ราชาซากศพ - บทที่ 451 ภารกิจ
บทที่ 451
ภารกิจ
“ สิบคะแนนสำหรับศิษย์นอก แต่ในฐานะศิษย์ในภายใน 100 คะแนน หากเจ้าไม่ส่งมอบ จะถูกเรียกเก็บดอกเบี้ย หากไม่ส่งมอบติดต่อกันสามครั้ง เจ้าจะถูกยึดทุกอย่างจนกว่าจะทำงานใช้หนี้ได้ครบ บจำนวน ” ชายวัยกลางคนกล่าวช้าๆ
ปากของหลินเว่ยกระตุกเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย หุบเขาเทียนซินและ สำนักตี้เฉิงซ่ง นั้นแตกต่างกันเกินไปจนหลินเว่ยรู้สึกอยากร้องไห้
แต่โชคดีที่พวกเขาจะได้รับ 100 คะแนนทุกปี ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา พวกเขาจะไม่สามารถสร้างผลงานและได้รับ 100 คะแนนสมทบภายในหนึ่งปีเชียวเหรอ?
จากนั้นชายวัยกลางคนได้มอบกระเป๋ามิติให้หลินเว่ยและหยางหลงเฟย ในนั้นมีชุดของศิษย์หลักสามชุด ชุดอาวุธศักดิ์คุณต่ำ แผนที่หุบเขาเทียนซิน ป้ายหยกกฎของสำนัก และสุดท้ายคือ ลูกปัดสื่อสารและยารักษาโรคหนึ่งขวด
หลังจากเดินออกจากห้องโถง หลี่ชื่อและหลิงซาน ทักทายหลินเหยา แล้วทั้งคู่ก็จากไป จากนั้นหลินเหยาก็พา หลินเว่ยและหยางหลงเฟยไปด้วย ขั้นแรก ศิษย์ใหม่จะได้รับโอกาสที่จะได้รั บเคล็ดลับและทักษะการต่อสู้ฟรี จากนั้นนางก็พาพวกเขาไปที่บ้านพัก ในที่สุด ก่อนที่นางจะจากไป นางได้ประกาศกับหลินเว่ยและ หยางหลงเฟยว่า พวกเขาจะเป็นศิษย์ในหอผิงซิน โดยมีผู นำคือ หลินเหยา
สำหรับผู้มาใหม่ พวกเขาต้องยอมรับสิ่งนี้ได้ด้วยความเงียบ แต่จู่ๆหลินเว่ยก็ตระหนักได้ว่า ทำไมอีกฝ่ายถึงพาพวกเขาไปลงทะเบียน เพื่อเข้าสำนัก ไปรับสิ่งของต่างๆ ไม่ได้มีความประทับ บใจอันใด ? เป็นเพียงการดึงพวกเขาเข้าร่วมกลุ่มก้อนของตนเอง
หอผิงซิน เป็นกองกำลังหรือกลุ่มที่เกิดขึ้นเองในหมู่ศิษย์ นอกจากหอผิงซิน แล้วยังมีกลุ่มดังกล่าวอีกมากมายในหุบเขาเทียนซิน จำนวนกลุ่มก้อนดังกล่าว จะมีทั้งกลุ่มที่มีจำนวนน้อ อยนิด และมีกำลังที่อ่อนแอ
ท้ายที่สุด มีศิษย์หลายแสนคนในหุบเขาเทียนซินทั้งหมด มีศิษย์ทั่วไป เกือบ 300,000 คน ที่มีระดับขั้นพลังต่ำกว่าระดับเงิน และมีศิษย์นอกจำนวน 70,000 คน
อย่างไรก็ตาม จำนวนนอกค่อยๆ ลดลงไป เนื่องจากพวกเขาสามารถเลื่อนระดับเข้าไปยังระดับบนได้ หุบเขาเทียนซินทั้งหมดแบ่งออกเป็น ศิษย์ทั่วไป ศิษย์นอก ศิษย์ใน ศิษย์ชั้นสูง และศิษย์ห หลัก
ในหุบเขาเทียนซิน ไม่ว่าพวกเขาจะมีความสามารถเพียงใด สถานะของพวกเขาจะถูกกำหนดโดยความแข็งแกร่งของพวกเขาต่ำกว่าระดับเงิน พวกเขาทั้งหมดเป็นศิษย์ทั่วไปในขั้นเงิน
ศิษย์นอกเมื่อพวกเขาไปถึงขั้นทอง สามารถเลื่อนระดับเป็นศิษย์ในได้ ขั้นทองขาว เป็นศิษย์ชั้นสูง และเหนือระดับทองนิล จะเป็นศิษย์หลัก
ว่ากันว่าหากฝึกฝนไปจนถึงขั้นตำนาน และอายุ 100 ปี จะสามารถเป็นศิษย์ผู้สืบทอดของหุบเขาเทียนซิน ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับระดับรองผู้พิทักษ์สำนัก และจะได้รับการฝึกฝนอย่างเต็ม มที่
ทิศทางการฝึกฝนของศิษย์ผู้สืบทอดแต่ละคนคือระดับตำนานหรือแม้แต่ระดับมหากาพย์
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเว่ยได้รับข้อความจากหลินเหยา ให้ไปที่หอผิงซิน พร้อมกับ หยางหลงเฟย ซึ่งได้รับข้อความเช่นกัน เมื่อพวกเขามาถึง มีคนจำนวนหนึ่งของหอผิงซิน หลินเหยา และคนอ อีกหลายสิบคนกำลังรอพวกเขาอยู่
เมื่อเห็นหลินเว่ยและหยางหลงเฟยกำลังมา หลินเหยายังคงมีสีหน้าเย็นชา แต่ก็พยักหน้าให้พวกเขาเป็นการทักทาย
ในฝูงชน หลินเว่ยยังเห็นผู้ฝึกตนจำนวนสิบคนที่เคยไปที่สำนักตี้เฉิงซ่งมาก่อนเห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งหมดเป็นสมาชิกของหอผิงซิน หลินเหยาเดินเข้าไปในห้องโถงต้อนรับ
มีโต๊ะกลมตัวใหญ่ อยู่ตรงกลางมีเก้าอี้เจ็ดตัว ด้านนอกมีเก้าอี้หลายสิบตัว เพื่อแยกสถานะของสมาชิก
เก้าอี้ในโต๊ะกลมขนาดใหญ่ มีห้าตัวซึ่งถูกจับจองโดยผู้ฝึกตนขั้นทอง รวมทั้งหลินเหยา ตอนนี้มีเก้าอี้สองตัวเป็นพิเศษเพิ่มขึ้น เป็นของ หลินเว่ยและ หยางหลงเฟย ส่วนขั้นเงิน นั่ง งอยู่ที่มุมห้อง
หลังจากนั่งลงแล้ว หลินเหยาพยักหน้าให้ชายหนุ่มขั้นทองระดับสามคนหนึ่ง เมื่อเห็นเช่นนี้ชายหนุ่มจึงยืนขึ้นและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “นี่คือหยางหลงเฟย นักดาบขั้นทองระดับสอง ที่เข ข้าใจความหมายพลังดาบระดับสาม นี่คือหลินเว่ย ผู้อัญเชิญสัตว์อสูรขั้นทอง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกเขาเป็นพี่น้องของเราในหอผิงซิน เราหวังว่าพวกเจ้าจะร่วมมือกันอย่างจริงใจ และสร้างอนาคตที่ดีไปร่วมกัน ”
“ฮ่าฮ่า! เมื่อน้องหยางและน้องหลินมาร่วมกับเรา หอผิงซิน จะมีสมาชิกขั้นทองเจ็ดคน ซึ่งมีอันดับเพียงพอที่จะเข้าสู่ 50 อันดับแรก” ชายหนุ่มที่ไม่เคยไปสำนักตี้เฉิงซ่งมาก่อน กล่าวพร ร้อมกับหัวเราะ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มให้กับหลินเว่ยและ หยางหลงเฟย “เจ้าสองพี่น้อง เป็นยังไงบ้าง! ข้าชื่อว่า เหลยไท่ เรียกข้าว่าเหลาเหล่ยได้”
“ พี่เหลย!” เมื่อได้ยินคำพูดของเหลยไท่ หลินเว่ยและ หยางหลงเฟยก็พูดกันทันที เพื่อให้พวกเขาพอใจเล็กน้อย
“ข้าคือ หัวหน้าหอผิงซิน ข้าชื่อ กู่ป๋อ น้องหยางมีพลังมาก ข้ามั่นใจ เอาไว้เรามีโอกาสแข่งขันอีกครั้งในภายหลัง” หลังจากเหลยไท่แนะนำตัว ชายหนุ่มขั้นทองก็พูดอีกครั้ง
“แน่นอน หยางหลงเฟยพยักหน้าและเห็นด้วย
จากนั้นกู่ป๋อก็ชี้ไปที่ชายหนุ่มขั้นทองที่พ่ายแพ้แก่ หยางหลงเฟย และหญิงสาวผมสั้นข้างๆเขาแล้วพูดว่า “นี่คือหวังเยว่ และนี่คือน้องสาวของเขา ชื่อว่า หวังเยี่ยน ซึ่งเป็นร รองหัวหน้าของหอผิงซิน รองจากหัวหน้าหอกู่ป๋อ”
“ หากข้าแข็งแกร่งมากขึ้น เราต้องมาแข่งขันกัน” ทันทีที่เสียงของกู่ป๋อลดลง หวังเยี่ยนก็หันศีรษะและมองไปที่หยางหลงเฟยด้วยความรู้สึกมุ่งมั่นในการเอาชนะ
“ แค่ก! น้องหยาง …น้องเยี่ยน นางเป็นคนเช่นนี้ พวกเราทุกคนล้วนถูกนางท้าทาย” กู่ป๋อเกรงว่าหยางหลงเฟยจะเข้าใจหวังเยี่ยนผิดไป เขาจึงแสร้งไอสองครั้งแล้ว อธิบายด้วยความลำ ำบากใจ
“ข้าเข้าใจ!” เมื่อได้ยินคำอธิบายของกู่ป๋อ หยางหลงเฟยพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วพูดกับหวังเยี่ยนว่า “เราจะต้องได้สู้กันสักวัน”
“ดี! นี่สิคนจริง! ต่างจากบางคนชอบหาข้อแก้ตัวทุกวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้” เมื่อหยางหลงเฟยเห็นด้วย หวังเยี่ยนก็ยินดี พลางปรบมือและกล่าวด้วยรอยยิ้ม และในที่สุดก็ไม่ลืมที จะดุด่าคนอื่นๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเยี่ยน กู่ป๋อและสหายของเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนตรงไปตรงมา แต่ก็ก้มหน้าลงอย่างรีบร้อน และดูเขินอาย ในใจพวกเขาทุกคนต่างดุด่าในใจว่า “ลุงเจ้าสิ!
ถูกท้าทายทุกวี่วัน แต่ไม่สามารถเอาชนะเจ้าได้ เราไม่ได้เสียสติเสียหน่อย
“วันนี้ข้ามาที่นี่เพื่อต้อนรับน้องหยาง และ หลินเว่ย เพื่อเข้าร่วมหอผิงซิน และข้ามาที่นี่เพื่อแจ้งให้ทราบว่า หอผิงซินของเราได้รับภารกิจในการทำความสะอาดภูตวิญญาณในหุบเขา เทียนฉง ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะทำได้ กลับไปเตรียมตัวให้พร้อม ในอีกสามวัน เราจะออกเดินทาง” กู่ป๋อพูดช้า ๆ
” หลังจากฟังคำพูดของกู่ป๋อ สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป
“รองหัวหน้า! การสังหารภูตวิญญาณในหุบเขาเทียนฉง กับความแข็งแกร่งของหอผิงซินของเรา?” หวังเยี่ยนขมวดคิ้วมองไปที่กู่ป๋อและกล่าวอย่างเคร่งขรึม
หลังจากที่หวังเยี่ยนพูดจบ เหลยไท่ก็พยักหน้าและพูดด้วยเสียงดัง: “นั่นไง! แม้ว่าตัวข้าเอง ที่คิดว่าความแข็งแกร่งนั้นค่อนข้างดี แต่เขาก็ยังมีความรู้เลยว่า งานนี้ไม่ใช่สิ่ง งที่เราสามารถทำได้”
“ งานนี้ยากงั้นหรือ” หลินเว่ยถามอย่างสงสัย
เมื่อได้ยินคำถามของหลินเว่ย หวังเยี่ยนก็ถอนหายใจและพูดว่า: “ได้โปรดตัดคำว่ายากออกไปมันไม่ใช่ปัญหาที่ยาก แต่เป็นงานที่เป็นไปไม่ได้ ระดับงานของหุบเขาเทียนซิน แบ่งเป็นระดั บเหล็กดำ , ระดับทองแดง, ระดับมหากาพย์และระดับตำนาน นอกจากนี้ยังแบ่งออกเป็นงานเดี่ยว และงานกลุ่ม มีระดับความยากต่ำสุดแต่ยังมากกว่างานเดี่ยวหลายเท่า
“ ใช่! ว่ากันว่ามีเผ่าภูตวิญญาณที่ใหญ่โตในหุบเขาเทียนฉง มีราชาภูตวิญญาณในขั้นตำนาน และมหาปุโรหิตภูตวิญญาณในขั้นตำนาน ในขณะที่ภูตวิญญาณอื่น ๆ มีจำนวนมากกว่าสิบล้านตัวแน่ นอน “หวังเยี่ยนยังกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ ……”
ทันทีที่สองพี่น้องพูด ใบหน้าของหลินเว่ยและ หยางหลงเฟยซีดเผือด ในทันทีพวกเขามองไปที่หลินเหยา และ กู่ป๋อ ราวกับว่าพวกเขากำลังมองไปที่คนโรคจิตสองคน หอผิงซินมีเพียงไม่กี่ สิบคน จะท้าทายคนที่มีกองกำลังหลายสิบล้านคนและกองกำลังขั้นตำนานมากกว่าสองคน ช่างเป็นความคิดที่บ้าระห่ำ
“ อย่ามาเบี่ยงเบนประเด็น เจ้าสองคนกำลังทำให้ น้องหยางกับน้องหลินหวาดกลัว และคิดว่าข้ากับหัวหน้าเสียสติ!” กู่ป๋อชี้ไปที่ หวังเยี่ยนและ เหลยไท่แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
หลินเหยาผู้ที่ไม่ได้พูดอะไร หยิบกระดาษออกมาจากแหวนมิติ ส่งไปยังมือของทุกคน จากนั้นนางก็พูดด้วยน้ำเสียง เย็น ๆ ว่า “งานของเรา คือเท่านี้”
“เพื่อทำความสะอาดภูตวิญญาณที่ล้อมรอบเหมืองหินมอนโซไนต์ในภูเขา” หลังจากดูเนื้อหาที่บันทึกบนกระดาษแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็ดูตกตะลึงเล็กน้อยและหันไปหาหลินเหยา
“อืม! งานนี้เพิ่งจะประกาศออกมาได้ไม่นาน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภูตวิญญาณจำนวนมากขึ้นมาที่หุบเขาเทียนซิน เพื่อสร้างปัญหาซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อความคืบหน้าในการขุดหินหยว วนจิง ดังนั้นสำนักจึงออกประกาศงานฉบับนี้ออกมา” หลินเหยาพยักหน้าและกล่าว
“แต่! งานนี้ไม่สามารถทำโดยหอผิงซิน นี่เป็นงานของกลุ่มระดับทองขาว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในบรรดาภูตวิญญาณที่น่าหนักใจนั้น มีภูตวิญญาณระดับทองขาวด้วย เราทำไม่ได้ เนื่องจากไม่มี กำลังคนเพียงพอ” หวังเยี่ยนมองไปที่หลินเหยาด้วยใบหน้างงงวยและถามด้วยความขมวดคิ้ว