I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 549 เอาชนะ!
นิ้วมือข้างขวาของหลิงหลานเคาะพนักแขนของโซฟาโดยไม่รู้ตัว แววตาดูเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย ‘หวังว่าไอ้เด็กนี่จะไม่ทำลายแผนการของเธอนะ’
บนสนามประลอง ถึงแม้หวางเคออยากฉวยโอกาสเรื่องที่ฉีหลงหมดแรงมาเอาชนะอีกฝ่าย แต่ฉีหลงชินกับการโดนหลิงหลานทรมานโดนเฆี่ยนตีจนเกือบล้มพับแล้ว ดังนั้นการโจมตีเช่นนี้ของหวา งเคอจึงไม่ได้มอบแรงกดดันให้เขามากนัก อีกทั้งฉีหลงยังมีประสบการณ์ต่อสู้เหนือกว่าหวางเคอมาก ไม่นานฉีหลงก็ปรับตัวได้
แต่ถึงอย่างไรหวางเคอก็เป็นนักเรียนระดับท็อปที่สถาบันศูนย์กลางลูกเสือโดฮาอบรมสั่งสอนออกมา สภาพจิตใจเลยดีเยี่ยมเป็นพิเศษ ถึงแม้เขายึดครองความได้เปรียบมาตลอด ขาดอีกนิดเดียวก็ส สามารถเอาชนะฉีหลงได้แล้ว แต่เขายังคงข่มกลั้นความใจร้อนที่อยากจะเอาชนะของตัวเองไว้ได้ และต่อสู้อย่างหนักแน่นมั่นคงสุดขีด นี่ทำให้ทุกคนในห้องสังเกตการณ์เห็นแล้วก็พยักหน้าติด ดต่อกันด้วยความชื่นชม ทุกคนคิดว่าหมอนี่เป็นคนที่ควรค่าแก่การฝึกสอน เป็นบุคคลระดับหัวหน้าทีมที่หลิงเทียนสามารถเน้นอบรมสั่งสอนได้
“พวกนายว่าความสามารถของหวางเคอคนนี้เป็นยังไงบ้าง?” ทันใดนั้นหลิงหลานก็เอ่ยถามหลายคนที่อยู่ข้างกาย
“ไม่เลวเลย วิธีการต่อสู้หนักแน่นมั่นคง ไม่รีบร้อนบุ่มบ่าม วางแผนก่อนค่อยลงมือ” ลั่วล่างตอบเป็นคนแรก
คำพูดของลั่วล่างได้รับการเห็นชอบจากคนอื่นๆ เซี่ยอี๋พูดเสริมว่า “ถึงสภาพของฉีหลงจะย่ำแย่ แต่ระดับทักษะการต่อสู้มือเปล่ายังสูงกว่าหวางเคออย่างน้อยหนึ่งขั้น แต่หวางเคอก็ ไม่ได้ขลาดกลัวเลย สภาพจิตใจของเขาดีมาก”
หลิงหลานฟังคำกล่าวของลั่วล่างกับเซี่ยอี๋แล้ว เธอก็มองไปที่หานจี้จวินโดยไม่ออกความเห็น
หานจี้จวินรู้สึกได้ถึงสายตาที่ลูกพี่ทอดมองเข้ามาก็รู้ว่าจำเป็นต้องตอบ ดังนั้นเขาเลยเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ระดับทักษะการต่อสู้มือเปล่าของฉันด้อยกว่าทุกคน สิ่งที่ฉันมองออก ทุกคนย่อมมองออกกันหมด ฉันรู้สึกแค่ว่า ถ้าเกิดอยากเอาชนะจริงๆ ละก็ วิธีการต่อสู้ที่ค่อนไปทางป้องกันแบบนี้น่าจะเห็นผลได้ยาก”
คำพูดของเขาทำให้มุมปากของลั่วล่างกับเซี่ยอี๋เผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา ถึงแม้พวกเขายอมรับความสามารถของหวางเคอ แต่พวกเขาไม่คิดว่าหวางเคอจะเอาชนะฉีหลงได้ คำพูดที่หานจี้จวินเ เอ่ยออกมาคือสิ่งที่พวกเขาอยากพูดจริงๆ
เวลานี้เอง หานจี้จวินทอดสายตามองไปบนหน้าจอ แล้วมองทั้งสองคนที่กำลังต่อสู้อยู่บนสนามประลอง ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ฉีหลง ไม่ใช่คนที่โดนถ่วงเวลาตามใจชอบแล้วก็จะรู้สึกอ่อนล้าได้ ” ดวงตาของเขามีความเชื่อมั่น เขาเชื่อว่าเพื่อนสนิทของเขาไม่มีทางโดนคนอื่นเอาชนะได้ง่ายดายขนาดนั้น
หลินจงชิงเอ่ยสนับสนุนว่า “ฉันเห็นด้วยกับที่จี้จวินพูดมากๆ คุณสมบัติร่างกายของฉีหลงเหมือนสัตว์ประหลาดมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ บ่อยครั้งที่นายคิดว่าวินาทีถัดไปเขาจะไม่ไหวแล ล้ว แต่ว่าขอเพียงแรงกดดันไม่เกินขอบเขตของเขา ต่อให้โจมตีเขายังไงก็เอาชนะเขาไม่ได้” นัยน์ตาทั้งสองข้างของหลินจงชิงทอดมองลงมาที่ตัวหลิงหลานอย่างเคารพนับถือ “มีเพียงพลังโจมต ตีแสนน่ากลัวของลูกพี่หลานเท่านั้นถึงทำลายการต้านทานของฉีหลงได้ในพริบตา อันที่จริงฉันยังไม่เคยเห็นคนที่สองที่สามารถเอาชนะเขาในด้านการต่อสู้มือเปล่าได้เลย” อย่างมากสุดก็ แค่บาดเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย ก็เหมือนกับการประลองของนักเรียนใหม่ในตอนนั้น การต้านทานแรงกดดันของฉีหลงแข็งแกร่งผิดปกติมากเกินไปจริงๆ
คำตอบของทั้งสี่คนทำให้แววตาของหลิงหลานมีร่องรอยความชื่นชมพาดผ่านแวบหนึ่ง เธอดีใจมากทุกคนมองจุดนี้ออก หนักแน่นมั่นคงไม่ใช่ไม่ดี เพียงแต่ต้องดูสถานการณ์ด้วย หวางเคอเลือก กวิธีการสู้แบบหนักแน่นมั่นคงก็ไม่มีปัญหาอะไร เพียงเขามองข้ามปัญหาเรื่องหนึ่งไป ฉีหลงหมอนี่ ถ้าเกิดมอบแรงกดดันให้ไม่พอ อาศัยแค่เวลาอยากบั่นทอนกำลังเขาเพียงอย่างเดียว นั่น ไม่มีทางเป็นไปได้เลย การต่อกรกับฉีหลงจำเป็นต้องใช้การโจมตีและการทรมานที่เฉียบคมประหนึ่งพายุฝนโหมกระหน่ำ ทำให้ฉีหลงไม่สามารถหยุดพักหายใจ ถึงจะเอาชนะเขาได้ในคราเดียว
เมื่อหวางเคอเลือกการจู่โจมแบบป้องกันและหนักแน่นมั่นคง เขาก็พลาดโอกาสเอาชนะฉีหลงไปแล้วจริงๆ
“หมายความว่าพวกนายไม่เห็นแนวโน้มว่าหวางเคอจะชนะได้แล้วสิ” หลิงหลานยกมุมปากขึ้น
คำถามนี้ได้รับคำตอบเป็นเสียงเดียวกันจากพวกลั่วล่างว่า “แน่นอนอยู่แล้ว!” หากคิดจะเอาชนะฉีหลงโดยอาศัยแค่หวางเคอคนเดียว นั่นไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด
เป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆ หลังจากที่เสียงพูดเพิ่งจะสิ้นสุดลง สถานการณ์บนสนามประลองก็เปลี่ยนไปทันใด ฉีหลงที่เดิมทีคอยป้องกันและถูกไล่ต้อนมาโดยตลอดบนสนามประลองก็เคลื่อนไหวแล้ว
“ฉีหลงลงมือแล้วละ” หานจี้จวินตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น ต้องพูดว่าในหมู่คนมากมายเหล่านี้ คนที่ห่วงใยฉีหลงมากที่สุดก็คือเขา ถึงแม้เขาเชื่อว่าฉีหลงจะชนะ แต่เขายังคงอดเป ป็นห่วงไม่ได้ พอเห็นฉีหลงตอบโต้กลับในที่สุด เขาก็เด้งตัวขึ้นมาด้วยความดีใจ
หลังจากที่ตื่นเต้นแล้ว เขาก็เห็นพวกลั่วล่างจ้องมองเขาด้วยใบหน้าประหลาดใจ เขารู้สึกได้ว่าตัวเองเสียกิริยาไปแล้วก็รีบเก็บงำสีหน้าทันที ก่อนจะนั่งลงอย่างเคร่งขรึม จากนั้นก็อธ ธิบายกับพวกลั่วล่างว่า “ต้องให้พวกนักเรียนใหม่ได้เห็นว่า ต่อให้หมดแรง หัวหน้ากลุ่มของหลิงเทียนก็ไม่ใช่คนที่ใครก็สามารถเอาชนะได้”
“อ้อ~!” ทั้งสามคนตอบกลับโดยลากเสียงยาวผิดปกติ ทำให้หานจี้จวินหน้าแดงก่ำ เขาเหลือบมองหลิงหลานอย่างหงุดหงิดแวบหนึ่ง ทั้งหมดเป็นเพราะลูกพี่นั่นแหละที่ผลาญเรี่ยวแรงพวกเขาจนห หมด การประเมินทดสอบที่เดิมทีราบเรียบธรรมดาถูกทำให้น่าหวาดหวั่น กระทั่งต่อกรกับหวางเคอตัวเล็กๆ ก็ทำให้เขาสูญเสียความเยือกเย็นในยามปกติไปแล้ว
หลิงหลานได้รับสายตาขุ่นเคืองนิดหน่อยจากหานจี้จวิน เธอก็ยกมุมปากขึ้นนิดๆ นับตั้งแต่ที่รุ่นพี่ปีห้าซึ่งมีทักษะการต่อสู้มือเปล่าระดับสูงออกไปจากโรงเรียน นอกจากเธอแล้ว ฉีหลงก ก็กลายเป็นคนที่มีระดับทักษะการต่อสู้มือเปล่าสูงสุดจากทั่วทั้งโรงเรียนทหาร ถึงแม้พวกฉีหลงยังถือว่าฝึกฝนอย่างแข็งขันภายใต้การบีบคั้นของเธอ แต่พอเทียบกับปีก่อนแล้ว เห็นได้ชัด ว่าอืดอาดลง นี่ก็คือสาเหตุที่หลิงหลานผลาญเรี่ยวแรงพวกเขาจนหมดก่อนหน้าการประลอง ถ้าเกิดทำให้ฉีหลงเข้าสู่เส้นแบ่งความเป็นความตายเพราะเหตุนี้ได้ นั่นย่อมเป็นการดีที่สุด ถ้า าเกิดเข้าไม่ได้ ก็สามารถทำให้พวกเขาจดจำความยากลำบากที่สูญเสียพละกำลังได้ ต้องทำให้พวกเขาเข้าใจว่า ระดับไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ถ้าเกิดมีปัจจัยภายนอก คนอ่อนแอก็สามารถเอาชนะพวกเขาไ ได้เหมือนกัน
ก็เหมือนกับที่หานจี้จวินพูดไว้ ฉีหลงลงมือแล้ว เขาที่ฝืนประคับประคองอย่างยากลำบากอยู่หลายนาที ในที่สุดก็อาศัยพรสวรรค์สัญชาตญาณสัตว์ป่าของตัวเองสัมผัสได้ถึงจุดอ่อนถึงแก่ชีวิ ตในการโจมตีของหวางเคอ
ฉีหลงเชื่อมั่นในลางสังหรณ์ของเขามาก เขาไม่ขบคิดเลยสักนิดเดียวและใช้พลังปราณจำนวนเล็กน้อยของตัวเองที่ไม่ง่ายเลยกว่าจะสะสมขึ้นมาได้ออกหมัดอย่างรุนแรงไปยังจุดที่เขาอยากโจม มตี แล้วต่อยอย่างหนักหน่วง
หวางเคอดูเหมือนไม่มีช่องโหว่เลยแม้แต่น้อย แต่ตอนที่หมัดของฉีหลงโจมตีเข้าไป หน้าอกที่เดิมทีได้รับการป้องกันอย่างดีก็เผยช่องว่างออกมา เนื่องจากการโจมตีถัดไปของเขา มือซ้ายที คอยปกป้องส่วนนั้นได้เลื่อนลงไปด้านล่าง
เสียง ‘ตูม!’ ดังขึ้น!
หมัดของฉีหลงซัดใส่หน้าอกของหวางเคออย่างแม่นยำ ถึงแม้พละกำลังนี้จะไม่มาก แต่ก็มีแรงกระแทกขัดขวางการลำเลียงเลือดของหัวใจเขา เขารู้สึกแน่นหน้าอก พลังปราณที่เดิมทีโคจรอย่างทร รงพลังถูกตัดขาด หวางเคอกระเด็นออกไปอย่างควบคุมไม่อยู่
ยังไม่ทันที่เขาจะมีโอกาสควบคุมร่างกายขณะอยู่กลางอากาศ ฉีหลงก็ทะยานตามขึ้นมาแล้ว และต่อยหมัดอันทรงพลังใส่ไหล่ของเขาอีกครั้ง ซัดหวางเคอจนลอยออกไปจากสนามประลองทันที
หวางเคอพลิกตัวกลางอากาศหนึ่งที ก่อนจะตกลงมาสู่พื้นอย่างมั่นคง ฉีหลงควบคุมเรี่ยวแรงไว้เสถียรมาก แค่ซัดหวางเคอจนกระเด็นเท่านั้น ไม่ได้ทำร้ายจนบาดเจ็บ ดังนั้นหวางเคอถึงสามา ารถลบล้างพลังนั้นทิ้งได้กลางอากาศ แล้วตกลงมาที่พื้นโดยไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ฉีหลงลงมืออย่างปรานีทำเอาหวางเคอรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ถึงอย่างไรเขาอยู่บนสนามประลองก็ทุ่มส สุดกำลังไม่ได้ยั้งมือเลย
หวางเคอมองไปยังสนามประลองที่อยู่ด้านบน ใบหน้าเผยความนับถือออกมารางๆ เขาที่อยู่ด้านล่างสนามประลองโค้งกายเอ่ยขอบคุณว่า “ผมแพ้แล้ว ขอบคุณรุ่นพี่ฉีหลงที่ชี้แนะ”
สมกับเป็นนักเรียนดีเด่นสองรุ่นก่อนจริงๆ ต่อให้มีสภาพย่ำแย่ก็ไม่ใช่คนที่เขาสามารถเอาชนะได้ หวางเคออดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเกิดสภาพร่างกายของหัวหน้ากลุ่มฉีหลงไปถึงจุดสูงสุด เขาจะร รับมือได้สักกี่กระบวนท่ากันแน่นะ? เวลานี้หวางเคอหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะได้เข้าร่วมกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียน ต่อไปถ้ามีโอกาสก็จะได้ต่อสู้กับหัวหน้ากลุ่มฉีหลงอีกสักรอบ
ฉีหลงยืนอยู่บนสนามประลองพยักหน้าให้หวางเคอ ในฐานะที่เป็นผู้ประเมินในรอบนี้ เขาพอใจมากกับความสามารถที่หวางเคอแสดงออกมา คิดว่าหวานเคอไม่ได้ทำให้สถาบันศูนย์กลางลูกเสื อโดฮาของพวกเขาขายหน้า นักเรียนดีเด่นคนนี้สมกับตำแหน่งจริงๆ
ฉีหลงกำลังคิดจะลากเท้าอันเหนื่อยล้าเดินลงจากสนามประลอง ตอนนี้ขอเพียงมองฉีหลงละเอียดก็จะเห็นได้ว่าเสื้อผ้าของฉีหลงเปียกชุ่มเหงื่อไปทั่วทั้งตัวแล้ว ถึงแม้เขาเอาชนะหวางเคอ แล้ว แต่ฉีหลงก็สิ้นเปลืองพละกำลังไปอย่างมหาศาล เขารู้สึกว่าเหนื่อยล้ามากไปทั้งตัว มือเท้าชาหนึบและเชื่องช้าลงเล็กน้อย เวลานี้ต่อให้เป็นเด็กสามขวบ เกรงว่าก็อาจจะผลักเขาล้ม มได้
นักเรียนใหม่ที่อยู่ด้านล่างสนามประลองมองหน้ากันเอง พวกเขารู้ว่านี่เป็นโอกาสดีที่สุดในการเอาชนะหัวหน้าฉีหลง หัวใจก็เต้นตูมตาม แต่ทุกคนก็กังวลเช่นกันว่า ถ้าเกิดขึ้นไปจริงๆ จะโดนผู้ประเมินคิดว่าใช้เล่ห์กลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายจนเกิดความประทับใจแย่ๆ หรือเปล่า ถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่การประลองที่วีรบุรุษถูกกำหนดโดยผลแพ้ชนะ พวกเขาจะเข้ากลุ่มหุ่นรบได้ หรือใหม่ กุญแจสำคัญยังคงเป็นต้องได้รับการยอมรับจากบรรดาผู้ประเมิน
ระหว่างที่กำลังลังเลอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงเย็นเยียบดังขึ้นไปทั่วสนามฝึกยุทธ์ “ไม่ว่าใครก็ตามที่เอาชนะฉีหลงได้ ไม่เพียงจะได้เข้าร่วมกลุ่มหุ่นรบหลิงเทียนของฉัน แต่ยังได้ รับรางวัลพิเศษด้วย หน่วยรบของเขาจะได้เข้าเป็นหน่วยรบแถวหน้าของหลิงเทียนทันที”
เสียงนี้ทำให้นักเรียนใหม่ที่เดิมทียังคงลังเลแววตาเปล่งประกาย ก่อนจะตัดสินใจแน่วแน่แล้ว พวกนักเรียนใหม่รู้ดีว่าเสียงที่เย็นชานี้จะต้องเป็นหลิงหลานหัวหน้ากลุ่มอันดับหนึ่งขอ องหลิงเทียนแน่นอน มีเพียงหลิงหลานเท่านั้นถึงสามารถให้คำมั่นสัญญาว่าจะได้รับการยอมรับหลังจากที่เอาชนะหัวหน้ากลุ่มอันดับที่สองเช่นนี้ ในเมื่อผู้นำสูงสุดของกลุ่มหุ่นรบหลิงเท ทียนออกคำสั่งนี้ลงมา พวกเขายังมีอะไรต้องกังวลอีกล่ะ?
ความจริงแล้วคนที่สามารถสอบเข้าโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งได้ล้วนเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน ไม่ว่าตัวเองจะมีหน่วยรบหรือไม่ พวกเขาล้วนหวังว่าจุดเริ่มต้นของตัวเองจะเหนือกว่าคนอื่น อนาคตก้าวหน้าดีกว่าคนอื่นๆ
หลังจากที่คนในห้องสังเกตการณ์เห็นหลิงหลานกดปุ่มติดต่อภายนอกและทำการป่าวประกาศอย่างไร้ความปรานี ในใจก็อดสงสารฉีหลงขึ้นมาไม่ได้ มีลูกพี่ที่โหดเหี้ยมไร้ความปรานีชอบทรมานลูกน้ องแบบนี้ ฉีหลงน่าสงสารจริงๆ
แน่นอนว่ามีบางคนรู้สึกอิจฉาฉีหลงด้วยเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น เกาจิ้นอวิ๋น เขาที่เข้าใจลูกพี่หลานดีรู้ว่านี่ย่อมเป็นวิธีการที่หลิงหลานใช้ฝึกฝนขัดเกลาหัวหน้ากลุ่มฉีหลงอย่าง งแน่นอน เขาเสียใจนิดหน่อย ถึงแม้เขาพยายามแสดงความสามารถออกมาทำให้ลูกพี่จดจำเขาได้จริงๆ แต่ก็จำกัดอยู่แค่นี้เท่านั้น หากต้องการได้รับคำชี้แนะด้วยตัวเองจากลูกพี่ ก็มีแค่พวกคน นที่อยู่ข้างกายเขาตั้งแต่แรกเท่านั้นถึงจะได้รับโอกาสนี้…
เกาจิ้นอวิ๋นผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ฮึกเหิมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ถึงแม้เขาจะช้ากว่าลูกทีมเก่าพวกนั้นหลายก้าว แต่ก็ไม่ได้สายมากเกินไป เขาเชื่อว่าขอเพียงเขาติดตามลูกพี่ไปตลอด จะ ะต้องมีโอกาส จะต้องมีโอกาสแน่นอน...เกาจิ้นอวิ๋นนึกถึงเรื่องที่ครั้งหนึ่งหลินจงชิงเปิดเผยออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เขากำหมัดตัวเองแรงๆ บอกตัวเองว่าจะต้องพยายามต่อไป ต้องสอบเข้า กองทัพที่ยี่สิบสามตอนปีห้าให้ได้! นั่นเป็นโอกาสเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้ติดตามลูกพี่หลานอย่างแท้จริง
คำพูดของหลิงหลานทำให้ร่างของฉีหลงแข็งทื่อ เขามองไปยังห้องสังเกตการณ์ที่อยู่ตรงข้ามด้วยสายตาขุ่นเคือง ลูกพี่ นายชอบเห็นฉันแพ้ขนาดนี้เชียวเหรอ?