ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 378-1 กำรโจมตีครั้งสุดท้ำย ควำมตำยของ เยี่ยอิ๋ง
ราวกับว่าเยี่ยอิ๋งยอมแพ้แล้ว นางไม่ร้องไห้ฟูมฟาย หรือโวยวายขอให้ม่อจิ่งหลีปล่อยม่อซู่อวิ๋นอีก ม่อจิ่งหลี เองก็ไม่ได้สนใจนาง ในใจลึกๆของม่อจิ่งหลีแล้ว เขาดู แคลนเยี่ยอิ๋งอยู่มากนัก เมื่อสิบปีที่แล้ว ความรักของม่อ จิ่งหลีที่มีต่อเยี่ยอิ๋งนั้นมีมากเสียจนเขายอมท าทุกอย่าง เพื่อนางแม้กระทั่งถอนหมั้นกับสตรีที่ฮ่องเต้พระราชทาน ให้ จนถูกตระกูลสวีเกลียดชัง ถึงแม้เหตุผลหนึ่งในนั้นจะ เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าม่อจิ่งหลีชอบ เยี่ยอิ๋งมากจริงๆ และหลังจากผ่านมาสิบปี ความรู้สึกที่ เคยมีก็เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว ตอนนี้มีเพียงความเย็นชา ความดูแคลน และความโกรธแค้นเท่านั้น
ยิ่งเมื่อได้เห็นการกระท าของเยี่ยอิ๋ง ม่อจิ่งหลีก็รู้สึก ว่าตนยิ่งมีเหตุผลที่จะเกลียดชังและดูแคลนนาง นางช่าง
书呆子
อ่อนแอ ไร้ความสามารถ เห็นแก่ตัว และโง่เขลา หลายๆ ครั้งม่อจิ่งหลีเคยนึกสงสัยว่าตอนนั้นตนถูกวางยาเสน่ห์ตัว ใดเข้าไป จึงคิดว่าเยี่ยอิ๋งเหมาะสมที่จะเป็นพระชายาหลี อ๋องมากกว่าเยี่ยหลี แม้ในตอนนั้นเยี่ยหลีจะได้สมญานาม ว่าเป็นสตรีที่ไร้คุณสมบัติทั้งสาม แต่ม่อจิ่งหลีก็คิดว่าเยี่ย หลีในตอนนั้นยังไม่ขลาดเขลาเท่าเยี่ยอิ๋งในตอนนี้ เขาจึง คิดว่าเยี่ยอิ๋งไม่มีทางท าการใหญ่อะไรได้ จึงไม่ได้รีบเร่ง จัดการเยี่ยอิ๋ง อีกทั้งเพราะความเจียมเนื้อเจียมตัวของ นาง เขาจึงผ่อนปรนการกักบริเวณ ถึงอย่างไรต าหนักหลี อ๋องก็เพิ่งมีชายาเอกคนหนึ่งหายตัวไป หากชายาที่เหลือ อีกคนหนึ่งเป็นอะไรไปอีก คงจะดูไม่ดีเอามากๆ ทว่าเขา กลับลืมไปว่า บางครั้งการดูถูกผู้หญิงคนหนึ่งมักจะต้อง แลกด้วยสิ่งที่หนักหนาสาหัสกว่านั้น
ดังนั้น เมื่อครั้นก าจัดเสี้ยนหนามต าหนักติ้งอ๋อง สองสามนายที่อยู่ในเจียงหนานไปแล้ว ม่อจิ่งหลีก็สุข
书呆子
สบายใจและลืมเรื่องที่ม่อซู่อวิ๋นอาจเป็นลูกชายของตนไป เสียสนิท เขาด าเนินชีวิตไปตามปกติ เตรียมพร้อมรับ ความรุ่งโรจน์ในอนาคตที่ก าลังเข้ามาในชีวิตของตน
แม้เยี่ยอิ๋งจะได้ความอิสระคืนมา แต่ก็ถูกจ ากัด บริเวณห้ามออกจากต าหนัก คนรับใช้ข้างกายของนางก็ ถูกเปลี่ยนเป็นคนของม่อจิ่งหลี ราวกับว่าเยี่ยอิ๋งยอมละ ทิ้งความบ้าคลั่งและความยืนหยัดก่อนหน้านี้ไปจนหมด สิ้น เพียงแต่นางขอร้องให้ม่อจิ่งหลีอนุญาตให้นางเข้า เยี่ยมม่อซู่อวิ๋นเป็นครั้งคราว ม่อจิ่งหลีเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ รู้สึกผิดต่อเด็กคนนี้เลย ท้ายสุดเขาจึงยินยอมตามค า ขอร้องของเยี่ยอิ๋ง
วันนี้เยี่ยอิ๋งยังคงท าเหมือนเมื่อสองวันก่อน นางน า ยาที่ตนเองตุ๋นไปที่เรือนพักชั่วคราวของม่อซู่อวิ๋น แล้ว บังเอิญตรงกับหมอหลวงที่ก าลังจับชีพจรให้ม่อซู่อวิ๋นอยู่ พอดี สองสามวันนี้ร่างกายของเสียนเจาไท่เฟยดีขึ้นมาก
书呆子
แล้ว นางจึงมาดูแลม่อซู่อวิ๋นอยู่บ่อยครั้ง เยี่ยอิ๋งยังไม่ทัน เข้าไปข้างใน ก็ได้ยินเสียงของเสียนเจาไท่เฟยดังขึ้น เยี่ยอิ๋งหยุดฝีเท้าลง ได้ยินเสียนเจาไท่เฟยถามขึ้นว่า “หมอหลวง พระวรกายฮ่องเต้เป็นอย่างไรบ้าง”
หมอหลวงเงียบไปครู่หนึ่ง จึงตอบว่า “ทูลไท่เฟย ข้าน้อยเองก็แปลกใจนัก ดูเหมือนว่าพระวรกายของ ฮ่องเต้จะดีขึ้นเล็กน้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เมื่อได้ยินดังนั้น เยี่ยอิ๋งพลันใจกระตุก มือเรียวยาวคู่นั้นจับถาดอาหารไว้ แน่นกว่าเดิม
ข้างในเงียบไปครู่หนึ่ง เสียนเจาไท่เฟยถามว่า “เป็นเพราะยาของชายาเอก…”
“ไม่น่าจะใช่พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยตรวจดูยาของพระ ชายาแล้ว เป็นเพียงยาตุ๋นธรรมดา อย่าว่าแต่รักษา อาการของฮ่องเต้เลย แม้แต่ประสิทธิภาพในการบ ารุง
书呆子
ร่างกายก็มีน้อยนัก” หมอหลวงไม่เห็นด้วยกับการคาด เดาของเสียนเจาไท่เฟย
เสียนเจาไท่เฟยลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นว่า “เช่นนั้น จากครั้งที่แล้วที่เจ้าพบฮ่องเต้ ตอนนี้ร่างกาย เขา…”
หมอหลวงพูดเสียงเบา “ทูลไท่เฟย แม้ร่างกายของ ฮ่องเต้จะดีขึ้นมาบ้าง แต่หากต้องการให้หายนั้นยังคง เป็นเรื่องยาก หากระมัดระวัง คอยดูแลอย่างใกล้ชิด อาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกสองสามปี ไม่เช่นนั้น… อีกเพียงไม่ นาน… ” หมอหลวงล าบากใจ เขาเป็นคนสนิทของหลี อ๋องและไท่เฟย ย่อมรู้ดีว่าหลีอ๋องและไท่เฟยหมายถึง อะไร แต่ว่าร่างกายตอนนี้ของฮ่องเต้ แม้จะไม่มีที่ชีวิตยืน ยาว แต่ประคับประคองต่อไปอีกหนึ่งปีก็คงไม่เป็นปัญหา นอกเสียจากว่าวางยาพิษฤทธิ์รุนแรงขึ้น… เมื่อคิดถึงตรง นี้ หมอหลวงก็รู้สึกสั่นสะท้าน เขาไม่กล้าคิดต่อไปอีก
书呆子
เรื่องบางเรื่องผู้เป็นนายคิดได้ แต่คนท างานที่อยู่เบื้องล่าง ไม่สมควรคิดมากไปกว่านั้น
เสียนเจาไท่เฟยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ พูดว่า “เอาเถิด ข้าจะปรึกษากับหลีอ๋องอีกครั้ง”
นอกห้อง เยี่ยอิ๋งจับถาดอาหารไว้แน่น หลุบตาลง ต่ าราวกับผีเข้า ยายแก่คนนั้น… ยายแก่คนนั้น ตั้งแต่ที่ เยี่ยอิ๋งเข้ามาในต าหนัก ก็ถูกนางทรมาน ตอนนี้ยังบังอาจ คุยเรื่องเช่นนี้ต่อหน้าลูกของนางอีก แม้ซู่อวิ๋นจะฟังไม่รู้ เรื่อง… แม้…
นางกัดฟันกรอด ก่อนจะเก็บสีหน้าที่เต็มไปด้วย ความเคียดแค้น แล้วเดินเข้าไปในห้อง
เสียนเจาไท่เฟยขมวดคิ้ว พูดว่า “เจ้ามาตั้งแต่ เมื่อไร”
书呆子
เยี่ยอิ๋งกะพริบตาทีหนึ่ง ถามอย่างสงสัยว่า “ข้ามา ดูฮ่องเต้ ไท่เฟยมีธุระอันใดหรือ” เสียนเจาไท่เฟยจ้องเยี่ย หลีด้วยความสงสัย ในเมื่อเยี่ยอิ๋งยอมรับตัวตนของม่อ ซู่อวิ๋นแล้ว ก็ย่อมไม่อยู่เฉยเป็นแน่ เมื่อคอยสังเกตอยู่นาน เห็นเพียงสีหน้านิ่งเรียบและท่าทีสุภาพของเยี่ยอิ๋ง จึงพูด ขึ้นว่า “ไม่มีอะไร ในเมื่อเจ้ามาแล้ว ก็อยู่กับฮ่องเต้เถิด ข้าเหนื่อยแล้ว ต้องกลับไปพักผ่อนก่อน”
เยี่ยอิ๋งพูดอย่างนอบน้อม “ทูลลาเพคะ”
เมื่อส่งเสียนเจาไท่เฟยไปแล้ว หมอหลวงก็เก็บของ แล้วจากไปเช่นกัน เยี่ยอิ๋งนั่งลงข้างเตียง มองดูเด็กน้อยสี หน้างุนงนที่นอนอยู่บนเตียง พลันรู้สึกแสบจมูกจนน้ าตา ไหลลงมา
“ซู่… ฮ่องเต้ ข้าน ายาตุ๋นที่พระองค์ชอบมาให้ ลุก ขึ้นมาเสวยหน่อยนะ” เยี่ยอิ๋งพูดเสียงอ่อนโยน
书呆子
ดวงตาของม่อซู่อวิ๋นมองเยี่ยอิ๋งอย่างครุ่นคิด แล้ว จู่ๆ ก็พูดขึ้นมาว่า “เจ้าคือชายาหลี…”
เยี่ยอิ๋งพลันดีใจ ก่อนหน้านี้ม่อซู่อวิ๋นป่วยจนจ าใคร ไม่ได้ เอาแต่เหม่อลอย ไม่คิดว่าวันนี้จะจ าตนเองได้แล้ว ดูท่าหมอหลวงคงพูดถูกจริงๆ อาการเขาดีขึ้นแล้ว
เยี่ยอิ๋งค่อยๆ ประคองเขาขึ้นมานั่งพิงหมอน ตักซุป เข้าปากเขาพลางพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ฮ่องเต้มีอะไร อยากได้หรือไม่ ข้าให้คนไปหาให้พระองค์ได้”
ม่อซู่อวิ๋นกะพริบตา ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดเสียง เบาว่า “เราอยากได้พี่ชายชุดขาวกับพี่สาวคนสวย”
เยี่ยอิ๋งชะงัก ม่อซู่อิ๋งยังไม่หายดี หากไม่ใช่เพราะ นางนั่งอยู่ใกล้ก็คงไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร ม่อซู่อวิ๋นคิดว่า นางไม่เข้าใจ เขาจึงยกมือขึ้นมาชี้ไปที่แขนที่เป็นแผลยัง ไม่ตกสะเก็ดของตน พูดว่า “พี่ชาย” แล้วหยิบยาเม็ด
书呆子
เล็กๆ สีน้ าตาลออกมาจากถุงใบเล็กถุงหนึ่งข้างกายที่ดูไม่ เป็นที่สังเกตนัก พูดว่า “พี่สาว”
เยี่ยอิ๋งตระหนกเล็กน้อย นางรีบกวาดตามองไป รอบทิศ แม้ในห้องจะมีนางในและขันทีรับใช้อยู่ แต่พวก เขายืนอยู่ข้างนอก เมื่อถูกกั้นด้วยฉากกั้นห้อง คงจะไม่ได้ ยินอะไร เยี่ยอิ๋งย่อมไม่รู้ว่าพี่สาวที่ม่อซู่อวิ๋นพูดถึงคืออวิ๋ นเกอ นางคิดว่าคือเยี่ยหลีที่กลับมาแต่งตัวเป็นผู้หญิง นางพูดเสียงเบาว่า “พี่สาวคนนั้นให้เจ้าหรือ”
ม่อซู่อวิ๋นพยักหน้าช้าๆ “พี่ชายบอกว่า ห้ามบอก คนอื่น แต่บอกพระชายาได้” พี่ชายที่พูดถึงคนนี้คง หมายถึงฉินเฟิง
เยี่ยอิ๋งซ่อนถุงใบนั้นไว้อย่างระมัดระวัง มองท่าทีไร้ เดียงสาของม่อซู่อวิ๋นอย่างเวทนา พูดอย่างอ่อนโยนว่า “พระองค์วางใจเถิด อะไรที่พระองค์ชอบ ข้าจะหามาให้ เอง”
书呆子
“ฮ่องเต้ชอบอะไร ถึงต้องให้เจ้าไปหาหรือ” เสียง ของม่อจิ่งหลีดังขึ้นจากข้างนอก
เยี่ยหลีตกใจ รีบลุกขึ้นฝืนยิ้มพลางพูดว่า “ฮ่องเต้ อยากทานไก่อบน้ าผึ้ง อิ๋งเอ๋อร์ได้ยินมาว่าที่เฉินตงมีร้าน ขายไก่อบน้ าผึ้งแสนอร่อย ก็เลยให้คนไปซื้อมาให้ฮ่องเต้ เพคะ”
ม่อจิ่งหลีเงียบ ก่อนจะกวาดตามองทั้งสองคนพูด ขึ้นว่า “จริงหรือ”