เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1307 เจอกันบ่อยเข้าก็สนิทไปเอง
ขั้นตอนการเฝ้ารอผลช่างน่ากระสับกระส่าย!
แต่ก็ตั้งตารอด้วย!
ถ้าเป็นอย่างที่เฉินชางว่ามาจริงๆ คดีฆาตกรรมทั้งสามคดีล้วนใช้วิธีเดียวกัน แถมยังเป็นการตายเพราะถูกพิษด้วย…
เรื่องนี้จะกลายเป็นคดีใหญ่!
ฆาตกรรมต่อเนื่อง…
พอคิดมาถึงตรงนี้ สัญญาณเตือนภัยดังลั่นขึ้นภายในใจของสวีฉู่ไฉ่
ที่นี่คือเมืองหลวง ไม่ใช่เขตอื่น ย่อมให้ความสำคัญกับปัญหาด้านความปลอดภัยอย่างยิ่ง!
ในสังคมปัจจุบันนี้ สถานการณ์ที่จะต้องใช้ความรุนแรงเข้าควบคุมเหตุรุนแรงพบเห็นได้น้อยมาก แต่อาชญากรที่ก่อคดีอย่างชาญฉลาดเป็นมืออาชีพกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อปรากฏสถานการณ์ประเภทนี้ขึ้นจะเกิดแรงกดดันต่อระบบความมั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้ม่านราตรีเข้าครอบคลุมแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนภายในห้องประชุมค่อนข้างง่วงงุนแล้ว
การวิเคราะห์คดีแบบนี้ทำให้สมองล้ามากจริงๆ
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มเปิดฉากขึ้นมาก่อน เขาจุดบุหรี่สูบมวนหนึ่ง จากนั้นทุกคนก็ทำตาม
สวีฉู่ไท่โยนบุหรี่มวนหนึ่งให้เฉินชาง “ดึกไปหน่อยแล้ว เสี่ยวหลิว สั่งมื้อดึกมาที หมอเฉิน กินอะไรสักหน่อยไหมครับ”
เฉินชางยังคงก้มหน้าอ่านผลแลปกับบันทึกประวัติผู้ป่วยต่อไปเรื่อยๆ เอ่ยตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาเลย “อะไรก็ได้ครับ”
เฉินชางไม่ค่อยสูบบุหรี่นัก แทบจะไม่สูบเลย แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านที่คนอื่นจะสูบ
สวีฉู่ไท่ส่งสายตาให้เจียวหลิงเล็กน้อย พวกเขาเดินกลับไปที่ห้องทำงานหัวหน้าเขตด้วยกัน
ภายในห้องมีเจ้าหน้าที่สองสามคนคุยเล่นกันไปเรื่อยๆ
ควันบุหรี่ลอยอวล
เหมือนเมฆครึ้ม
การเสี่ยงอันตราย ความหนักหน่วงของงาน รวมถึงแรงกดดันในทีมตำรวจอาชญากรรมไม่ด้อยไปกว่าหมอเลย บางครั้งก็อาจจะเลวร้ายกว่าด้วย
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศของที่นี่ผ่อนคลายกว่าที่โรงพยาบาลมาก
โดยเฉพาะหลังจากหัวหน้าเขตอย่างสวีฉู่ไท่ออกไปแล้ว ทุกคนถึงขั้นที่เริ่มคุยหยอกล้อกันขึ้นมา
“จัดการคดีนี้ได้เร็วพอๆ กับหมอนิติเวชฉินหมิงเลย!”
“ฮ่าๆ ศาสตราจารย์เฉินใช้แซ่เฉิน ไม่ได้แซ่ฉินสักหน่อย”
เฉินชางเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ภรรยาผมแซ่ฉินนะครับ”
ทุกคนไม่คิดเลยว่าเฉินชางก็ล้อเล่นเป็นเหมือนกัน หัวเราะกันขึ้นมาทันที
ตำรวจอาชญากรรมวัยหนุ่มคนหนึ่งมองเฉินชาง เริ่มเอ่ยหยอกว่า “หมอเฉิน ถ้าเจอตัวฆาตกรคุณจะกลัวไหม”
เฉินชางจ้องมองอีกฝ่าย เอ่ยอย่างจริงจังว่า “ชีวิตที่เคยหลุดลอยไปภายใต้มือผมน่าจะเกินเลขสองหลักไปแล้ว คนที่ตายไปต่อหน้า…อาจจะมีมากยิ่งกว่านั้นด้วย”
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้ทั้งห้องเงียบงันลง
ทุกคนมองเฉินชาง เพิ่งจะรู้ตัวขึ้นมา…
ใช่แล้ว!
พูดเรื่องความตายกับหมอ
นี่ไม่ใช่การหาเรื่องใส่ตัวหรอกเหรอ
…
ในเวลาเดียวกันนี้ สวีฉู่ไท่กับเจียวหลิงนั่งตรงข้ามกันในห้องทำงาน
“หมอเฉินคนนี้หนุ่มมากเลย”
“อืม เป็นคนหนุ่มมีความสามารถ!”
“เหล่าเจียว นายให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้เชียว เก่งกาจมากขนาดที่นายว่าจริงๆ เหรอ”
“อีกเดี๋ยวนายก็จะรู้เอง”
ในเวลานี้ ตำรวจหญิงคนหนึ่งมาเคาะประตู
สวีฉู่ไท่เอ่ยว่า “เข้ามาได้!”
“หัวหน้าเขตคะ ข้อมูลของศาสตราจารย์เฉินอยู่นี่แล้วค่ะ” ตำรวจหญิงยื่นเอกสารในมือให้
เดิมทีตำรวจหญิงคิดจะเรียกชื่อเฉินชางตรงๆ แต่ว่า…หลังจากได้อ่านข้อมูลของเฉินชางจบ เธอจำเป็นต้องเรียกอย่างให้เกียรติว่าศาสตราจารย์เฉิน
เพราะคนคนนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ!
คนหนุ่มมีความสามารถงั้นเหรอ
ไม่ใช่เลย!
ใช้คำว่าคนหนุ่มมีความสามารถถือว่าหมิ่นเกียรติเขา
คำนี้มีค่าน้อยเกินไป
แต่คุณค่าของศาสตราจารย์เฉินมีมากเหลือเกิน
หลังจากตำรวจหญิงออกมาก็ยื่นมือปิดประตูห้องทำงานหัวหน้าเขตด้วย
พอเห็นเฉินชางที่อยู่ห่างออกไป ในใจเธอก็เกิดความรู้สึกดีขึ้นมา ความรู้สึกดีนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงเป็นความนับถือได้เลย
“เอาล่ะ พวกนายสูบบุหรี่ให้น้อยๆ หน่อยเถอะ ไม่ง่ายเลยกว่าจะหาเงินได้สักหยวน แก่ไปจะเอาไปใช้ที่โรงพยาบาลกันหมดหรือไง” ตำรวจหญิงอดบ่นไม่ได้ “ศาสตราจารย์เฉินเขาไม่สูบบุหรี่ พว วกนายก็ไม่เกรงใจซะบ้างเลย!”
คำตำหนิของตำรวจหญิงทำให้ทุกคนหัวเราะขึ้นมา
“น่า…น่า…”
“เอ๋…”
“นี่เป็นห่วงพวกเราหรือว่าห่วงศาสตราจารย์เฉินกันแน่!”
พอเห็นทุกคนพากันแซว ตำรวจหญิงก็ยกกาแฟถ้วยหนึ่งเข้ามา “ศาสตราจารย์เฉินคะ ดื่มสักหน่อยเถอะค่ะ ลำบากคุณต้องมาอดนอนกับพวกเราซะแล้ว”
เฉินชางยิ้มให้ “ขอบคุณครับ ผมชินแล้ว ไม่เป็นไร”
….
ส่วนทางฝั่งห้องทำงาน สวีฉู่ไท่ดับบุหรี่ในที่เขี่ยบุหรี่ หยิบข้อมูลของเฉินชางขึ้นมา
การทำงานในแนวหน้าตลอดหลายปีทำให้เขาคงความตื่นตัวไว้ตลอด
หลังจากได้พบเฉินชาง ถึงแม้จะค่อนข้างรู้จักเจียวหลิงดี แต่ก็ยังเลี่ยงไม่ตรวจสอบเฉินชางดูสักหน่อยไม่ได้
เจียวหลิงรู้จักสวีฉู่ไท่ดี รู้ว่าสิ่งที่เขาจะเชื่อมั่นก็คือหลักฐานเท่านั้น ไม่ใช่คำพูดปากเปล่า
แต่เพิ่งจะหยิบข้อมูลขึ้นมา สวีฉู่ไท่ก็ตะลึงไปทันที!
ข้อมูลนี้…มีน้ำหนักมากจริงๆ!
สวีฉู่ไท่อ่านเพียงครู่เดียวก็จ้องมองเจียวหลิง “เหล่าเจียว นายเชิญคนระดับนี้มาเชียวเหรอ”
เจียวหลิงหน้าแดง “ก็ฉันหมดทางเลือกแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันพาคนไปหาที่ศูนย์ฉุกเฉินด้วยตัวเอง ไม่คิดเลยว่าศาสตราจารย์เฉินจะให้เกียรติกันขนาดนี้”
สวีฉู่ไท่อดพยักหน้าไม่ได้
เฉินชางทำแบบนี้นับว่าให้เกียรติจริงๆ
ให้เกียรติเกินไปด้วยซ้ำ
คนเขาเป็นบุคคลระดับนี้แล้ว อย่าว่าแต่เจียวหลิง ต่อให้ตัวเขา สวีฉู่ไท่ถูกปฏิเสธตรงๆ เขาก็ไม่มีสิทธิ์ว่าอะไรเหมือนกัน
ก็ดูชีวประวัตินี่สิ!
‘หัวหน้าสมาคมศัลยกรรมทางเดินอาหารโลก’
‘หัวหน้าทีมศัลยกรรมตับอ่อนสมาคมการแพทย์จีน...’
‘สมาคมการแพทย์จีน...’
….
‘บรรณาธิการกิตติมศักดิ์ ‘วารสารการศัลยกรรมหลอดเลือดหัวใจแห่งชนชาติจีนฉบับปรับปรุง’ สังกัดภายใต้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี’
หากจะบอกว่าตำแหน่งทางวิชาการเหล่านี้ไม่สำคัญ
อีกสองรายการด้านล่างกลับทำให้สวีฉู่ไท่ค่อนข้างตกตะลึง
‘สมาชิกคณะกรรมการสุขภาพกลาง’
‘ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านสุขภาพประจำคณะกรรมการสุขภาพกลาง’
ความหมายของสองรายกลางหลังนี้ไม่ธรรมดาเลย!
หลังจากสวีฉู่ไท่อ่านจบก็ตกอยู่ในความตะลึงไปแล้วจริงๆ
เขาไม่คิดเลยว่าเฉินชางที่ยังหนุ่มขนาดนี้จะได้รับเกียรติยศมากมายแบบนี้
ที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นคือ เจียวหลิงกลับเชิญตัวคนใหญ่คนโตที่มีความสามารถขนาดนี้มาได้
พอคิดมาถึงตรงนี้ สวีฉู่ไท่อดยกนิ้วให้เจียวหลิงไม่ได้!
“ยอดไปเลยสหายเจียวหลิง ครั้งนี้ฉันสวีฉู่ไท่ยอมรับในตัวนายจริงๆ วันนี้นายคงพาคนไปบังคับเอาตัวเฉินชางมาด้วยสินะ จุ๊ๆ…”
พอเห็นสวีฉู่ไท่เอ่ยด้วยน้ำเสียวหยอกล้อ
เจียวหลิงก็หน้าแดงขึ้นมาแล้วเช่นกัน
พูดกันตามตรง วันนี้เขาตัดสินใจแล้วจริงๆ ว่าจะต้องพาตัวเฉินชางมาช่วยงานให้ได้ แต่ก็เป็นการไปขอร้องมาเท่านั้น
แต่พอได้ยินน้ำเสียงของสวีฉู่ไท่แล้ว เจียวหลิงเอ่ยยิ้มเยาะด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ฮ่า! ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับศาสตราจารย์เฉิน จำเป็นต้องบังคับมาเสียที่ไหน”
สวีฉู่ไท่เห็นเจียวหลิงคุยโม้หน้าตาเฉยก็เอ่ยว่า “งั้นเหรอ ถ้างั้นวันหลังช่วยพาศาสตราจารย์เฉินไปตรวจสุขภาพให้แม่ฉันทีได้ไหม จะช่วยฉันได้หรือเปล่า”
เจียวหลิงหัวเราะฮ่าๆ “นี่มันคนละเรื่องกัน เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวต้องแบ่งแยกกันให้ชัดเจน ตัวนายสวีฉู่ไท่เป็นรองหัวหน้าเขต นายจะใช้อำนาจเพื่อเรื่องส่วนตัวไม่ได้!
สวีฉู่ไท่กลอกตา “เวรเถอะ เลิกปรักปรำฉันได้แล้ว”
“ไม่สนิทก็บอกว่าไม่สนิทสิ จะโม้ทำพระแสงอะไร! คิดว่าฉันไม่รู้จักนายหรือไง”
เจียวหลิงหงุดหงิด “ฉันมันทำไม เจอกันบ่อยเข้าก็สนิทกันไปเองไม่ใช่เหรอ ฉันพูดผิดตรงไหน”
สวีฉู่ไท่ยิ้มออกมา
อารมณ์คนก็ดีขึ้นมากเช่นกัน
ถึงอย่างไรพอมี ‘หมอของทางราชการ’ อย่างเฉินชางมาเข้าร่วม โอกาสที่พวกเขาจะไขคดีได้ก็เพิ่มขึ้นมาก
ไม่คิดเลยว่าจะเชิญตัวยอดคนอย่างเฉินชางมาร่วมงานได้
พอคิดมาถึงตรงนี้ สวีฉู่ไท่ก็อดลุกขึ้นมาถูไม้ถูมือไม่ได้ “คนแซ่เจียว ครั้งนี้นายมีผลงานมากจริงๆ!
ฉันชักจะคาดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าคดีใกล้จะคลี่คลายในเร็วๆ นี้กันนะ”
เจียวหลิงได้ฟังก็หน้าแดงอยู่พักหนึ่ง “เรียกฉันว่าเจียวหลิง ห้ามเรียกฉันว่าคนแซ่เจียว!”
สวีฉู่ไท่ฟังแล้วหัวเราะฮ่าๆ ออกมาทันที
อารมณ์ดีมาก!