Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 3098 ทะเลปุ๊ตู้ไห่เล่นลูกไม้อีกแล้ว
ตอนที่ 3098 ทะเลปุ๊ตู้ไห่เล่นลูกไม้อีกแล้ว
ศึกเดียวตื่นตระหนกทั่วปฐพี หลี่ชิเย่อาศัยศึกเดียวเข่นฆ่าเทพสงครามจินเปี้ยน สังหารกองทัพนับล้าน สร้างความตื่นตระหนกตกใจทั่วแดนลัทธิเซียน
หลังจากศึกในครั้งนั้น ฟ้าดินเงียบสงัด อาณาประชาราษฎร์นับล้านล้านาของแดนลัทธิเซียนต้องสั่นเทากับเรื่องนี้ นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ไม่รู้ว่ามียอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนเท่าไรที่เงียบกริบดั่งจั๊กจั่นในฤดูหนาว ไม่กล้าไปวิพากวิจารณ์เรื่องราวเกี่ยวกับคนโหดอันดับหนึ่งโดยง่ายดาย ต่อให้มียอดฝีมือผู้บำเพ็ญตน นิกายและสำนักเจ้าลัทธิที่วิพากวิจารณ์ถึงเรื่องนี้ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการคุยกันอย่างลับๆ
เป็นที่รับรู้กันทั่วหล้าว่า หลังจากศึกครั้งนี้แล้ว ระดับปฐมบรรพบุรุษคนที่สามของแดนลัทธิเซียนได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งจะนำมาซึ่งยุคสมัยใหม่ และเป็นการต้อนรับยุคที่เจริญรุ่งเรืองยุคหนึ่ง
หลังจากศึกครั้งนี้แล้ว มียอดฝีมือวิพากวิจารณ์กันลับๆ ว่า “ยุคนี้จะเป็นยุคที่เฉกเช่นยุคสมัยของเกาหยางอย่างนั้นรึ?”
เกาหยางคือระดับปฐมบรรพบุรุษที่เปี่ยมด้วยตำนานมากที่สุดของแดนลัทธิเซียน ยุคสมัยที่เขาอยู่นั้นก็คือหนึ่งในยุคสมัยที่มีความปราดเปรื่องน่าทึ่งมากที่สุดของแดนลัทธิเซียนนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน ในยุคนั้นไม่รู้ว่าได้ให้กำเนิดผู้ที่มีความปราดเปรื่องน่าทึ่งจำนวนเท่าไร ไม่รู้ว่าได้ให้กำเนิดราชันแท้จริงที่ปราศจากผู้เทียบเทียมจำนวนเท่าไร ไม่รู้ว่าได้ให้กำเนิดระดับคงความอมตะตลอดกาลที่เกรียงไกรทั่วหล้าจำนวนเท่าไร
สืบเนื่องจากยุคสมัยดังกล่าวนั้นมีความปราดเปรื่องน่าทึ่งมากเหลือเกิน ส่งผลให้เกาหยางไม่เพียงได้กลายเป็นหนึ่งในสิบสุดยอดปฐมบรรพบุรุษเท่านั้น กระทั่งเคยมีผู้กล่าวว่า เกาหยางนั้นสามารถเบียดเข้าไปอยู่หนึ่งในสามสุดยอดปฐมบรรพบุรุษ
ในยุคสมัยปัจจุบัน ระดับปฐมบรรพบุรุษสามท่านอยู่ในฐานะดุลกำลังสามเส้า เริ่มจากมีพระอาจารย์จินกวงก่อน ต่อมามีปราชญ์อัจฉริยะหลันซู เวลานี้มีคนโหดอันดับหนึ่งโผล่ขึ้นมาอีก ช่างเป็นยุคสมัยที่รุ่งเรืองเพียงใด เมื่อระดับปฐมบรรพบุรุษสามท่านได้ถือกำเนิดขึ้นมาในยุคสมัยดังกล่าวนี้
“การถ่วงดุลอำนาจสามเส้าของปฐมบรรพบุรุษสามท่าน มันจะเป็นยุคสมัยที่เจริญรุ่งเรือง และจะเป็นยุคสมัยที่โหดร้ายทารุณ” ระดับบรรพบุรุษได้พึมพำขึ้นมา
ผู้คนใต้หล้าต่างรู้ว่า เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ยุคสมัยที่มีระดับปฐมบรรพบุรุษหลายท่าน ต้องเกิดเหตุการณ์ขัดแย้งกันไม่หยุดแน่นอน ระหว่างปฐมบรรพบุรุษด้วยกันเองก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามขึ้น็น็น
“เกรงว่าจะความสามารถที่พอๆ กัน หากเป็นการสยบอีกฝ่ายอย่างเด็ดขาดล่ะก็ยังทำให้ใต้หล้าสงบสุขได้” ระดับคงความอมตะตลอดกาลผู้หนึ่งทอดถอนใจเบาๆ ขึ้นมา และกล่าวว่า “หากปฐมบรรพบุรุษทั้งสามท่านล้วนแล้วแต่พอๆ กันล่ะก็ เกรงว่าจากนี้ต่อไปอย่าหวังว่าใต้หล้าจะสงบสุข มีแต่ศึกสงครามต่อเนื่อง อาณาประชาราษฎร์ล้มตายเป็นจำนวนมาก ไม่รู้ว่าจะมีระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิ และสำนักเจ้าลัทธิที่ถูกโยงเข้าไปในวังวน”
คำพูดลักษณะเช่นนี้ได้ทำให้ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนไม่น้อยสะท้านในใจ ศึกสงครามระหว่างปฐมบรรพบุรุษคือการทำลายฟ้าดินจนพังพินาศย่อยยับ เมื่อใดที่มีระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิอื่นๆ พัวพันเข้าไปด้วย อย่างเบาคือตายเจ็บนับล้าน หนักคือระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิๆ หนึ่งหายวับไปกับตาในพริบตา
ศึกระหว่างปฐมบรรพบุรุษใช่จะไม่เคยเกิดขึ้นในแดนลัทธิเซียนมาก่อน หากระหว่างปฐมบรรพบุรุษด้วยกันสามารถควบคุมซึ่งกันและกันยังดีหน่อย หากระหว่างปฐมบรรพบุรุษทำศึกสงครามไม่ขาด ไม่รู้ว่าจะต้องมีระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิ และสำนักเจ้าลัทธิจำนวนเท่าไรที่พัวพันเข้าไป
“หากเหมือนดั่งเกาหยางในครั้งนั้น ใต้หล้าก็จะสงบ” ระดับบรรพบุรุษกล่าวขึ้นเช่นนี้
ผู้คนใต้หล้าต่างรู้ว่า ในครั้งนั้นเกาหยางผงาดฟ้าปรากฏขึ้น ปราศจากผู้ต่อกรเป็นนิรันดร์ เกรียงไกรทั่วหล้า หลังจากที่เขาได้กลายเป็นระดับปฐมบรรพบุรุษระดับปฐมบรรพบุรุษแล้ว ก็ได้สยบระดับปฐมบรรพบุรุษในยุคสมัยเดียวกันอีกท่านหนึ่ง ซึ่งก็คือปฐมบรรพบุรุษหวินตู้นั่นเอง
เกาหยางนั้นนับว่าปราดเปรื่องน่าทึ่งเหลือเกิน มีความแข็งแกร่งและพาลเหลือเกิน หลังจากที่เขาได้อาศัยท่วงท่าที่พาลและแข็งแกร่งสยบปฐมบรรพบุรุษหวินตู้แล้ว ก็ได้ยุติความขัดแย้งระหว่างปฐมบรรพบุรุษ ใต้หล้าสงบสุข สงครามยุติ
“นับแต่อดีตถึงปัจจุบันเป็นต้นมาก็มีเพียงเกาหยางเพียงคนเดียวเท่านั้น” มีบรรพบุรุษส่ายหน้า และหัวเราะเจื่อนๆ
นับแต่อดีตถึงปัจจุบันจะมีสักกี่คนเล่าที่สามารถปราดเปรื่องน่าทึ่งเช่นเกาหยาง ดังนั้น ทุกคนต่างรู้สึกว่ายุคสมัยนี้ การที่ปฐมบรรพบุรุษสามท่านเคียงคู่กัน อาจมีไฟสงครามต่อเนื่องในอนาคตก็เป็นได้
“บางที คนโหดอันดับหนึ่งอาจะเทียบเคียงกับเกาหยางในสมัยนั้น” มียอดฝีมือเสนอมุมมองเช่นนี้ขึ้น
“ดูถูกเกาหยางมากเกินไปแล้ว” ผู้บำเพ็ญตนที่รู้ดีถึงตำนานเกี่ยวกับเกาหยางได้ส่ายหน้าทันทีและแสดงความไม่เห็นด้วย และกล่าวว่า “เกาหยางในครั้งนั้นมีความปราดเปรื่องน่าทึ่งเพียงใด เขาได้เข้าไปยังแดนอาถรรพ์ กวาดล้างทุกอย่างปราศจากผู้ต้านทาน ช่างเป็นยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่อะไรอย่างนั้น ช่างเป็นระดับปฐมบรรพบุรุษที่ยอดเยี่ยมปราศจากผู้เทียบเทียมอะไรอย่างนั้น คนโหดอันดับหนึ่งไหนเลยจะเทียบเคียงได้”
แน่นอน ไม่มีผู้ใดคิดว่าคนโหดอันดับหนึ่งจะปราดเปรื่องน่าทึ่งยิ่งกว่าเกาหยาง แต่ว่า ในทางลับก็มีระดับบรรพบุรุษ ระดับคงความอมตะตลอดกาลจำนวนไม่น้อยที่ทำการวิเคราะห์และประเมินกำลังความสามารถที่แท้จริงของคนโหดอันดับหนึ่ง
“ดูจากเหตุการณ์ต่างๆ แล้ว ความแข็งแกร่งด้านกำลังความสามารถของคนโหดอันดับหนึ่งนั้น บางทีอาจแข็งแกร่งกว่าปราชญ์อัจฉริยะหลันซูอยู่สามส่วน” ระดับปฐมบรรพบุรุษได้แสดงมุมมองเช่นนี้ขึ้นมา
“สิ่งนี้มีความเป็นไปได้จริงๆ” ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างเห็นด้วยกับทัศนะเช่นนี้ และกล่าวว่า “เพียงแต่ ไม่รู้ว่าเทียบกับพระอาจารย์จินกวงแล้วเป็นเช่นใด?”
“บางที พระอาจารย์จินกวงจะแข็งแกร่งยิ่งกว่า จะอย่างไรเสียคนโหดอันดับหนึ่งเป็นผู้ที่เข้าสู่ยุทธภพช้าที่สุดในจำนวนทั้งสามคน หากว่ากันด้วยเรื่องของธาตุแท้ภายในแล้ว คนโหดอันดับหนึ่งยังคงไม่เท่าพระอาจารย์จินกวง จะอย่างไรเสีย พระอาจารย์จินกวงเป็นระดับปฐมบรรพบุรุษมานานมากแล้ว ความลึกซึ้งด้านธาตุแท้ภายในหาใช่คนโหดอันดับหนึ่งจะสามารถเทียบเคียงได้” มีระดับบรรพบุรุษประเมินไว้เช่นนี้
แต่ก็มีระดับคงความอมตะตลอดกาลที่มีความคิดที่ล้ำยิ่งกว่า ส่ายหน้าเบาๆ และกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่แน่เสมอไป ตั้งแต่คนโหดอันดับหนึ่งเข้าสู่ยุทธภพมา อาศัยเพียงมือข้างเดียวก็เกรียงไกรไปทั่วหล้า ไม่เคยเห็นเขามีอาวุธอยู่ในมือ ตามความเห็นของข้า คนโหดอันดับหนึ่งไม่ได้สำแดงฝีมือเต็มที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความแข็งแกร่งด้านกำลังความสามารถของเขาเกินเลยกว่าที่พวกเราจินตนาการ มิฉะนั้นแล้ว ปราชญ์อัจฉริยะหลันซูที่แข็งแกร่งคงไม่แสดงความเคารพนับถือเขาเพียงนี้”
เกี่ยวกับเรื่องที่สามปฐมบรรพบุรุษในปัจจุบันใครแข็งแกร่งกว่าใครอ่อนกว่านั้น ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตน ระดับบรรพบุรุษ ระดับคงความอมตะตลอดกาลจำนวนไม่น้อยล้วนมีการหารือกันในทางลับ มีทั้งผู้ที่คิดว่าคนโหดอันดับหนึ่งแข็งแกร่งกว่า และมีผู้ที่คิดว่าพระอาจารย์จินกวงแข็งแกร่งกว่า
แต่ว่า สิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ก็คือ พระอาจารย์จินกวงนั้นเป็นระดับปฐมบรรพบุรุษมาเป็นเวลานานมาก ซึ่งจุดนี้หาใช่คนโหดอันดับหนึ่งสามารถเทียบเคียงได้อยู่แล้ว ทุกคนต่างคิดว่าในจำนวนปฐมบรรพบุรุษทั้งสาม พระอาจารย์จินกวงคือผู้ที่มีธาตุแท้ภายในลึกล้ำที่สุดคนหนึ่ง
ตูม ตูม ตูม…เสียงตูมตามดังขึ้นเป็นระลอก ท้องฟ้าสั่นเทาทีหนึ่ง ในขณะที่ศึกเดียวสะท้านฟ้าของคนโหดอันดับหนึ่งผ่านไปไม่นาน ทะเลปุ๊ตู้ไห่พลันปรากฏเสียงดังตูมตามดังขึ้นเป็นระลอกกะทันหัน เสมือนหนึ่งมีสิ่งที่ใหญ่โตมโหฬารจะปรากฏขึ้นอย่างนั้น
ขณะที่เสียงดังตูมตามเช่นนี้ดังขึ้น ได้ดึงดูดสายตายอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนของแดนลัทธิเซียนนับไม่ถ้วน
ทุกคนทอดสายตามองออกไป เวลานี้ทะเลปุ๊ตู้ไห่ที่ไกลโพ้นปรากฏคลื่นยักษ์ที่สาดซัด เสมือนดั่งปลาฉลามยักษ์ปรากฎตัวอย่างนั้น คลื่นยักษ์ที่สูงเทียมฟ้า ท่ามกลางไอหมอกปรากฎผืนแผ่นดินขนาดยักษ์พุ่งออกมา
ภาพเช่นนี้ช่างสะเทือนหวั่นไหวต่อจิตใจผู้คนเหลือเกิน ขณะที่ผืนแผ่นดินนี้พุ่งออกมาจากทะเลปุ๊ตู้ไห่นั้น เสมือนหนึ่งพุ่งโจมตีช่องว่างจนทะลุอย่างนั้น เหมือนว่ามันได้โจมตีทำลายมิตินับไม่ถ้วนในส่วนลึกและไกลโพ้นของทะเลปุตู้ไห่ และบินออกมาจากทะเลปุ๊ตู้ไห่โดยพลันอย่างนั้น
เสียงตูม ตูม ตูมดังตูมตามขึ้นมาเป็นระลอกไม่ขาดสาย ด้วยลักษณะเสียงดังตูมตามที่ดังเป็นเสียงทุ้มต่ำเช่นนี้ กลับทำให้ช่องว่างสั่นเทากับสิ่งนี้ เหมือนว่าผืนแผ่นดินผืนนี้มีน้ำหนักมากเกินไปแล้วจริงๆ แม้แต่ท้องฟ้าก็ไม่สามารถรองรับกับผืนแผ่นดินลักษณะเช่นนี้เอาไว้ได้
“มีสิ่งของลอยออกมาจากทะเลปุ๊ตู้ไห่อีกแล้ว” ทั่วทั้งแดนลัทธิเซียนไม่ทราบว่ามียอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนเท่าไรที่รู้สึกฮือฮากับสิ่งนี้ เมื่อมองเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า
“จะเกิดเรื่องอะไรอีกแล้วล่ะ?” ภายในใจของผู้คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึง และร้องเสียงดังขึ้นมา เมื่อมองเห็นผืนแผ่นดินผืนใหญ่เช่นนี้ฝ่าเกลียวคลื่นออกมาจากทะเลปุ๊ตู้ไห่
การที่ได้เห็นทะเลปุ๊ตู้ไห่ปรากฏผืนแผ่นดินผืนขนาดนี้ลอยออกมาจากทะเลปุ๊ตู้ไห่อีกครั้ง พลันทำให้ภายในใจของยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนมากรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที
เริ่มจากก่อนหน้านั้นมีลูกอุกกาบาตยักษ์บินเข้ามา เกือบจะพุ่งโจมตีด่านเทียนสงกวานจนแหลกละเอียด ทำลายแดนลัทธิเซียนจนมลายไป จากนั้นก็มีเรือปราบปรามไกลลอยออกมาจากทะเลปุ๊ตู้ไห่ โดยเรือปราบปรามไกลที่ลอยมานั้น ได้บรรทุกสิ่งที่ไม่มีวันตายมาเต็มลำเรือ
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว เวลานี้ก็ได้มีผืนแผ่นดินผืนขนาดเช่นนี้ลอยออกมาจากทะเลปุ๊ตู้ไห่นั้น มันจะนำพาสิ่งใดให้กับแดนลัทธิเซียนเล่ากันแน่นะ? เป็นลางไม่ดี หรือบรรทุกความหวังมาเต็มที่กันเล่า?
เสียงทุ้มต่ำตูม ตูม ตูมดังขึ้นเป็นระลอกไม่ขาดสาย ผืนแผ่นดินผืนนี้นับว่ามีน้ำหนักมากเหลือเกิน ขณะที่มันลอยล่องมานั้น ช่องว่างที่มันลอยผ่านมาล้วนเกิดการสะเทือนหวั่นไหว
“ผืนแผ่นดินที่มีขนาดใหญ่มากเหลือเกิน” ขณะที่ผืนแผ่นดินผืนใหญ่เช่นนี้ลอยล่องออกมา ท้องฟ้าเสมือนดั่งถูกเงาทมิฬขนาดยักษ์ปกคลุมไปทั่วอย่างนั้น ทำให้ผู้คำอดที่จะใจหายใจคว่ำไม่ได้
ขณะที่ผืนแผ่นดินผืนนี้ลอยล่องมาดูเหมือนไม่เร็วมากนัก แต่ความจริงแล้ว ความเร็วของมันนั้นน่าตระหนกตกใจยิ่งนัก ที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านี้ก็คือ มันคือผืนแผ่นดินที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารผืนหนึ่ง ด้วยผืนแผ่นดินที่วิ่งห้อเข้ามาเช่นนี้ เรียกได้ว่าสามารถพุ่งโจมตีช่องว่างจนแหลกละเอียดได้ทุกเวลา
“มันจะชนเข้ากับด่านเทียนสงกวานหรือไม่?” ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนไม่น้อยอดที่จะเอ่ยขึ้นมาด้วยความกังวล เมื่อมองเห็นท่าที่น่าตกใจของผืนแผ่นดินที่วิ่งห้อเข้ามา
ด้วยผืนแผ่นดินที่มีขนาดยักษ์ที่พุ่งโจมตีเข้ามาเช่นนี้ ไม่เห็นด่านเทียนสงกวานจะสามารถแบกรับได้ ต่อให้ด่านเทียนสงกวานสามารถแบกรับได้กับแรงปะทะที่รุนแรงเช่นนี้ เกรงว่าก็ต้องได้รับความเสียหาย
โชคดีก็คือ ขณะที่ผืนแผ่นดินขนาดยักษ์วิ่งห้อเข้ามานั้น มันไม่ได้พุ่งชนเข้ากับด่านเทียนสงกวาน แค่โฉบผ่านด่านเทียนสงกวานเท่านั้นเอง หวาดเสียวแต่ปราศจากอันตราย
บรรดาทหารของด่านเทียนสงกวานต่างหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อมองเห็นเงาทมิฬขนาดยักษ์เช่นนี้โฉบผ่านไปบนท้องฟ้า ลองจินตนาการดู หากผืนแผ่นดินขนาดยักษ์เช่นนี้พุ่งชนเข้ามา อานุภาพของมันจะมีความน่ากลัวเพียงใด
การที่ผืนแผ่นดินผืนนี้โฉบผ่านด่านเทียนสงกวานไป ไม่เพียงแต่ทหารของด่านเทียนสงกวานที่หายใจด้วยความโล่งอกเท่านั้น ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนมากของแดนลัทธิเซียนก็หายใจด้วยความโล่งอกเช่นกัน ถ้าหากด่านเทียนสงกวานถูกพุ่งชนจนแตกละเอียด เมื่อเป็นเช่นนั้น ไม่รู้ว่าจะมีระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิจำนวนเท่าไรต้องรับเคราะห์ไปด้วย
“บนผืนแผ่นดินผืนนี้มีสิ่งใดอยู่บนนั้นกันแน่นะ?” มีผู้กล่าวเสียงแผ่วเบาขึ้น ขณะมองดูผืนแผ่นดินผืนนี้ลอยล่องไปยังท้องฟ้าด้านทิศเหนือที่สุดลูกหูลูกตาไม่มีที่สิ้นสุด
ขณะมองดูผืนแผ่นดินผืนนี้มุ่งหน้าไปยังท้องฟ้าทางด้านทิศเหนือ สร้างความรู้สึกแปลกใจขึ้นในใจของทุกคน ก่อนหน้านี้มีลูกอุกกาบาตยักษ์ มีเรือปราบปรามไกลที่ลอยล่องมา เวลานี้ก็มีผืนแผ่นดินผืนนี้ล่องลอยเข้ามา บนผืนแผ่นดินผืนนี้มีสิ่งใดอยู่บนนั้นกันแน่เล่า
“ขึ้นไปดูกัน” มียอดฝีมือที่อดทนไม่ได้ ไล่กวดผืนแผ่นดินผืนนี้ไปยังท้องฟ้าด้านทิศเหนือ
“ไม่เหมาะ อย่าลืมเหล่าสิ่งที่ตายไปแล้วก่อนหน้านั้น” มีผู้บำเพ็ญตนที่อดเป็นกังวลไม่ได้
แม้ว่ามียอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนไม่น้อยที่เป็นกังวลว่าบนผืนแผ่นดินที่มีขนาดยักษ์ผืนนี้จะมีบรรดาสิ่งที่ตายไปแล้ว หรือสิ่งโหดร้ายสุดๆ แต่ว่า ยังคงมีระดับบรรพบุรุษที่แข็งแกร่งอดไม่ได้ที่จะขึ้นไปบนผืนแผ่นดินผืนนี้ เพื่อต้องการรู้ว่ามีอะไรกันแน่
โชคดีก็คือ หลังจากที่บรรดาบรรพบุรุษที่เป็นยอดฝีมือเหล่านี้ได้ขึ้นไปบนผืนแผ่นดินผืนดังกล่าวแล้ว ไม่ได้พบเจอกับสิ่งโหดร้ายสุดๆ แต่อย่างใดฆ
ครั้นบรรดาเหล่าบรรพบุรุษเหล่านี้ได้ขึ้นไปบนผืนแผ่นดินผืนนี้แล้วจึงพบว่า ผืนแผ่นดินผืนนี้เป็นพื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างยิ่ง บนผืนแผ่นดินผืนนี้มีน้ำตกที่ตกลงมาจากท้องฟ้า มีแม่น้ำที่คดเคี้ยว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีภูเขาที่เขียวขจีนับไม่ถ้วน และมีเมฆหมอกยามเช้า…
เมื่อยืนอยู่บนผืนแผ่นดินลักษณะเช่นนี้ เสมือนดั่งตนเองไปยืนอยู่ ณ ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิที่ใหม่ทั้งหมดอย่างนั้น อากาศที่บริสุทธิ์ยามเช้าเข้ามาปะทะใบหน้า
“หรือว่านี่คือผืนแผ่นดินที่ยังไม่เคยบุกเบิกมาก่อน?” ระดับบรรพบุรุษที่มองเห็นแผ่นดินที่กว้างขวางตรงหน้าแล้ว อดที่จะชมเปาะด้วยความตื่นตะลึง
ทุกๆ ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิล้วนแล้วแต่อาศัยปฐมบรรพบุรุษทำพิธีบูชาและสร้างขึ้นมา แต่ว่า ขณะที่มีการสร้างระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิของตนขึ้นมานั้น ปฐมบรรพบุรุษจำนวนมากก็เคยลากเอาผืนแผ่นดินจากนอกโลกลงมา เพื่อนำมาเป็นหินที่เป็นฐานรากสำหรับระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิของตน