กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1115.4 ขอบเขตจะเฉลี่ยให้เท่ากันได้อย่างไร
การประชุมศาลบรรพจารย์ครั้งสุดท้ายของโฮ่วซานในปี นั้น
แรกเริ่มก็ใช่ว่าจะไม่มีความเห็นต่างต่อเรื่องนี้ คิดจะให้ผู้ถวายงาน
ขอบเขตหยกดิบที่อายุค่อนข้างน้อยคุ้มครองผู้ฝึกตนที่อายุน้อยกว่า
พวกนั้นถอยออกไปจากโฮ่วซาน
รองเจ้าขุนเขาผู้นั้นยืนหยัดคัดค้านความเห็นของคนส่วนใหญ่
ไม่ได้พูดอะไรมาก แค่เอ่ยประโยคเดียวก็สยบคนทั้งศาลบรรพจารย์
ได้
ตอนที่เจ้าขุนเขาของพวกเราเปิดขุนเขาก็เป็ นแค่โอสถทองคน
หนึ่งเหมือนกัน
วันนี้เรือหลิวเสียที่สะดุดตาผู้คนลานี้ บนเรือนอกจาก “ศัตรูคู่
แค้น” ในอดีตอย่างหลิวทุ่ยและหยางเซียนกู่แล้วก็ยังมีคนแปลกหน้า
อีกหลายคน ดูจากตาแหน่งที่พวกเขายืน ถึงกับไม่เหมือนผู้เยาว์หรือ
องค์รักษ์ผู้ติดตาม
เดิมทีหลิวทุ่ยมีกิจธุระของศาลบุ๋นให้ต้องรับผิดชอบจริงๆ
เพียงแต่ว่าครั้งนี้กลับไปปิดด่านที่สานักเบื้องล่างของหลิวเสียทวีป
พอออกจากด่านก็หวนกลับคืนมาเป็ นขอบเขตบินทะยานได้อีกครั้งhttps://novel-lk.com/
บังเอิญกับที่หยางเซียนกู่ก็ได้หลุดพ้นออกมาจากสวนกงเต๋อ แต่
กระนั้นก็ยังต้องไปเยือนใต้หล้าเปลี่ยวร ้างรอบหนึ่ง จึงนัดหมายกันว่า
จะปลีกเวลาหวนกลับมายังฝูเหยาทวีปที่เป็ นบ้านเกิด
ผู้ฝึ กตนที่โดยสารเรือลาเดียวกันมายังมีกู้ช่านแห่งนคร
จักรพรรดิขาว เขาคือผู้ถวายงานคนแรกของ “โฮ่วซาน” ใหม่ สาว
ใช ้ประจาตัวคือกู้หลิงเยี่ยน
และยังมีเซียนหญิงอย่างเจิ้งชิงเจียที่จะนานครจินชุ่ยทั้งแห่งมา
“ลงหลักปักฐาน อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับภูเขาเฉวียนเจียวสู่เหยา
ทวีป
หลิวทุ่ยเจ้าส านักแห่งเทียนหยางเซียน
คือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่บุคลิกเย็นชาดุดันประหนึ่งนกอีแร ้งที่ดุร ้าย
สายตามืดทะมึน เขาก าลังแบฝ่ามือ ก้มหน้าลงเพ่งมอง
ปี นั้นหลิวทุ่ยได้รับความช่วยเหลือจากฉีถิงจี้บนสนามรบ บิน
ทะยานเฒ่าที่รูปโฉมกลับคืนสู่ความจริง แต่กลับยากจะปกปิดความ
แก่ชราไว้ได้ผู้นี้แค่ขอบเขตถดถอยไปครั้งเดียว ไม่อย่างนั้นคาดว่า
แค่สองค าว่าหลิวทุ่ยก็คงต้องถูกกระโจมเจี่ยจื่อแห่งเปลี่ยวร ้าง
แกะสลักไว้บนหัวกาแพงเมืองอีกด้านหนึ่งของกาแพงเมืองปราณ
กระบี่แล้ว
สานักเบื้องล่างของเทียนหยางเซียนสร ้างไว้ที่หลิวเสียทวีป ได้
ครอบครองถ้าสวรรค์ป๋ ายสือซึ่งติดอันดับหนึ่งในเจ็ดสิบสองถ้าสวรรค์https://novel-lk.com/
ขนาดเล็ก หลิวทุ่ยไปรักษาบาดแผลอยู่ที่นั่นนานหลายปี ครั้งแรกที่
ออกจากด่านก็ไปเข้าร่วมการประชุมที่ศาลบุ๋นแผ่นดินกลาง ก็ยังคง
เป็ นแค่ขอบเขตเซียนเหริน
ฝูเหยาทวีปคือทวีปเล็กที่ผู้คนให้การยอมรับว่าใหญ่กว่าแจกัน
สมบัติทวีปแค่เพียงเล็กน้อย ก่อนที่หลิวทุ่ยจะปรากฏตัวบนโลก
พิสูจน์มรรคาบินทะยานได้ส าเร็จ ฐานะของฝูเหยาทวีปในใต้ล้า
ไพศาลก็ไม่ได้ดีไปกว่าแจกันสมบัติทวีปสักเท่าไร ผู้ฝึกตนในท้องถิ่น
ออกเดินทางข้ามทวีปก็มีฐานะต่าต้อยกว่าคนอื่นหนึ่งขั้น
หากไม่เป็ นเพราะการปรากฏตัวของหลิวทุ่ย ฝูเหยาทวีปก็จะไม่มี
ขอบเขตบินทะยานปรากฏตัวมาเกือบห้าพันปีแล้ว
นี่เป็ นเหตุให้การบินทะยานสาเร็จของหลิวทุ่ยถูกภูเขาของแต่ละ
ทวีปเรียกขานอย่างไพเราะว่าเป็ น “การคลี่คลายความสิ้นหวังของ
สวรรค์
ตอนนั้นที่เข้าร่วมการประชุมศาลบุ๋น เผยกายที่เกาะยวนยาง
หลิวทุ่ยก็ปรากฏตัวพร ้อมกับเซียนเหรินสองคนของหลิวเสียทวีป
อย่างฉินจ่ายและชงเชี่ยน
หลิวทุ่ยขมวดคิ้วกล่าว “ในถ้าเฟิงสุ่ยมีสถานที่หลายแห่งที่แปลก
ประหลาด มองไม่ออก”https://novel-lk.com/
ระหว่างที่ปิ ดด่าน ได้รับพระคุณจากฝนใหญ่ครั้งนั้น ทุกวันนี้
หลิวทุ่ยจึงกลับคืนมาเป็ นขอบเขตบินทะยานอีกครั้ง ตามหลักแล้วก็
ไม่ควรจะมองภาพเหตุการณ์ที่อยู่ในภูเขาเฉวียนเจียวไม่ออก
หยางเซียนกู่ที่เรือนกายแข็งแกร่งกายาเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “เป็ น
ความประหลาดหรือเป็ นความมหัศจรรย์ แค่ไปดูก็รู ้ได้เอง ข้าอยากจะ
เห็นนักว่าตาเฒ่าต่างถิ่นอย่างจิงเฮาจะสามารถเอาสายแร่สายนี้ไป
จากมือของข้าได้หรือไม่”
หลิวทุ่ยยิ้มเอ่ย “จิงเฮาไม่ใช่คนซื่อบื้อเสียหน่อย ไอ้หมอนี่ขึ้นชื่อ
เรื่องวางแผนก่อนแล้วค่อยลงมือ เวลานี้เพิ่งจะปรากฏตัว คาดว่าคงจะ
รู ้แล้วว่าภูเขาเฉวียนเจียวตกเป็ นของใครที่แท้จริง”
หยางเซียนกู่หันหน้าไปอีกทาง เปลี่ยนสีหน้า ยิ้มเอ่ยว่า “สหาย
น้อยกู้ คิดว่าอย่างไร? ต้องการให้ข้าขับไล่พวกคนที่ขวางหูขวางตา
พวกนี้ออกไปนอกภูเขาหรือไม่?”
กู้ช่านยิ้มบางๆ “คนที่ไม่รู ้ย่อมไม่ผิด ขอผู้เยาว์ปล่อยข่าวออกไป
ก่อน หากยังมีพวกคนจิตใจคิดร ้ายที่ไม่ยอมถอดใจ บังอาจซ่อนตัว
อยู่ข้างในก็ค่อยขอให้ผู้อาวุโสสั่งสอนพวกเขาแต่พอสมควร”
หยางเซียนกู่ที่ไม่เคยให้คาสัญญากับใครง่ายๆ เอ่ยชื่นชม
“สหายน้อยกู้สุขุมรอบคอบมีมาดของเจ้าส านักอยู่จริงๆ”https://novel-lk.com/
ริมลาคลองใต้ดินในถ้าเฟิ งสุ่ย เรือนส่วนตัวสองฝากฝั่งปลูก
ติดกันเรียงราย แสงตะเกียงถูกจุดสว่างไสวตั้งแต่เช ้าจนค่า ทาให้คน
แยกไม่ออกว่าเป็ นเวลากลางวันหรือกลางคืน
คนที่ขี้ขลาดหน่อยก็ล้วนอยู่ข้างนอก นั่งมองเหตุการณ์อยู่ไกลๆ
แล้วก็มีคนที่ใจกล้าหน่อยที่พากันกลับมาในถิ่นของบ้านตัวเอง ยังดีที่
ไม่โดนโจรปล้น
ก่อนหน้านี้มีคนน่าสงสารหลายคนที่ประกอบกามกิจในห้องไป
ได้ครึ่งทาง เวลานี้ก็ไม่เหลืออารมณ์จะท าศึกใหญ่ต่อแล้ว
ในเมื่อต่างก็ถูกเซียนกระบี่ผู้อาวุโสขอบเขตบินทะยานคนนั้นขับ
ไล่ออกมาจากถ้าเฟิงสุ่ย ล้วนเป็ นลูกเป็ นหลาน ถ้าอย่างนั้นไม่ว่าใคร
ก็อย่าแสร ้งท าตัวเป็ นนายท่านใหญ่กันอีกเลย
บนและล่างฝูเหยาทวีมีมาดแห่งการต่อสู้ที่แข็งแกร่งห้าวหาญ
คาดว่าน่าจะเป็ นรองแค่อุตรกุรุทวีปเท่านั้น
บนถนนริมลาคลองมีคนกลุ่มหนึ่งโผล่มาจากความว่างเปล่า เดิน
ทวนกระแสน้าขึ้นมาหยางเซียนกู่เดินเคียงบ่าอยู่กับกู้ช่าน หลิวทุ่ย
กาลังก้มหน้าครุ่นคิด จึงเดินรั้งท้ายพวกเขาหนึ่งช่วงตัวอย่างที่มองไม่
เห็น ปรึกษารายละเอียดเรื่องของการเอานครจินชุ่ยมาลงหลักปัก
ฐานอยู่ที่นี่กับเจิ้งชิงเจีย
แล้วก็มีพวก “คนซื่อบื้อ ที่เพิ่งลงจากภูเขามาฝึกประสบการณ์
ใหม่ๆ ไม่อาจควบคุมดวงตาและปากของตัวเองได้https://novel-lk.com/
ถึงอย่างไรหยางเซียนกู่ก็ถูกศาลบุ๋นกักขังอยู่นานหลายปี บวก
กับที่ผีเขียนขอบเขตบินทะยานตนนี้ไม่ชอบปรากฏตัวข้างนอกอยู่
แล้ว
แล้วนับประสาอะไรกับที่ขอบเขตบินทะยานที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ
ไปทั้งทวีปคนหนึ่ง เคยได้ยินมาก่อน แต่ไม่เคยพบเจอมาก่อน นั่น
ต่างหากถึงจะถือว่าปกติ
หยางเซียนกู่ขมวดคิ้วมุ่น ก็แค่ไม่ได้กลับฝูเหยาทวีปมาร ้อยกว่า
ปี ตรงตีนภูเขากลับมีสภาพการณ์เช่นนี้แล้วหรือ
กู้ช่านที่มีสีหน้าเป็ นปกติเพียงแค่ขยับเท้าออกไปด้านข้างสอง
ก้าวคล้ายตั้งใจคล้ายไม่ได้เจตนา หลีกทางให้กับหลิวทุ่ยที่อยู่
ด้านหลังได้พอดี
หลิวทุ่ยแค่เงยหน้าขึ้น
พวกคนที่เดินออกจากเรือนสองฝากฝั่งมามุงดูพลันแตกฮือ
เหมือนนกแตกรัง บางคนที่ลืมว่าประตูปิดอยู่ก็ถึงกับทะยานลมปืน
ข้ามก าแพงกลับเข้าไปในเรือน
ด้านหนึ่งเดินลงมาตามกระแสน้า อีกด้านหนึ่งทวนกระแสน้าขึ้น
บน อยู่กันคนละฝากฝั่งพอดี
เจิ้งชิงเจียกับกู้หลิงเยี่ยนต่างก็วางตัวอย่างสารวม ยอบกายคารวะ
คนชุดเขียวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามhttps://novel-lk.com/
เฉินผิงอันกุมหมัดคารวะกลับคืนด้วยรอยยิ้ม
หลิวทุ่ยยังคงมีสีหน้าท่าทางดุดันเหมือนอย่างที่เคยเป็ นมา แต่
กลับใช ้เสียงในใจเอ่ยเตือนหยางเซียนกู่ว่า “ผู้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามผู้นี้ก็
คืออิ่นกวานคนสุดท้ายของก าแพงเมืองปราณกระบี่ ในระยะเวลาหก
สิบปีของหลายใต้หล้า เขาก็คือคนหนุ่มที่มีชื่อเสียงมากที่สุดไม่มีหนึ่ง
ใน”
ส่วนจิงเฮาแห่งภูเขาชิงกง หลิวทุ่ยคร ้านจะแนะนาด้วยซ้า และ
แน่นอนว่าก็ไม่มีความจ าเป็ นให้แนะน าด้วย
จิงเฮายิ้มบางๆ เอ่ยว่า “สหายหลิวได้หวนคืนสู่ยอดเขาอีกครั้ง
ขอแสดงความยินดีด้วย สหายหยางได้กลับคืนมามีอิสระอีกครั้ง ก็ขอ
แสดงความยินดีด้วย”
ขอแค่ไม่อยู่ที่ภูเขาลั่วพั่ว เทพเขียนผู้เฒ่าจิงก็คู่ควรกับอันดับ
แรกๆ ของรายชื่อบุคคลในรวมเล่มคนผ่านทางของเฉินหลิงจวิน
หยางเซียนกู่เอ่ยเย้ยหยัน “หลิวทุ่ย ข้าตาฝาดไปหรือไม่ ท าไมถึง
ได้เจอกับกระดองเต่าขนาดใหญ่เช่นนี้ ข้ามน้าข้ามทะเลลอยจาก
หลิวเสียทวีปมาถึงที่นี่ได้อย่างไร หรือว่าที่นี่ยังมีสงครามก็เลยมาเป็ น
กองหนุนให้ฝูเหยาทวีปของพวกเรา?”
ถึงอย่างไรสานักเบื้องล่างของหลิวทุ่ยก็ตั้งอยู่ที่หลิวเสียทวีป จึง
ไม่ได้เอ่ยคล้อยตามถือว่ายังพอจะไว้หน้าจิงเฮาอยู่บ้าง
จิงเฮาหัวเราะฮ่าๆ “เต่าหดหัวไยต้องพูดถึงกระดองเต่าด้วยเล่า”https://novel-lk.com/
หยางเซียนกู่ที่ถูกพูดแทงจุดที่เสียใจมากที่สุด พูดไม่เข้าหูคา
เดียวก็จะลงไม้ลงมือแล้ว
จิงเฮาหลุดหัวเราะพรืด เป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตเดียวกัน ซ ้อมมือ
สักหน่อย คิดว่าข้ากลัวเจ้าหรือไร!
เฉินผิงอันยื่นมือมาตบแขนสหายจิงที่อยู่ข้างกาย มองไปยังชาย
ร่างก าย า ใช ้เสียงในใจเอ่ยว่า “สิงกวานหาวซู่ที่ถือเป็ นผู้ฝึ กตนใน
ท้องถิ่นของฝูเหยาทวีปครึ่งตัว เขาให้นาความมาบอกต่อเจ้าขุนเขาห
ยางว่า เขาขอบคุณมากที่ปีนั้นท่านพูดจาแสดงน้าใจด้วยประโยค
เหล่านั้น”
หยางเซียนกู่อึ้งตะลึง ก่อนเอ่ยว่า “ไม่ต้องพูดคาพูดเกรงใจตาม
มารยาทที่ไร ้สาระหรอก ข้าไม่ชอบฟัง นับแต่เด็กมาสองหูนี้ก็ไม่อาจ
รับ ‘ถ้อยค าตามมารยาท” และ “ค าโอภาปราศรัย” ขอเฉินอิ่นกวาน
โปรดน าความไปบอกต่อหาวซู่ที่เป็ นสิงกวานอะไรนั่นด้วยว่า หากจะ
ขอบคุณจริงๆ ก็ขอให้เป็ นสิ่งที่จับต้องได้หน่อย ทุกวันนี้โฮ่วซานของ
ข้าต้องสร ้างสานักขึ้นมาใหม่ ซากปรักนับร ้อยรอการซ่อมแซม บวก
กับที่อีกไม่นานข้าก็จะสละร่างไปจากโลกนี้ต้องการให้ภูเขามีพลัง
อานาจอันโชติช่วงเหมือนอย่างตอนก่อนที่จะมีสงครามอีกครั้ง เป็ น
เรื่องที่ยากมาก ในอนาคตอีกร ้อยปีหรือแม้กระทั่งสองสามร ้อยปี บาง
ทีอาจจะขาดยอดฝีมือคนหนึ่งที่สามารถแบกรับภาระได้อย่างแท้จริง
ให้มาพิทักษ์ภูเขา ข้าได้ยินว่าเขาไปอยู่ป๋ ายอวี้จิงของใต้หล้ามืดสลัว
ถ้าอย่างนั้นก็ให้เขาหาโอกาสกลับมาที่ใต้หล้าไพศาลสักรอบ จะhttps://novel-lk.com/
เขียนชื่อไว้บนทาเนียบหยกทองของศาลบรรพจารย์หรือไม่ก็ตามใจ
เขา แต่จ าเป็ นต้องป่าวประกาศออกไปเลยว่า ภายในเวลาสามร ้อยปี
โฮ่วซานล้วนมีเขาหาวซู่เป็ นผู้ปกป้ อง”
เฉินผิงอันตอบตกลงไปก่อน นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ก็ยิ้มเอ่ยว่า
“อาจารย์เจิ้งมีคาวิจารณ์ต่อโฮ่วซานสูงมากไม่ใช่หรือ?”
เล่าลือกันว่าเจิ้งจวีจงเคยปรากฏกายในฝูเหยาทวีป นอกจากจะ
มาทาธุระใหญ่ที่สาคัญแล้ว เวลาว่างบุคคลอันดับหนึ่งของวิถีมารที่
เป็ นที่ยอมรับของผู้คนผู้นี้ก็เคยไปหาผู้ฝึ กตนผีอายุน้อยที่หวน
กลับมายังซากปรักของส านักในฝูเหยาทวีปด้วยตัวเอง หรือจะพูดให้
ถูกก็คือไปรอพวกเขาอยู่ในอาณาเขตของโฮ่วซานที่เหลือแต่ซาก
หลังเจอหน้ากันแล้วก็เอ่ยประโยคหนึ่งบอกว่า “ในเมื่อผู้คนที่รวมตัว
กันในโลกสู้ผีไม่ได้ โฮ่วชานมีผีเพิ่มขึ้นแล้วจะอย่างไร
หยางเชียนกู่เอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า “ทุกวันนี้คนทั้งใต้หล้า
ล้วนหวาดกลัวอาจารย์เจิ้ง แม้ข้าจะเป็ นผีก็ยังกลัวเขาเหมือนกัน”
มีอยู่ข้อหนึ่งที่หยางเชียนกู่รู ้ตัวเองดีอย่างยิ่ง
เจิ้งจวีจงชื่นชมลูกศิษย์อายุน้อยของโฮ่วซาน แต่ไม่แน่เสมอไป
ว่าจะชื่นชมหยางเชียนกู่ที่ถูกจับขังอยู่ในสวนกงเต๋อมานานหลายปี
อย่างเขา
หยางเชียนกู่คิดแล้วก็ถามคาถามที่เขาสงสัยใคร่รู ้มาเนิ่นนาน
“เฉินผิงอัน ทุกวันนี้เจ้ามีขอบเขตอะไร?”https://novel-lk.com/
อันที่จริงหยางเชียนกู่มีความประทับใจที่ไม่เลวต่อเซียนกระบี่
หนุ่มที่ขนาดเขาอยู่ในสวนกงเต๋อก็ยังเคยได้ยินชื่อของอีกฝ่ าย
เพียงแต่ว่าขอบเขตบินทะยานผู้นี้ ไม่ว่าจะพูดจาหรือท าอะไรก็ล้วน
ตรงไปตรงมาเช่นนี้เสมอ
เฉินผิงอันหลุดหัวเราะพรืด แค่กุมหมัดไกลๆ มาให้ฝั่งตรงข้าม
เท่านั้น
ไม่ได้สนิทกันถึงขั้นนั้น
เฉินผิงอันใช ้เสียงในใจถามกู้ช่าน “ได้เจอกับหลิวโยวโจวแล้ว
หรือ?”
กู้ชานยิ้มตอบ “เจรจากันสาเร็จแล้ว เขามารับหน้าที่เป็ นรองเจ้า
สานัก ให้เจิ้งชิงเจียดูแลเรื่องเงินทอง จ้งซู่แห่งเกาะหวงหลีเป็ นผู้คุม
กฏ แล้วก็ได้เจออวี๋จิ่นแล้วด้วย เขายินดีจะมาเป็ นผู้ถวายงานอันดับ
หนึ่ง”
เฉินผิงอันพยักหน้า
มีเค้าโครงของสานักเช่นนี้ จิตวิญญาณต้องไม่เล็กอย่างแน่นอน
เดิมทีจิงเฮารู้สึกขัดใจกับการตบแขนห้ามปรามของเจ้าขุนเขา
เฉินอยู่บ้าง ในเมื่อพวกเราต่างก็ไม่ได้อยู่ภูเขาลั่วพั่ว สหายเฉินจะยื่น
มือออกมายาวเกินไปหรือไม่https://novel-lk.com/
ดูเหมือนเฉินผิงอันจะเดาความคิดส่วนนี้ของจิงเฮาได้ จึงใช ้เสียง
ในใจพูดกลั้วหัวเราะว่า “ออกจากบ้านมาอยู่ข้างนอกควรหาเงินอย่าง
ปรองดอง สหายจิงคงไม่รังเกียจที่ข้ายุ่งวุ่นวายมากเกินไปใช่ไหม?”
จิงเฮาลูบหนวดยิ้มเอ่ย “สหายเฉินคิดมากเกินไปแล้ว แล้วยัง
พูดจาห่างเหินกันเกินไปด้วย”
เฉินผิงอันพยักหน้า “แบบนี้ก็ดีแล้ว คิดมากถึงอย่างไรก็ดีกว่าทา
ผิดมาก”
จิงเฮาใช ้สองนิ้วขยับลูบหนวด แล้วก็พลันหรี่ตาลง ไม่จบไม่สิ้น
เสียทีหรือ?
ท าไม เป็ นเจ้าบ้านจนเคยชิน เวลาอยู่ในภูเขานอกภูเขาก็เลย
ชอบท าตัวเป็ นอาจารย์ของคนอื่นไปทั่วอย่างนั้นหรือ?
เกี่ยวกับขอบเขตที่แท้จริงของเฉินผิงอัน ก่อนหน้านี้เฉินเซียนจวิ
นเจ้าของภูเขาชิงกงที่แท้จริงได้เดินขึ้นมาบนเส้นทางของภูเขาลั่วพั่ว
ไปด้วยกัน เฉินชิงหลิวจึงได้แพร่งพรายความลับสวรรค์ให้จิงเฮารู ้
เฉินเซียนจวินคงไม่ถึงขั้นหลอกเขาจิงเฮา ถ้าอย่างนั้นทุกวันนี้อิ่
นกวานหนุ่มก็น่าจะเป็ นแค่ขอบเขตก่อกาเนิดที่ อาพรางตนอย่างลึก
ล้า” เท่านั้น
นี่ก็สมเหตุสมผลดี ใช ้กระบี่ฟันเปิ ดภูเขาทัวเยว่ แกะสลัก
ตัวอักษรลงบนหัวก าแพงเมือง จะไม่มีราคาที่ต้องจ่ายเลยได้อย่างไรhttps://novel-lk.com/
ได้ยินมาว่าเมื่อก่อนตอนที่เฉินผิงอันออกท่องยุทธภพชอบกด
ขอบเขตมากที่สุด ทุกวันนี้กลับไม่ได้ความแล้ว กลับกลายเป็ นว่าต้อง
โอ้อวดอ านาจบารมีเกินจริง แสร ้งท าเป็ นว่าตัวเองคือเซียนกระบี่?
เพียงแต่ว่าพอคิดอย่างนี้ จิงเฮาก็รู ้สึกเศร ้าระทมอยู่ในใจ รู ้สึกว่า
คนรุ่นเยาว์ที่มีคุณูปการยิ่งใหญ่ต่อไปไพศาลไม่ควรตกอับเช่นนี้
ดูเหมือนว่าก่อนหน้านั้นอย่าว่าแต่กดแขนของตนไว้เลย ต่อให้
คนหนุ่มส่งเสียงตวาดตน แสร ้งเป็ นจิ้งจอกที่แอบอ้างบารมีพยัค์ก็ยัง
ไม่เป็ นไร
จิงเฮาจึงถอนหายใจ ยื่นมือออกไปตบแขนของคนชุดเขียวข้าง
กายเบาๆ เป็ นการตอบแทน จากนั้นหันหน้ามาใช ้สายตาปลอบใจ
มองเจ้าขุนเขาเฉินที่วันนี้ไม่เหมือนวันวานบนเส้นทางการฝึ กตน
สหายอย่าได้ทดท้อทอดอาลัย
เฉินผิงอันพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม
ดูท่าเหล้ามื้อเช ้าที่เทพเซียนผู้เฒ่าจิงดื่มไปกับเฉินหลิงจวินจะ
ไม่ได้เสียเปล่า
“ข้ากลับก่อนล่ะ”
เสียงสตรีคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ มีสหายเฉินกั้นขวาง
เฉินผิงอันยิ้มตอบด้วยน้าเสียงอ่อนโยน “ตกลง”https://novel-lk.com/
จิงเฮาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยก็มองเห็นโฉมหน้าของสตรีคน
นั้นอย่างชัดเจน
เฉินผิงอันหยุดเดิน ช่วยแนะนาให้ทั้งสองรู ้จักกัน “ผู้อาวุโสจิงเฮา
แห่งภูเขาชิงกงหลิวเสียทวีป ฉายาชิงกงไท่เป่า ก่อนหน้านี้ไม่นานไป
อยู่เป็ นแขกบนภูเขาลั่วพั่วของพวกเราเป็ นระยะเวลาที่ไม่สั้น”
นางหันมากุมหมัดให้ “หนิงเหยาแห่งนครบินทะยานคารวะผู้
อาวุโสจิง”
ในใจจิงเฮาเหมือนมีกลองรัวดังไม่หยุด กลืนน้าลาย รีบคารวะ
กลับคืน ผู้ฝึกตนเฒ่ารีบสร ้างความสงบให้จิตใจ ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า
“ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าผู้อาวุโสต่อหน้าเซียนกระบี่หนิง”
ในฐานะบุคคลอันดับหนึ่งของใต้หล้าห้าสี หากหนิงเหยาเป็ นแค่
ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตบินทะยาน จิงเฮาก็คิดว่าตัวเองไม่ควรไม่รู ้สึกอะไร
เลยเช่นนี้ ตนที่เป็ นขอบเขตบินทะยานเฒ่าไม่ควรสัมผัสอะไรไม่ได้
แม้แต่น้อย
ถ้าอย่างนั้น?!
เทพเซียนผู้เฒ่าจึงเข้าใจได้อีกครั้ง
เพียงแต่ว่าครั้งนี้เขาไม่ได้เดาคาตอบผิด
รุ ้งยาวปราณกระบี่ที่จาแลงเป็ นภาพมายาทะยานขึ้นทะลุชั้นเมฆ
ลากเอาล าแสงพร่างพราวที่คล้ายกับไร ้ขอบเขตสิ้นสุดอยู่เหนือhttps://novel-lk.com/
อาณาเขตของฝูเหยาทวีป แหวกผ่าม่านฟ้ า ไม่จ าเป็ นต้องเปิดประตูก็
ตรงดิ่งไปที่ทวีปอื่นทันที
จิงเฮาได้เห็นภาพอันยิ่งใหญ่งดงามนี้กับตาตัวเอง จิตใจของผู้
เฒ่าก็ส่ายไหวอย่างอดไม่ไหว สาวงามประหนึ่งกระบี่หยกประหนึ่ง
สายรุ ้งจริงๆ ซ่งพิ่นกับลูกศิษย์เนี่ยชุ่ยเอ๋อ ถึงอย่างไรก็อยู่ไกลเกินกว่า
จะเทียบกับหนิงเหยาได้
เฉินผิงอันถอนสายตากลับมาก่อน ใช ้เสียงในใจพูดกลั้วหัวเราะ
ว่า “สหายจิง บอกตามตรง ข้าไม่ใช่ขอบเขตก่อกาเนิด ทุกวันนี้เป็ น
เซียนเหรินคนหนึ่งแล้ว”
จิงเฮา “รู ้ใจ” ได้อีกครั้ง พยักหน้าพูดเสียงจริงจังว่า “ข้าเข้าใจ
สหายเฉินต้องเป็ นเซียนกระบี่ใหญ่อยู่แล้ว”
ต่อให้ตอนนี้เจ้าเฉินผิงอันบอกว่าตัวเองคือขอบเขตสิบสี่ ข้าก็ยัง
จะพยักหน้ารับอยู่ดี
หาไม่แล้วก็เท่ากับว่าข้าผู้แซ่จิงใช ้ชีวิตการฝึกตนเกือบสามพันปี
มาอย่างเสียเปล่าแล้ว
ถึงอย่างไรเจ้ากับหนิงเหยาก็เป็ นคนรักกัน ในเมื่อเป็ นครอบครัว
เดียวกัน ก็ไม่ต้องแบ่งขอบเขตให้ชัดเจนขนาดนั้นอีกแล้ว
ขอบเขตของพวกเจ้าสองคน คนหนึ่งขอบเขตสิบสี่ อีกคน
ขอบเขตก่อกาเนิด เฉลี่ยๆ กันก็ล้วนเป็ นขอบเขตเซียนเหรินได้ไม่ใช่
จิงเฮาอดทอดถอนใจในใจไม่ได้ คนอายุน้อยช่างดีจริงๆ ได้กิน
ข้าวนิ่ม แถมยังไม่ถูกคนอื่นตาหนิอะไรด้วย
เพียงแต่ว่าพริบตานั้น เส้นเอ็นหัวใจของจิงเฮาก็บีบรัดตัว
ผิดปกติ!
เฉินผิงอันรู ้ได้อย่างไรว่าตนรู ้ว่าเขาเป็ นขอบเขตก่อก าเนิด?!
เฉินผิงอันยิ้มพลางกุมมือ “เรื่องของขอบเขต มิอาจเฉลี่ยกันได้
ขอลา”
ไม่รอให้จิงเฮาคืนสติ นาทีถัดมา คนชุดเขียวก็กลายร่างเป็ นภาพ
มายา เซียนกระบี่เผยร่างกายธรรมล่องลอย แสงกระบี่ส่งเสียงสนั่น
ราวอสนีค าราม พริบตาเดียวก็หายตัวไปไกลไม่รู ้กี่พันกี่หมื่นลี