I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 554 น้ำตาเลือด!
“ทำไมหัวหน้ากลุ่มฉีหลงน้ำตาร่วงแล้วล่ะ?” ทั้งสนามเอ่ยถามด้วยความตกใจ
หัวหน้ากลุ่มฉีหลงเป็นเด็กหนุ่มที่สดใสร่าเริงยิ้มแย้มซื่อตรงจริงใจอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนอยากเชื่อใจเขาไปโดยธรรมชาติ ต่อให้เจอความยากลำบากใหญ่หลวงอีกสักแค่ไหน เขาก็จะกัดฟันทำสุ ดความสามารถ ภาพลักษณ์ที่เด็ดเดี่ยวหนักแน่นไร้พ่ายนั้นหยั่งรากลึกเข้าไปในจิตใจของทุกคน ในสายตาของคนรอบข้าง ถ้าบอกว่ามีใครในหน่วยรบหลิงหลานที่น่าจะร้องไห้น้ำตาร่วงได้ คน นอื่นๆ ล้วนมีความเป็นไปได้ แต่ว่าคนเดียวเท่านั้นที่เป็นไปไม่ได้ก็คือฉีหลง ฉีหลงให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งเด็ดเดี่ยวมากนัก เป็นลูกผู้ชายองอาจที่หลั่งเลือดแต่ไม่หลั่งน้ำตา
ทว่าลูกผู้ชายองอาจที่หยั่งรากลึกในใจคนแบบนี้กลับร้องไห้แล้ว แต่ไม่มีใครรู้สึกว่าฉีหลงที่เป็นแบบนี้ดูอ่อนแอเปราะบางเลย…
มีหลายคนที่ขอบตาแดงก่ำแล้วเช่นกัน พวกเขาขยี้ตาตัวเองทันที ปากก็พูดว่า “บัดซบ นายตื้นตันอะไรกัน”
หลิงหลานเห็นฉากนี้ก็ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เธอรู้สึกงุนงงมาก ฉีหลงหยั่งรู้อะไรในเส้นแบ่งความเป็นความตายกันแน่?
และขณะนี้เอง ในภาพความทรงจำของฉีหลง การต่อสู้ไม่ได้หยุดลงเพราะน้ำตารินไหลของฉีหลงที่อยู่บนกลางอากาศ มันยังคงดำเนินต่อไปเหมือนในความทรงจำ
“โอ้ววว!”
ลั่วล่างกู่ร้องขึ้นฟ้าอย่างโกรธเกรี้ยว แววตาฉายความบ้าคลั่งออกมาแวบหนึ่ง บุคลิกที่เขาเปิดใช้คือบุคลิกป่าเถื่อน ซึ่งบุคลิกนี้สามารถเพิ่มพละกำลังให้ร่างกายของเขาได้อย่างไร้ ขีดจำกัด ลั่วล่างรู้ดีว่าเมื่อต่อสู้กับลูกพี่หลานที่แข็งแกร่ง ไม่มีประโยชน์ที่จะอาศัยการคำนวณที่แม่นยำ มีเพียงเพิ่มพละกำลังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ถึงจะฝืนสู้ได้
ถึงแม้ใบหน้าของลั่วล่างจะดูงดงามบอบบาง ทว่าภายใต้ผลกระทบของบุคลิกป่าเถื่อนในเวลานี้ กลิ่นอายนุ่มนวลงดงามบนตัวลั่วล่างลดลงไปมาก และมีความป่าเถื่อนและโหดเหี้ยมเพิ่มขึ้น แขนขวา ที่เดิมทีเรียวบางพลันพองขึ้นมา กล้ามเนื้อปูดออกมาอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้นก็เห็นลั่วล่างกระทืบเท้าทีหนึ่ง ร่างของเขาพุ่งไปหาหลิงหลานราวกับกระสุนปืนใหญ่ก็ไม่ปาน แล้วต่อยหมัดอันทรงพลังใส่หลิงหลานอย่างเหี้ยมโหด เนื่องจากมีความเร็วและพละกำ ำลังที่มากพอ จึงเกิดเสียงระเบิดอากาศดังออกมาระหว่างที่ปล่อยหมัด
ดวงตาสองข้างของหลิงหลานโชนแสงขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะยกมือขวาขึ้นมารับหมัดอันเกรี้ยวกราดของลั่วล่างไว้
เสียงปังดังอื้ออึง!
หลิงหลานหน้าซีดเผือดทันที แต่พริบตาเดียวก็กลับคืนเป็นปกติ ทุกคนล้วนทุ่มสมาธิจดจ่อกับการต่อสู้ ไม่ได้สังเกตเห็นเรื่องนี้เลย แน่นอนว่าเดิมทีหลิงหลานก็เป็นคนผิวขาวอยู่แล้ว ถ ถึงแม้หน้าซีด แต่ถ้าไม่มองดูให้ละเอียดก็จะไม่มีทางสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ นี้ได้เลย
เมื่อก่อนไม่มีใครจ้องมองใบหน้าของหลิงหลานจริงๆ เนื่องจากพลังของเธอแข็งแกร่งมากเกินไป สายตาก็เย็นเยียบคมกริบเกินไปด้วย ทุกคนก็เลยไม่กล้า แต่ฉีหลงทีน้ำตาไหลกลับจ้องมองหลิง หลานอยู่ตลอด ถึงแม้สีหน้าของหลิงหลานเปลี่ยนไปแค่พริบตาเดียว แต่ฉีหลงยังคงมองเห็นอยู่ดี
ลูกพี่ ได้รับบาดเจ็บแล้วจริงๆ ด้วย! ทำไมพวกเขาในตอนนั้นถึงไม่เคยเฝ้าดูลูกพี่เลย ถ้าเกิดใส่ใจเพิ่มสักหน่อย จะเป็นไปได้ยังไงที่จะไม่สังเกตเห็นเรื่องนี้?
ลูกพี่ก็เป็นคนเหมือนกันนะ เขาก็เหนื่อยเป็น หมดแรงเป็น ได้รับบาดเจ็บเป็นเหมือนกันนะ
ในตอนนี้เอง ฉีหลงที่รอคอยโอกาสมาตลอดก็ลงมือแล้ว…
พอเห็นฉากนี้ เขาก็รู้ว่าการลงมือของตัวเองจะนำผลลัพธ์อะไรมา ในที่สุดฉีหลงที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ก็ตะโกนออกมาว่า “หยุดมือ หยุดมือนะ!”
ที่แท้คนที่น่าชิงชังมากที่สุดในโลกไม่ใช่ศัตรู แต่ว่าเป็นคนที่ไม่เพียงไม่สนใจเพื่อนแถมยังทำร้ายอีกฝ่ายไม่หยุดด้วย และพวกเขาในเวลานั้นก็เป็นไอ้ระยำแบบนี้เอง
ฉีหลงร้องไห้อย่างไร้สุ้มเสียง เขาเบิกตามองฉากต่อไปที่ตัวเองทำร้ายลูกพี่ที่เคารพรักมากที่สุดกับมือ
เขาเห็นตัวเองชูหมัดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นก่อนจะพุ่งเข้าไป ฉีหลงจำได้ชัดเจนมากว่า เวลานั้นพรสวรรค์สัญชาตญาณสัตว์ป่าของเขาบอกเขาว่า นั่นเป็นโอกาสโจมตีที่ดีที่สุด เขาคว้ามั นไว้ได้แล้วจริงๆ แต่ว่าหัวใจกลับเจ็บปวดจนใกล้จะแตกเป็นเสี่ยงๆ
เสียง ‘ตูม’ ดังสนั่น!
ร่างเงาสองสายพลันแยกจากกัน พละกำลังที่รุนแรงกระแทกฉีหลงออกไป และหลิงหลานก็ถอยหลังเบาๆ หนึ่งก้าว ปัดแรงกระแทกสายนี้ทิ้งไป
หลิงหลานหน้าซีดลงอีกครั้ง เธอเม้มปากมองบรรดาเพื่อนๆ ตรงหน้าอย่างเย็นชา ทว่าภายในแววตากลับเผยความชื่นชมและดีใจออกมา
“เพราะว่าฉันคว้าจังหวะไว้ได้ ต่อให้ทำร้ายนาย นายก็รู้สึกดีใจสินะ…ลูกพี่ ทำไมนายถึงทำเรื่องนี้ได้ ฉัน ฉีหลงมีดีอะไรถึงสามารถมีลูกพี่แบบนายได้” หัวใจของฉีหลงเริ่มปั่นป่ วนขึ้นมา เขารู้สึกได้ว่าหัวใจเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรงอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด มีเพียงความอบอุ่นอันไร้ที่สิ้นสุดเท่านั้น…
พอเห็นฉีหลงโจมตีไร้ผล ลั่วล่างก็ตะโกนเสียงดังลั่นว่า “พวกเราเข้าไปด้วยกัน”
หากต่อสู้เพียงลำพัง ไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของลูกพีได้ ลั่วล่างเข้าใจดี เพื่อนคนอื่นๆ ในหน่วยรบหลิงหลานก็เข้าใจดีเหมือนกัน
“โจมตีส่วนล่าง!” ในที่สุดหานจี้จวินก็คำนวณตำแหน่งเพียงหนึ่งเดียวที่พวกเขาสามารถทำการโจมตีอย่างมีประสิทธิภาพออกมาได้แล้ว ก่อนที่เขาจะโจมตีก็ไม่ลืมเตือนพวกเพื่อน
หลิงหลานหลบการโจมตีของหานจี้จวินอย่างนุ่มนวล พอลงสู่พื้นร่างของเธอก็โงนเงนเล็กน้อย แววตาของทุกคนเป็นประกาย ก่อนจะพากันลงมือ
คนแรกที่ลงมือคือลั่วล่างกับเซี่ยอี๋ พวกเขาโจมตีส่วนล่างของหลิงหลานอย่างรู้ใจกัน ส่วนฉีหลงก็กระโดดขึ้นมา แล้วเตะไปทางด้านข้างอย่างรุนแรง โจมตีใส่ร่างกายท่อนบนของหลิง งหลาน…และหลินจงชิงที่ซ่อนตัวมาตลอดก็เคลื่อนไหวในเวลานี้เช่นกัน
ทันใดนั้นเขาก็ปรากฏตัวที่ด้านหลังหลิงหลาน แล้วโจมตีใส่กระดูกสันหลังของหลิงหลานอย่างเงียบงัน
หานจี้จวินก็โจมตีก่อกวนจากทางด้านข้างให้เป็นประโยชน์
การโจมตีร่วมกันจากทุกทิศทางนี้ทำให้หลิงหลานตกอยู่ท่ามกลางวิกฤติโดยพลัน
หลิงหลานรู้ว่าหลบไม่ได้แล้ว เธอก็ไม่ได้ตื่นตระหนก ก่อนจะใช้เท้าซ้ายเป็นแกนแล้วก็เตะออกเป็นพายุหมุน
‘ตูมๆๆๆ!’ เสียงกระแทกอย่างรุนแรงสี่เสียงดังขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน
หลิงหลานเตะหานจี้จวิน หลินจงชิง ลั่วล่างกับเซี่ยอี๋ในพริบตา ทั้งสี่คนถูกเตะอย่างรุนแรงจนกระเด็นออกไปฉับพลัน วิกฤติของหลิงหลานยังคงแก้ไม่หมด การโจมตีของฉีหลงก็มาถึงต ตรงหน้าแล้ว
ทันใดนั้นหลิงหลานก็หายตัวไปแล้ว ฉีหลงรู้สึกแค่ว่าเบื้องหน้าพร่าเบลอ เป้าหมายที่เขาเตรียมตัวโจมตีหายไปแล้ว ยังไม่ทันที่เขาจะได้สติกลับมา เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงอันทรงพลังเต ตะใส่หน้าอกของเขา ก่อนที่เขาจะกระเด็นออกไป
ที่แท้ตอนที่ฉีหลงกำลังจะโจมตีโดนเธอนั้น หลิงหลานพลันเอนตัวหลบลูกเตะด้านข้างของฉีหลง ขณะเดียวกันขาขวาของเธอก็ใช้ท่าแมงป่องสะบัดหางเตะใส่ฉีหลงที่กำลังกระโดดเข้ามาอย่าง รุนแรง
ชั่วพริบตาเดียวทั้งห้าคนก็โดนลูกพี่ตัวเองเตะกระเด็น พวกเขาพลิกตัวกลางอากาศแล้วร่อนลงพื้น ทว่าไม่สามารถหักล้างพลังสายนี้ได้หมด เลยถอยหลังติดต่อกันหลายก้าวถึงค่อยหยุดฝีเท้า ได้ ต่อให้เป็นเช่นนี้ พวกเขาก็รู้สึกว่าหัวใจตัวเองมีเลือดลมปั่นป่วน การกระแทกอย่างรุนแรงยังคงทำให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บภายในนิดหน่อย
พวกเขาโคจรพลังปราณกันครู่หนึ่งถึงค่อยขับไล่ความอึดอัดหายใจไม่ออกสายนี้ทิ้งไป และรู้สึกสบายขึ้นมาเล็กน้อย
หลิงหลานโจมตีทั้งห้าคนที่ร่วมมือกันจนถอยไปแล้วก็ยืนตัวตรงอีกครั้ง เธอปล่อยขาขวาลงด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง มือขวาก็วาดผ่านข้างใบหน้าตัวเอง พอร่อนลงมาอีกครั้งเธอก็ตั้งมือ อทำท่าป้องกันแบบดั้งเดิมขึ้นมา ราวกับว่าเมื่อครู่ห้าคนนั้นไม่ได้บุกโจมตีเข้ามาเลย
“แข็งแกร่งมากเลย! ลูกพี่!” ลั่วลางเห็นแบบนั้นก็เอ่ยอย่างท้อแท้ พวกฉีหลงก็รู้สึกเสียใจมากเช่นกัน เดิมทีคิดว่าการร่วมมือกันเมื่อสักครู่นั้นจะนำความยุ่งยากมาให้ลูกพี่ได้สัก กหน่อย ตอนนี้ดูท่าจะไม่ได้ผลเลย พวกเขายังคงห่างชั้นกับลูกพี่มากอย่างที่คิดไว้จริงๆ พวกเขายังต้องพยายามขึ้นอีก
คนด้านล่างไม่รู้สึกตัวเลย แต่ฉีหลงที่อยู่บนฟ้ากลับมองเห็นว่า ตอนที่มือขวาของลูกพี่วาดผ่านด้านข้างใบหน้านั้น ก็เหมือนกับเช็ดอะไรบางนิดหน่อยขณะที่ผ่านมุมปาก
ฉีหลงจ้องเขม็งไปยังมือขวาที่หลิงหลานตั้งท่าป้องกันขึ้นมา ก่อนที่จะพยายามดูอะไรบางอย่างให้ออก...แต่เขามองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เห็นเพียงนิ้วมือเรียวยาวที่เหมือนหยกขาวทั้งส สี่นิ้ว รวมถึงร่างกายที่นิ่งราวกับขุนเขา
พวกฉีหลงหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะโจมตีเข้าไปอีกครั้ง หลิงหลานไม่ได้โจมตีกลับ เพียงแต่ทำการป้องกันอย่างเป็นแบบแผน การเคลื่อนไหวของเขาเปลี่ยนเป็นขยับในองศาที่เล็กมาก ทว่าสกัดก การโจมตีของทุกคนได้อย่างแม่นยำ ไม่ได้สิ้นเปลืองพลังงานเลยสักนิดเดียว
เวลานั้นพวกฉีหลงคิดว่านั้นเป็นเพราะพวกเขาไม่สามารถสร้างแรงกดดันอะไรให้ลูกพี่ได้ ลูกพี่ถึงได้ไม่ใส่ใจแบบนี้ ทว่าตอนนี้ฉีหลงรู้แล้วว่า นั่นเป็นเพราะร่างกายของลูกพี่มาถึงขีด ดจำกัดแล้ว เขาจำเป็นต้องคำนวณอย่างแม่นยำ พยายามประหยัดเรี่ยวแรงอย่างสุดความสามารถ และทำการเคลื่อนไหวที่ไม่เสียเปล่าเลยแม้แต่น้อย
ต่อสู้ติดต่อกันแบบนี้ไปได้สิบกว่านาที พวกเขาที่ทุ่มสุดแรงเกิดบวกกับเรี่ยวแรงที่ผลาญไปไม่น้อยในตอนที่ต่อสู้ก่อนหน้านี้ ในที่สุดพวกเขาก็รู้สึกเหนื่อยล้าแล้ว ฉีหลงกวาดตามองพวก กเพื่อนๆ ขณะที่แลกเปลี่ยนสายตากันก็ตัดสินใจทำการโจมตีสุดท้าย
ฉีหลงที่อยู่บนฟ้ากลับมองออกว่าการเคลื่อนไหวทั้งหมดของลูกพี่ในเวลานี้ล้วนเป็นสัญชาตญาณทั้งนั้น เพราะว่าลูกพี่หมดสติไปแล้ว…
การที่เขารู้เรื่องนี้ได้เป็นเพราะฉีหลงทุ่มเททั้งกายใจไว้ที่ตัวหลิงหลาน เขามองเห็นสิ่งที่หลิงหลานเพิ่งปกปิดไปเมื่อสักครู่แล้วเหมือนกัน ด้านในนิ้วโป้งข้างขวาของลูกพี่ยั งคงมีเลือดที่ไม่ได้หายไป…
ฉีหลงนั่งลงมาอย่างควบคุมไม่อยู่และตัวสั่นเทิ้ม เขากอดตัวเองไว้แน่นๆ ในใจนึกกลัวไม่หยุด…
สองปีก่อน พวกเขาเกือบจะฆ่าลูกพี่ที่ตัวเองเคารพรักที่สุดไปแล้ว ตอนนี้เขาถึงรู้ว่าเวลานั้นลูกพี่อยู่ในเส้นแบ่งความเป็นความตาย และคนที่ทำให้ลูกพี่ตกอยู่ในสภาพเป็นตายก็คือ อลูกน้องอย่างพวกเขานี่เอง ฉีหลงไม่อาจจินตนาการว่า ถ้าเกิดสุดท้ายลูกพี่ไม่ได้ทะลวงขีดจำกัดระเบิดพลังออกมา สิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่จะเป็นฉากที่เห็นลูกพี่โดนพวกเขาทำร้ายจนตายหรื อเปล่า…
“อย่านะ ฉันไม่ต้องการ ฉันไม่อยากให้ลูกพี่ตาย!” ฉีหลงกุมหัว คำรามขึ้นมาด้วยความเดือดดาล ปฏิเสธที่จะเห็นฉากต่อไป…
แต่ภาพในความทรงจำจะหยุดลงเพราะเขาไม่อยากดูได้อย่างไร
ลั่วล่างกระโดดออกมาเป็นคนแรก ก่อนจะตะโกนเสียงดังว่า “หมัดหนึ่งนิ้วขั้นสี่!” นี่เป็นทักษะต่อสู้มือเปล่าที่แข็งแกร่งที่สุดของลั่วล่าง เป็นเวอร์ชั่นอัปเกรดของเคล็ดวิชาประจำ ตระกูลเขาโดยผ่านการศึกษาวิจัยปรับปรุงจากลูกพี่
“คลื่นซ้อนกระแทก!” นี่ก็คล้ายคลึงกับหมัดหนึ่งนิ้ว เพียงแต่วิธีการปล่อยพลังปราณแตกต่างกันนิดหน่อยเท่านั้น เป็นวิชาต่อสู้มือเปล่าที่หลิงหลานได้มาจากการใช้คะแนนเกียรติยศแลก ในมิติการเรียนรู้ เธอสอนให้ฉีหลง และก็เป็นไพ่ตายของฉีหลง ในที่สุดเขาก็ใช้ออกมาแล้ว
“ผ่ามังกรอัศนี!” เซี่ยอี๋ใช้ทักษะที่ประสานกับพรสวรรค์ของตัวเองซึ่งได้รับการชี้แนะจากลูกพี่เช่นเดียวกัน และก็เป็นท่าไม้ตายก้นหีบอย่างหนึ่งของเขาด้วย
“สังหาร!” หลินจงชิงปรากฏตัวขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะต่อยหมัดที่ทรงพลังไปยังจุดตายตรงซี่โครงที่แทบจะป้องกันไม่ได้
“ทุ่นระเบิด” หานจี้จวินก็โจมตีจากทางด้านข้างใส่ส่วนล่างของหลิงหลานที่อ่อนแอที่สุดในเวลานี้
เมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤติเช่นนี้ หลิงหลานที่หมดสติเหมือนกับไม่มีความรู้สึก เธอเพียงแต่ชูมือสองข้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะทำการตอบสนองโดยการสกัดกั้นหมัดเท้าที่โจมตีเข้ามาจากท ทุกด้าน
“อย่านะ!” ฉีหลงที่กำลังหวาดหวั่นตะโกนดังลั่นด้วยความตกใจกลัว “หยุดมือนะ!”
ดวงตาสองข้างถลึงมองอย่างโกรธเกรี้ยว เวลานี้ไม่ได้หลั่งน้ำตาใสๆ อีกต่อไป หากแต่เป็นเลือด!
ฉีหลงในตอนนี้ไม่ได้สังเกตเลยว่า กำแพงในร่างกายเขาที่จำกัดตัวเขามาตลอดแตกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตาที่เขาหลั่งน้ำตาเลือดลงมาแล้ว…