ยอดหญิงอันดับหนึ่ง - ตอนที่ 290.2 ตอนพิเศษ ตอนจบ (2)
แม้ว่าโหยวซื่อจะเป็นเพียงอนุของซื่ออ๋อง แต่อย่างไรเสียก็ตั้งครรภ์ลูกชายคนโตให้ซื่ออ๋องอยู่ สายตาที่บรรดาฮูหยินมองนางจึงแตกต่างไปเล็กน้อย “โหยวซื่อครรภ์ตั้งหกเดือนยังอุตส่าห์มอบสุราให้ ลำบากแล้ว”
“ไม่ลำบากอะไรหรอกเจ้าค่ะ ฮูหยินทุกท่านล้วนเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของจวนซื่ออ๋อง หม่อมฉันต้อนรับอย่างดีก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว”
สีหน้าตงเอ๋อร์ยิ่งดูไม่ได้มากกว่าเดิม ต้อนรับแขกเป็นหน้าที่พระชายาซื่ออ๋อง ไหนเลยจะต้องถึงมือนาง
เห็นได้ชัดว่ามาเพื่อให้การยืนยันแก่แขกเหรื่อว่าตนตั้งท้องเลือดเนื้อของซื่ออ๋องอยู่ ฐานะไม่ธรรมดา มาแย่งหน้าแย่งตาคุณหนูที่เป็นแม่งานหลัก
โหยวซื่อนั่งลง และไม่เกรงอกเกรงใจอะไรทั้งนั้น ไม่เร่งพวกคนใช้ให้เติมสุราแก่บรรดาฮูหยินและคุณหนูก็ให้คนใช้รีบไปยกขนมรสเลิศมาให้แขก
ทำตัวอย่างกับว่าตัวเองต่างหากที่เป็นแม่งานของงานเลี้ยงนี้
ตงเอ๋อร์ยิ่งเดือดดาลหนัก หากคุณหนูไม่ได้มีสีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ล่ะก็ คงได้โยนโหยวซื่อกับท้องโตๆ ออกไปจากงานเลี้ยงแล้ว!
โหยวซื่อเห็นเฉินจื่อหลิงไม่พูดอะไร ก็ยิ่งกำเริบหนัก ยิ้มเอ่ยว่า “หมู่นี้อากาศแจ่มใส อบอุ่นขึ้นแล้ว ดอกไม้ที่สวนของจวนซื่ออ๋องแย้มบานไม่น้อยแล้ว หากฮูหยินทุกท่านยินดี หม่อมฉันจะพาไปชมเจ้าค่ะ”
บรรดาฮูหยินและคุณหนูต่อให้ตาบอดก็มองออกว่าการกระทำของโหยวซื่อไม่เห็นพระชายาซื่ออ๋องอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ไม่เหมาะสมเอาเสียเลย
ทว่าพระชายาซื่ออ๋องก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ โหยวซื่อผู้นี้คงได้รับความโปรดปรานจากซื่ออ๋องมากแน่ อีกทั้งยังตั้งครรภ์อยู่ อำนาจในจวนคงไม่ด้อยไปกว่าพระชายาซื่ออ๋อง
พวกนางต่างเป็นสตรีในตระกูลใหญ่ เรื่องที่อนุข่มภรรยาหลวง ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นเสียที่ไหน
ดังนั้นจึงต่างอมยิ้มโอนอ่อนตามโหยวซื่อ “เอาสิ เช่นนั้นก็รบกวนโหยวซื่อแล้ว”
โหยวซื่อยิ่งลำพองหนัก จับแขนสาวใช้เพื่อประคองตัวเองให้ลุกขึ้น เหลือบมองเฉินจื่อหลิงแวบหนึ่ง “พระชายาซื่ออ๋องจะไปด้วยกันหรือไม่เจ้าคะ”
ครานี้ตงเอ๋อร์โทสะแทบจะระเบิดออกมาอยู่รอมร่อ ดึงแขกของคุณหนูไปแล้วยังจะมาเบ่งอำนาจอีกรึ ทั้งยังเอาตัวเองเป็นนายของจวนซื่ออ๋องจริงๆ อีก! ความคิดที่จะเข้าไปข่วนหูทั้งสองข้างของนางบังเกิดขึ้นแล้ว
ในขณะนั้นเอง สาวใช้อีกคนของโหยวซื่อก็รีบร้อนเข้ามากระซิบเบาๆ ข้างหูสองสามคำ
รอยยิ้มโหยวซื่อพลันชะงักค้าง นางขมวดคิ้วคล้ายแอบกำหมัดอยู่เงียบๆ สุดท้ายก็สงบลง รอยยิ้มกลับมาส่งให้แขกเหรื่อ “ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ที่เรือนหม่อมฉันมีเรื่องให้ต้องจัดการ ขอไปจัดการก่อนสักครู่ อีกเดี๋ยวจะมาใหม่”
พูดจบก็ขอตัวรีบร้อนออกจากงานเลี้ยงไป
“โหยวซื่อผู้นี้ ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังทำอะไรอยู่” ตงเอ๋อร์กระซิบเสียงเบา
เฉินจื่อหลิงก็คร้านจะไปสนใจว่านางกำลังทำอะไร เห็นแขกเหรื่อยังยืนนิ่งกันอยู่กับที่ จึงเอ่ยว่า “ข้าพาทุกท่านไปก่อนก็แล้วกัน”
พวกนางจึงได้เดินไปทางสวนดอกไม้
……
โหยวซื่อกลับมาที่เรือนตะวันตกอย่างรีบร้อน สั่งให้สาวใช้ออกไปแล้วเข้าไปในห้องคนเดียว นางปิดประตูห้องลง มองแม่บ้านเลี่ยวที่อยู่ในห้องด้วยสีหน้าทะมึน “เจ้าเรียกข้ากลับมาทำไม”
“วันนี้เรือนท้ายมีงานเลี้ยง บ่าวไพร่ก็ต่างยุ่งอยู่ในครัวกับเรือนท้าย พระชายาซื่ออ๋องก็ต้อนรับแขกเหรื่อปลีกตัวมาไม่ได้ ซ้ำซื่ออ๋องก็ไม่อยู่ เป็นโอกาสที่ดีนัก ผ่านวันนี้ไปก็จะไม่มีโอกาสดีๆ เช่นนี้แล้ว โหยวซื่อสามารถลงมือวันนี้ได้เลย ไปห้องหนังสือ…”
แม่บ้านเลี่ยวยังพูดไม่ทันจบ โหยวซื่อก็กัดฟันเอ่ยขัดว่า “เจ้าแอบเรียกข้ากลับมาก็เพื่อพูดเรื่องนี้อย่างนั้นรึ ข้าเคยบอกแล้วว่าข้าจะไม่ช่วยเจ้า! เจ้าล้มเลิกความคิดนี้ไปเสีย! นี่เป็นการเตือนครั้งสุดท้ายจากข้า หากเจ้ากล้าพูดเรื่องนี้อีก ข้าจะบอกเรื่องดีๆ ของเจ้าแก่ซื่ออ๋อง! ถึงเวลานั้นต่อให้ใช้ม้าห้าตัวแยกร่างเจ้าก็ยังชดใช้โทษนี้ไปไม่หมด!”
แม่บ้านเลี่ยวเห็นนางตัดสินใจแน่วแน่แล้วก็อับอายกลายเป็นโกรธ พอเห็นว่านางจะออกไปก็คว้ามือนางไว้ “ข้าไม่กลัว ข้าก็จะเล่าเรื่องครรภ์ของเจ้าออกมาให้หมดเช่นกัน!”
“เจ้ามีหลักฐานรึ เฮอะ เจ้าไม่มีหลักฐานของข้า แต่ข้ากลับมีหลักฐานของเจ้ามากมาย! พอได้แล้ว! ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีก! เจ้าไสหัวออกไปจากจวนซื่ออ๋องเองแต่โดยดี อย่าได้มาปรากฏตัวให้ข้าเห็นอีก! หากข้าต้อนรับแขกกลับมายังเห็นเจ้าอีก ข้าจะบอกเรื่องของเจ้าให้ซื่ออ๋องฟังแน่!” โหยวซื่อเอ่ยเหน็บแนม สะบัดแขนไป แบกท้องโตๆ เดินไปนอกห้อง
ยังมีสตรีชั้นสูงมากมายกำลังรอนางอยู่ นางยังเสพสุขกับรสชาติที่ถูกคนเคารพไม่พอเลย ไหนเลยจะมีเวลามาร่ำไรกับสาวใช้ชรานางหนึ่ง
แม่บ้านเลี่ยวเห็นนางจะเปิดโป่งตนเองก็สั่นเทิ้มไปทั่วร่าง โทสะลุกโชน ออกแรงผลักนางไป!
โหยวซื่อท้องโย้เดินเหินต้องพยุง ไหนเลยจะฝืนแรงผลักไว้ได้ ยังไม่ทันได้หวีดร้อง ทั้งร่างก็โผไปหาพื้นอย่างแรง!
เสียงโครมดังขึ้น! แล้วก็ไร้เสียงใดอีกเลย!
……
ณ สวนดอกไม้
นานทีเดียวโหยวซื่อยังไม่กลับมาเสียที ตงเอ๋อร์ก็อดตำหนิเบาๆ ไม่ได้ “โหยวซื่อผู้นี้ ตัวเองเสนอจะมาชมดอกไม้ในสวนเอง ตัวเองกลับวิ่งหนีหายไปไร้เงา นานเพียงนี้แล้วยังไม่มาอีก ทำให้คุณหนูต้องพาคนชมดอกไม้แทน สมควรตายนัก! เห็นตัวเองเป็นนายหญิง เรียกใช้คุณหนูเป็นคนใช้ไปแล้วรึ”
อย่างไรเสียบรรดาแขกชมดอกไม้ก็ต้องมีเจ้าบ้านอยู่ด้วย โหยวซื่อไม่มา เฉินจื่อหลิงก็จำต้องทำแทน
แต่เฉินจื่อหลิงก็ตั้งครรภ์เช่นกัน เดินนานๆ ไม่ได้ ไม่อาจเอาแต่อยู่ที่นี่เป็นเพื่อนบรรดาแขกเหรื่อได้ ตงเอ๋อร์คิดไปคิดมาจึงเอ่ยว่า “คุณหนูกลับห้องไปพักก่อนดีกว่า อย่าทำให้ร่างกายแย่ลงเลยเจ้าค่ะ ตรงนี้ให้เป็นหน้าที่บ่าวเอง บ่าวจะอยู่เป็นเพื่อนบรรดาแขกที่นี่ก่อน ค่อยให้คนไปเร่งโหยวซื่อมารับแขก”
เฉินจื่อหลิงพยักหน้า “อืม ไม่ต้องส่งคนไปเรียกหรอก ขากลับข้าผ่านเรือนตะวันตกพอดี จะแวะไปเรียกนางมาให้”
ตงเอ๋อร์ครุ่นคิดดูก็ใช่ โหยวซื่อยามนี้ผยองลำพองตนคับฟ้าแล้ว คนรับใช้ธรรมดาๆ ไปเร่ง เกรงว่าจะเอาแต่อิดออด จึงได้ตกลง
เฉินจื่อหลิงอ้างว่าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ขอตัวลากับบรรดาแขกไป บอกว่าจะกลับห้องไปพักเสียหน่อย อีกเดี๋ยวโหยวซื่อจะมาต้อนรับแทนตน
บรรดาฮูหยินของขุนนางเห็นนางเดินอยู่สักพักก็หายใจหอบ ร่างกายคล้ายว่าไม่ค่อยปกติจริงๆ จึงรีบเอ่ยว่า “ในเมื่อพระชายาซื่ออ๋องไม่ค่อยสบาย ก็กลับไปพักเสียหน่อยก่อนเถิด”
เฉินจื่อหลิงออกจากสวนดอกไม้ เดินผ่านเรือนตะวันตก นางหยุดฝีเท้าลง เดินไปทางด้านใน ภายในเรือนว่างเปล่าไม่มีคน กระทั่งสาวใช้คอยรับใช้ก็ยังไม่มี ในใจเกิดความสงสัยขึ้น แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เดินขึ้นบันไดไปต่อ แล้วผลักประตูเปิด ตะโกนเรียก
ไม่มีใครตอบ
เฉินจื่อหลิงใจเต้นแรง รู้สึกแปลกๆ ขึ้น นางเดินไปในห้อง พอเข้าใกล้ห้องนั้นรู้สึกถึงกลิ่นแปลกๆ ไหลเวียนอยู่ในอากาศ
กลิ่นนี้คุ้นเคยดี
เป็นกลิ่นคาว
เป็น…
เลือด!
หนังตานางกระตุกอย่างแรง โบกมือไป ม่านเลิกขึ้น ทันใดนั้นก็ถูกภาพในห้องทำเอาตกตะลึง!
โหยวซื่อนอนอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดเจิ่งนอง ท้องโตๆ แตกเป็นรู นึกไม่ถึงว่าคนเป็นๆ จะท้องแตก!
อีกด้านเป็นก้อนเนื้ออาบเลือดที่เป็นรูปเป็นร่างมนุษย์แล้วขดอยู่บนพื้น เป็นครรภ์ไร้ชีวิตที่ถูกควักออกมาจากท้องมารดา
เฉินจื่อหลิงเหงื่อไหลซึมเต็มแผ่นหลัง ยันโต๊ะน้ำชาด้านข้างเอาไว้จึงไม่ได้ล้มลงไป ในขณะที่กำลังจะตะโกนร้อง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง ต้นคอนางหดเกร็งเย็นเยียบ เพราะกำลังตั้งท้องร่างกายจึงอืดอาดกว่าปกติ ทั้งยังกลัวว่าจะเป็นผลไม่ดีต่อลูก หันหลังกลับไปไม่ทัน ในใจกลับกระจ่างแจ้งดีว่า โดนคนแอบเล่นงานเข้าให้แล้ว ทันใดนั้น เบื้องหน้าก็มืดมิด ล้มลงกับพื้นโดยพลัน
……
ทางด้านสวนดอกไม้
บรรดาฮูหยินและคุณหนูรอโหยวซื่ออยู่นานก็ไม่มาเสียที จึงอดกระซิบวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นมาไม่ได้
สตรีที่จวนทั้งสองก็จากไปแล้ว ทิ้งบรรดาแขกให้อยู่ตรงนี้ อย่างไรเสียก็ไม่ถูกธรรมเนียม ตงเอ๋อร์จำต้องรีบหาสาวใช้มานางหนึ่งให้ไปเรียกคุณหนูที่เรือนหลักก่อน สาวใช้กลับมาบอกว่า “พี่ตงเอ๋อร์ พระชายาซื่ออ๋องยังไม่กลับมาเรือนหลักเลยเจ้าค่ะ”
ตงเอ๋อร์ตกใจ คุณหนูไปได้ครึ่งเค่อ[1]กว่าแล้ว เหตุจึงยังกลับไปไม่ถึง เมื่อครู่คุณหนูบอกว่าจะแวะไปเรียกโหยวซื่อที่เรือนตะวันตก คงไม่ได้เกิดเรื่องขึ้นหรอกกระมัง นางรีบคำนับให้บรรดาแขกทันที “ฮูหยินและคุณหนูทุกท่านโปรดกลับไปที่นั่งในงานเลี้ยงก่อนเถิด บ่าวจะไปหาพระชายาซื่ออ๋องก่อน”
ฮูหยินขุนนางสองคนด้านข้างได้ยินก็รีบตามไปด้วย “คงไม่ได้เกิดเรื่องขึ้นกับพระชายาซื่ออ๋องหรอกกระมัง พวกเราก็ไปดูด้วยกันเสียหน่อยดีกว่า”
“นั่นสิ เมื่อครู่เห็นสีหน้าพระชายาไม่ค่อยดี พวกเราก็ไปปลอบขวัญด้วยเสียหน่อยดีกว่า เกิดมีเรื่องใดขึ้น คงจะแบกรับโทษนี้ไม่ไหว เกรงว่าซื่ออ๋องจะมาตำหนิเอาได้” ฮูหยินอีกคนรีบเอ่ยขึ้นทันที
พวกที่เหลือก็พากันพยักหน้า
ตงเอ๋อร์หมดหนทางห้ามไว้ จำต้องปล่อยให้พวกนางตามตนไปเรือนตะวันตกด้วย
—————————–
[1] เค่อ (หน่วยเวลา) 15 นาที