Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 3112 นกสามขาทองคำ
ตอนที่ 3112 นกสามขาทองคำ
“เล่าฮูก่อน!” ขณะที่จักรพรรดิซีหวงยังไม่ได้ลงมือ เสียงของเจ๋อหลงดังขึ้น
เสียงที่แก่หง่อมของเจ๋อหลงเสมือนดั่งทะลุผ่านหมื่นอาณาจักร เปี่ยมด้วยพลัง แค่ได้ยินเสียงที่สามารถทะลุผ่านหมื่นอาณาจักรได้ ก็ทำให้ผู้คนต้องสะท้านภายในใจแล้ว
พลันที่ทุกคนได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็รู้ว่าเจ๋อหลงเอาจริงแล้ว เขาเองก็ให้ความสำคัญในศัตรูที่กล้าแข็งอย่างหลี่ชิเย่ยิ่งนัก
ในพริบตาเดียวนั่นเองเสียงตูมดังขึ้นเสียงหนึ่ง คลื่นความร้อนได้พุ่งโจมตีเข้ามา ขณะทุกคนยังไม่ทันมีปฏิกิริยาตอบสนอง บนท้องฟ้าได้ปรากฏนกสามขาทองคำตัวหนึ่ง
นกสามขาทองคำตัวนี้ท่าทางปราดเปรียวอย่างยิ่ง ตัวของนกทองตัวนี้เสมือนหนึ่งหลอมสร้างขึ้นมาจากทองคำอย่างนั้น ขณะที่มันปรากฏบนท้องฟ้านั้น มันมีความเจิดจ้าละลานตาคล้ายดวงตะวันอย่างนั้น เหมือนว่ามันก็คือดวงตะวัน
ขาทั้งสามของนกสามขาทองคำตัวนี้ มีสีทองแวบวับ เหมือนว่าเมื่อขาทั้งสามของมันเหยียบลงมานั้น สามารถเหยียบเอาพื้นพสุธาจนแหลกละเอียด
เสียงตูมดังขึ้นเสียงหนึ่ง ในพริบตาเดียวนั่นเอง พลันที่ปีกสองข้างของนกสามขาทองคำกางออกมา พริบตาเดียวนั่นเองขณะคลื่นความร้อนดั่งคลื่นยักษ์ที่พุ่งโจมตีเข้ามาเป็นระลอกนั้น ได้ยินเสียงจี๊ด จี๊ด จี๊ดดังขึ้น ป่าไม้ของผืนแผ่นดินผืนนี้ถูกเผาไหม้ไป แม่น้ำลำคลองบนปฐพีพลันถูกเผาและต้มจนแห้งเหือด ย่อมสามารถจินตนาการได้ว่านกสามขาทองคำตัวนี้ช่างน่ากลัวเพียงใดแล้ว
“นี่คือกายนิมิตของเจ๋อหลง เล่าลือกันว่าเจ๋อหลงมีสัตตกายนิมิต หลังจากสัตตกายนิมิตไปแล้วจึงจะเป็นร่างแท้จริงของเขา” ระดับบรรพบุรุษกล่าวด้วยความตระหนก เมื่อมองเห็นนกสามขาทองคำตัวนี้ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าในพริบตา
กายนิมิตของเจ๋อหลงเคยมีอำนาจสยบจากอดีตถึงปัจจุบัน เนื่องจากทุกๆ กายนิมิตของเขาล้วนแล้วแต่เป็นสัตว์เทพที่แข็งแกร่งที่สุดในตำนาน ดังนั้น เจ๋อหลงมักจะไม่จำเป็นต้องอาศัยร่างจริงลงมือเสมอๆ กายนิมิตของเขาก็เพียงพอที่จะทำลายศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
เวลานี้นกสามขาทองคำพลันปรากฏอยู่บนท้องฟ้าในทันที ทุกคนต่างก็รู้ว่า เจ๋อหลงต้องการขับเคลื่อนกายนิมิตของตนเองแล้ว
เจ๋อหลงไม่ได้อาศัยร่างแท้จริงลงมือตั้งแต่แรก เขาอาศัยกายนิมิตในการรับมือกับศัตรู ก็แค่ต้องการหยั่งเชิงในกำลังความสามารถของหลี่ชิเย่ หยั่งเชิงในตื้นลึกหนาบางของหลี่ชิเย่ จะอย่างไรเสีย เจ๋อหลงที่แข็งแกร่งถึงขั้นนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างหลี่ชิเย่ที่แกร่งและพาล เขาเองก็มีความรอบคอบระมัดระวังอย่างยิ่ง ไม่กล้าประมาทศัตรู มิฉะนั้นแล้ว อาจจะต้องตายน้ำตื้นก็เป็นได้
เสียงฟ่าวว…ดังขึ้นเสียงหนึ่ง ในพริบตาเดียวนั่นเอง มองเห็นนกสามขาทองคำพลันอ้าปาก ปรากฎเพลิงแก่นสุริยันถูกพ่นทะลักออกมาอย่างไม่ขาดสาย และพุ่งโจมตีเข้าหาหลี่ชิเย่ในทันที
เพลิงแก่นสุริยันที่พ่นออกมาจากนกสามขาทองคำนั้นมีความน่าสยองขวัญเพียงใด ขณะยังไม่ได้ลงมาถึงก็ได้ยินเสียงจี๊ด จี๊ด จี๊ดดังขึ้นมาไม่ขาดสาย พื้นพสุธาปรากฏเป็นควันดำขึ้นมา ดินเริ่มมีการหลอมละลายภายใต้อุณหภูมิที่สูงมากขนาดนี้
แต่ว่า ท่ามกลางเพลิงแก่นสุริยันที่ไม่ขาดสาย บนตัวของหลี่ชิเย่ได้เปล่งประกายบางๆ ขึ้นมา เมื่อประกายดังกล่าวปกคลุมหลี่ชิเย่ทั้งตัว ไม่ว่าเพลิงแก่นสุริยันจะเทราดลงมาอย่างไรก็ตาม ล้วนไม่มีประโยชน์
หลี่ชิเย่กลับยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทีสบายๆ และอิสระเสรี ภายใต้การเผาไหม้อย่างรุนแรงของเพลิงแก่นสุริยัน ไม่ว่าจะอาบเอิบด้วยเพลิงแก่นสุริยันใดๆ ไม่ว่าเพลิงแก่นสุริยันจะพุ่งเข้าไปเผาผลาญอย่างรุนแรงเพียงใด ก็ไม่สามารถทำอันตรายหลี่ชิเย่ได้แม้แต่น้อย ไม่สามารถทำลายประกายของหลี่ชิเย่
เสียงตูม…ดังสนั่น นาทีนี้ นกสามขาทองคำก็คลุ้มคลั่งขึ้นมาแล้ว ประกายสุริยันทั้งตัวเสมือนดั่งระเบิดขึ้นมาอย่างนั้น ประกายสุริยันที่เจิดจ้าปราศจากผู้ต่อกรส่องสว่างจนทุกคนลืมตาทั้งสองไม่ขึ้น แม้กระทั่งเนตรฟ้าก็ใช้ไม่ได้
นาทีนี้ ปีกทั้งสองข้างของนกสามขาทองคำพลันกลับกลายเป็นขนาดยักษ์ปราศจากผู้เทียบเทียม บดบังเก้าชั้นฟ้าสิบแดนดิน มองเห็นหลังของนกสามขาทองคำปรากฏดวงตะวันที่ค่อยๆ ลอยขึ้นมาดวงแล้วดวงเล่าท่ามกลางเสียงดังตูมตาม เพียงพริบตาเดียว ดวงตะวันสิบดวงได้ลอยล่องอยู่บนหลังของนกสามขาทองคำ เสมือนดั่งบงการเก้าชั้นฟ้าสิบแดนดินอย่างนั้น
ขณะที่บนหลังของนกสามขาทองคำปรากฏดวงตะวันสิบดวงลอยขึ้นมานั้น แม้ว่าพลังแก่นสุริยันไม่ได้เทลงมา ผืนแผ่ดินทั้งผืนล้วนปรากฏเสียงจี๊ด จี๊ด จี๊ดดังขึ้น ในพริบตาเดียวนั่นเอง ทั่วทั้งแผ่นดินล้วนกลายเป็นแผ่นดินแห้งกรัง ต้นไม้ทั้งหมดล้วนถูกเผาไหม้ไปสิ้น
เสียงตูมดังขึ้นมาเสียงหนึ่ง ในพริบตาเดียวนั่นเอง เพลิงแก่นสุริยันเสมือนดั่งน้ำหลากจากเขื่อนพังอย่างนั้น มันถูกเทราดลงมาอย่างบ้าคลั่ง พลันเอ่อท่วมโลกทั้งโลกจนจมมิด พลังแก่นฟ้าดินได้กลืนกินผืนแผ่นดินทั้งผืน ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ไม่สามารถรอดชีวิตได้ ภายใต้เพลิงแก่นสุริยันเช่นนี้
ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรเมื่อมองเห็นโลกทั้งโลกเสมือนดั่งกลายเป็นมหาสมุทรเพลิงแก่นสุริยัน โดยเพลิงแก่นสุริยันกำลังคำราม ขณะพายุสุริยัน คลื่นยักษ์เพลิงแก่นที่น่าสยองขวัญโหมซัดเข้ามาแล้วต้องสั่นเทา
เพียงถูกเพลิงแก่นสุริยันที่น่าสยองขวัญเช่นนี้หยดลงบนตัวสักหยด ก็จะถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าได้ในพริบตาเดียว
ดังนั้น ขณะที่เพลิงแก่นสุริยันกลืนกินผืนแผ่นดินอยู่นั้น ผืนแผ่นดินถูกเพลิงแก่นสุริยันหลอมละลายไปโดยสิ้นเชิงท่ามกลางเสียงจี๊ด จี๊ด จี๊ดที่ดังขึ้น มองเห็นลาวาที่ไหลนองไปทั่วผืนแผ่นดิน อีกทั้งยังมีลาวาที่พ่นทะลักขึ้นมาเป็นระยะๆ ทำให้ผืนแผ่นดินทั้งผืนกลายเป็นเหมือนดั่งนรกอเวจี
“น่าสยดสยองเหลือเกิน” ยอดฝีมือ ผู้ยิ่งใหญ่จำนวนเท่าไรร่างสั่นเทิ้มทีหนึ่ง เมื่อมองเห็นเพลิงแก่นสุริยันที่เทราดลงมาดั่งน้ำหลากจากเขื่อนแตก
นาทีนี้เอง หลี่ชิเย่พลันอ้าปาก และได้ยินเสียงฟ่าววดังขึ้นเสียงหนึ่ง เขาถึงกับจัดการกลืนกินเพลิงแก่นสุริยันที่นกสามขาทองคำเทราดลงมาเข้าปากไป
เสียงตูม ตูม ตูมดังตูมตามก้องฟ้าดิน เพลิงแก่นสุริยันที่ไม่มีสิ้นสุดเหมือนปะทุขึ้นมาอย่างนั้น และเทราดลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงครืนครานโครมครามไม่มีสิ้นสุด
นกสามขาทองคำเองก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมา เมื่อเห็นหลี่ชิเย่กลืนกินเพลิงแก่นสุริยันของตนเข้าไป เพลิงแก่นสุริยันทั้งหมดล้วนพุ่งเข้าโจมตีหลี่ชิเย่อย่างบ้าคลั่ง เหมือนว่ามันไม่เชื่อว่าหลี่ชิเย่จะสามารถรองรับเพลิงแก่นสุริยันปริมาณมากมายเช่นนี้ไว้ได้
ตูม ตูม ตูมเพลิงแก่นสุริยันประดุจดั่งไม่มีสิ้นสุดที่เทราดลงมาอย่างบ้าคลั่งอย่างนั้น แต่ว่า ไม่ว่าเพลิงแก่นสุริยันจะเทราดลงมาไม่ขาดสายอย่างบ้าคลั่ง ปากของหลี่ชิเย่ก็เสมือนดั่งหลุมที่เติมไม่เต็ม จัดการกลืนกินเพลิงแก่นสุริยันจนหมดสิ้นไม่เหลือแม้หยดเดียว เหมือนว่าต่อให้เพลิงแก่นสุริยันมากกว่านี้ก็ยังไม่เพียงพอให้เขากลืนกินอย่างนั้น
“อย่างนี้ก็ได้ด้วย?” ผู้คนจำนวนมากที่มองเห็นภาพของหลี่ชิเย่ที่กลืนกินเพลิงแก่นสุริยันลงไปทั้งหมดแล้ว ต่างอ้าปากกว้างค้าง
นี่คือเพลิงแก่นสุริยันที่สามารถเผาทำลายฟ้าดินได้ แต่ หลี่ชิเย่ในขณะนี้กลับกลืนกินมันเข้าไปโดยตรง ด้วยเพลิงแก่นสุริยันที่น่ากลัวเช่นนี้เมื่อถึงปากของหลี่ชิเย่แล้วเหมือนเป็นอาหารเลิศรสอย่างนั้น
นาทีนี้ นกสามขาทองคำเทราดเพลิงแก่นสุริยันลงมาอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่หลี่ชิเย่รับมันเอาไว้ตามระเบียบทั้งหมด ไม่ให้เหลือแม้เพียงหยดเดียว ทั้งสองฝ่ายต่างประจันหน้าอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานาน
เพลิงแก่นสุริยันถูกเทราดลงมาดั่งน้ำหลาก ขณะที่หลี่ชิเย่จัดการกลืนกินเข้าไปไม่มีสิ้นสุด
ทุกคนต่างมองดูภาพนี้ด้วยความเหม่อลอย หลังจากผ่านไปนานมาก มีผู้ซิบซิบขึ้นมาว่า “ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป เพลิงแก่นสุริยันที่เทราดลงมาเรียกว่าสามารถท่วมแดนลัทธิเซียนทั้งหมดจนจมมิดได้แล้ว”
จากการที่เพลิงแก่นสุริยันถูกเทราดลงมามากเกินไป นกสามขาทองคำเองก็เริ่มพยุงเอาไว้ไม่ได้แล้ว เนื่องจากมันได้เทเพลิงแก่นสุริยันทั้งหมดที่มีแล้ว เมื่อถึงขั้นนี้ เพลิงแก่นสุริยันของมันไม่สามารถหนุนเนื่องต่อไปได้อีกแล้ว ดังนั้น เพลิงแก่นสุริยันที่มันเทราดลงมาจึงน้อยลงๆ ทุกที
ขณะที่เพลิงแก่นสุริยันของนกสามขาทองคำยากที่จะหนุนเนื่องต่อไปได้อีก เสียงของหลี่ชิเย่ดังขึ้น “ถึงทีข้าบ้างนะ”
ในพริบตาเดียวนั่นเอง มองเห็นภายในปากของหลี่ชิเย่พลันเจิดจ้ายิ่งนัก ภายในปากของเขาคล้ายมีดวงตะวันนับร้อยนับพันต้องการกระโดดออกมาอย่างนั้น ประกายที่เจิดจ้าร้อนแรงพลันส่องสว่างเก้าชั้นฟ้าสิบแดนดิน
เสียงตูมดังสนั่นหวั่นไหว ในพริบตาเดียวนั่นเอง ภายในปากของหลี่ชิเย่ปรากฎลำแสงมหาประลัยสุริยันสายหนึ่งยิงออกมา ขณะที่ลำแสงมหาประลัยสุริยันสายนี้ถูกยิงออกมาโดยพลันนั้น เหมือนดวงตะวันนับล้านล้านดวงที่ระเบิดขึ้นมาอย่างนั้น พลันส่องประกายจนแสงสว่างบนฟ้าดินแห่งนี้มืดมิดไปสิ้น ภายใต้ลำแสงที่มีความจรัสร้อนแรงสูงสุด ทำให้ฟ้าดินตกลงสู่ความมืดในทันที มีเพียงลำแสงมหาประลัยสุริยันสายนี้เท่านั้นที่มีแสงสว่างอยู่ในครอบครองเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
นกสามขาทองคำร้องเสียงยาวขึ้นขณะลำแสงมหาประลัยพุ่งโจมตีเข้ามา ปีกสองข้างของมันหุบลง เพื่อต้านรับกับลำแสงมหาประลัยสุริยันที่พุ่งโจมตีเข้ามา ขณะเดียวกัน มันได้พวยพุ่งเพลิงแก่นสุริยันออกมาทั่วตัวไม่ขาดสาย หวังจะปกป้องร่างกายของตน
เสียงตูม…ดังสนั่นหวั่นไหว แม้แนวป้องกันของนกสามขาทองคำจะแข็งแกร่งมากกว่านี้ แต่ว่า ภายใต้ลำแสงมหาประลัยสุริยันที่น่าสยองขวัญเช่นนี้แล้วก็ไร้ประโยชน์ แนวป้องกันของนกสามขาทองคำพลันถูกลำแสงมหาประลัยสุริยันยิงจนทะลุ ในขณะเดียวกัน ร่างกายของนกสามขาทองคำก็ถูกลำแสงมหาประลัยสุริยันยิงทะลุทันที
นกสามขาทองคำร้องเสียงน่าเวทนาคำหนึ่ง มันถูกลำแสงมหาประลัยสุริยันที่น่าสยองขวัญเผาผลาญในพริบตา และร่างกายที่มีขนาดใหญ่โตของนกสามขาทองคำก็กลับกลายเป็นเถ้าธุลีไปในพริบตา
เมื่อนกสามขาทองคำส่งเสียงร้องน่าเวทนาขาดคำ มองเห็นเถ้าธุลีที่ปลิวกระจายไปตามลม
เวลานี้ ลำแสงมหาประลัยสุริยันที่ยิงออกจากปากของหลี่ชิเย่ก็ค่อยๆ มืดสลัวลงช้าๆ และจางหายไป
ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรที่อ้าปากกว้างมากจนหุบไม่ลงเป็นเวลานาน เมื่อได้เห็นภาพนี้แล้ว ในขณะนี้ ผู้คนจำนวนมากมองดูจนเหม่อลอยไม่สามารถเรียกสติกลับมา
ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า นกสามขาทองคำคือเทพสุริยัน มันบงการดวงตะวัน มันมีเพลิงแก่นสุริยันในครอบครอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนไม่สามารถจินตนาการได้อยู่แล้ว
อีกทั้งตามตำนานเล่าว่า นกสามขาทองคำคือสัตว์เทพที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องวิชาไฟ เรียกได้ว่าปราศจากผู้ต่อกร เพลิงแก่นสุริยันของเขาสามารถเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างของฟ้าดิน
ทว่า เวลานี้มันกลับถูกสังหารโดยเพลิงแก่นของตนเผาจนตาย เรื่องราวเช่นนี้หากแพร่ออกไปยากที่จะทำให้ผู้คนเชื่อ เรื่องนี้ก็คล้ายเทพแห่งไฟองค์หนึ่งตายอนาถภายใต้ไฟศักดิ์สิทธิ์ของตนเองอย่างนั้น
แต่ เรื่องจริงกองอยู่ตรงหน้าของทุกคน อีกทั้งที่ดูจะเกินจริงมากที่สุดก็คือ ตั้งแต่ต้นจนจบหลี่ชิเย่เพียงแค่อ้าปากเท่านั้นเอง โดยไม่ได้มีกระบวนท่าอื่นใด ไม่มีเคล็ดวิชาอื่นใด ก็สามารถอาศัยเพลิงแก่นสุริยันสังหารนกสามขาทองคำได้แล้ว
นกสามขาทองคำคือกายนิมิตของเจ๋อหลง แต่กลับถูกหลี่ชิเย่สังหารไปอย่างง่ายดาย ช่างเป็นกำลังความสามารถที่น่าสยองขวัญอะไรอย่างนั้น
ในเวลานี้ ได้ทำให้ภายในใจของบรรพบุรุษระดับคงความอมตะตลอดกาลหวาดหวั่นพรั่นพรึง พวกเขารู้ว่าเจ๋อหลงอาศัยเพียงกายนิมิตที่เป็นนกสามขาทองคำก็สังหารพวกเขาได้แล้ว กระทั่งมีความเป็นไปได้ที่สามารถทำลายระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิพวกเขาได้
ทว่า แม้กายนิมิตของเจ๋อหลงจะแข็งแกร่ง กลับถูกหลี่ชิเย่สังหาร อีกทั้งหลี่ชิเย่ยังอาศัยเพลิงแก่นสุริยันของนกสามขาทองคำเองมาสังหารนกสามขาทองคำ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว และน่าสยองขวัญยิ่งกว่า
“เยี่ยมมาก…” เวลานี้ แม้แต่เจ๋อหลงก็อดชื่นชมไม่ได้ และกล่าวว่า “นับว่าคลื่นลูกหลังไล่ลูกหน้าโดยแท้ ด้วยสัจธรรมเช่นนี้ ไหนเลยต้องเกรงว่าจะไม่เป็นผู้ปราศจากผู้ต่อกรตลอดกาลเล่า!”
“ดูท่า เจ้าน่ะแก่แล้ว” หลี่ชิเย่ยิ้มกล่าวเรียบเฉยขึ้น
“ตาเฒ่าอย่างข้าแก่แล้วจริงๆ แต่ว่า ยังไม่ถึงกับถูกทำให้ตกใจ” เจ๋อหลงหัวเราะและกล่าวว่า “ให้เล่าฮูได้ทดลองอีกครั้งเถอะ!”