เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1669 ความโกลาหลในลิฟต์!
ในลิฟต์ พลันมีเสียงกึกดังขึ้นเบาๆ!
จากนั้นไฟก็ดับลง แล้วไฟฉุกเฉินก็สว่างขึ้น
เวลานี้ ภายในลิฟต์ รวมไปถึงเฉินชาง เติ้งหมิง คนขับรถรวมถึงครอบครัวคนไข้สองคนก็ล้วนถูกขังอยู่ในลิฟต์!
เรื่องไม่คาดฝันที่มาไม่ทันตั้งตัวทำให้ทุกคนหน้าเปลี่ยนสี
เวลานี้เติ้งหมิงใกล้จะคลั่งแล้ว!
ออกมาทำภารกิจครั้งแรกก็เจอเรื่องแปลกประหลาดแบบนี้งั้นหรือ
ตัวเองแพ้ได้ ยอมรับความพ่ายแพ้ได้!
แต่!
คนไข้ยอมได้หรือ
ครอบครัวของคนไข้ยอมได้หรือ
ไม่ได้น่ะสิ!
สำหรับคนไข้ในเวลานี้ ชีวิตอาจจะจบสิ้นไปเลยก็ได้!
ชีวิตไม่ใช่การพนัน ใครจะยอมแพ้ได้กัน
อากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้บรรยากาศในลิฟต์ตอนนี้เต็มไปด้วยความร้อนรน
ทำอย่างไรดี
เติ้งหมิงมองเฉินชาง พบว่าเฉินชางเวลานี้ดูไม่ร้อนใจ เขาสังเกตอาการคนไข้อย่างใจเย็น!
เหมือนการที่ลิฟต์หยุดไม่ทำให้ชายคนนี้วิตกกังวลหรือเสียท่าทีแต่อย่างใด
เฉินชางก็จนปัญญา
ถูกขังอยู่ในลิฟต์ก็คงเอาแต่รอไม่ได้หรอกมั้ง
บอกตามตรง ทำแผนกฉุกเฉินมาหลายปี เฉินชางก็ไม่ได้เจอเหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรก
แค่นึกไม่ถึงถึงว่าครั้งนี้จะเกิดขึ้นตอนขนย้ายคนไข้
เฉินชางพูดกับครอบครัวคนไข้ “ติดต่อพนักงานบำรุง รีบให้มาซ่อมแซมเร็วเข้าครับ”
“เติ้งหมิง มานี่ เปิดกล่อง”
เวลานี้!
ครอบครัวคนไข้ก็โกรธจนเหมือนจะทุบลิฟต์เป็นรูแล้ว
แต่ที่นี่อยู่ระหว่างชั้นสิบแปดและสิบเก้า!
ดันมาติดอยู่ตรงนี้เสียได้
ครอบครัวคนไข้สติแตกแล้ว!
ตบลิฟต์อย่างบ้าคลั่ง ครอบครัวด้านนอกก็ย่อมได้ยินชัด
ร้อนใจจนแทบบ้า!
กลัวว่าลิฟต์จะร่วงตกลงไป!
แน่นอนว่าลิฟต์ในสมัยนี้มีมาตรการป้องกันอยู่ ต่อให้ลิฟต์หยุดก็จะไม่ตกลงไป
อีกทั้งในลิฟต์มีไฟฉุกเฉิน ถึงแม้ไม่สว่างมาก แต่ก็ช่วยสนับสนุนได้สี่ห้าชั่วโมงปัญหาไม่ใหญ่มาก
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ คนไข้ในเวลานี้จะทนรอจนลิฟต์เปิดได้ไหม!
ลูกของชายชราปีนี้อายุห้าสิบแล้ว โทรศัพท์ในเวลานี้ช่วยไม่ได้มากนัก
ไม่เหมือนลิฟต์รุ่นใหม่สมัยนี้ ลิฟต์ในเขตที่อยู่อาศัยเก่าไม่มีสัญญาณ
โชคดีที่โทรศัพท์ฉุกเฉินในลิฟต์ยังใช้ได้ ชายคนนั้นโทรขอความช่วยเหลือเร่งด่วน!
ส่วนครอบครัวด้านนอกก็แยกกันเคลื่อนไหว
คนหนึ่งโทรหาอสังหาริมทรัพย์ อีกด้านหนึ่งก็โทรหา 119
ตอนนี้สถานการณ์เร่งด่วนมาก
คนหนึ่งก็รังเกียจที่โทรศัพท์ช้าเกินไป รีบร้อนวิ่งลงไปข้างล่าง
โดยทั่วไป หากลิฟต์ดับจะมีแหล่งไฟสำรอง
แต่…ก็ไม่รับประกันว่าเขตที่อยู่อาศัยเก่านี้จะมีอุปกรณ์ครบครัน
อย่างไรเสียในเมืองหลวงก็มีเขตที่อยู่อาศัยเก่ามากเกินไปจริงๆ
พื้นที่วงแหวนที่สามมีตึกเก่ามากเกินไป รื้อถอนไม่หวาดไม่ไหว ทั้งยังยากซ่อมแซม
แม้แต่ข้างสำนักงานใหญ่ CCTV ยังเห็นชาวบ้านในเขตที่อยู่อาศัยเก่าไม่น้อย แม้แต่หน้าต่างก็เต็มไปด้วยพลาสติกคลุม รอการรื้อถอน
ปกติบ้านเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์แสดงความเป็นเจ้าของ กองขยะที่ด้านล่างยังทำความสะอาดไม่ทัน นับประสาอะไรกับซ่อมแซมลิฟต์
ตอนนี้ลิฟต์หยุดแบบนี้ ทั้งหมดจึงแตกตื่นโกลาหล
แต่ต่อให้รอบด้านวุ่นวายเพียงใด เฉินชางก็ลนลานไม่ได้!
เวลานี้เฉินชางย่อตัวลง ตรวจสอบสิ่งของโดยรอบ
มีเครื่องมือผ่าตัดง่ายๆ กระเป๋าฆ่าเชื้อ ยาฉุกเฉิน จอภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจ…
ทำอะไรได้บ้าง
เรื่องที่ทำได้ในลิฟต์มีอยู่ไม่มากจริงๆ
แต่หญิงชราอายุมากแล้ว การทำงานของร่างกายไม่เท่าตอนยังเยาว์ จึงเกิดเรื่องเหนือความคาดหมายได้มากอยู่แล้ว
โรค ‘ซิมิทาร์ซินโดรม’ ก็หายาก แต่ยังไม่เคยได้ยินว่าหัวใจหยุดเต้นฉับพลันเพราะสาเหตุนี้มาก่อน!
เฉินชางจำต้องให้ความสำคัญ!
เติ้งหมิงในเวลานี้ลนลานแล้วจริงๆ
ที่นี่คือลิฟต์ชั้นสิบแปดนะ ก้าวลงไปก็เป็นนรกชั้นสิบแปดแล้ว!
ถูกต้อง!
นี่ไม่เกินจริงเลย
หญิงชราหายใจถี่กระชั้น ตอนนี้อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบปิด ต่อให้มีอากาศเข้ามา แต่ก็แค่ทำให้อาการหนักขึ้นเท่านั้น
ในลิฟต์ที่ไม่ใหญ่ ลูกสาวกับลูกชายของชายชราต่างอายุสี่สิบห้าสิบปี
ชายคนนั้นโกรธอยากระบาย ปากพ่นคำด่า อยากง้างลิฟต์
“คุณอย่าง้างมั่วๆ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาจะทำยังไง” ฝ่ายหญิงทนไม่ได้พูดห้ามขึ้นมา
“งั้นเขาจะให้ฉันทำยังไง! ป่านนี้แล้วพวกเราชักช้าได้เหรอ แม่พวกเราจะทนได้หรือไง”
ชายคนนั้นค่อนข้างขี้โวยวาย อดหันไปตะคอกผู้หญิงไม่ได้
หญิงสาวฉุนเฉียวขึ้นมา “พอได้แล้ว ตะคอกใส่ฉันแล้วจะได้อะไรขึ้นมา ตะคอกใส่ฉันแล้วลิฟต์มันจะขยับเหรอ”
ทั้งสองคนเถียงกัน คนขับรถพูดขึ้น “พวกคุณเลิกทะเลาะกันได้แล้ว อย่ารบกวนศาสตราจารย์เฉิน”
ทั้งสองคนจะบ่นอะไรได้ ทั้งหมดล้วนเป็นความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในอก
ได้ยินคนขับรถพูดแบบนี้ ทั้งสองก็เงียบลง
เติ้งหมิงมองเฉินชางแล้วรีบถาม “ศาสตราจารย์เฉิน นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
บอกตามตรง เติ้งหมิงรู้สึกท้อถอยแล้วจริงๆ!
ก่อนมาแผนกฉุกเฉิน เขาทะเยอทะยาน คิดว่าอาชีพในองค์การแพทย์ไร้พรมแดนจะทำให้หลังเขามาถึงที่นี่แล้วจะทำให้รับมือเรื่องฉุกเฉินต่างๆ ได้
แต่!
ใครจะคิดถึงว่าหลังมาถึงแล้วจะวินิจฉัยโรคคนไข้คนแรกออกมาไม่ได้!
หอบหืด?
ปอดอุดกั้นเรื้อรัง?
ปอดบวม?
หรือว่า…
การตรวจสอบต่างๆ ปรากฏขึ้นในหัวของเขาไม่หยุด นึกอยู่นานมาก ก็นึกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
เวลานี้เฉินชางพลันพูด “หัวใจเคลื่อนตัวไปทางขวา คล้ายกับภาวะหัวใจอยู่ที่อกขวา คนไข้เป็นไข้บ่อย มีอาการไอเรื้อรัง มีประวัติหอบหืด เวียนหัวและผิวเขียวคล้ำร่วมด้วย คุณคิดว่ายังไง”
สมองของเติ้งหมิงเวลานี้มึนงง เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง!
เหมือนสูญเสียความสามารถในการคิด
เฉินชางเห็นดังนั้นก็บอก “การตรวจฉุกเฉิน ไม่ใช่เพียงแค่คุณมีสายตาแหลมคมมือฉับไว แล้วก็ไม่ใช่ว่าคุณมีฝีมือประณีตแค่ไหน
แต่คุณควรมีคุณสมบัติที่ไม่หวั่นเกรงเมื่อเผชิญความตายด้วย!
ในฐานะหมอ ตอนที่เผชิญหน้ากับคนไข้ คุณไม่ควรลนลานก่อน”
เฉินชางไม่ได้หลีกเลี่ยงว่าที่นี่มีคนไข้
เติ้งหมิงไม่เหมือนกับคนอื่น
เขาดูเคารพตัวเองมาก
แต่นี่ก็มุ่งเป้าแค่ตัวเองเท่านั้น
ความจริงเขาเป็นคนเย่อหยิ่ง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่อยู่แผนกฉุกเฉินที่วุ่นวายแต่กลับว่างจนว้าวุ่นใจแบบนั้น
เขาคิดว่าตัวเองควรจะพุ่งไปแนวหน้า
แต่ว่า…
เขาไม่ตระหนักเลยว่า แพทย์แผนกฉุกเฉินไม่ใช่แพทย์สนามรบ
คุณควรครุ่นคิดถึงสถานการณ์ซับซ้อนต่างๆ ของคนไข้ก่อนเป็นอันดับแรก
ทำไมโรงพยาบาลถึงมีสถานการณ์ ‘รังแกคนใหม่’ ปรากฏขึ้นบ่อยหรือ
นั่นก็เพราะตอนที่คุณเข้าวงการนี้ ไม่ว่าจะพกพาความภูมิใจและความมั่นใจมาขนาดไหน!
หลังเข้ามาแล้ว คุณก็ต้องก้มหน้าลง
เพราะชนิดของโรคต่างๆ สถานการณ์ฉุกเฉินทั้งหลาย มักจะกะทันหันกว่าที่คุณเจอเสมอ!
“แพทย์ศัลยกรรมฉุกเฉินที่ประสบความสำเร็จ อันดับแรกเป็นแพทย์ ในฐานะแพทย์คุณก็ต้องเรียนตรรกะของแพทย์!”
พูดจบเฉินชางก็กล่าว “นี่คือโรคหลอดเลือดดำผิดรูปชนิดที่หาได้ยาก จุดพิเศษของมันก็คือปากของหลอดเลือดดำพัลโมนารีขวาอยู่ที่หลอดเลือดเวนาคาวาด้านล่าง
เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของการไหลเวียนเลือดของหลอดเลือดดำพัลโมนารี”
เพราะงั้นคุณนึกถึงอะไร”