Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา - บทที่ 186 ไร้ยางอาย…แต่เจตนาบริสุทธิ์? (3)
โจวเหว่ยชิงเกาหัวอย่างเขินอายและพูดว่า “เราควรแสดงให้เสร็จ สิ้น…ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์อาจจะเย็นชาภายนอก แต่ภายในนางอบอุ่นมาก ตอนนี้แม้ว่านางจะโกรธมากแค่ไหน แต่นางก็ไม่ได้ตั้งใจมุ่งสังหารข้า อาจารย์ ท่านพูดถูก นางเป็นผู้หญิงที่ดีจริงๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้ข้าจะโกหก นาง แต่ในอนาคตข้าก็จะใช้การกระทําของตัวเองตอบแทนนางอย่าง แน่นอน ข้าจะปฏิบัติต่อนางเช่นเดียวกับปิงเอ๋อร์และเฟยเอ๋อร์ ข้าจะไม่ ทําให้นางผิดหวัง”
หลงซื่อหยาแค่นเสียงและพูดว่า “มีผู้หญิงดีๆมากมายบนโลกใบนี้ ยิ่งกว่านั้น หากเจ้าชู้มากเกินไป เจ้าจะมีสมาธิในการฝึกฝนได้อย่างไร! ด้วยความสามารถเช่นเจ้า เจ้าจะผลาญมันทิ้งไปอย่างนั้นน่ะเหรอ? ขอ บอกเลยว่าข้าไม่มีวันยอมให้เป็นแบบนั้นแน่! ทบทวนตัวเองให้ดี เจ้าจะ ไม่ได้รับอนุญาตให้เสาะหาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาอีก มิฉะนั้นอย่าตําหนิ อาจารย์ภายหลังหากข้าจะสอนบทเรียนให้เจ้า!”
โจวเหว่ยชิงพยักหน้าอย่างรวดเร็วซ�าๆ ก่อนจะยิ้มขณะที่กล่าวว่า “แม้ว่าท่านจะขอให้ข้าหาผู้หญิงเพิ่ม ข้าก็คงไม่กล้าแล้ว! ตอนนี้ข้ามีคน รักถึง 4 หากเพิ่มเข้ามาอีก ข้าก็คงจะรับมือไม่ไหวเช่นกัน! ความ
แข็งแกร่งของผู้ชายมีจํากัด และเขาไม่ควรพยายามก้าวข้ามขีดจํากัด ของตัวเอง!”
“เหลวไหล! 4 อะไรของเจ้า! 5 ต่างหาก อย่าลืมสาวน้อยที่ข้าพามา ช่วยเจ้าในระหว่างพยายามหลอมรวมสถานะพยัคฆ์-มังกรกลายร่าง ด้วย นั่นก็คือสาวน้อยจากนิกายปีศาจสวรรค์ เพียงแค่ 5 ห้ามมีอีกแล้ว ได้ยินใช่ไหม?”
“ เอ่อ…” โจวเหว่ยชิงอดไม่ได้ที่จะพึมพําในใจ อาจารย์ ท่านเป็น คนบอกว่าจะไม่ให้ข้ามีอีก แต่ท่านก็เพิ่งเพิ่มผู้หญิงให้ข้าเองเลยนี่
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถขับไล่แม่มดน้อยไปเช่นกัน ถึงอย่างไรเธอก็ กลายเป็นเครื่องสังเวยของเขาในเวลานั้นและมอบความบริสุทธิ์ที่แสน ล�าค่าให้กับเขา โจวเหว่ยชิงจึงไม่สามารถทอดทิ้งเธอไปแบบนั้นได้
จู่ๆโจวเหว่ยชิงก็อยากจะตะโกนขึ้นฟ้า ไม่ใช่พี่ชายคนนี้หรอกที่ เจ้าชู้มักมาก บางครั้งข้าก็ถูกบังคับเช่นกัน!
แน่นอนว่าถ้าเขากล้าตะโกนออกไปเช่นนี้ หากหลงซื่อหยาไม่ทุบตี เขาจนฟันร่วง เขาก็คงจะไม่ใช่หกสุดยอดมหาราชาสวรรค์แล้ว!
เมื่อโจวเหว่ยชิงปรากฏตัวอีกครั้งในค่าย กระโจมส่วนใหญ่ก็ถูก ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันเขาผลัดเปลี่ยนเป็นชุดใหม่และไม่มี อะไรผิดปกติไปจากเดิมนอกจากผิวที่ซีดเซียวลง นี่ไม่ใช่การแสดง ถึง
อย่างไรเขาก็เสียเลือดไปมาก กระทั่งร่างกายของเขาก็ยังต้องใช้เวลา พอสมควรในการชดเชยเลือดที่เสียไป
“เหว่ยน้อย เกิดอะไรขึ้น? ทําไมเจ้าดูซีดเซียวพิกล” เทียนเอ๋อร์รอ นานมากกว่าที่โจวเหว่ยชิงจะกลับมา หญิงสาวจึงถามอย่างเป็นห่วงเป็น ใย
โจวเหว่ยชิงยิ้มน้อยๆ จับมือเธอแล้วพูดว่า “ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไร หรอก เอาล่ะ เจ้ากลับไปที่กระโจมของเราเพื่อรอข้าก่อน นานมากแล้ว ที่ข้าไม่ได้กลับมาที่นี่ และข้าก็ต้องจัดการประชุมกับกองพันไร้พ่ายเพื่อ รวบรวมความคิด หารือและพูดคุยเกี่ยวกับอนาคต”
แม้ว่าเทียนเอ๋อร์จะยังคงสงสัยเล็กน้อย แต่เธอก็พยักหน้าและยอม เดินกลับไปที่กระโจมโดยดี ก่อนที่โจวเหว่ยชิงจะขึ้นไปบนภูเขาหิมะ สวรรค์ เขาก็กุมหัวใจของเทียนเอ๋อร์ไว้อยู่หมัดแล้ว แต่เมื่อเธอได้เห็น เขาขึ้นไปบนภูเขาหิมะสวรรค์และต่อสู้เพื่อเธอ ตอนนี้เรียกได้ว่าเขาก็ได้ ครอบครองทั้งหัวใจและจิตวิญญาณของเธอไว้จนหมดสิ้น แม้ว่าเทียน เอ๋อร์จะยังคงมีนิสัยป่าเถื่อนเหมือนเดิม แต่สําหรับโจวเหว่ยชิง เธอก็ มักจะอ่อนโยนและโอนอ่อนตามเสมอ
โจวเหว่ยชิงออกคําสั่งให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองพันไร้พ่ายมา รวมตัวกันเพื่อประชุมเป็นการด่วน
ไม่นานกลุ่มทหารที่ตรากตรํามาครึ่งค่อนวันก็มารวมตัวกันจนได้ แน่นอนว่านั่นรวมถึงซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ที่ยังคงปลอมตัวเป็นซ่างกวนเฟย เอ๋อร์ด้วย
ทุกคนได้เห็นใบหน้าซีดเซียวของโจวเหว่ยชิง แต่ก็มีไม่กี่คนที่เห็น อกเห็นใจเขา ใครใช้ให้เขามีผู้หญิงสองคนอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ล่ะ?
อย่างไรก็ตาม พวกเขาทั้งหมดก็ต้องรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาอย่าง รวดเร็ว
เมื่อโจวเหว่ยชิงนั่งลงที่เก้าอี้หลักทางด้านหน้า ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์ก็ เดินขึ้นมาพร้อมกับชามซุปร้อนๆในมือและวางลงตรงหน้าเขา เธอพูด เบาๆว่า “ข้าทําสิ่งนี้ให้เจ้า มันจะช่วยบํารุงเลือด ดื่มก่อนเถอะ ที่นี่ อากาศเย็น”
ทุกคนจ้องมองภาพนั้นพลางอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ สายตา พวกเขาเคยสัมผัสกับอารมณ์ร้อนของซ่าง กวนเฟยเอ๋อร์มา ก่อน และทุกคนก็เชื่อว่าการได้เห็นโจวเหว่ยชิงนําผู้หญิงกลับมาโดยที่ เธอไม่ระเบิดลงในเวลานั้นก็ถือว่าไว้หน้าเขามากแล้ว! เธอจะยังทําซุป ให้เขาได้ยังไง?! นะ นี่เป็นไปได้ไหม…ว่านั่นคือการวางยา? อาจเป็นยา ระบายหรืออะไรทํานองนั้น?
เพราะยังไงก็ดูเหมือนจะไม่ถูกต้อง! แต่เมื่อมองไปที่หัวหน้าครูฝึก และสายตาที่อ่อนโยนของเธอ มันจะยังเป็นยาพิษได้อย่างไร? เวท มนตร์นี้คืออะไรกันแน่?!
ทันใดนั้นขี้เมาเหลี่ยมจัดหลัวเขอตี้ที่มักคิดว่าตัวเองเป็นหนุ่มเจ้า สําราญที่เจ้าเล่ห์ที่สุดก็ยังอยากจะก้มหัวลงกราบแทบเท้าโจวเหว่ยชิง ด้วยความชื่นชม เขาคิดกับตัวเองว่าเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง เขา จะต้องปรึกษาโจวเหว่ยชิงเพื่อดูว่าอีกฝ่ายทําได้อย่างไร!
โจวเหว่ยชิงยิ้มน้อยๆ หยิบชามซุปขึ้นอย่างจริงใจโดยไม่แม้แต่จะ ฉวยโอกาสสัมผัสมือของเธอ เขาพูดเบาๆว่า “ขอบคุณ” หลังดื่มซุปเข้า ไปเต็มปากเต็มคํา เขาก็พบว่ามันอร่อยมาก และซุปอุ่นๆก็ไหลเข้าสู่ ร่างกาย ทําให้เขารู้สึกสบายตัวเป็นที่สุด
ซ่างกวนเสว่เอ๋อร์หน้าแดงเล็กน้อย ก่อนจะถอยกลับไปด้านข้าง และก้มหน้าลง เมื่อเห็นโจวเหว่ยชิง ‘กลับมามีชีวิตชีวา’ อีกครั้ง หัวใจ ของเธอเต็มไปด้วยความสุขมากจนไม่โมโหที่เขานําเทียนเอ๋อร์กลับมา ด้วยแล้ว
นี่ก็เหมือนกับที่โจวเหว่ยชิงเคยบอกหลงซื่อหยา หากเขาไม่เล่น ละครก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ถึง กระนั้น เขาก็ผ่านแบบทดสอบนั้นมาได้ และปัญหาที่แก้ไขได้ไม่ตกก็ สําเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
โจวเหว่ยชิงหันไปหาคนอื่นๆ และมองเห็นความไม่เชื่อในสายตา ของพวกเขา เด็กหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทีลําพองใจ
“อาจารย์หัวเฟิง ช่วงสองสามเดือนนี้ข้ารบกวนท่านแล้ว ข้ายังไม่รู้ เลยว่ากองพันไร้พ่ายประสบความสําเร็จอะไรบ้างในระหว่างเกิด สงครามชายแดนที่ผ่านมา รวมถึงสภาพปัจจุบันของกองทัพภาคเหนือ เขตตะวันตกด้วย”
หัวเฟิงกล่าวว่า “สําหรับกองพันไร้พ่ายของเรา สถานะในปัจจุบัน ถือว่ายอดเยี่ยมมาก” จากนั้นเขาก็เล่าเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง สงครามให้โจวเหว่ยชิงฟัง กองพันไร้พ่ายช่วยกอบกู้กองทัพภาคเหนือ เขตตะวันตกอย่างไร และสถานะที่พวกเขาได้รับมาจากความสําเร็จนั้น
เมื่อได้ยินรายงานจากเขา โจวเหว่ยชิงก็พยักหน้าให้เป็นระยะๆ ความก้าวหน้าในปัจจุบันถือว่าอยู่เหนือความคาดหมายและแผนการ ก่อนหน้านี้ของเขาไปมากแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากองพันไร้พ่ายใน ปัจจุบันได้ถูกขนานนามให้เป็นกองกําลังที่น่าเกรงขามไปแล้ว
ในที่สุดหัวเฟิงก็สรุปว่า “ในขณะนี้ กองพันไร้พ่ายของเราได้ผ่าน พิธีสู้รบในสงครามอย่างเป็นทางการแล้ว นอกเหนือจากประสบการณ์ การต่อสู้ระยะประชิดที่มีค่อนข้างน้อย ตอนนี้พวกเขาก็มีเชี่ยวชาญใน การต่อสู้รูปแบบอื่นๆมาก สําหรับกองทัพภาคเหนือเขตตะวันตกหรือ แม้แต่กองบัญชาการใหญ่จ้งเทียน พวกเขาต้องการให้เราเปลี่ยน
รูปแบบเป็น กองพล แม้กระทั่งเสนอให้เสริมกําลังด้วยกองทหารชั้น ยอดเพื่อจัดตั้งกองพลไร้พ่าย ฝึกให้กลายเป็นกองทหารที่แข็งแกร่งที่สุด ในพรมแดนทางเหนือที่ต้องประจันหน้ากับอาณาจักรวั่นโซ่วในอนาคต ผู้บัญชาการกองพัน การตัดสินใจครั้งนี้ขึ้นอยู่กับท่าน”
โจวเหว่ยชิงยิ้มน้อยๆ แต่เขาส่ายหัวและพูดว่า “เป็นไปไม่ได้ หาก เรากลายเป็นกองพลไร้พ่ายจริงๆ เราจะไม่สามารถออกจากที่นี่ได้ มิ เช่นนั้นในอนาคต พวกเราจะออกจากอาณาจักรจ้งเทียนหรือแยกตัว ออกจากการควบคุมของพวกเขาได้อย่างไร?”
“อย่างที่ทุกคนทราบกันดี แต่เดิมข้าเลือกกองพันนักเลงมาพัฒนา ก็เพราะเหตุผลง่ายๆ ประการแรก เหล่านักเลงจะล่อลวงด้วยเงินและ ผลประโยชน์อื่นๆได้ง่ายกว่า ประการที่สอง กว่าจะมาเป็นทหารชั้นเลว ได้ พวกเขาต้องมีความแข็งแกร่ง พลังหรือความสามารถอื่นๆในระดับ หนึ่ง ตราบใดที่ข้าสามารถนําพวกเขามารวมเป็นกลุ่มก้อนที่เหมาะสม ได้ ความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาก็จะเป็นสิ่งที่ผู้อื่นต้องคํานึงถึง แน่นอน บางที สิ่งที่สําคัญกว่านั้นคือทหารนักเลงเหล่านี้ได้ลงนรกไป แล้วครั้งหนึ่งและต้องเผชิญกับความตายที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา พวก เขาย่อมจะหวงแหนชีวิตของตนเองมากยิ่งขึ้น รู้ว่าต้องทะนุถนอมมันดั่ง โอกาสสุดท้าย นอกจากนี้ การที่พวกเขาถูกเนรเทศไปยังกองพันนักเลง ก็หมายความว่าพวกเขาไม่มีภูมิหลังหรือเส้นสายใดๆ มองเผินๆพวก เขาอาจจะเป็นกลุ่มนักเลงที่ไร้ประโยชน์ แต่ความจริงก็คือพวกเขาเป็น
หน่วยไร้มลทินที่สุดในกองทัพ อย่างน้อยก็ในสายตาของข้า นั่นคือ เหตุผลว่าทําไมข้าถึงเลือกกองพันนักเลง”
“อย่างไรก็ตาม หากกองพันไร้พ่ายของเราเปลี่ยนเป็นกองพลไร้ พ่าย ปัญหาแรกที่เราต้องเผชิญก็คือจะออกจากที่นี่ไปได้อย่างไรใน อนาคต? คําว่าทั้งกองพลอาจฟังดูทรงพลังและน่าดึงดูดมาก แต่ทหาร ระดับสูงใหม่ๆเหล่านั้น พวกเขาจะไม่มีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่และผู้นําเก่า ของตัวเองได้อย่างไร? ที่สําคัญคือพวกเขามีครอบครัวในอาณาจักรจ้ง เทียน ตอนนี้ข้าจะไม่ปิดบังอะไรอีกต่อไปแล้ว แม้ว่าพวกเจ้าส่วนใหญ่ น่าจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้วก็ตาม ข้ามาจากอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ บ้าน เกิดของข้าถูกทําลายโดยอาณาจักรคาลิเซและอาณาจักรป่ายต้า เหตุผลที่ข้าตั้งกองพันไร้พ่ายก็เพื่อมุ่งกลับไปยังบ้านเกิดของข้าและขับ ไล่ผู้รุกราน พวกเจ้าทุกคนจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของข้าขณะที่ ทําการกอบกู้บ้านเกิด ดังนั้นข้าจึงจะไม่สนใจคําสั่งใดๆจากอาณาจักร จ้งเทียน”
เมื่อได้ยินคําพูดของโจวเหว่ยชิง คนที่รู้เรื่องนี้อยู่แล้วไม่ได้รู้สึกยินดี ยินร้ายอะไร แต่ผู้บัญชาการกองร้อยหลักใหม่ๆส่วนใหญ่ต่างก็รู้สึก ประหลาดใจ ออกจากอาณาจักรจ้งเทียนงั้นหรือ? อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับที่โจวเหว่ยชิงพูด ทหารนักเลงเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มี ความสัมพันธ์หรือเครือญาติใดๆในอาณาจักรจ้งเทียนแล้ว หลังจากนั้น ไม่นาน พวกเขาจึงสามารถยอมรับได้โดยไม่มีปัญหา
โจวเหว่ยชิงกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะ ดําเนินการฝึกและทําให้กองพันทั้งหมดของเราหลอมรวมเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันต่อไป รวมทั้งจัดเตรียมกองทัพของเราให้เสร็จสมบูรณ์ เมื่อ ทุกอย่างลุล่วงแล้ว เราจะออกเดินทางไปยังอาณาจักรเกาทัณฑ์สวรรค์ ทันที”
หัวหน้ากองร้อยหลักคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ผู้บัญชาการกอง พัน พวกเราน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่กองทัพภาคเหนือเขตตะวันตกจะ ปล่อยพวกเราไปจริงหรือ?”
โจวเหว่ยชิงยิ้มและพูดว่า “ข้ามีวิธีการของตัวเอง ดังนั้นเจ้าทุกคน ไม่จําเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ และไม่จําเป็นต้องกังวลว่าอาณาจักร วั่นโซ่วจะเปิดฉากโจมตีใดๆอีก เอาล่ะ พี่หลิน สถานะการติดตั้งอาวุธ และชุดเกราะให้พวกทหารเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลินเทียนอ้าวก้าวออกมาข้างหน้า เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่พวก เขาไม่ได้พบกัน ตอนนี้หลินเทียนอ้าวก็ดูหนักแน่นและมีเงียบขรึมมาก ขึ้น เห็นได้ชัดว่าระดับพลังปราณของเขาพัฒนาขึ้นมากเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เมื่อหลงซื่อหยาอยู่ในค่ายและไม่มีอะไรทํา เขาก็มักจะ ให้คําแนะนําแก่เจ้าหน้าที่ทหารกองพันไร้พ่ายเหล่านี้ ในบรรดาพวก เขาทั้งหมด คนที่หลงซื่อหยาให้ความสําคัญมากที่สุดก็คือหลินเทียน อ้าว ชายชราให้คําแนะนําเขาหลายประการเกี่ยวกับชุดประสาน
ศาสตรามณียุทธ์ วิธีควบคุมและใช้มันในการต่อสู้ หลินเทียนอ้าวจึงเป็น ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากคําแนะนําของเขามากที่สุด
“ขณะนี้การติดตั้งอาวุธและชุดเกราะให้หน่วยเกาทัณฑ์สวรรค์ของ เราอยู่ในระยะท้ายๆแล้ว พลธนู 5,000 นายของเรา ทั้งหมดล้วนติดตั้ง ชุดเกราะไทเนียมครบแล้ว ผู้ที่ได้รับความเสียหายในสงครามกําลัง ส่งไปซ่อมแซมอยู่ มิฉะนั้นก็อาจจะกล่าวได้ว่าทั้งหมดมีอาวุธครบมือ พร้อมชุดเกราะเต็มยศแล้วขอรับ นอกจากนี้ เรายังได้คัดเลือกช่างตี เหล็กราวร้อยคนเข้ามาในกองพันไร้พ่ายเพื่อเข้าร่วมกับหน่วย พลาธิการ โดยมุ่งเน้นไปที่การซ่อมแซมและสร้างอุปกรณ์สํารองที่เรา ต้องการอย่างเต็มที่”
“สําหรับเผ่าอีกาทองและเผ่าคนเถื่อน อุปกรณ์สําหรับทหารม้า หนักของพวกเขา 500 ชุดแรกก็มาถึงแล้ว แม้ว่าอุปกรณ์จะมีราคาแพง มาก แต่พวกมันก็คุ้มค่าอย่างแท้จริง ส่วนที่เหลืออีก 15,000 ชุดน่าจะ มาถึงภายในครึ่งปีหน้า รวมถึงชุดเกราะสําหรับสัตว์พาหนะของพวก เขาด้วย ปัจจุบัน 2 กองร้อยหลักของพวกเขามีทหารกองละ 1,000 นาย แต่ละกองมีอสูรม้ายูนิคอร์นเป็นสัตว์พาหนะของตัวเอง และแม้แต่กอง กําลังสํารองของพวกเขาก็มีอสูรยูนิคอร์นครบคนเช่นกัน ความจริงแล้ว ผู้บัญชาการกองพัน ท่านกลับมาในเวลาที่เหมาะสมมาก ข้าต้องการ ถามท่านว่าเราจะติดตั้งชุดเกราะและอาวุธให้กําลังพลสํารองของพวก เขาด้วยหรือไม่?”
โจวเหว่ยชิงกล่าวโดยไม่ลังเลว่า “แน่นอน เราต้องให้ความสําคัญ กับพวกเขาเช่นกัน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อปกป้องชีวิตของเราในสนามรบ ทุก โอกาสที่จะเพิ่มความอยู่รอดของเหล่าทหารกองพันไร้พ่ายในสนามรบ เราไม่จําเป็นต้องประหยัดเงินในเรื่องนั้น พี่หลิน ข้าจะปล่อยเรื่องนี้ไว้ ให้ท่านจัดการ ข้าไม่สนใจว่าท่านจะเพิ่มยอดการสั่งซื้ออย่างไร แต่ ภายในครึ่งปี ข้าไม่ต้องการเห็นอาวุธยุทโธปกรณ์ของพวกเขาแค่ 1,500 ชุด แต่เป็น 3,500 ชุด เมื่อถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ เราก็จะจากไปทันที ดังนั้นข้าจึงอยากให้ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์และเข้าที่เข้าทางเมื่อเวลานั้น มาถึง ศาสตรามณียุทธ์ของพวกเราล่ะ?”
…………………………………………..