ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 382-3 ขิงยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ด
ความจริงแล้วม่อตัวน้อยตั้งเงื่อนไขกับตนเองสูง มากเกินไป ด้วยอายุของเขาสามารถอ่านหนังสือทางการ ทหารที่ม่อซิวเหยามอบให้จนจบได้ภายในหนึ่งเดือน ทั้ง ยังสามารถรวบรวมสภาพภูมิประเทศและความสามารถ ในการสู้รบของทั้งสองกองทัพ ณ ตอนนั้นจนคิดแผนการ ที่สามารถท าให้แม่ทัพเช่นซุนเย่าอู่ประเมินออกมาได้ว่ามี จุดด่างพร้อยเพียงเล็กน้อย ก็ควรค่าแก่การภาคภูมิใจ แล้ว ทว่าม่อซิวเหยากับเยี่ยหลีล้วนไม่ได้ปลอบใจเขา ซื่อจื่อแห่งต าหนักติ้งอ๋องนั้นแบกรับความรับผิดชอบที่ไม่ เหมือนเด็กธรรมดาคนอื่นๆ ในยามที่เหมาะสม ควรให้ แรงกดดันต่อม่อตัวน้อยสักเล็กน้อย ก็มิใช่เรื่องผิดไม่ใช่ หรือ
书呆子
เมื่อเห็นเขายอมแพ้ ม่อซิวเหยาจึงอมยิ้มมองไปที่ เขา พลางเอ่ยว่า “เช่นนั้น…ยามนี้ก็ควรจะไปจัดการตาม ค าสัญญาแล้วใช่หรือไม่”
ม่อตัวน้อยมีสีหน้าทะมึนทันที หันหน้าไปมองเยี่ย หลีด้วยท่าทางแข็งค้าง เยี่ยหลียิ้มบาง เอ่ยว่า “ม่อตัว น้อย เมื่อเดิมพันแล้วก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ ครั้งนี้… ถือว่าเป็นการซื้อบทเรียนบทหนึ่งเถิด พลาดครั้งหนึ่งก็ เท่ากับได้ประสบการณ์ครั้งหนึ่ง” หลังจากนี้จะได้ไม่เดิม พันกับท่านพ่อเจ้าตามใจชอบอีก
ม่อตัวน้อยขึงตาใส่ม่อซิวเหยาอย่างดุร้าย พุ่งตัว ออกไปนอกกระโจมทหารด้วยท่าทางโมโห เมื่อเห็น ท่าทางเช่นนั้นของเขาแล้ว ทุกคนก็มองด้วยความอยากรู้ อยากเห็นว่าซื่อจื่อน้อยเดิมพันอันใดกับท่านอ๋องกันแน่ จึงพากันเอ่ยลาม่อซิวเหยาและเยี่ยหลี พร้อมเดินออก
书呆子
จากกระโจมใหญ่ไปดูซื่อจื่อน้อยท าตามสัญญา ม่อซิว เหยาก็ไม่ท าให้ทุกคนล าบากใจ โบกมือให้ทุกคนออกไป
ม่อตัวน้อยเดินเอามือไพล่หลังและยืนอยู่ใน ต าแหน่งกึ่งกลางที่มีผู้คนผ่านไปมามากที่สุดของค่าย ทหาร นายทหารที่ผ่านไปผ่านมาไม่เคยเห็นซื่อจื่อที่ ร่างกายเล็กเตี้ย ใบหน้าที่งดงามประณีตนั้นกลับมีท่าทาง เข้มงวด จึงอดไม่ได้ที่จะหยุดเท้าแล้วมองว่าซื่อจื่อน้อยจะ ท าอันใด
ม่อตัวน้อยกัดฟัน กวาดสายตาคมปลาบไปทาง เหล่าทหารหาญที่อยู่รอบๆ แต่จนปัญญาที่ค้นพบว่าผู้คน ที่อยู่รอบด้านนั้นไม่เพียงแต่ไม่ได้มีจ านวนน้อยลงจากการ ขึงตาของเขา แต่กลับเปลี่ยนเป็นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึง ท าได้เพียงกัดฟัน หลับตาและตะโกนเสียงดังว่า “ข้าผู้ เป็นซื่อจื่อมีนามว่าม่อตัวน้อย!”
书呆子
เหล่าทหารหาญที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนตะลึงค้าง และไม่รู้ว่าผู้ใดหัวเราะพรืดออกมา ผู้คนรอบด้านจึงพา กันหัวเราะตาม ความจริงแล้วชื่อม่อตัวน้อยนั้นพบเจอได้ บ่อยมาก แต่โดยปกติแล้วจะเป็นชื่อที่ถูกตั้งโดย ครอบครัวชาวบ้านธรรมดาที่ไม่รู้หนังสือ หรือไม่ก็เป็นชื่อ เล่นที่คนทั่วไปตั้งกัน และส่วนใหญ่ก็มักจะเรียกกันเป็น การส่วนตัวภายในครอบครัว วันนี้ ชื่อที่ให้ความรู้สึก ใกล้ชิดและเป็นที่นิยมในหมู่ผู้คนกลับอยู่บนตัวของซื่อจื่อ ผู้สูงศักดิ์แห่งต าหนักติ้งอ๋อง จึงท าให้ผู้คนรู้สึกว่าน่า ขบขันเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมองดูม่อซื่อจื่อที่สวมเสื้อแพรสีด า ทั้งร่าง ท่าทางน่ารัก ก็รู้สึกว่าชื่อนี้ช่างเหมาะสมมากเป็น พิเศษ
ม่อตัวน้อยที่รู้สึกว่าถูกคนหัวเราะเยาะจึงใบหน้า แดงระเรื่อ กระทืบเท้าแล้ววิ่งกลับเข้าไปในกระโจมใหญ่
书呆子
อีกครั้ง พุ่งตัวเข้าไปในอ้อมแขน พลางเอ่ยอย่างน้อยใจว่า “ท่านแม่…”
“อืม ทุกคนไม่ได้หัวเราะเยาะเจ้า” เยี่ยหลียิ้ม ลูบ ศีรษะเล็กๆ ของบุตรชายเพื่อปลอบประโลม ม่อซิวเหยา กลับยิ้มอย่างเบิกบานเป็นพิเศษ โดยไม่สนใจศักดิ์ศรีของ บุตรชายเลยแม้แต่น้อย เห็นเพียงม่อตัวน้อยขบเขี้ยว เคี้ยวฟัน กล้ ากลืนความเคียดแค้น ในใจก็ลอบบ่นท่านปู่ ตนเองว่าเหตุใดยามนั้นจึงไม่ตั้งชื่อเล่นมาเรียกท่านพ่อ บ้าง
“ท่านแม่ ท่านพ่อไม่ดี ท่านพ่อรังแกม่อตัวน้อย” ม่อตัวน้อยเอ่ยน้ าตาคลอเบ้า
เยี่ยหลีก้มศีรษะลงมาจุมพิตหน้าผากเขา พลางเอ่ย ยิ้มๆ ว่า “ใครใช้ให้เจ้าเดิมพันกับท่านพ่อเจ้าเล่า ไหน ลองเล่ามาสิว่า เจ้าก าลังคิดสิ่งใดอยู่ยามที่เจ้าเดิมพันกับ ท่านพ่อ” ม่อตัวน้อยก้มศีรษะนิ่งเงียบ ตอนที่ท่านพ่อเดิม
书呆子
พันกับเขา เขาคิดเพียงแค่ว่าเมื่อตนเองประสบ ความส าเร็จแล้วจะเป็นเช่นไร แต่กลับไม่ได้พิจารณาให้ รอบคอบว่าสุดท้ายแล้วตนเองจะสามารถท าได้ส าเร็จ หรือไม่ แม้ว่าท่านพ่อจะวางหลุมพรางให้ตนเอง แต่ถ้า หากตนไม่ดีใจจนลืมตัว ทั้งยังยโสอวดดีแล้วล่ะก็ บางที คงจะไม่ถูกหลอกเช่นนี้
“ท่านแม่…”
เยี่ยหลีเลิกคิ้ว “รู้ว่าผิดแล้วหรือ”
“ขอรับ…” ม่อตัวน้อยผงกศีรษะหงึกๆ หลบอยู่ใน อ้อมกอดของเยี่ยหลีไม่ยอมลุกขึ้นด้วยความละอายใจ เยี่ยหลีดึงเขาขึ้นมา ยิ้มหวาน พลางเอ่ยว่า “เด็กโง่ แค่แพ้ ให้ท่านพ่อเจ้ามีอะไรต้องอายกัน ขอเพียงแค่จ าบทเรียน ในครั้งนี้เอาไว้ ยามที่ท่านพ่อของเจ้าโตเท่าเจ้า ทั้งวันก็ คิดแต่จะประลองกับท่านปู่และท่านลุงใหญ่ของเจ้า เช่นกัน”
书呆子
“จริงหรือ” ม่อตัวน้อยนัยน์ตาเป็นประกาย มองม่อซิวเหยาตาค้าง ม่อซิวเหยาแค่นเสียงเบา เหลือบ มองม่อตัวน้อยครู่หนึ่งแล้วสัพยอกว่า “แต่ข้าไม่ได้โง่ เช่นนี้”
“จะต้องมีวันที่ข้าเป็นผู้ชนะ!” ม่อตัวน้อยแค่นเสียง เอ่ย ใบหน้านั้นเชิดขึ้นอย่างอวดดี
ม่อซิวเหยาพยักหน้า เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าจะรอ”
“ฮึ!” ม่อตัวน้อยโมโหจนหันศีรษะหนีไปอีกด้าน “ข้าจะไม่ให้ท่านต้องรอนาน ท่านรอดูเถิด ข้าจะต้องให้ ท่านประกาศชื่อเล่นของตนเองต่อหน้าทุกคนให้ได้”
“แล้วแต่เจ้า”
คล้ายกับว่าถูกท่าทีของม่อซิวเหยาท าให้มีโทสะไม่ น้อย ม่อตัวน้อยจึงกระทืบเท้าวิ่งออกไปจากกระโจมใหญ่ อย่างรวดเร็ว
书呆子
เมื่อมองแผ่นหลังของม่อตัวน้อยที่จากไปด้วยความ โมโหแล้ว เยี่ยหลีก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญา มองม่อซิว เหยา พลางเอ่ยยิ้มๆ “ตอนนี้ท่านอารมณ์ดีแล้วใช่ไหม” ม่อซิวเหยายิ้ม “อาหลี ข้าก็ท าเพื่อม่อตัวน้อย เจ้าดูเจ้า เด็กนี่ อายุยังน้อยแต่เย่อหยิ่งอวดดี ไม่เห็นผู้ใดอยู่ใน สายตา หากไม่จัดการข่มเขาสักหน่อย ผ่านไปอีกสองปี เกรงว่ากระทั่งตนเองแซ่ใดก็คงไม่รู้แล้ว”
เยี่ยหลียักไหล่เอ่ยว่า “ท่านเป็นบิดาเขา ข้าไม่ สนใจว่าท่านจะสั่งสอนเขาเช่นไร แต่ว่า…หากในภายภาค หน้าท่านถูกม่อตัวน้อยเหยียบอยู่ใต้ฝ่าเท้าจริงๆ ก็อย่าคิด จะให้ข้าไปขายหน้าเป็นเพื่อนท่านก็แล้วกัน”
ม่อซิวเหยายื่นมือไปโอบนางเข้ามาในอ้อมแขน พลางเอ่ยยิ้มๆ ว่า “สามีภรรยาเป็นคนเดียวกัน ถ้าหาก ว่าข้าอับอายขายหน้าจริงๆ อาหลีก็จะต้องขายหน้าไป ด้วยอย่างแน่นอน แต่ว่า…ม่อตัวน้อยคิดอยากจะเหยียบ
书呆子
ข้าเอาไว้ใต้เท้า เกรงว่าคงจะต้องฝึกอีกหลายสิบปี อีก อย่าง…เพื่อหน้าตาของอาหลีแล้ว ข้าจะต้องไม่ขายหน้า แน่นอน”
เยี่ยหลีมองเขาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ขณะเอ่ยขึ้นว่า “ข้ารู้เพียงแค่มีประโยคหนึ่งกล่าวว่า ทุกสรรพสิ่งมีการ เปลี่ยนแปลง จะรุ่งเรืองหรือตกต่ านั้นไม่แน่นอน และยัง มีอีกประโยคหนึ่งที่กล่าวว่าคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ มากกว่าจะเข้ามาแทนที่คนรุ่นหลังที่โรยราไป ท่านอ๋อง โปรดระวังตนเองด้วย…” ด้วยสติปัญญาอันเฉลียวฉลาด ของม่อตัวน้อย การสืบทอดวิชาจากตระกูลสวีและ ต าหนักติ้งอ๋องสองตระกูล นางคิดว่าการที่ม่อตัวน้อยจะ ก้าวข้ามม่อซิวเหยาในภายภาคหน้านั้นไม่แน่ว่าจะเป็น จริงในไม่ช้า
“หึๆ ข้าก็เคยได้ยินมาประโยคหนึ่งเช่นกัน เรียกว่า ขิงยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ด” ม่อซิวเหยาเอ่ยยิ้มๆ
书呆子
ภายในกระโจมของม่อตัวน้อย ม่อตัวน้อยก าลังก้ม ตัวอยู่เหนือโต๊ะเขียนหนังสือ ถือพู่กันเขียนหนังสือด้วย ความรวดเร็ว องครักษ์ติดตามข้างกายเขามองใบหน้าที่ บางครั้งก็ดุร้าย บางครั้งก็ยิ้มออกมาของซื่อจื่อน้อยแล้ว ในใจก็ตกตะลึงอย่างอดมิได้ “ซื่อจื่อน้อย ท่านก าลังท า อันใดอยู่หรือ”
ม่อตัวน้อยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดีดจดหมายที่อยู่ในมือ “ข้า จะให้ท่านลุงใหญ่ส่งหนังสือบางอย่างมาให้ข้า ตั้งแต่วันนี้ ข้าจะศึกษาเล่าเรียนอย่างหนัก!” องครักษ์หันศีรษะมอง ไปข้างนอกที่ถูกกระโจมปิดเอาไว้ครึ่งหนึ่งแล้วก็พยักหน้า ยามนี้ก็หนักมากพอแล้ว
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น คุณชายชิงเฉินก็ได้รับ รายการหนังสือของม่อตัวน้อยหนึ่งใบ ศาสตร์แห่งการ บรรลุความส าเร็จด้วยวิธีใจด าอ ามหิตและมารยา กลยุทธ์ ของนักปราชญ์โบราณจวบจนปัจจุบัน การบัญชาการ
书呆子
และดูแลกองทัพของจักรพรรดิไท่จู่ ต าราพิชัยสงคราม XX จิตใจของผู้เป็นจักรพรรดิ