เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1309 การเข้าข้างคนอื่นเป็นกรรมพันธุ์
หลังจากส่งตัวเฉินชางไป ห้องทำงานตำรวจอาชญากรรมก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง!
ทุกคนที่ควรจะดีใจ กลับไม่ได้ดีใจเลยสักนิด
ตอนนี้เพราะการเข้าร่วมของเฉินชาง ความจริงก็ค่อยๆ ปรากฏ
ทว่าก็เพราะแบบนี้ พวกเขาจึงได้เห็นความจริงที่น่าตกใจนี้!
การก่ออาชญากรรมด้วยวิธีที่มืออาชีพแบบนี้ ทำให้พวกเขาจำต้องค้นหาเบาะแสให้ชัดเจนอย่างต่อเนื่อง
วิเคราะห์และจัดระเบียบอย่างต่อเนื่องตามแผนภาพบริบทและเบาะแส
ตอนนี้เอง หัวหน้าทีมตำรวจอาชญากรอดถามไม่ได้ “หัวหน้าเขตสวี ศาสตราจารย์เฉินคนนี้มีที่มายังไง”
สวีฉู่ไท่เหลือบมองหัวหน้าทีมแวบหนึ่ง อดพูดไม่ได้ “เก่งใช่ไหมล่ะ”
“เก่งครับ! เราทำไปสองวันยังไม่ได้ผลลัพธ์ เขามาสองชั่วโมงก็ได้ข้อสรุปแล้ว วิปริตเกินไปแล้ว”
“ผมว่าเขายังเด็กอยู่เลยนะ!”
“ใช่ เก่งเกินไปแล้ว!”
“หัวหน้าเขตสวี คุณรีบไปซื้อตัวเขามาเถอะ จ้างด้วยค่าตัวแพงๆ ก็ยอม ถึงอย่างไรมีเขาอยู่ อัตราการคลี่คลายคดีของเราจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”
“ใช่ครับ หัวหน้าเขตสวี!”
พวกตำรวจต่างพยักหน้า อดถอนหายใจไม่ได้!
สวีฉู่ไท่เห็นทุกคนต่างอยากซื้อตัวเฉินชางก็ลำบากใจ
เฉินชางไม่ใช่คนธรรมดา
ถ้าทุกคนซื้อตัวเขาได้ คงสุดยอดมาก
สวีฉู่ไท่มองพวกลูกน้องเก่าของตนเอง ยิ้มพูดอย่างไม่ปกปิด “อย่าว่าแต่ผมเลย แม้แต่นายใหญ่ของเราก็ยังดึงตัวเขามาไม่ได้!”
ประโยคนี้ทำให้ทุกคนอดขำไม่ได้ “เป็นไปได้ยังไง”
“ใช่ครับ!”
สวีฉู่ไท่เห็นว่าทุกคนไม่เชื่อ ก็อดพูดกับตำรวจหญิงไม่ได้ “เสี่ยวหมี่ คุณเอาข้อมูลของเฉินชางมาให้ทุกคนดูหน่อย พวกคุณดูแล้วอย่าออกไปพูดซี้ซั้วล่ะ! อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ศาสตราจารย์เฉิน”
ทุกคนหัวเราะเหอะๆ สำหรับเรื่องนี้ แน่นอนว่าพวกเขาเข้าใจดี
เวลานี้เอง ตำรวจหญิงก็นำข้อมูลของเฉินชางไปฉายบนโปรเจคเตอร์
ทุกคนจึงได้เห็นข้อมูลบางส่วนของเฉินชาง
หลังจากเห็นชัดแล้ว ทุกคนต่างอึ้งงันไป!
ประธานระดับโลก?
หัวหน้าทีมระดับประเทศ!
หัวหน้าบรรณาธิการ!
ที่สำคัญที่สุดคือคณะกรรมการสุขภาพศูนย์กลาง!
…
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ทุกคนตกใจ
ในใจแต่ละคนกำลังคิดว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า
ถึงอย่างไรเมื่อครู่นี้พวกเขายังล้อเล่นกับศาสตราจารย์เฉินอยู่เลย และเฉินชางเองก็คุยเล่นกับพวกเขาอย่างไม่ถือตัวด้วย
ถ่อมตัวเกินไปหรือเปล่า!
ทันใดนั้น ในหัวของทุกคนปรากฏภาพใบหน้าของเฉินชาง พลันอดถอนหายใจไม่ได้ “สุดยอด!”
“สุดยอดจริงๆ!”
“ไม่ถือตัวเลย!”
ตอนนี้ ในที่สุดทุกคนก็เข้าใจความหมายของหัวหน้าเขตสวีแล้ว
ศาสตราจารย์เฉินอายุยังไม่ถึงสามสิบปีด้วยซ้ำ ก็ประสบความสำเร็จขนาดนี้แล้ว จะมาทำงานกับระบบรักษาความปลอดภัยสาธารณะได้อย่างไร
แบบนี้มันขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ
คาดว่าถ้าหัวหน้าของระบบรักษาความปลอดภัยสาธารณะไปหาเฉินชาง หัวหน้าของระบบสุขภาพก็ไม่โง่ปล่อยตัวเฉินชางมาอย่างแน่นอน!
สวีฉู่ไท่เห็นสีหน้าของทุกคนแล้วอดพูดไม่ได้ “เอาเถอะ รู้ไว้ก็พอแล้ว ถือว่าเป็นโบนัสที่ผมให้พวกคุณ ในอนาคตพวกคุณไปหาหมอ ไม่แน่ว่าอาจจะใช้เส้นสายได้”
ทุกคนกลับไม่รับความหวังดีนี้เลย! ต่างปฏิเสธ “หัวหน้าเขต อย่าแช่งกันสิครับ!”
“ใช่ครับ!”
สวีฉู่ไท่มองทุกคนแวบหนึ่ง พลันหัวเราะฮ่าๆ จากนั้นจึงปรบมือและเก็บรอยยิ้ม ก่อนจะพูดกับทุกคนว่า “เอาล่ะครับ กลับมาที่เรื่องของเราครับ เริ่มหารือเกี่ยวกับรูปคดีต่อ เราจะต้องปิดคดีภายในสามวัน!”
…
หลังจากกลับถึงบ้าน เฉินชางวางกุญแจลงก็ได้ยินฉินเยว่กำลังคุยโทรศัพท์
โดยพื้นฐานแล้วฉินเยว่มักจะโทรหาจี้หรูอวิ๋นทุกสองวัน ช่วงนี้คุยเรื่องแต่งงานจึงคุยกันบ่อยขึ้น
บวกกับตารางงานของฉินเยว่ โดยพื้นฐานแล้วเหมือนกับพวกซุนกว่างอวี่
สำหรับฉินเยว่…
ซุนกว่างอวี่ไม่กล้าใช้งานหนักหรอกนะ
ถึงอย่างไร ในอีกแง่หนึ่ง ฉินเยว่ก็ถือว่าเป็นอาจารย์แม่!
ทุกครั้งที่ซุนกว่างอวี่คิดถึงเรื่องนี้ก็ทั้งเจ็บปวดและมีความสุข
ถึงอย่างไรในการวิเคราะห์เคสของฉินเยว่ก็มักจะมีแนวคิดใหม่ๆ
ทำให้การหารือโรครักษายากในทุกสัปดาห์แทบจะกลายเป็นการบรรยายเฉพาะของฉินเยว่แล้ว
เพราะฉะนั้นทางแผนกจึงต้องอนุรักษ์ไว้เป็นสัตว์สงวน
ทำให้ตอนนี้ฉินเยว่กลายเป็น ฉิน – สมบัติของแผนก – เยว่ แห่งแผนกศัลยกรรมทั่วไปวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนี่ยน!
โดยเฉพาะหลังจากรู้ว่าฉินเยว่กำลังจะแต่งงาน ซุนกว่างอวี่ยิ่งให้เวลาเธอเตรียมตัวอย่างเต็มที่!
ซึ่งก็แน่นอนว่าทำให้สาวๆ คนอื่นๆ ในแผนกไม่พอใจ!
“อาจารย์คะ ตอนฉันเรียนอยู่ อาจารย์เอ่ยชื่อฉันบอกฉันว่าห้ามแต่งงานมีลูก!”
“ใช่ค่ะ อาจารย์ อาจารย์บอกว่าช่วงที่เรียนปริญญาโท ห้ามมีลูก!”
เมื่อเผชิญกับความสงสัยและการต่อต้านเหล่านี้ ซุนกว่างอวี่มักจะยิ้มบางๆ อย่างใจกว้าง จากนั้นจึงยิ้มถาม “พวกคุณมีแฟนไหมล่ะ”
ประโยคนี้ ทำให้พวกรุ่นพี่ของฉินเยว่ถูกทำร้ายจิตใจ!
นี่คือความจริง!
อย่าว่าแต่ดร.หญิงหาแฟนยากเลย
ถ้าดร.หญิงคนหนึ่งอยากเพิ่มความเชี่ยวชาญเฉพาะทางให้ตนเอง ต้องห้ามเป็นหมอเด็ดขาด
เพราะนั่นหมายความว่า โอกาสในการหาคู่ของคุณจะลดลงอีกครั้ง!
ซุนกว่างอวี่จนปัญญากับเรื่องนี้
ความจริง เขาเองก็ไม่อยากพูดตรงๆ
ถึงอย่างไรคำพูดนี้ก็ทำร้ายจิตใจกันเกินไป!
โดยทั่วไปแล้ว ตอนที่นักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกหาอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาจะชอบเด็กผู้ชายและไม่อยากได้เด็กผู้หญิงมากนัก
แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาจะชอบผู้ชาย
เหตุผลหลักก็คือเมื่อเด็กผู้หญิงมาถึงอายุที่เรียนระดับปริญญาโทและปริญญาเอก โดยพื้นฐานก็เตรียมจะแต่งงานมีลูกแล้ว
ทว่าอาจารย์ที่ปรึกษาส่วนใหญ่ต่างงานยุ่ง เพราะฉะนั้นพวกนักศึกษาก็จะต้องงานยุ่งไปด้วย
แต่ถ้าผู้หญิงตั้งครรภ์ขึ้นมา แม้จะอยากทำงานแต่มดลูกก็ไม่อำนวย
เพราะฉะนั้น อาจารย์ที่ปรึกษาส่วนใหญ่จะเอาเงื่อนไขพวกนี้มาคุยกับนักศึกษาตั้งแต่แรก
จะถามนักศึกษาว่ารับได้หรือไม่ที่จะไม่มีลูกตอนเรียน
สำหรับฉินเยว่…ซุนกว่างอวี่ยอมรับว่าตนยอมแพ้
และยอมแพ้อย่างราบคาบ
จากมุมมองของความคิดเห็นและศีลธรรม ซุนกว่างอวี่ถึงขั้นพูดได้ว่าเขาเคารพอาจารย์แม่ของตน
…
หลังจากเห็นเฉินชางกลับมา ฉินเยว่จ้องเขาเขม็งแวบหนึ่ง พร้อมชี้นาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังเป็นเชิงถามว่า: นี่มันกี่โมงแล้ว!
เฉินชางยิ้มอย่างเซอะซะ ไม่ได้เถียง
ฉินเยว่ถือโทรศัพท์ไว้ ไม่ได้โมโหใส่เฉินชาง แต่เอามือเท้าเอวยู่ปาก ในสายตาเต็มไปด้วยแรงอาฆาต!
เฉินชางยิ้มอย่างอึดอัด
ฝั่งจี้หรูอวิ๋นได้ยินแบบนี้ก็อดยิ้มพูดไม่ได้ “เฉินชางกลับมาแล้วเหรอ”
ฉินเยว่ตอบอย่างขุ่นเคือง “ใช่ค่ะ เพิ่งเข้าบ้านมา นี่มันกี่โมงแล้ว!”
จี้หรูอวิ๋นยิ้ม “กลับมาดึกขนาดนี้ งานหนักจริงๆ เลย ลูกต้องดูแลเฉินชางให้ดีนะ เขาทำงานเหนื่อยทุกวัน แล้วยังต้องไปโน่นไปนี่…”
จี้หรูอวิ๋นบ่นยาวจนฉินเยว่สีหน้าจนคำพูด อดบ่นไม่ได้ “แม่ แม่เป็นแม่ใครกันแน่ หนูต่างหากที่เป็นลูกสาวของแม่ ทำไมแม่ชอบเข้าข้างคนนอก”
เพิ่งสิ้นเสียงของฉินเยว่ เสียงของฉินเสี้ยวยวนก็ดังจากโทรศัพท์ “เรื่องเข้าข้างคนนอกเนี่ย พวกคุณแม่ลูกเหมือนกันเลย! เข้าข้างอย่างเต็มที่เลยด้วย…”