เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1308 ความจริงปรากฏ!
ช่วงพักเบรกกินข้าวกล่องผ่านพ้นไป
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
หลังจากหมอนิติเวชสูงวัยของทางนี้รับสายเสร็จ ก็ให้ตำรวจหญิงที่ยังสาวรีบไปตามหัวหน้าเขตสวีมา
“หัวหน้าเขต ผลออกมาแล้วค่ะ!”
หลังจากสวีฉู่ไท่ได้ทราบข่าวก็ดีใจขึ้นมาทันที
ผลออกแล้วงั้นเหรอ
เขารีบลุกเดินออกไปด้านนอก
เจียวหลิงรีบตาหลังไป
“ฮัลโหล ผมคือสวีฉู่ไท่”
“หัวหน้าเขตสวี ผลตรวจของผู้ป่วยของมาแล้วครับ!”
สวีฉู่ไท่รู้สึกค่อนข้างกระวนกระวายขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
“ค่าไตรคลอโรอีเทนในกระแสเลือดอยู่ที่ 8200ng/ml!”
“ค่าไดคลอโรโพรพานอลในกระแสเลือดอยู่ที่ 7671ng/ml!”
“ระดับความเข้มข้นของสารพิษสองชนิดนี้เกิดขีดจำกัดอย่างร้ายแรง!!”
พอได้ยินประโยคนี้ สีหน้าสวีฉู่ไท่แปรเปลี่ยนอย่างไม่อาจควบคุมได้
หลังจากวางสาย ทุกคนจ้องมองไปที่สวีฉู่ไท่
ภายในสำนักงานตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
สวีฉู่ไท่มองเฉินชาง ยอมรับนับถืออย่างแท้จริงแล้ว!
ใช้เวลาครู่เดียวก็ชี้ปัญหาได้ตรงจุด แบบนี้ช่วยประหยัดเวลาให้พวกเขาได้มากขนาดไหนกัน
คุณค่าจากคำพูดของเฉินชาง ทำให้ความคืบหน้าของรูปคดีพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด
หรือจะเป็นความสามารถของสมาชิกคณะกรรมการสุขภาพกลางจริงๆ
พอคิดมาถึงตรงนี้ สวีฉู่ไท่รู้สึกโชคดีขึ้นมา
ผ่านไปครู่หนึ่ง สวีฉู่ไท่เอ่ยกับเฉินชางว่า “ศาสตราจารย์เฉิน ผลออกมาแล้ว ค่าไตรคลอโรอีเทนอยู่ที่ 8200ng/ml ค่าไดคลอโรโพรพานอลอยู่ที่ 7671ng/ml! ทางนั้นบอกว่าความเข้มข้นของสารพาสองชนิดนี้เกิดค่าจำกัดร้ายแรง!
นี่หมายความว่ายังไงล่ะ”
พอเอ่ยประโยคนี้ออกมา สีหน้าทุกคนแปรเปลี่ยนทันที!
เดาถูกงั้นเหรอ!
ไม่สิ…
นี่ไม่ใช่การคาดเดา
นี่คือการสันนิษฐานได้ตรงจุด!
เฉินชางเพียงสอบถามถึงตัวชี้วัดทั้งสองกับสวีฉู่ไท่เท่านั้น ผลคือตัวชี้วัดสองอย่างนี้มีปัญหาจริงๆ แถมยังเป็นสารพิษในปริมาณถึงแก่ชีวิตด้วย
นี่แปลว่าอะไรน่ะหรือ
นี่แปลว่าเฉินชางมีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับคดีเหล่านี้แล้ว
แบบนี้จะเก่งเกินไปแล้วมั้ง
ทุกคนพากันหันไปมองหมอเฉินที่หนุ่มแน่นและชอบคุยเล่นกับคนอื่นๆ
เวลานี้ เฉินชางก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเช่นกัน
เป็นไปตามนี้จริงๆ สินะ
ในเวลานี้ หมอนิติเวชชราก็ค่อนข้างอึดอัดเช่นกัน
เขามองเฉินชางแวบหนึ่ง ความดูแคลนในช่วงแรกเริ่มสลายไปแล้ว ถูกแทนที่ด้วยความเลื่อมใสอย่างหนึ่ง!
จากนั้น เขาก็อดถามไม่ได้ “ศาสตราจารย์เฉิน ข้อสันนิษฐานของคุณคืออะไร”
เฉินชางนั่งอยู่ตรงนั้น เอ่ยว่า “ถึงจะดูเหมือนผู้ป่วยทั้งสามรายล้วนเสียชีวิตตามปกติ และไม่ข้อพิรุธด้านการฆาตกรรมใดๆ
แต่ความจริงแล้วเรื่องนี้น่าจะเป็นการวางยาพิษชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างลึกลับและยากจะตรวจพบด้วยวิธีตรวจสอบตามปกติ
ถึงทั้งสามรายจะดูไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ เลยก็ตาม คนหนึ่งหมดสติจากภาวะตับ คนหนึ่งหมดสติจากภาวะไต ส่วนอีกคนหมดสติจากภาวะปอด เหตุการณ์ตายดูเหมือนจะไม่เชื่อมโยงกันเลยสักนิด แต่ความจริงแล้วมาจากการถูกพิษชนิดนี้ทั้งสิ้น”
พอเขาพูดมาแบบนี้ พวกสวีฉู่ไท่ก็อดทนเฝ้ารอคำอธิบายจากเฉินชางทันที
ในเวลานี้ เฉินชางเงียบไปครู่หนึ่ง
“อันที่จริง ผมไม่ค่อยเข้าใจการไขคดีของพวกคุณเลย แต่ผมคิดว่าผมพอจะอธิบายเรื่องพิษชนิดนี้ให้พวกคุณฟังได้นิดหน่อย รวมถึงภาวการณ์ออกฤทธิ์ด้วย หวังว่าพอจะช่วยเหลือพวกคุณได้นะครับ”
สวีฉู่ไท่พยักหน้า “ศาสตราจารย์เฉิน รบกวนท่านช่วยอธิบายช้าๆ แล้วก็ละเอียดหน่อยนะครับ”
สวีฉู่ไท่มีนิสัยอย่างหนึ่ง ในเวลาที่เขาพูดคุยกับคนอื่นมักจะพ่วงความตึงเครียดของรูปคดี คอยเลียบเคียงวิเคราะห์คดีตาม ทำให้เกิดผลลัพธ์น่าอัศจรรย์ได้เสมอ!
แต่ว่า!
คำพูดของสวีฉู่ไท่ทำให้ทีมตำรวจอาชญากรรมและหัวหน้าทีมทั้งสำนักงานค่อนข้างตกใจ
เนื่องจากหัวหน้าเขตสวีคนนี้คือรองหัวหน้าเขตเทศบาล แต่กลับเรียกเฉินชางว่า ‘ท่าน’ งั้นเหรอ?!
ต้องทราบด้วยว่าตามปกติแล้วหัวหน้าเขตสวีเป็นคนเถรตรงไม่ชอบประจบเยินยอ
คำว่า ‘ท่าน’ ที่เอ่ยออกมาทำให้ทุกคนค่อนข้างตกใจเล็กน้อย
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดถึงเรื่องนี้ ทุกคนกำลังรอเฉลยจากเฉินชางอยู่
ในเวลานี้เฉินชางเอ่ยขึ้นว่า “ถ้าผมเดาไม่คิดไปล่ะก็ ผู้ป่วยทั้งสามรายนี้ที่ดูเหมือนจะเสียชีวิตด้วยสาเหตุที่ต่างกัน แต่ทั้งหมดโดนพิษจากทินเนอร์ครับ!
เมื่อถูกพิษจากทินเนอร์ จะมีอัตราเสียชีวิต 100%!
อีกอย่างที่สำคัญคือ เมื่อถูกพิษชนิดนี้ อาการจะรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเจ็ดสิบสองชั่วโมง จากนั้นก็จะเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน มีอัตราเสียชีวิตเต็ม 100%”
พอเขาพูดแบบนี้ ทุกคนมีสีหน้าตกใจขึ้นมาทันที!
มีพิษแบบนี้อยู่ด้วยงั้นเหรอ
เฉินชางเป็นหมอเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ทักษะ [เป็นพิษ] คือสิ่งที่เขาได้รับมาตั้งแต่แรกเริ่ม พูดกันตามจริง เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้นำมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นนอกจากการวินิจฉัยทางคลินิก
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการนำมาใช้ไขคดีเลย!
คิดๆ ไปก็รู้สึกเหลือจะเชื่ออยู่บ้าง
ตอนนี้ เฉินชางอธิบายต่อว่า
“การรับพิษจากทินเนอร์มีหลายช่องทาง รับพิษได้จากการสูดดม ผ่านทางผิวหนังและดูดซับจากระบบทางเดินอาหารได้!
ที่สำคัญคือไม่มียาถอนพิษเฉพาะสำหรับทินเนอร์ หลังจากที่ได้รับทินเนอร์เข้าไป ในสี่สิบแปดชั่วโมงแรก อาการของผู้ป่วยจะค่อนข้างเบา ถ้าแข็งแรงหน่อยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเลย ถ้าสุขภาพปกติทั่วไป หลักๆ จะปรากฏอาการวิงเวียนปวดหัว ปวดแสบปวดร้อนในช่องท้องเหมือนถูกเผา คลื่นไส้ อาเจียนเป็นต้น!
อาการนี้คล้ายอาการสุราเป็นพิษมาก แต่ก็ค่อนข้างเหมือนโรคกระเพาะและอาหารเป็นพิษด้วย หากรักษาไม่ทันเวลาแล้วอาการกำเริบในเจ็บสิบชั่วโมงให้หลัง จะมีความเสี่ยงเสียชีวิต 100%!”
พอเขาพูดแบบนี้ ตำรวจหญิงก็รีบเอ่ยขึ้นว่า
“ถูกต้องค่ะ! ศาสตราจารย์เฉิน เป็นแบบนี้เลยค่ะ! ตอนที่พวกเราติดต่อกับโรงพยาบาลและทางครอบครัวก็เป็นแบบนี้เลย สองวันก่อนหน้านั้นผู้ป่วยยังไม่มีอาการอะไร แต่วันที่สามจู่ๆ ก็อาการทรุดหนัก เป็นลมหมดสติไป…จนกระทั่งเสียชีวิต เนื่องจากอยู่ในโรงพยาบาลไม่นานก็เลยสืบแม้แต่สาเหตุการตายอย่างแน่ชัดไม่ได้”
สวีฉู่ไท่หน้าดำคร่ำเครียด “การฆาตกรรมรูปแบบนี้…เป็นมืออาชีพเกินไปแล้ว!
วิธีลงมือซับซ้อน ทำให้หมอและทางครอบครัวต่างไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ ครอบครัวของผู้ตายสองรายก่อนถึงขั้นที่ไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้จะเป็นการฆาตกรรม นึกว่าเสียชีวิตเพราะโรคจริงๆ!
ถ้าไม่ใช่เพราะหัวหน้าเจียวละเอียดรอบคอบ คาดว่าพวกเราคงไม่พบความผิดปกตินี้เลย!”
พอเอ่ยมาถึงตรงนี้ บรรยากาศทั้งสำนักงานก็ตกอยู่ในความคุกรุ่นน่าหวาดกลัว
เจ้าหน้าที่ในทีมตำรวจอาชญากรรมก็กำหมัดแน่นเช่นกัน พวกเขาเกลียดชังฆาตกรที่ใช้วิธีการอันเชี่ยวชาญนี้จนเข้ากระดูกแล้ว!
แม้แต่เฉินชางก็ค่อนข้างสะท้อนใจเช่นกัน!
“วิธีการนี้เป็นมืออาชีพสูงจริงๆ เนื่องจากองค์ประกอบหลักของทินเนอร์คือสารประกอบเบนซิน พิษเฉียบพลันเกิดจากเบนซินออกฤทธิ์ละลายไขมัน ทำให้เซลล์ประสาทเกิดปฏิกิริยารีดอกซ์[1] ส่งผลกระทบต่อสารสื่อประสาท ทำให้ระบบประสาทของมนุษย์ชา เป็นเหตุให้หัวใจ ตับ ไตและอวัยวะอื่นๆ ล้มเหลวได้!
ส่วนสารสองชนิดที่พูดถึงก่อนหน้านี้ ตัวหนึ่งทำละลายในน้ำได้ดี ส่วนอีกตัวทำละลายในแอลกฮอลล์ได้ดี รสชาติไม่ได้ผิดเพี้ยนไปมากนัก ดังนั้นจึงวางยาพิษได้ง่ายมาก!
ของพวกนี้เป็นสารก่ออาชญากรรม ถ้าหมอไม่มีความเข้าใจในอาการจะก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงขึ้นครับ!”
เฉินชางพูดในสิ่งที่ตนสมควรพูดออกไปหมดแล้ว
สวีฉู่ไท่ใช้สมองคิดทบทวนรวดเร็ว เขาวิเคราะห์และสรุปหาผู้ต้องสงสัยว่าจะก่ออาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้ตายทั้งสามอยู่ในหัว!
ผ่านไปครู่หนึ่ง สวีฉู่ไท่เอ่ยขึ้นว่า “เตรียมประชุม!”
“จริงสิ เสี่ยวหลิว พาศาสตราจารย์เฉินไปส่งที่บ้านก่อนเถอะ”
เวลานี้ สวีฉู่ไท่เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ศาสตราจารย์เฉิน วันนี้ลำบากคุณแล้ว ถ้าไม่ได้คุณก็ไม่รู้เลยว่าพวกเราจะมีความคืบหน้ากันเมื่อไร”
[1] คือปฏิกิริยาที่ปรากฏได้ในสสารอินทรีย์ เป็นตัวบ่งชี้ถึงการออกซิไดซ์หรือการรีดิวซ์ของของเหลวเป็นอย่างไร มีความเป็นกรดมากน้อยแค่ไหน ตัวอย่างเช่นน้ำอาจออกซิไดซ์ในระดับปานกลาง (เช่น น้ำอัดลม) ออกซิไดซ์อย่างรุนแรง (เช่น น้ำคลอรีนหรือสารละลายไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์)