กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1110.2 เสน่ห์อันสูงส่งที่มิอาจไขว่คว้ามา
แน่นอนว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนเลวร ้ายอะไร เขาถึงขั้นที่ว่าแตกต่างไป จากผู้ฝึกตนบนภูเขาหลายคน และตอนที่อยู่ในถ้าสวรรค์หลีจู เขาก็ ไม่เคยสร ้างความล าบากใจหรือวางแผนเล่นงานอะไรเฉินผิงอัน
เพียงแต่ว่าอีกฝ่ ายเคยเอาหลักการเหตุบางอย่างมาวางไว้ที่ตัว ของเด็กหนุ่มรองเท้าสาน เซียนกระบี่เฉินที่เป็ นเจ้าขุนเขาในทุกวันนี้ ก็เลยจะเอาหลักการเหตุผลข้อนี้ไปพบเขาสักหน่อย เรื่องราวเรียบ ง่ายอย่างยิ่ง
คราวก่อนหลังจากการประชุมในศาลบรรพจารย์สิ้นสุดลง เฉิน ผิงอันก็ไปตรวจบัญชีที่ร ้านยาสุ้ยกับเถ้าแก่สืออย่างที่เคยทา โจวจวิ้น เฉินลูกศิษย์ของลูกศิษย์ที่ชอบทาตัวเป็ นเจ้าใบ้น้อย ทุกวันนี้เมื่อได้ พบเจอกัน แม้ว่าจะยังไม่มีรอยยิ้มอะไรให้ แต่ก็เป็ นฝ่ ายเรียกเฉินผิง อันว่าอาจารย์ปู่ด้วยตัวเอง
เฉินผิงอันเพียงแค่พยักหน้า อืมรับหนึ่งที แต่แท้จริงในใจกลับ เบิกบานใจยิ่งนัก
สือโหรวเคยพูดกับเจ้าใบ้น้อยเป็ นการส่วนตัวว่า มองออกว่าเจ้า ขุนเขาเฉินดีใจมากที่เจ้าเป็ นฝ่ายเรียกเขาว่าอาจารย์ปู่
เจ้าใบ้น้อยเบ้ปาก บอกว่าอาจารย์ปู่เป็ นคนที่มีธุระยุ่ง ไหนเลยจะ มามัวดีใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้
แม้ว่าปากของเด็กชายพูดแบบนี้ ทว่าอารมณ์กลับดีมาก เพราะ ตอนที่เขายืนอ่านหนังสืออยู่บนม้านั่ง ทั่วร่างมีแต่ความผ่อนคลาย เด็กชายไม่ท าท่าเหมือนขดตัวอยู่ในมุมคอยมองโลกใบนี้อย่าง ระมัดระวังอีก
มองดูเหมือนเฉินผิงอันถามเกี่ยวกับหยวนหวงอย่างไม่ใส่ใจ เจียงซ่างเจินบอกว่าเด็กคนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ คุณสมบัติและนิสัยใจ คอล้วนดีเยี่ยม เหมาะที่จะมาอยู่บนภูเขาลั่วพั่วในอนาคตผลส าเร็จ ด้านการเรียนวรยุทธ คาดว่าน่าจะไม่ต่ากว่าจงเชี่ยน เฉานี่
อันที่จริงเฉินผิงอันหวังว่าจะอาศัยหวงหยวนมาพิสูจน์เรื่องหนึ่ง แบบย้อนกลับ นั่นคือเรื่องที่ว่าขนบธรรมเนียมของภูเขาลั่วพั่วไม่ได้ เกี่ยวกับเจ้าขุนเขาอย่างตน ไม่เกี่ยวข้องด้วยแม้แต่ครึ่งเหรียญ ทองแดง
ก่อนที่เจ้าหมอนี่จะขึ้นเขาก็พูดเก่งมากแล้ว ในเมื่อหยวนหวงเป็ น เช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นพวกโจวอันดับหนึ่ง เทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยก็เป็ น เช่นนี้ นี่แสดงให้เห็นว่าขนบธรรมเนียมบ้านข้าเป็ นอย่างไร เกี่ยวข้อง อะไรกับข้าด้วย? ไม่แน่ว่าอาจจะเป็ นพวกเจ้าด้วยซ้าที่ส่งอิทธิพลต่อ ข้า
เจียงซ่างเจินหรือจะรู ้เรื่องวกวนอ้อมค้อมพวกนี้
ก่อนหน้านี้อยู่ในเมืองหลวง เฉาเกิงซินรองเจ้ากรมขุนนางมีการ เสี่ยงอันตรายแสวงหาความร่ารวยครั้งหนึ่ง ได้กลายเป็ นผู้นาสาย
แผนภูมิดินต้าหลีอย่างที่ปรารถนา ในที่สุดก็มีพื้นที่ที่กว้างใหญ่ กว่าเดิมส าหรับการแสดงปณิธานของตัวเอง
อดีตขุนนางผู้ตรวจการงานเตาเผาผู้นี้ คิดว่าตัวเองได้ทาการ เดิมพันครั้งใหญ่ซึ่งเอาชีวิตของตัวเองเป็ นเดิมพัน คิดไม่ถึงว่าการ เลือกของเขาจะเป็ นเรื่องที่อยู่ในการคาดการณ์ของชุยฉานมาตั้งแต่ แรกแล้ว
เพราะหยวนฮว่าจิ้งได้พิสูจน์เรื่องนี้แล้ว ราชครูชุยฉานมีคาพูด ฝากมาบอกเฉินผิงอันจริงๆ บอกว่าเฉาเกิงซินคือตัวเลือกที่ค่อนข้าง เหมาะสม ขอแค่เขากล้าเดิมพัน เจ้าเฉินผิงอันก็ให้เขามาเป็ นผู้น าผู้ ฝึกตนแผนภูมิดินในฉากหน้า สามารถลดทอนกิจธุระมากมายที่จะ รบกวนการแบ่งสมาธิไปได้ เพียงแต่จ าไว้ว่าต้องให้องค์ชายซ่งซวี่กับ เฉาเกิงซินคอยงัดข้อกันทั้งในทางลับและทางแจ้ง อย่าให้ปรองดอง กันมากเกินไป หากเรื่องราวหนึ่งไม่มีความเห็นต่างเสียเลยก็จะ กลายเป็ นทางแยกที่เสื่อมโทรมลงไปทุกวัน
ทว่าก่อนที่หยวนฮว่าจิ้งจะบอกความจริงข้อนี้ออกมาได้ถาม ค าถามเฉินผิงอันก่อนสองข้อ ข้อแรก มองเรื่องของการประเมินภูเขา สายน้าทุกๆ สิบปีอย่างไร?
ข้อสองจะจัดการกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้าของแต่ละแคว้น ทางใต้ของลาน้าใหญ่ นอกเหนือจากราชสานักต้าหลีที่ถูกลยบ ก าราบอย่างไร?
เฉินผิงอันให้คาตอบไปทีละข้อ การประเมินภูเขาสายน้าใน อาณาเขตของราชส านักหลีจะเปลี่ยนจากสิบปีเป็ นสามสิบปี
จะเลือกสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้าส่วนหนึ่งมาจากแคว้นต่างๆ ทางทิศใต้ของแจกันสมบัติทวีป ให้โอกาสพวกเขาได้ท าความดี ชดใช ้ความคิด เพื่อใช ้คลี่คลายความสัมพันธ ์เหนือใต้ระหว่างครึ่ง ทวีปทางใต้กับหนึ่งแคว้นทางเหนือ
นี่ก็เหมือนการทดสอบครั้งหนึ่ง ผู้ที่เป็ นขุนนางหลักในการออก ข้อสอบคือชุยฉานหยวนฮว่าจิ้งเป็ นแค่ขุนนางตรวจข้อสอบ เฉินผิง อันตอบถูกก็มีค าประเมินของการตอบถูก ตอบผิดก็มีการประเมินผล จากการตอบผิด
หากเฉินผิงอันที่เป็ นผู้สืบทอดตาแหน่งราชครูของต้าหลีไม่ทา การเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อนโยบายหรือกลยุทธที่ชุยฉานกาหนดไว้ หยวนฮว่าจิ้งก็จะถือว่าตัวเองไม่รู ้อะไรสักอย่างได้
เฉินผิงอันยิ้มถามว่าผู้ฝึกตนแผนภูมิดินทุกคนต่างก็มีภารกิจที่ ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ใช่หรือไม่ รอเมื่อไหร่ที่ตนตัดสินใจทาอะไรสัก อย่างค่อย ‘รับราชโองการ” มาตักเตือนตน?
หยวนฮว่าจิ้งส่ายหน้าบอกว่าไม่รู ้ ราชครูเฉินมีความสามารถก็ ไปถามหาค าตอบเอาเองเถิด ไม่จ าเป็ นต้องมาหลอกถามเอาจากข้า
เห็นว่าเซียนกระบี่หยวนปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างจริงใจเช่นนี้ เจ้า ขุนเขาเฉินก็ปลาบปลื้มอย่างมาก ดังนั้นจึงมอบผลท้อตอบแทนผล
หลี รับปากว่าหากเซียนกระบี่หยวนปิ ดด่านอยู่บนหอบูชากระบี่ ล้มเหลว ปราณวิญญาณทั้งหมดที่เผาผลาญไป ภูเขาลั่วพั่วจะไม่เก็บ เงินเกล็ดหิมะแม้แต่เหรียญเดียว
หยวนฮว่าจิ้งหน้าดาทะมึนไปทันที
โชคดีที่พอไปถึงหอบูชากระบี่ก็มักจะไปขอความรู ้เรื่องเวทกระบี่ จากผู้ถวายงานกานถังอยู่บ่อยๆ ผลประโยชน์ที่ได้รับมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงระหว่างนั้นไม่รู ้ว่าด้วยสาเหตุใด เซี่ยโก่วถึงได้ เป็ นฝ่ ายเปิ ดปากให้คาชี้แนะหยวนฮว่าจิ้งสองสามประโยค ทาให้ หยวนฮว่าจิ้งเข้าใจแจ่มแจ้งในฉับพลัน บอกว่าแค่ได้ยินนางพูดไม่กี่ คาก็เหนือกว่าฝึกตนอย่างยากลาบากมาสิบปีเสียอีก นี่เขาไม่ได้พูด เกินจริงแม้แต่น้อย ใจที่ต้องการปิดด่านฝ่ าทะลุขอบเขตอยู่ที่นี่ของ หยวนฮว่าจิ้งก็ยิ่งยืนหยัดหนักแน่นมากกว่าเดิม ต่อให้ภูเขาลั่วพั่วไล่ เขา เขาก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น
ตอนนั้นเซี่ยโก่วไม่ได้รู ้สึกว่าคุณสมบัติของหยวนฮว่าจิ้งเป็ น อย่างไร คู่ควรให้นางต้องพูดชี้แนะอะไรกัน ไม่มีเรื่องแบบนี้แน่นอน อย่าได้ให้เสี่ยวโม่เข้าใจผิดเด็ดขาดเชียว
เซี่ยโก่วเพียงแค่รับไม่ได้ที่คนโง่จะทาเรื่องโง่ เอาเรื่องอย่างการ ฝึกตนหลอมกระบี่ที่เรียบง่ายมาทาให้ซับซ ้อนถึงเพียงนั้น ทาให้นางที่ มองดูอยู่ด้านข้างรู ้สึกร ้อนใจแทนจริงๆ
นี่ก็เหมือนคาถามคณิตศาสตร ์ที่ง่ายที่สุดของนักเรียนใน โรงเรียนประถมคนหนึ่ง หนึ่งบวกเก้า สองบวกแปด สามบวกเจ็ด…ก็ ล้วนเท่ากับสิบ ก่อก าเนิดน้อยอย่างเจ้าท าไมจะต้องเอาหนึ่งบวกสอง บวกสามอะไรด้วย ประเด็นสาคัญคือหากไม่ระวังจะยังบวกเพิ่มหนึ่ง สองสามเข้าไปอีก จากนั้นก็ใช ้วิธีลบ หรือแม้กระทั่งวิธีหาร เส้นทาง การหลอมกระบี่เส้นนี้ของเจ้ามีลวดลายฉูดฉาดไม่เบาเลยนะ
ท าเอาเซี่ยโก่วที่มองดูอยู่นึกอยากจะจับหัวหยวนฮว่าจิ้งกดลงพื้น ต้องสิบสิ แค่นางมองปราดเดียวก็รู ้แล้วว่าค าตอบคือสิบ ต่อให้ คุณสมบัติของเจ้าจะแย่แค่ไหน จะโง่แค่ไหนก็ไม่ควรท าให้ตัวเอง กลายเป็ นสภาพนี้สิ
แรกเริ่มเซี่ยโก่วยังกังวลว่าตัวเองจะเข้าใจเซียนกระบี่หยวนผู้นี้ ผิด เขาท าให้ปัญหาซับซ ้อนโดยตั้งใจหรือไม่ นางมองอยู่พักหนึ่งก็ พบว่าไม่ใช่จริงๆ เป็ นสมองของคนหนุ่มผู้นี้ที่มีปัญหาจริงๆ
เป็ นผู้ฝึกกระบี่เหมือนกัน เป็ น “ผู้มีพรสวรรค์” เหมือนกัน ต่อให้ จะใช ้ “อายุขัยในการฝึกตนร ้อยปี” มาค านวณเหมือนกัน
หยวนฮว่าจึงมองว่าปัญหาข้อนี้ไม่ง่าย และอันที่จริงก็ยากมากๆ
แต่เซี่ยโก่วมองปราดๆ ก็เห็นว่าปัญหานี้ไม่ยาก และอันที่จริง ปัญหานี้ก็ง่ายกว่าที่คิดไว้ด้วย
ส่วนหนิงเหยา…นางอาจจะมองไม่เห็นปัญหาอะไรเลยด้วยซ้า
หากจะพูดถึงเจ้าขุนเขาเฉินท่านนั้นของพวกเรา? เขามีความ อดทนดีเยี่ยม ไม่ว่าจะใช ้วิธีบวกลบคูณหาร ก็ล้วนต้องทดลองทาซ้า ไปซ้ามา จงใจอ้อมเส้นทาง แต่สุดท้ายก็จะได้คาตอบที่ถูกต้องนั้นมา
ไม่ว่าจะอย่างไร หยวนฮว่าจิ้งมาถึงภูเขาลั่วพั่วและได้มาอยู่ที่หอ บูชากระบี่ก็ไม่รู ้สึกว่าตัวเองเป็ นผู้มีพรสวรรค์อะไรอีกแล้ว การฝึ ก กระบี่ยังคงต้องมานะหมั่นเพียรจริงเสียด้วย
เฉินหลิงจวินเดินเตร็ดเตร่มาถึงที่นี่เพียงลาพัง เห็นคนกลุ่มใหญ่ นั่งแทะเมล็ดแตงอยู่ตรงนั้นก็บ่นอย่างไม่พอใจ ทาไมไม่เรียกตนมา ด้วยล่ะ
เจียงซ่างเจินกล่าว “เจ้าขุนเขาต้องปิดด่านระยะเวลาหนึ่ง การ สอนหนังสือที่โรงเรียนไม่สู้ให้ข้าไปสอนแทนสักสี่ห้าวันดีไหม?”
เฉินผิงอันมองเขา ไม่ได้พูดอะไร
หมี่อวี้ก็ยิ่งส่ายหน้าโดยตรง นี่คือเทียบกับคฤหาสน์หลบร ้อนแล้ว ยิ่งกว่าคฤหาสน์หลบร ้อนเสียอีก เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีน้อยนิดมาจาก เสี่ยวโม่ โจวอันดับหนึ่งก็ร ้อนใจเหมือนหมาจนตรอก ท าอะไรไม่เลือก วิธีการเลยจริงๆ
เฉินหลิงจวินตบแขนของโจวอันดับหนึ่ง “อย่าอวดเก่งเลย เจ้า ไม่ใช่วัตถุดิบในด้านนี้”
ข้าไม่ใช่คนประเภทที่ได้ใหม่แล้วลืมเก่า ต่อให้เสี่ยวโม่จะดีแค่ ไหน แต่โจวอันดับหนึ่งเจ้าก็ดีมากแล้วนะ
เจียงซ่างเจินกลับมีสีหน้าจริงจังอย่างที่หาได้ยาก ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “พวกเจ้าคงไม่รู ้กระมัง ตอนอายุยังน้อยข้าก็มีความฝันนี้อยู่ เพียงแต่ ไม่เคยกล้าพูดออกมา นั่นก็คือใครก็ไม่รู ้ว่าเจียงซ่างเจินไปเปิดร ้าน ขายหนังสือร ้านหนึ่งในหมู่บ้านชนบทโดยที่ไม่มีใครรู ้จัก ในร ้าน หนังสือมีโรงเรียนสอนส่วนตัว และข้าก็คืออาจารย์สอนหนังสือ”
“ความฝันนี้ของข้า แม้ว่าจะไม่ใช่เด็กหนุ่มอีกแล้ว แต่ก็ยังอ่อน เยาว์อยู่มาก”
“เจ้าขุนเขา หากท่านกังวลว่าข้าจะสอนดีกว่าท่าน ถ้าอย่างนั้นก็ ถือเสียว่าข้าไม่ได้พูดอะไร”
ทางฝั่งของจวนที่เจ้าขุนเขาปิดประตูต้อนรับแขกด้วยตัวเองกลับ ไม่มีบรรยากาศกลมเกลียวเหมือนที่โต๊ะหินริมหน้าผานี้แล้ว
พูดไม่เข้าหูค าเดียวก็จะอาศัยอ านาจรังแกคน? เจ้าขุนเขาเฉินที่ กิจการบ้านเรือนใหญ่โตตัวดี เฉินอิ่นกวานผู้มีชื่อเสียงเลื่องระบือตัว ดี!
ในฐานะลูกศิษย์เอกของพรรคโต้วหราน เถียนกงพลันเจอกับ ภาพเหตุการณ์ผิดปกติทว่าแม้จะเจอกับอันตรายเขาก็ไม่ตื่นตระหนก ใช ้ค่ายกลยันต์คุ้มกันกายก่อนแล้วค่อยเรียกสมบัติวิเศษออกมาอีก สองสามชิ้น สาดสะท้อนให้ร ้อยจิ้งรอบด้านส่องประกายแสงเจิดจ้าขับ ไล่ไอหมอกพรางตาไป เปิ ดปากถามว่า “เจ้าขุนเขาเฉินคิดจะท า อะไร?”
เจ้าคนที่ยังทาท่าลับๆ ล่อๆ ไม่ยอมเปิดเผยร่างจริงผู้นั้นย้อนถาม ว่า “ไม่สู้เปลี่ยนคาถามที่มีความหมายมากกว่านี้”
เถียนกงท าจิตใจให้สงบ ใช ้มือข้างเดียวท ามุทราก็มีมังกรยาว ยันต์เปลวเพลิงยาวร ้อยจั้งตัวหนึ่งพุ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ เลื้อย อยู่บนพื้นขับไล่หมอกพรางตาให้หายไปเกลี้ยง พอจะมองเห็นได้ อย่างเลือนรางว่าอยู่บนผิวน้า แต่หากมองอย่างละเอียดจะเห็นว่าริ้ว น้าทุกเส้นเหมือนจะเป็ นยันต์โบราณแผ่นหนึ่ง? ใจของเถียนกง สะท้านสะเทือนสุดขีด คือค่ายกลยันต์ส าเร็จรูปของภูเขาลั่วพั่วหรือ? ถูกเฉินผิงอันเอาออกมาใช ้ หรือว่าสร ้างขึ้นมากะทันหันโดยที่ผีไม่รู ้ เทพไม่เห็น?
เถียนกงเงียบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ด้านหลังยังมีเก้าอี้ตัวนั้นวางอยู่ ใน ที่สุดก็รู ้ตัวอย่างเชื่องช ้า จึงหัวเราะหยันถามว่า “เจ้าขุนเขาเฉิน จัดการให้พวกเรามาพักอยู่ในเรือนหลังนี้ หรือว่าก็เพื่อต้องการโอ้ อวดค่ายกลยันต์ในเวลานี้?”
“แค่อยากรู้ว่ายันต์บรรพจารย์สายบุกเบิกภูเขาของพรรคโต้วห รานอย่างยันต์มังกรเพลิงข้ามแม่น้าจะสามารถพุ่งออกมารวดเดียวได้ ไกลแค่ไหน ข้ามผ่านผิวน้าได้กว้างแค่ไหน”
เสียงของเฉินผิงอันดังมาจากด้านหลังราวกับว่าเขายืนอยู่ตรง เก้าอี้ เถียนกงบังคับยันต์มังกรเพลิงแผ่นนั้นให้พุ่งชนไปด้านหลังด้วย พลังอ านาจดุดันรวดเร็วราวฟ้ าผ่าไม่ทันป้ องหู
เถียนกงหันไปอย่างเหม่อลอย เห็นเพียงว่าชุดกว้าตัวยาวสีเขียว นั้นยืนอยู่หลังเก้าอี้จริงๆ สองมือวางไว้ด้านบนพนักเก้าอี้ ยิ้มมอง มายังตน
ส่วนยันต์มังกรเพลิงที่พุ่งเข้าหาคนชุดเขียวแผ่นนั้นก็ไม่รู ้ว่าเหตุ ใด ยิ่งนานถึงยิ่งหดเล็กลง ยิ่งห่างจากเฉินผิงอันน้อยลงเท่าไร ขนาด ก็ยิ่งเล็กลงมากเท่านั้น ทั้งๆ ที่มองดูเหมือนว่าอยู่ห่างจากหน้าผาก ของเฉินผิงอันแค่ฉื่อกว่า ทว่ามังกรเพลิงที่มีพลังอานาจดุร ้ายไม่ได้ หยุดชะงัก ทว่าเฉินผิงอันกลับเหมือนมองไม่เห็นมัน ราวกับมั่นใจมา กว่ายันต์แผ่นนี้จะไม่สามารถสัมผัสโดนตัวเองได้ ตามหลักแล้วยันต์ แผ่นนี้จะต้องพุ่งออกไปไกลหลายสิบลี้ได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที คง เป็ นเพราะในฟ้ าดินเล็กของค่ายกลยันต์แห่งนี้ยังมี “ดินแดน” อยู่อีก หนึ่งชั้นที่กั้นขวางระหว่างคนทั้งสอง เหมือนปราการธรรมชาติที่ยาก จะข้ามผ่านไปได้
เฉินผิงอันยืนนิ่งไม่ขยับ ฟุบตัวอยู่บนพนักเก้าอี้ พูดอย่างมาดมั่น ว่า “หากยันต์สามารถพูดได้ ถ้าอย่างนั้นยันต์แผ่นนี้ของข้าก็สามารถ ทาให้ยันต์แผ่นนี้ของเจ้าร ้องโอดครวญ รู ้สึกพ่ายแพ้ห่อเหี่ยวเพราะ มองดูเหมือนอยู่ใกล้ในระยะประชิด แต่แท้จริงแล้วกลับห่างไกลสุด ขอบฟ้ า ท าให้คนหมดอาลัยตายอยาก”
เถียนกงเงียบไม่ตอบ
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “ข้ามียันต์อยู่แผ่นหนึ่งที่สามารถทาให้ยันต์ มังกรเพลิงข้ามแม่น้าพัฒนารุดหน้าไปอีกขั้น เหมือนเจียวภูเขาที่เดิน ลงน้ากลายเป็ นมังกรเพลิงได้สาเร็จ”
เถียนกงตวาดดุดัน “เจ้าพวกนอกรีตพูดจาโอหัง!”
เฉินผิงอันยิ้มถาม “ในเมื่อเจียวเพลิงถูกลิขิตมาแล้วว่ายากจะ ข้ามแม่น้าเดินลงน้าได้สาเร็จ พวกเราอยู่ว่างๆ ก็น่าเบื่อ ไม่สู้มาลอง เดาดูว่ายันต์แผ่นนี้ของข้าชื่อว่าอะไรดีไหม?”
เถียนกงตอบการคาดเดาในใจของตัวเองออกไปอย่างไม่เต็มใจ “ยันต์กระบองหนึ่งฉื่อ”
คนสูงส่งมีถ้อยคาสูงส่ง ผู้ยิ่งใหญ่มีคาพูดยิ่งใหญ่ โบราณบอกไว้ ว่ากระบองหนึ่งฉื่อตัดเพียงครึ่งทุกวัน หมื่นปีก็ไม่มีวันหมดสิ้น
ในฐานะผู้ฝึกตนของพรรคโต้วหรานที่ลุ่มหลงอยู่กับการฝึกตน มากที่สุด แววตาและความรู ้น้อยนิดแค่นี้ เถียนกงยังพอมีอยู่บ้าง
เฉินผิงอันพยักหน้า “เดาถูกแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เดาต่ออีกหน่อย ว่า กระดาษยันต์ท ามาจากวัสดุอะไร?”
เถียนกงเอ่ยเนิบช ้า “หลอมแม่น้ายาวแห่งกาลเวลาเป็ นกระดาษ ยันต์ เป็ นเหตุให้มีสรรพคุณเพิ่มเติม สามารถใช ้ยันต์หลอมยันต์ เหมือนการเดินลงน้า ยันต์ประเภทนี้คือแก่นแท้ของความมหัศจรรย์ ในสายยันต์ทับซ้อนของต าหนักเฟยเซียน”
เฉินผิงอันยิ้มถาม “ต้นไม้แห่งมรรคาต้นหนึ่งออกดอกห้าดอก พรรคโต้วหรานกับต าหนักเฟยเซียนเป็ นคนละส านักกัน แต่ถึง อย่างไรก็มีต้นก าเนิดเดียวกัน กราบไหว้บรรพจารย์คนเดียวกัน ทั้งๆ ที่รู ้ว่ายันต์ทับซ ้อนมีประโยชน์อย่างมาก ทาไมถึงไม่เอามาศึกษา อ้างอิง?”
เถียนกงท าท่าจะพูดแต่ไม่พูด สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี
เซียงถงเด็กหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาถูกหยางเสวียนเป่ าแห่ง ยอดเขาเฮ้อเป้ ยเรียกขานว่าเป็ นผู้มีพรสวรรค์ด้านการฝึกตนที่ “พร สรรค์ด้านวิชายันต์ใกล้เคียงกับอวี๋เสวียนมากที่สุด’ ถูกมือใหญ่สีทอง ที่ใหญ่โตราวขุนเขากดทับอยู่ที่ตีนเขา เขานั่งขัดสมาธิ เรียกวัตถุ แห่งชะตาชีวิตหลายชิ้นออกมาแบกประคอง…ยันต์อักษรภูเขาแผ่น นั้นไว้ได้อย่างถูไถ
คนชุดเขียวผู้หนึ่งนั่งยองอยู่ห่างไปไม่ไกล คอยพ่นควันขโมงอยู่ เป็ นระยะ บางครั้งคนผู้นี้ก็ใช ้กระบอกยาสูบเคาะพื้นเบาๆ ทุกครั้งที่เขา ทาเช่นนี้เชียงถงจะต้องหน้าแดงหูแดง รู ้สึกยิ่งกินแรงมากกว่าเดิม
เฉินผิงอันยิ้มถาม “ถงเซียงก็ดี เซียงถงก็ช่าง ล้วนเป็ นผู้มี พรสวรรค์ ในเมื่อเป็ นผู้มีพรสวรรค์ คิดดูแล้วมองแค่ไม่กี่ทีก็น่าจะ เรียนรู ้ได้แล้ว ข้าได้ยินมาว่าภูเขาเถาผู้มักจะมีการจัดงานพิธีเป็ น ประจ า ลูกศิษย์ของห้าส านักจะต้องฝึ กฝนวิชายันต์ ประลองมรรค กถากันเลือกเอาส่วนที่ดีของผู้อื่นมาชดเชยส่วนขาดของตัวเอง ทาไมเจ้าถึงไม่เข้าใจการใช ้ยันต์เปิดภูเขาทั้งหลายของพรรคโต้วห
ราน? หรือจะบอกว่าเจ้าไม่เคยเข้าร่วมแม้แต่ครั้งเดียว? รู ้สึกว่าลูก ศิษย์ของห้าสานักมีเพียงตัวเองเท่านั้นที่เป็ นผู้มีพรสวรรค์? สามารถ กลายเป็ นอวี๋เสวียนคนที่สองได้? ใครให้ความมั่นใจนี้แก่เจ้ากัน? หยางเสวียนเป่ าผู้เป็ นอาจารย์? หรือว่าเพราะนางยอมละเมิดกฎพา เจ้าไปเยือนถ้าสวรรค์อวิ๋นเมิ่งอยู่หลายครั้ง?”