นส่วนของโปรตีนอื่นๆ!
พวกเราวิเคราะห์ตัวอย่างพวกนี้แล้วหาว่าโปรตีนไหนกระตุ้นโรคแพ้ภูมิตัวเอง น่าตกใจที่สังเกตเห็นกิจกรรมของเซลล์ภูมิคุ้มกันในตัวอย่างเลือดของหนูที่แข็งแรงน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกันตัวอย่างเลือดของหนูที่เป็นพาร์กินสันเมื่อสัมผัสกับโปรตีนแอลฟา-ซินนิวคลินแล้ว มันจดจำโปรตีนชนิดนี้ได้อย่างเห็นได้ชัด! นี่หมายความว่าชิ้นส่วนของโปรตีนแอลฟา-ซินนิวคลินเหล่านี้มีการตอบสนองของภูมิคุ้มกันรุนแรงยังไงล่ะ”
[1] โปรตีนแอลฟา-ซินนิวคลิน (Alpha-synuclein) คือโปรตีนชนิดหนึ่งในเซลล์ประสาทที่เมื่อสะสมรวมกันจะทำให้เกิดก้อนโปรตีนที่รู้จักกันในชื่อของ ลิววีบอดี (Lewy body)