novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 สล็อตเว็บตรง kodpung88 แทงบาคาร่า PGK44 pgw44 สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1108.1 บ้านอยู่ในภูเขาลูกนี้

  1. Home
  2. กระบี่จงมา! Sword of Coming
  3. บทที่ 1108.1 บ้านอยู่ในภูเขาลูกนี้
Prev
Next

กลางพงไผ่อันเขียวชอุ่มทึบร่ม มีเรือนหน้ากว้างสามหลังที่หัน หน้าเข้าหาสระน้าซึ่งริ้วน้ากระเพื่อมไหว วสันตฤดูกลมกลืน ต้นหญ้า เขียวขจี ดวงตะวันตกดวงจันทร ์ลอยขึ้นสูงสายลมหอบม้วนล าแสงสี อ่อนจางไปบนผืนน้า

เฉินผิงอันพักอยู่ที่เนินฝูเหยาซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างยอดเขาจี้ เชื่อกับภูเขาเที่ยวอวี๋เก็บยันต์ร่างแยกทั้งเก้ามา จิตวิญญาณก็ กลับคืนสู่ตาแหน่งทั้งหมด เฉินผิงอันเริ่มปิดด่านรักษาบาดแผล บารุง ร่างกายและจิตวิญญาณไปทีละก้าว หลอมกระบี่เย่โหยวใหม่อีกครั้ง ซ่อมแซมชุดคลุมอาคม พลางเรียบเรียงตาราหมัดและตาราลับขึ้นมา ด้วยมือตัวเอง ส านักเบื้องบนก็ต้องมีท่าทีของสานักเบื้องบน จาเป็ นต้องมี “ระบบสายการสืบทอด” หลายสายที่สามารถสืบทอด ต่อไปได้

วิชาหายใจขึ้นเขาที่หยางเหล่าโถวของร ้านยาถ่ายทอดให้ หมัด เขย่าขุนเขาของกู้โย่วคัมภีร ์เวทกระบี่ที่เจิ้งต้าเฟิงตรวจแก้และเรียง เรียงใหม่ เฉินผิงอันดึงเอาเผยเขียนผู้เป็ นลูกศิษย์ให้มาช่วยกันสรุป รวมกระบวนท่าหมัดของชุยเฉิง ขณะเดียวกันก็จัดระเบียบวิชาหมัด ของป๋ ายหมัวมัวแห่งจวนหนิง กระบวนท่าก้นกรุที่เรียกได้ว่าเป็ นท่าไม้ ตายของผู้ฝึกยุทธแห่งมืดสลัวซึ่งเก็บซ่อนไว้เป็ นความลับใน “คลัง

 

ยุทโธปกรณ์ ของเด็กชายผมขาว และยังมีวิถีแห่งหมัดของเปลี่ยวร ้าง จานวนมากที่คฤหาสน์หลบร ้อนบันทึกเอาไว้ ความเข้าใจและการ วิเคราะห์อันเป็ นเอกลักษณ์ที่หลี่เอ้อใช ้สายตาของผู้ฝึกยุทธมองฟ้ า ดินร่างกายมนุษย์นอกจากนี้ยังมีปราณกระบี่สิบแปดหยุดที่อาเหลียง ถ่ายทอดให้ มหัศจรรย์ที่แท้จริงตาราสีชาดที่หลี่ซีเซิ่งมอบให้ บวกกับ บ่อสายฟ้ าของเฉินผิงอันที่พอจะถือว่าเดินเข้าห้องได้อย่างถูไถ ร่าง เมฆาวารีที่เป็ นวิชาลับไม่แพร่งพรายของอวิ๋นเหมี่ยวเซียนเหรินแห่ง หอเซียนจิ่วเจินปณิธานแท้จริงของเวทอสนีของเฝิงเซวี่ยเทาผู้ฝึกตน อิสระขอบเขตบินทะยานที่ถูกดักชิงมากลางทางที่ศาลบุ๋นแผ่นดิน กลาง เป็ นต้น ลาพังแค่ตาราที่เฉินผิงอันแบ่งแยกประเภท บนโต๊ะก็มี ถึงสี่สิบห้าสิบเล่ม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกระดาษฉบับร่างกระจัดกระจายอีก ปึกใหญ่ที่กองกันอยู่บนโต๊ะ สูงสองฉือกว่า ทุกวิชาที่เฉินผิงอันเคย สัมผัสกับมือตัวเองและเคยแอบเรียนมาก่อนล้วนถูกคัดลอกลงใน บันทึกเล่มนี้อย่างละเอียด

แล้วนับประสาอะไรกับที่ในบางระดับแล้ว ‘ตัวของ เฉินผิงอันเองก็ คือ ต าราเบ็ดเตล็ดเล่มหนึ่ง” ตามความหมายหน้าตัวอักษร เขียน หมัดครึ่งหนึ่งของผู้ฝึ กยุทธขอบเขตสิบเอ็ดที่ปฐมบรรพบุรุษส านัก การทหารเป็ นผู้ปล่อยออกมา ปราณกระบี่ที่ถูกเฉินผิงอันสาวไหมรื้อ ออกมาจากศึกกับเผยหมินแห่งเวทกระบี่ท่ามกลางสายฝนของวัด เทียนกงนอกนครเซิ่นจิ่งต้าเฉวียน เป็ นต้น

 

ตามการคาดคะเนเบื้องต้นของเฉินผิงอัน ระบบสืบทอดของภูเขา ลั่วพั่วบ้านตนสามารถแบ่งออกเป็ นคร่าวๆ ได้สี่เส้นสายหลัก เวท กระบี่ วิชาหมัด ยันต์และการหลอมวัตถุ ขณะเดียวกันก็ควบเวทอสนี การมองลมปราณและค่ายกล ฯลฯ เข้าไปด้วย

ก่อนหน้านี้อยู่ในอารามต้ามู่ของพื้นที่มงคลรากบัว อันที่จริงเฉิน ผิงอันได้มีการถ่ายทอดวิชาที่เป็ นการบุกเบิกโฉมหน้าใหม่ไปแล้วครั้ง หนึ่ง ได้ถ่ายทอดลาดับขั้นตอนของการฝึกตนอย่างคร่าวๆ

เหตุผลก็เรียบง่ายอย่างยิ่ง คิดอยากจะถ่ายทอดวิชาไขข้อข้องใจ ชี้แนะปริศนาให้กับผู้อื่น ตนเองต้องมีเส้นทางก่อน มีเหตุผลหลักการ อยู่เบื้องหน้าก่อน ถึงจะไม่ทาให้คนอื่นต้องเสียเวลา

เผยเฉียนคือคนเพียงผู้เดียวที่ได้เป็ นพยานในเรื่องนี้กับตาตัวเอง นางรู ้สึกทึ่งอย่างมาก ตกใจอ้าปากค้างจนคางเกือบหลุด แต่เฉินผิง อันกลับไม่ได้ให้เผยเฉียนเห็นเนื้อหานอกเหนือจากวิชาหมัดมากนัก

เฉินผิงอันยิ้มเอ่ยว่าคิดจะเอาข้อดีของร ้อยสานักมาหลอม รวมเข้าในเตาเดียวกันสุดท้ายเรียบเรียงออกมาเป็ นวิชาหมัดที่ ถูกต้องดั้งเดิมที่สุด ธรณีประตูในการเรียนหมัดของผู้ฝึกยุทธต่ามาก ยอดเขาสูงมาก ขยับไปทีละลาดับขั้นตอน แทบไม่มีทางแยกใดๆ ให้ เดินไป

 

ทว่าคาพูดใหญ่โตเช่นนี้ เขาบอกให้เผยเฉียนฟังแล้วก็ปล่อย ผ่านไป หลีกเลี่ยงไม่ให้ป่ าวประกาศไปก่อนล่วงหน้า แต่ถึงเวลาแต่ง ตาราไม่ออกจะกลายเป็ นเรื่องตลกไป

เฉินผิงอันตั้งใจจัดวางค่ายกล “รังเมฆ” สองจุดระหว่างยอดเขาจี้ เซ่อกับเนินฝูเหยาให้หมี่ลี่น้อยที่ชอบลาดตระเวนภูเขาโดยเฉพาะ ประสิทธิผลของมันเหมือนยันต์หดย่อพื้นที่ เพื่อสะดวกให้หมี่ลี่น้อย แวะมาที่นี่

แน่นอนว่าเฉินหลิงจวินก็อยากมาร่วมวงความครึกครื้นด้วย ผล คือพบว่าตัวเองเดินเข้าไปในรังเมฆก้อนนั้นไม่ได้เลย นายท่านเจ้า ขุนเขาออกจะล าเอียงไปสักหน่อยนะ แต่ล าเอียงเข้าข้างหมี่ลี่น้อย เฉินหลิงจวินกลับไม่รู ้สึกน้อยใจสักเท่าไร

เฉาเกิงซินรองเจ้ากรมขุนนางที่รับผิดชอบพาคนทั้งสิบหกคนมา ส่งที่นี่ และยังมีผู้ฝึ กกระบี่หยวนฮว่าจิ้งกับโจวไห่จิ้งหนึ่งในสี่ ปรมาจารย์ใหญ่ด้านการประเมินวรยุทธ ต่างคนต่างมีความต้องการ ส่วนตัว ผีขี้เหล้าเฉาบอกว่าบนภูเขามีสหายอยู่ อยากจะขอตาราตรา ประทับร ้อยเซียนกระบี่และตาราตราประทับสองร ้อยเซียนกระบี่มาจาก เจ้าขุนเขาเฉิน เฉินผิงอันบอกว่าที่ตัวเขาไม่มีแล้วจะไปหาจากไหน มาได้ คาดไม่ถึงว่ารองเจ้ากรมเฉาจะมีการเตรียมการมาก่อน หยิบ ตาราตราประทับสองเล่มที่จัดพิมพ์อย่างประณีติงดงามซึ่งไม่รู ้ว่าโรง พิมพ์ของที่ใดพิมพ์เลียนแบบออกมาจากชายแขนเสื้อทันที ดีเสียจน ….แค่มองก็รู ้ว่าเป็ นของปลอม เฉินผิงอันไม่ได้ถือสาว่าต าราตรา

 

ประทับจะเป็ นของจริงหรือของเลียนแบบ เพียงแค่ถามว่าสหายคนนี้ ของเจ้าเป็ นชายหรือหญิง

เฉาเกิงซินรับรองด้วยความมาดมั่นว่าคือนายท่านใหญ่เรือนกาย กายาคนหนึ่ง เฉินผิงอันมั่นใจได้ทันที มอบประโยคหนึ่งไปให้อย่างไม่ ลังเลว่า “งดเจรจา”

เฉาเกิงซินจึงได้แต่ตอบไปตามสัตย์จริง บอกว่าเป็ นสตรีจาก ตระกูลชั้นสูงของถนนฉือเอ๋อร ์คนหนึ่ง แต่นางเองก็เหมือนกับกวนอี้ หรานที่เคยเป็ นผู้ฝึ กตนติดตามกองทัพม้าเหล็กของต้าหลีมานาน หลายปี นางเป็ นสหายในวัยเยาว์ของเขาด้วย ตอนเด็กๆ พวกเขา ขายหนังสือหาเงินร่ารวยมาด้วยกัน เฉินผิงอันเหลือบมองชายแขน เสื้ออีกข้างของรองเจ้ากรมเฉา เฉาเกิงซินยิ้มกระดาก บอกว่าบันทึก ขุนเขาสายน้าเล่มนี้ ให้ตายอย่างไรก็ไม่กล้าเอาออกมา ต่อให้จะสนิท กับนางแค่ไหน ต่อให้จะโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ถึงอย่างไรก็ยังไม่ได้มี มิตรภาพถึงขั้นที่แลกชีวิตกันได้ แต่เป็ นเพราะทนการรบเร ้าของนาง ไม่ไหวจริงๆ จึงแค่ท าให้พอเป็ นพิธี เอาตาราตราประทับสองเล่มที่ ประทับตราจากเจ้าขุนเขาเฉินกลับไปก็มากพอจะท าให้นางอารมณ์ดี ยิ้มออกไปได้อีกหลายปีแล้ว

เฉินผิงอันวางตาราตราประทับสองเล่มนั้นลงบนโต๊ะ บอกว่าพวก เรามาคุยเรื่องเป็ นการเป็ นงานกันก่อน อีกเดี๋ยวจะมอบตาราตรา ประทับไปให้ถึงมือเจ้า โจวไห่จิ้งนินทาในใจไม่หยุด ดูสิดู ยังจะบอก ว่ามาดไม่ใหญ่อีกหรือ? คราวก่อนอยู่ในเมืองหลวงต้าหลียังไม่เคย

 

เห็นอาจารย์เฉินวางมาดขนาดนี้เลย ดูท่าเป็ นหรือไม่เป็ นราชครูก็ ต่างกันจริงๆ ด้วย แต่เฉาเกิงซินกลับกังวลมากกว่าว่าจะถูกเจ้า ขุนเขาเฉินฮุบตาราตราประทับสองเล่มนั้นไป

หยวนฮว่าจิ้งบอกว่าตัวเองจะขอยืมภูเขาใต้อาณัติลูกหนึ่งของ ภูเขาลั่วพั่ว ทางที่ดีที่สุดคือให้เป็ นแท่นบูชากระบี่ เพราะช่วงนี้เขา อาจต้องปิ ดด่าน ทดลองฝ่ าทะลุขอบเขต ค่าใช ้จ่ายทั้งหมดล้วน พูดคุยกันได้ เพิ่มราคาขึ้นเป็ นเท่าตัวได้

เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ได้เลย ก่อนที่เซียนกระบี่หยวนจะปิดด่านก็ สามารถขอความรู ้จากกานถังผู้ถวายงานคนใหม่ของพวกเราได้ พอดี” แม้หยวนฮว่าจิ้งจะไม่รู ้ว่าคนผู้นี้คือใคร แต่ในเมื่อเฉินผิงอันกล้า พูดเช่นนี้ คิดดูแล้วก็ต้องเป็ นผู้อาวุโสเซียนกระบี่ที่สมชื่อมากกว่า “เซียนกระบี่หยวน” อย่างแน่นอน

โจวโห่จิ้งมองเผยเฉียนที่นั่งเงียบๆ อยู่ในมุมมาโดยตลอด นาง มองประเมินหญิงสาวที่ไม่มีพลังอานาจใดๆ ให้กล่าวถึงผู้นี้ด้วยความ อยากรู ้อยากเห็นอยู่หลายครั้ง และอีกฝ่ ายก็เหลือบตามามองนาง พอดีอยู่หลายครั้งเช่นกัน

เห็นว่าเผยเฉียนไม่ได้สอดคล้องกับเจิ้งชิงหมิงในตานานเลยสัก นิด ต้องรู ้ว่าที่เมืองลั่วจิงเมืองหลวงสารองของต้าหลีในปี นั้นมีคา กล่าวที่ว่า “ถามหมัดกับเจิ้งเฉียน โดนตบสามทีก็จบเรื่อง” แพร่มา

 

โดยตลอด ทาไมพอมาอยู่ในถิ่นของบ้านตัวเอง เผยเฉียนกลับ เหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่เสียได้? แม้โจวไห่จิ้งจะรู ้สึกสงสัย แต่ก็ คร ้านจะปิดบังอะไร บอกออกไปตรงๆ ว่าอยากจะขอความรู ้ด้านวิชา หมัดดีๆ จากปรมาจารย์เผยสักหน่อย

เฉินผิงอันยิ้มเอ่ยโน้มน้าวว่า “ไม่สู้รอให้ปรมาจารย์โจวเลื่อนเป็ น ขอบเขตปลายทางก่อนค่อยว่ากัน”

แต่โจวไห่จิ้งกลับบอกว่าใช ้ขอบเขตยอดเขาถามหมัดกับชั้น ปราณโชติช่วงของขอบเขตปลายทางก าลังดี แพ้แล้วก็ไม่น่าอาย

อันที่จริงเผยเฉียนไม่มีความคิดจะประลองวิชากับคนอื่น ต่อยแรง เกินไปก็จะท าลายความปรองดอง เพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ ายก็เป็ นแขก ของภูเขาลั่วพั่ว ต่อยเบาเกินไปก็ไม่แน่ว่าอีกฝ่ ายอาจจะไม่รับน้าใจ รู ้สึกว่าอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงไม่มีลูกศิษย์ฝีมือดีก็ยังไม่เท่าไร กลัวก็แต่ ว่าจะเข้าใจผิดคิดว่าความสามารถในการสอนหมัดของอาจารย์พ่อ ตนไม่สูง

เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “แค่การประลองวิชาระหว่างผู้ฝึกยุทธเต็มตัว ที่อยู่บนเส้นทางเดียวกันเท่านั้นเอง อย่ามีใจคิดอยากเอาชนะเข้มข้น เกินไป แล้วก็อย่าได้ไม่เห็นเป็ นส าคัญมากเกินไป”

เผยเฉียนพยักหน้า ลุกขึ้นยืน เอ่ยประโยคหนึ่งว่าขอบคุณที่ยอม อ่อนข้อให้ แล้วก็เดินนาออกไปจากห้องก่อน โจวไห่จิ้งดวงตาเป็ น

 

ประกายวาบ เรื่องของการเรียนหมัด มีแต่เจ้ากับเฉินผิงอันเท่านั้น หรือที่เรียนเป็ น? ข้าเองก็ไม่แย่เหมือนกัน!

ไม่เพียงแต่เฉาเกิงซินที่อยากจะออกไปดูหมัดข้างนอก หยวนฮ ว่าจิ้งก็เอ่ยขอตัวลาออกไปด้วย เฉินผิงอันจึงถือโอกาสปลีกตัวได้ พอดี เปิดตาราตราประทับสองเล่มที่อยู่บนโต๊ะครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ ยกพู่กันจรดตัวอักษร

ตอนที่ลงจากภูเขา โจวไห่จิ้งแยกเขี้ยว นวดคลึงหน้าอก ในใจยัง หวาดผวาไม่หาย

อันที่จริงเผยเฉียนถือว่ามีคุณธรรมมากแล้ว ก่อนจะลงมือได้ใช ้ วิธีรวมเสียงให้เป็ นเส้นพูดคุยอย่างลับๆ บอกว่าตัวเองจะกดขอบเขต ไว้ที่ขอบเขตยอดเขา

ทั้งสองฝ่ ายประมือกันไปมาประมาณสิบกระบวนท่า ล้วนเป็ นโจว ไห่จิ้งที่ได้เปรียบ มองดูเหมือนต่อยจนเผยเฉียนไร ้เรี่ยวแรงให้ตอบโต้ มีแค่แรงในการตั้งกระบวนท่าเท่านั้น ผลคือเผยเฉียนแค่ใช ้สองศอก ถองพุ่งมาเป็ นเส้นตรง รวดเร็วราวกับสายฟ้ าแลบ ทั้งป้ องกันทั้งโจมตี ไปพร ้อมๆ กัน ประหนึ่งบังคับเปิดประตูออก สองศอกกระแทกลงบน ร่างของโจวไห่จิ้งเสียงปังดังลั่น โจวไห่จิ้งก็กระเด็นออกไปสิบกว่าจิ้ง กระแทกลงบนพื้นหนักๆ บิดฝ่ามือหนึ่งที

ตอนที่ลงจากภูเขา โจวไห่จิ้งแยกเขี้ยว นวดคลึงหน้าอก ในใจยัง หวาดผวาไม่หาย

 

อันที่จริงเผยเฉียนถือว่ามีคุณธรรมมากแล้ว ก่อนจะลงมือได้ใช ้ วิธีรวมเสียงให้เป็ นเส้นพูดคุยอย่างลับๆ บอกว่าตัวเองจะกดขอบเขต ไว้ที่ขอบเขตยอดเขา

ทั้งสองฝ่ ายประมือกันไปมาประมาณสิบกระบวนท่า ล้วนเป็ นโจว ไห่จิ้งที่ได้เปรียบ มองดูเหมือนต่อยจนเผยเฉียนไร ้เรี่ยวแรงให้ตอบโต้ มีแค่แรงในการตั้งกระบวนท่าเท่านั้น ผลคือเผยเฉียนแค่ใช ้สองศอก ถองพุ่งมาเป็ นเส้นตรง รวดเร็วราวกับสายฟ้ าแลบ ทั้งป้ องกันทั้งโจมตี ไปพร ้อมๆ กัน ประหนึ่งบังคับเปิดประตูออก สองศอกกระแทกลงบน ร่างของโจวไห่จิ้งเสียงปังดังลั่น โจวไห่จิ้งก็กระเด็นออกไปสิบกว่าจิ้ง กระแทกลงบนพื้นหนักๆ บิดฝ่ ามือหนึ่ งทีพลิกตัวหมุนกลับ พริบตาเดียวก็ขยับออกห่างไปด้านข้างหลายสิบก้าว โจวไห่จิ้งฝืนดึง ลมปราณเฮือกหนึ่งขึ้นมากว่าจะหยุดฝีเท้าให้มั่นคงได้ ดวงตาพลัน พร่าลายก็ถูกเผยเฉียนใช ้ศอกข้างหนึ่งถองมาบนใบหน้าแล้ว…

เผยเฉียนไปที่ห้องแห่งนั้น หยิบตาราตราประทับมาจากอาจารย์ พ่อ มอบให้กับเฉาเกิงซิน เผยเฉียนลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็ยังเอ่ย กับโจวไห่จิ้งว่าล่วงเกินแล้ว

เวลานี้โจวไห่จิ้งก็ไม่พูดคาพูดตามมารยาทอะไรแล้ว แค่พยัก หน้ารับเงียบๆ เท่านั้น

เฉาเกิงซินรับมาไว้แล้วถึงได้รู ้ว่ามีตราประทับเพิ่มมาเล่มหนึ่ง เจ้า ขุนเขาเฉินเป็ นคนมหัศจรรย์จริงๆ ขายหนังสือปลอมเหมือนกัน เฉา

 

เกิงซินหัวเราะร่าเสียงดัง “ฮ่า มีของแถมด้วยหรือ ก าไรแล้ว ก าไร แล้ว!”

เฉินผิงอันเขียนถ้อยคามอบเป็ นของขวัญเพิ่มเติมมาให้จริงๆ เพิ่งจะจรดพู่กันเขียนเสร็จไปเมื่อไม่นาน ยังคงมีกลิ่นหอมของหมึก อยู่จางๆ สองคาว่าลาภยศดั่งเงางูในจอกสุรา ดืมล่วงท้องไม่ข้องใจ ขอมอบแด่พี่เฉา โปรดเก็บไว้เป็ นไมตรี

หยวนฮว่าจิ้งไม่มียันต์กระบี่ที่สานักกระบี่หลงเฉวียนเป็ นผู้สร ้าง จึงไม่อาจทะยานลมได้ ได้แต่เดินเท้าไปที่หอบูชากระบี่ บอกลาผู้น า แผนภูมิดินของต้าหลีคนใหม่ในนามอย่างเฉาเกิงซินแล้ว หยวนฮ ว่าจิ้งก็ไม่ได้ใช ้วิชาอภินิหารหดย่อพื้นที่ แต่เดินเตร็ดเตร่ช ้าๆ ไปยัง หอบูชากระบี่ โจวไห่จิ้งผงกปลายคาง บอกเป็ นนัยให้เปิดาราอีกสอง เล่มที่เหลือดูสิว่าเฉินผิงอันได้เขียนอะไรหรือไม่ หรือว่าแค่ประทับตรา ประทับไว้อย่างลวกๆ เท่านั้น ทว่าเฉาเกิงซินกลับเก็บตราประทับต ารา สองเล่มใส่ไว้ในชายแขนเสื้อ บอกว่าตอนขึ้นเรือที่ภูเขาหนิวเจี่ยว เดินทางกลับเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน

ไปถึงที่เรือของกองทัพต้าหลี ออกเดินทางกลับเหนือ เฉาเกิง ซินปลดน้าเต้าบรรจุเหล้าที่เป็ นสีแดงเงาวับใบนั้นลงมา ดึงจุกปิดออก แหงนหน้ากระดกเหล้าหนึ่งอีก แล้วถึงได้หยิบเอาต าราตราประทับ ออกมาจากชายแขนเสื้อ หน้าปกในของตาราตราประทับสองเล่ม เขียนประโยคไว้ให้เพิ่มเติม แต่ละหน้าประทับตราที่แตกต่างกัน

 

เกราะเหล็กออกจากประตูแดง พุ่งรบไกลร ้อยหมื่นลี้ นั่งอยู่บน หลังม้าข้างต้นหลิวตันหยาง อิจฉาสุราในจอกของท่าน ทุกวันได้เห็น บุปผาบาน ดื่มอย่างห้าวหาญท่ามกลางสันติสุข

ตาราตราประทับร ้อยเซียนกระบี่มีห้าอักษรประทับไว้เป็ นคาว่า คนในภูเขายากจะเป็ นเซียนกระบี่

ร่วมกันประคองฟ้ าที่กาลังจะถล่มลงมา มิพ่ายแพ้ชายใดในใต้ หล้า

ตาราตราประทับสองร ้อยเซียนกระบี่มีเจ็ดอักษรประทับไว้เป็ นคา ว่า เฉินผิงอันราชครูต้าหลี

โจวไห่จิ้งอัดอั้นอยู่นาน นางถึงได้เอ่ยประโยคว่า น่าเสียดายที่ เหล่าเหนียงเอาชนะหนิงเหยาไม่ได้

เฉาเกิงซินหัวเราะฮ่าๆ ดื่มเหล้าไปแล้วก็เอ่ยว่า “อารมณ์รักลึกล้า เกินต้านทาน พันผูกแนบแน่นยากสงบใจ เราชายหญิงต่างก็ลุ่มหลง ยืนหยัดประจัญบาน เสมือนเหล่าทัพหมื่นพันบุกโถม กลุ้มรุมดังคลื่น กระหน่าฝั่ง ชูธงใหญ่ขึ้นสูง เขียนอักษรคาว่า “รัก” ตะลุยฝ่ าสองด่าน ตรงหว่างคิ้วและหัวใจได้ติดกัน กลใดก็ไม่อาจหลบหลีก เข่นฆ่าจน ข้าโยนหมวกและเสื้อเกราะทิ้ง กองทัพแตกพ่ายสิ้นท่า”

โจวไห่จิ้งเหล่ตามองคนผู้นี้ เป็ นคนโง่ที่ฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือ ไร

ทว่าเจ้าโง่ผู้นั้นกลับกระจ่างแจ้งในใจได้ฉับพลัน มีลุ้นแล้ว!

 

เรือกองทัพของเฉาเกิงซินเพิ่งออกจากท่าเรือหนิวเจี่ยวไปได้ไม่ นานเท่าไร วันนี้ก็มีเรือข้ามทวีปอีกลาหนึ่งที่มีชื่อว่า “หลงเสอจง” มา จอดเทียบท่า อีกทั้งยังมาจากทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง ขนาด ใหญ่โตมโหฬาร แต่กลับไม่หรูหราฉูดฉาด หากไม่เป็ นเพราะก่อนที่ เรือข้ามฟากลานี้จะข้ามทวีปเทียบท่า กาลังจะขยับเข้าใกล้อาณา เขตของมหาบรรพตประจิมได้เป็ นฝ่ ายแจ้งให้ถงเสินจวินทราบก่อน บางทีราชสานักต้าหลีก็อาจไม่รู ้ด้วยซ้าว่ามีเรือลานี้อยู่เข้ามาใน อาณาเขตของมหาบรรพตประจิม จากนั้นเข้ามาในอาณาเขตมหา บรรพตอุดรระหว่างนี้เรือข้ามฟาก “หลงเสอจง” ก็เหมือนหายไปใน ความว่างเปล่า

ผู้โดยสารบนเรือมีอยู่ไม่มาก มาจากส านักห้าแห่ง แต่กลับเป็ น คนในครอบครัวเดียวกัน บรรพจารย์บุกเบิกภูเขาก็คือฝูลู่อวี๋เสวียน

คนที่เดินลงมาจากเรือมีทั้งชายหญิงคนแก่และเด็ก แน่นอนว่า พวกเขาต้องแต่งกายเป็ นนักพรต ผู้นาก็คือเซวียจื่อสุ้ยเทียนจวินลัทธิ เต๋าที่มีฉายาว่า “จื่อเย่

นอกจากนี้ยังมีคนอีกสิบกว่าคนซึ่งมีหวังถิงจือ นักพรตติง เถีย นกง เซียงถง ป๋ ายเฟิ่ ง เป็ นหนึ่งในนั้น พวกเขาเจออวี๋เสวียนต้อง เรียกว่าอาจารย์ อาจารย์ปู่ บรรพจารย์ไท่ซ่าง

ครั้งนี้เดินทางข้ามทวีปจากทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางมายัง แจกันสมบัติทวีปมีอยู่สองเรื่อง หนึ่งแจ้งหนึ่งลับ ภายนอกคือช่วยเอา เงินเหรียญทองแดงแก่นทองหนึ่งพันเหรียญมาส่งให้ ในทางลับอวี๋เส

 

วียนได้ก าชับเซวียจื๋อสู้ยลูกศิษย์ผู้สืบทอดกับปากตัวเองว่า ให้เลือก คนที่มีความหยิ่งยโสโอหังมากที่สุดในสานักแต่ละแห่งออกมาแล้วพา ไปที่ภูเขาลั่วพั่วด้วยกัน ให้พวกเขาได้เห็นกับตาตัวเองว่าอะไรที่ เรียกว่าคนฉลาดที่แท้จริง