novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • มังงะ
  • หวยออนไลน์
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
lalikabet168
lalikabet66 คาสิโนสด boston777 แทงบอลออนไลน์ เว็บแทงบอล บาคาร่า แทงงหวย เว็บพนัน สมัครบาคาร่าออนไลน์ Empire777 huayhit168 สมัคร ufabet แทงบอล สล็อตเว็บตรง kodpung88 แทงบาคาร่า PGK44 nexobet สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24 เว็บคาสิโน คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ คาสิโน คาสิโนออนไลน์

กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 923.5 ยืมพันภูเขาหมื่นสายน้ำจากท่านทั้งหลาย (สาม)

  1. Home
  2. กระบี่จงมา! Sword of Coming
  3. บทที่ 923.5 ยืมพันภูเขาหมื่นสายน้ำจากท่านทั้งหลาย (สาม)
Prev
Next

เฉิน​ผิง​อัน​ยิ้ม​กล่าว​ “เรือ​ไป​ถึงสะพาน​ย่อม​ต้อง​จอด​ ก็​ถือ​เสีย​ว่า​เป็น​การท่องเที่ยว​ที่​เดิน​ชมนก​ชมไม้ไป​ตลอดทาง​ก็แล้วกัน​”

เฉิน​ผิง​อัน​เกือบจะ​เข้าใจผิด​คิด​ว่า​ไป​ถึงพื้นที่​มงคล​ร้อย​บุปผา​แล้ว​

ตลอดทาง​มีบุปผา​พืชพรรณ​แปลกตา​อยู่​มากมาย​ เมื่อ​เข้าคู่​กับ​สตรี​ที่​ยืน​อยู่​ก็​มีท่วงทำนอง​ที่​เป็น​เอกลักษณ์​แตก​ต่างกัน​ไป​ หลากหลาย​รูปแบบ​

สุดท้าย​ก็​มาถึงตำหนัก​ใหญ่​ที่​งดงาม​แห่ง​หนึ่ง​ นอก​ตำหนัก​มีเด็กสาว​ที่​คล้าย​จะแจ้งชื่อ​ของ​ ‘ปัญญาชน​ใน​โลก​มนุษย์​’ สอง​ท่าน​อย่าง​พวก​เฉิน​ผิง​อัน​ด้วย​น้ำเสียง​ที่​คล้าย​กับ​การ​ร้องเพลง​

เด็กสาว​คน​นั้น​อายุ​แค่​ประมาณ​สิบ​สี่สิบห้า​ปี​ ขยับ​ตัวอย่าง​ชดช้อย​อรชร​ เรือน​กาย​บอบบาง​ มิอาจ​ต้านทาน​ลม​ ขยับตัว​ที​ก็​ราวกับ​จะได้ยิน​เสียง​ข้อต่อ​กระดูก​ลั่น​

เฉิน​ผิง​อัน​พา​เสี่ยว​โม่เดิน​ข้าม​ธรณีประตู​มาแล้วก็​มอง​ไป​ยัง​ฮูหยิน​ที่นั่ง​อยู่​ใน​ตำแหน่ง​สูง รูปลักษณ์​ของ​นาง​สุภาพ​สง่างาม บน​ศีรษะ​สวมมงกุฎ​สีเขียว​มรกต​ รูปร่าง​คล้าย​มงกุฎ​ของ​นางสนม​ใน​วังหลัง​

ใน​ตำหนัก​มีสาวใช้​อยู่​หลาย​สิบ​คน​ ทุกคน​ล้วน​เป็น​สาวงาม​ล่ม​เมือง​

ผล​คือ​ฮูหยิน​ที่นั่ง​อยู่​ใน​ตำแหน่ง​ประธาน​บอ​กว่า​พวก​เจ้าสอง​คน​ต่าง​ก็​เป็น​ปัญญาชน​ผู้มีความรู้​ นาง​จึงอยาก​จะขอ​ฟังบทกลอน​ประชัน​เพลง​จาก​พวกเขา​

เฉิน​ผิง​อัน​เพียงแค่​ดื่มเหล้า​ คือ​เหล้า​ร้อย​บุปผา​ประเภท​หนึ่ง​ พอ​ได้ยิน​ว่า​ต้อง​แต่ง​กลอน​ประชัน​เพลง​ก็​บอก​ให้​เสี่ยว​โม่ทำแทน​

เจ้าตัวดี​ เสี่ยว​โม่ไม่ตื่น​เวที​แม้แต่น้อย​ ยก​จอก​ลุกขึ้น​ยืน​ ท่อง​บทกวี​ที่​พรรณนา​ถึงพืชพรรณ​บุปผา​ซึ่งสอดคล้อง​กับ​บรรยากาศ​หลาย​สิบ​บท​ อีก​ทั้ง​ยัง​เป็น​บท​รวม​กวี​ที่​เสี่ยว​โม่เอา​ตรง​โน้น​มาประติดประต่อ​กับ​ตรงนี้​

ทำเอา​เฉิน​ผิง​อัน​ที่​ได้ยิน​ถึงกับ​ก้มหน้า​กุมขมับ​ ไม่กล้า​มองหน้า​ใคร​

สตรี​เหล่านั้น​กลับ​ให้การ​สนับสนุน​ดีมาก​ ทำท่า​ตกตะลึง​อึ้ง​ทึ่ง​ ราวกับ​ยอม​ศิโรราบ​ให้​กับ​ความรู้​ความสามารถ​ของ​เสี่ยว​โม่แล้ว​

สุดท้าย​เสี่ยว​โม่ก็​ช่วย​ตบ​ตาจน​ผ่าน​ด่าน​ไป​ได้​จริงๆ​

ใน​มือ​คน​ทั้งสอง​ยัง​ถือ​จอก​เหล้า​ เสี่ยว​โม่ยิ้ม​เอ่ย​ “รู้สึก​ยัง​ไม่สาแก่ใจ​พอ​เลย​”

เฉิน​ผิง​อัน​โยน​จอก​เหล้า​ที่​กลิ่น​เครื่อง​ประทิน​โฉมค่อนข้าง​ฉุน​ใน​มือ​ใบ​นั้น​ให้​เสี่ยว​โม่ แล้ว​ตบ​ไหล่​ของ​เสี่ยว​โม่หนึ่ง​ที​ “วันหน้า​ถามกระบี่​กับ​คนอื่น​ให้​มาก​ ประชัน​บทกลอน​กับ​คนอื่น​ให้​น้อย​”

เข้ามา​อยู่​ใน​ตลาด​ที่​จอแจ​แห่ง​หนึ่ง​แล้ว​ มีผู้เฒ่า​แบก​หาบ​ขาย​ดอกไม้​ สีแดง​สีขาว​มองดู​แล้ว​น่ารักน่าเอ็นดู​ ตอนกลาง​วันที่​แสงแดด​อบอุ่น​สาดส่อง​ ผู้เฒ่า​ปลด​คาน​หาบ​บน​บ่า​ลง​ หยิบ​พัด​ออกมา​เล่ม​หนึ่ง​ โบก​พัด​พัด​เอา​ลม​เย็น​ๆ ต่อให้​จะไม่พูดถึง​ว่า​ผู้เฒ่า​คือ​บุคคล​ที่​มีสีสัน​ พูดถึง​แค่​พัด​พับ​ใน​มือ​ก็​ไม่เหมือน​ของ​ที่จะ​อยู่​ใน​มือ​ของ​คน​จาก​หมู่บ้าน​ชนบท​ได้​เลย​จริงๆ​ ด้านบน​หน้า​พัด​คือ​กลอน​บท​หนึ่ง​ ตัวอักษร​งดงาม​ แต่ละ​คำ​ประ​ดุจดั่ง​สาวงาม​ที่​ใช้ความคิด​ลึกซึ้ง​ ช่วง​ท้าย​ของ​หน้า​พัด​ยังมี​การลงนาม​ไว้​ด้วย​

เฉิน​ผิง​อัน​ตบ​ไหล่​เสี่ยว​โม่หนัก​ๆ อีกครั้ง​

เสี่ยว​โม่ทำ​หน้า​คลางแคลง​

เฉิน​ผิง​อัน​ยิ้ม​ตาหยี​เอ่ย​ว่า​ “ไหน​บอ​กว่า​ยัง​ไม่สาแก่ใจ​มาก​พอ​อย่างไรเล่า​? บังเอิญ​นัก​ ท่อง​เนื้อหา​ใน​ตำ​รามา​มากมาย​ขนาด​นั้น​ ความรู้​มีอยู่​เต็ม​ท้อง​ วิสัยทัศน์​อัน​กว้างไกล​อุดมสมบูรณ์​ ต่อจากนี้​ก็​มีพื้นที่​ให้​ใช้งาน​แล้ว​”

ใบหน้า​ของ​เสี่ยว​โม่เต็มไปด้วย​ความกังขา​ไม่เข้าใจ​ แต่​เฉิน​ผิง​อัน​กลับ​เห็น​ว่า​เขา​แกล้ง​โง่เสีย​มากกว่า​ จึงยิ้ม​บาง​ๆ เอ่ย​ว่า​ “อย่า​มัว​อึ้ง​อยู่​สิ รีบ​ไป​ถามประวัติ​ความเป็นมา​ของ​พัด​จาก​ท่าน​ลุง​ ข้า​จะแกล้ง​ทำเป็น​ผู้ติดตาม​ของ​เจ้า เจ้าก็​บอก​ไป​ว่า​ตัวเอง​คือ​บัณฑิต​ที่​เข้า​เมืองหลวง​มาสอบ​ ไม่แน่​ว่า​อาจ​มีค่ำคืน​เข้า​หอ​ชื่นมื่น​รอ​เจ้าอยู่​ก็ได้​นะ​”

เสี่ยว​โม่มองหน้า​พัด​แล้ว​ขมวดคิ้ว​มุ่น​ ก่อน​จะส่ายหน้า​ “บทกลอน​ของ​คุณหนู​ท่าน​นี้​เขียน​ได้​…ฝีมือ​สูสีกับ​เสี่ยว​โม่จริงๆ​”

เฉิน​ผิง​อัน​พูด​ด้วย​สีหน้า​เคร่งขรึม​ “เสี่ยว​โม่ นี่​มัน​เรื่อง​อะไร​กัน​! นิยาย​บุรุษ​มาก​ความสามารถ​กับ​โฉมสะคราญ​ที่​อ่าน​มามากมาย​ขนาด​นั้น​ล้วน​อ่าน​มาอย่าง​เสียเปล่า​หรือ​? เรื่อง​อย่าง​บทกวี​คำร้อง​นี้​ การ​ชื่นชม​บทกวี​ของ​กันและกัน​ใน​นิยาย​จะต้อง​ทำให้​ดี​ถึงขีดสุด​ ใน​เมื่อ​สร้าง​ภาพลักษณ์​ของ​บุรุษ​มาก​ความสามารถ​กับ​สาวงาม​ ก็​ต้อง​บรรยาย​ไว้​ว่า​บทกวี​ของ​พวกเขา​เขียน​ได้ดี​เพียงใด​ เหล่า​นักเขียน​นิยาย​ยัง​ต้อง​เขียน​บทกวี​ดี​ๆ แทน​พวกเขา​อีก​หลาย​บท​ด้วย​”

เสี่ยว​โม่พลัน​รู้สึก​หัวโต​เท่า​กระด้ง​

จากนั้น​ก็​เป็น​อย่าง​ที่​คุณชาย​พูด​จริงๆ​ เขา​เกือบจะ​ต้อง​ร่วม​หอ​ใต้​แสงเทียน​กับ​หญิงสาว​อายุ​น้อย​นาง​หนึ่ง​แล้ว​ แต่​สุดท้าย​ก็​ใช้การ​ที่สอง​ฝ่าย​แลกเปลี่ยน​ของ​แทน​ใจกัน​ ถือ​เป็นการ​มอบ​คำอธิบาย​ให้​จึงผ่าน​ด่าน​นี้​ไป​ได้​

เห็น​ว่า​สีหน้า​ของ​คุณชาย​ค่อนข้าง​เคร่งเครียด​ เสี่ยว​โม่ก็​รีบ​ใช้เสียง​ใน​ใจเอ่ย​ทันที​ว่า​ “คุณชาย​ คือ​แผน​เล่นงาน​อย่าง​ลับ​ๆที่​ต่อเนื่อง​กัน​หรือ​?”

เฉิน​ผิง​อัน​ส่ายหน้า​กล่าว​ “ไม่ถือเป็น​แผน​ลับ​ แต่​เป็น​แผนการ​อย่าง​เปิดเผย​”

หลังจากนั้น​เฉิน​ผิง​อัน​ก็ได้​กลาย​มาเป็น​จักรพรรดิ​ของ​แคว้น​ที่​ผาสุก​แห่ง​หนึ่ง​ ทว่า​การกระทำ​ของ​เขา​กลับ​เหลวไหล​บิดเบี้ยว​ ถึงกับ​มอบ​ตำแหน่ง​จ้วง​หยวน​หญิง​ให้​กับ​เด็กสาว​คน​หนึ่ง​ที่​มีพรสวรรค์​มีไหวพริบ​ แขก​พา​กัน​มาหา​มากมาย​ คน​ที่มา​ขอ​บทประพันธ์​ขอ​น้ำหมึก​มีไม่ขาดสาย​ ระหว่าง​นั้น​เด็กสาว​ได้​พบ​กับ​บัณฑิต​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​ที่​รอคอย​อยู่​ด้านล่าง​หอ​เรือน​อย่าง​ยากลำบาก​ เนื่องจาก​เขา​ขา​กะเผลก​ นาง​จึงเลือก​ใช้ถ้อยคำ​ที่​คลุมเครือ​ ค่อนแคะ​ไป​คำรบ​หนึ่ง​ บัณฑิต​มีชาติกำเนิด​จาก​ตระกูล​ชั้นสูง​ แต่กลับ​มีความรู้​แค่​ครึ่งๆ กลางๆ​ จึงไม่รู้​ความนัย​เสียดสี​ของ​เด็กสาว​ ตอนที่​เหล่า​สหาย​มานั่ง​กัน​เต็ม​ห้องโถง​ เขา​ก็​ยัง​ลำพองใจ​ ผล​คือ​ถูก​คน​เปิดโปง​ความลับ​ จึงกลายเป็น​ตัวตลก​สำหรับ​ทุกคน​ นับแต่​นั้น​มาจึงเกิด​ความ​อาฆาตแค้น​ใน​หัวใจ​ ขว้าง​จอก​เหล้า​ คำราม​เดือดดาล​ว่า​ บุตรสาว​ของ​อัคร​เสนาบดี​ที่​ยัง​มีชีวิต​อยู่​อย่าง​นาง​รังแก​บุตรชาย​ของ​อัคร​เสนาบดี​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​อย่าง​ข้า​งั้น​หรือ​?

คน​ผู้​นี้​วางแผน​ไม่หยุด​ สร้างเรื่อง​ให้​ตระกูล​ของ​เด็กสาว​เกิด​หายนะ​ติดต่อกัน​หลายครั้ง​ โชคดี​ที่​บิดา​ของ​นาง​อยู่​ใน​ตำแหน่ง​สูงมีอำนาจ​มาก​ สถานะ​สูงศักดิ์​เป็น​ถึงขุนนาง​หลัก​ของ​กรม​ขุนนาง​ อีก​ทั้ง​ยัง​เป็น​ผู้นำ​ของ​ฝ่าย​น้ำ​ใส แต่กระนั้น​กว่า​จะสยบ​คลื่น​ลม​ที่​เกิดขึ้น​อย่าง​ต่อเนื่อง​ได้​ก็​ไม่ใช่เรื่อง​ง่าย​ รอ​กระทั่ง​มีวันหนึ่ง​คุย​เรื่อง​นี้​กับ​บุตรสาว​ต่อหน้า​ ใต้เท้า​เจ้ากรม​ถึงได้​เข้าใจ​ต้นสายปลายเหตุ​ที่​วกวน​นี้​ หลังจากนั้น​ก็ได้​ป่าวประกาศ​หา​ลูกเขย​ให้​กับ​บุตรสาว​ ใน​ตระกูล​จึงเท่ากับ​ว่า​มีลูกเขย​ที่​ถูกใจ​เพิ่ม​มาคน​หนึ่ง​ หลังจากนั้น​พ่อตา​กับ​ลูกเขย​ก็​ร่วมมือ​กัน​เล่นงาน​เจ้าคน​ที่​วางแผน​ชั่วร้าย​ซึ่งเรียก​ตัวเอง​ว่า​เป็น​บุตรชาย​ของ​อัคร​เสนาบดี​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​ ตาม​หลัก​แล้ว​จุดจบ​ย่อม​ต้อง​เป็น​อธรรม​มิอาจ​เอาชนะ​ธรรมะ​ คนดี​ได้​อยู่​ร่วมกัน​พร้อมหน้าพร้อมตา​

ทว่า​จักรพรรดิ​ซึ่งเป็น​เจ้าผู้​ครอง​แคว้น​อย่าง​เฉิน​ผิง​อัน​กลับ​ทำ​เพียงแค่​มอง​เรื่อง​วุ่นวาย​พวก​นี้​อย่าง​ดูดาย​ ใน​ช่วงเวลา​ที่​เป็น​กุญแจ​สำคัญ​ไม่ได้​เอ่ย​ประโยค​ทวง​ความเป็นธรรม​ให้​กับ​ใต้เท้า​เจ้ากรม​ขุนนาง​ที่​ต้อง​ติดคุก​ และ​ยิ่ง​ไม่ได้​ออก​พระ​ราชโองการ​ช่วยชีวิต​จ้วง​หยวน​ที่​ถูก​เนรเทศ​ไป​ไกล​พัน​ลี้​ เพียงแค่​ว่า​ก่อนที่​เด็กสาว​ใน​อดีต​ ภรรยา​ของ​ผู้อื่น​ใน​ปัจจุบัน​จะกลายเป็น​หญิง​คณิกา​ใน​สถานเริงรมย์​ เขา​ได้​ออก​โองการ​ลับ​ฉบับ​หนึ่ง​ จากนั้น​เดินทาง​ออกจาก​วังหลวง​ ฮ่องเต้​เรียก​บุรุษ​ขา​เป๋​ที่​เป็น​คน​วัยกลางคน​แล้ว​มา มอง​หอ​ซิ่ว​โหล​ว​ที่อยู่​ห่าง​ไป​ไกล​ร่วมกับ​ฝ่าย​หลัง​ ฮ่องเต้​ถามบุรุษ​คน​นั้น​ว่า​ หวน​นึกถึง​อดีต​อัน​ห่างไกล​ เจ้าอยู่​ที่นี่​ ใน​ใจคิด​อะไร​อยู่​ ทุกวันนี้​เวลา​ผ่าน​ไป​นาน​หลาย​ปี​ขนาด​นี้​แล้ว​ ยัง​จำได้​อยู่​หรือไม่​?

บุรุษ​ขา​เป๋​พยักหน้า​ บอ​กว่า​ตัวเอง​จด​จำได้​อย่าง​ชัดเจน​

หลังจากนั้น​ฮ่องเต้​ที่​ได้รับ​คำตอบ​ที่​แท้จริง​ก็​ไป​ที่​คุก​ มอง​เจ้ากรม​ผู้เฒ่า​ที่​โขก​หัว​ไม่หยุด​โดย​มีลูกกรงเหล็ก​กั้น​ขวาง​ ‘ฮ่องเต้​’ ทรุดตัว​ลงนั่ง​ยอง​ ถามใต้เท้า​ขุนนาง​คนสำคัญ​ผู้​นี้​ว่า​ยัง​จำประโยค​ที่​เอ่ย​ใน​ปี​นั้น​ได้​หรือไม่​

เจ้ากรม​ผู้เฒ่า​ที่​เส้น​ผม​ขาวโพลน​เต็ม​หัว​มีสีหน้า​งงงัน​ ฮ่องเต้​จึงเตือน​เขา​ว่า​ ปี​นั้น​ครั้งแรก​ที่​รู้​ว่า​คนหนุ่ม​ขา​เป๋​ถูก​บุตรสาว​พูด​ล้อเลียน​ ประโยค​แรก​ที่​เจ้าพูด​คือ​อะไร​

เจ้ากรม​ผู้เฒ่า​หรือ​จะจำเรื่องเก่าแก่​นาน​ปี​เช่นนั้น​ได้​ ได้​แต่​โขก​หัว​ต่อไป​ วิงวอน​ขอให้​ฮ่องเต้​ทรง​มีพระ​เมตตา​

เพียง​ได้ยิน​ฮ่องเต้​เอ่ย​เนิบ​ช้าว่า​ “ตอนนั้น​เจ้าเอ่ย​ประโยค​ว่า​ ‘ถ้าอย่างนั้น​ก็​ช่างเถอะ​’ จากนั้น​ก็​เริ่ม​หันไป​ปรึกษา​กับ​บุตรสาว​ของ​เจ้าว่า​จะเก็บกวาด​เรื่อง​เละเทะ​ครั้งนั้น​อย่างไร​”

เจ้ากรม​ผู้เฒ่า​เงยหน้า​ขึ้น​ ยิ่ง​สับสน​มากกว่า​เดิม​ ตน​ทำผิด​ตรงไหน​?

เฉิน​ผิง​อัน​ลุกขึ้น​ยืน​ มอง​ใต้เท้า​เจ้ากรม​ที่​ใน​ประวัติศาสตร์​เกิน​ครึ่ง​ต้อง​มีบุคคล​อย่าง​เขา​อยู่​ด้วย​ ถามว่า​ “ถ้าอย่างนั้น​ก็​ช่างเถอะ​? นี่​จะช่างเถอะ​ได้​อย่างไร​?!”

สุดท้าย​เฉิน​ผิง​อัน​ใช้เสียง​ใน​ใจเอ่ย​ “เปิด​ประตู​”

เสี่ยว​โม่ถอนหายใจ​ สหาย​อู๋ถง​ผู้​นั้น​เปิด​ประตู​จริงๆ​ เสีย​ด้วย​

จากนั้น​พวกเขา​ก็​มาถึงถ้ำริม​หน้าผา​สูงชัน​แห่ง​หนึ่ง​ ได้​เห็น​ผู้​บรรลุ​มรรคา​คน​หนึ่ง​นั่ง​ตาย​ รู​จมูก​สอง​ข้าง​มีเส้นเอ็น​หยก​ห้อย​ลงมา​ยาว​ฉื่อ​กว่า​ ใน​ชาย​แขน​เสื้อ​มีตำรา​วิเศษ​ที่​ส่องแสง​สีทอง​หนึ่ง​เล่ม​ ข้าง​เท้า​ยังมี​ไม้เท้า​ที่​ทำ​จาก​ไม้สน​โบราณ​อยู่​หนึ่ง​อัน​

หลังจากที่​เฉิน​ผิง​อัน​และ​เสี่ยว​โม่ปรากฏตัว​ที่นี่​ แม่น้ำ​แห่ง​กาลเวลา​ก็​เริ่ม​ไหล​ย้อนกลับ​อย่าง​เชื่องช้า​ บุรุษ​ขา​เป๋​มีชีวิต​กลับคืน​มา เขา​ ‘ลุกขึ้น​ยืน​’ ‘หยิบ​’ ไม้เท้า​ ‘เดิน​ถอยหลัง​’ จากไป​

ผู้​บรรลุ​มรรคา​เรียนรู้​ภาษาร้อย​วิหค​จาก​บ้าน​ป่า​ สวมใส่​เสื้อผ้า​ไม่เรียบร้อย​ เดิน​ร้องเพลง​ดัง​ไป​ตลอดทาง​ ตรง​เอว​ห้อย​กระบวย​หนึ่ง​อัน​ วัก​น้ำ​มาจำแลง​เป็น​สุรา​ นอน​เมามาย​อยู่​บน​ถนน​ท่ามกลาง​ลม​ฝน​ เชี่ยวชาญ​การ​วาด​มังกร​ พ่น​สุรา​ลง​บน​กระดาษ​เก่า​ซีด​ กลืน​กิน​เมฆหมอก​ เกล็ด​ส่อง​ประกาย​มีชีวิตชีวา​

เวลา​ไหล​ย้อนกลับ​ไป​นาน​ถึง ‘ร้อย​ปี​’ จนกระทั่ง​นักพรต​ขา​เป๋​กลับคืน​มามีรูปโฉม​อ่อนเยาว์​อีกครั้ง​ ไป​เยือน​เกาะ​โดดเดี่ยว​กลาง​ทะเล​แห่ง​หนึ่ง​ บน​เกาะ​มีชาวบ้าน​ลี้ภัย​ ขนบธรรมเนียม​บริสุทธิ์​เรียบง่าย​ รัก​และ​ชื่นชอบ​ตัวอักษร​ แต่กลับ​ไม่มีอาจารย์​ถ่ายทอดวิชา​ ไม่มีโรงเรียน​ให้ความรู้​ คน​ผู้​นี้​จึงเขียน​ตัวอักษร​ลง​บน​ฝ่ามือ​ ช่วย​สอน​ให้​กับ​เด็กเล็ก​ที่มา​สอบถาม​เรื่อง​ตัวอักษร​จาก​เขา​ หนึ่ง​ตัวอักษร​คิดเงิน​หนึ่ง​เหรียญ​ ใน​ช่วงเวลา​ ‘หลาย​ปี​’ เงิน​เหรียญทองแดง​จึงกอง​กัน​เป็น​ภูเขา​ เฉิน​ผิง​อัน​เอง​ก็​มาเยือน​ถึงถิ่น​ ทุกๆ​ หนึ่ง​เดือน​จะต้อง​ขอให้​ผู้​บรรลุ​มรรคา​ที่​ไม่ได้​เป็น​ครู​แต่​ทำ​ยิ่งกว่า​ครู​ผู้​นี้​สอน​ตัวอักษร​ตัว​หนึ่ง​ให้​ ข้อเรียกร้อง​เพียง​หนึ่งเดียว​ก็​คือ​ให้​เขียน​ลง​บน​กระดาษ​ ไม่ได้​เขียน​บน​ฝ่ามือ​ คน​ผู้​นั้น​จึงบอก​เฉิน​ผิง​อันว่า​ต้อง​นำ​สุรามา​ด้วย​

สุดท้าย​เฉิน​ผิง​อัน​ใช้สุรา​เจ็ด​กา​ เหรียญทองแดง​เจ็ด​เหรียญ​แลก​มาด้วย​กระดาษ​เจ็ด​แผ่น​ ตัวอักษร​เจ็ด​ตัว​

ชุน​ ซู ฉาน​ ซาน​ เจี้ยน​ สุ่ย​ เจี่ยน​

ม้วน​ภาพ​ขุนเขา​สายน้ำ​ภาพ​นี้​ใช้เวลานาน​ที่สุด​ มอง​ระดับ​การ​เผาไหม้​ของ​ยันต์​ม้าขาว​ควบ​ผ่าน​ร่อง​แคบ​ เวลา​น่าจะ​ผ่าน​ไป​ประมาณ​สามเดือน​ได้​แล้ว​

หลังจากนั้น​เฉิน​ผิง​อัน​กับ​เสี่ยว​โม่ก็​มาถึงภาพ​สุดท้าย​ใน​ชีวิต​ของ​คนอื่น​

หลังจาก​สงคราม​ใหญ่​ครั้งหนึ่ง​ผ่าน​ไป​ ร้าน​ใน​หมู่บ้าน​ชนบท​มีคน​ขาย​แผ่น​แป้ง​ย่าง​ ทุกวัน​ยาม​สนธยา​จะต้อง​มีสตรี​ออกเรือน​แล้ว​คน​หนึ่ง​ถือ​เหรียญทองแดง​มาที่​ร้าน​ สามารถ​ซื้อ​แป้ง​ย่าง​แผ่น​หนึ่ง​ได้​พอดี​ เถ้าแก่​ร้าน​ถามหา​เหตุผล​ นาง​จึงบอ​กว่า​สามีออก​เดินทางไกล​ยัง​ไม่กลับมา​ ไม่รู้​ว่า​เป็น​หรือ​ตาย​ ลูก​เล็ก​ที่​บ้าน​หิวโหย​กัน​อย่าง​มาก​ จึงได้​แต่​มาซื้อ​แผ่น​แป้ง​ของ​ที่นี่​ประทัง​ความหิว​ แรกเริ่ม​เถ้าแก่​ร้าน​ก็​ไม่สงสัย​ เพียงแต่​เวลา​นาน​วัน​เข้า​ก็​สังเกตเห็น​ว่า​ใน​กระปุก​เงิน​ ทุกวัน​จะต้อง​มีกระดาษ​เพิ่ม​มาหนึ่ง​แผ่น​ จึงมีเพื่อนบ้าน​บอ​กว่า​ต้อง​มีผี​มาซื้อ​แผ่น​แป้ง​ของ​ที่นี่​เป็นแน่​ วัน​ต่อมา​เถ้าแก่​ร้าน​ก็​เอา​เงิน​ทั้งหมด​ของ​คนซื้อ​ใส่ลง​ไป​ใน​ถ้วย​น้ำ​เงียบๆ​ แล้วก็​เป็น​เงิน​เหรียญทองแดง​ของ​สตรี​ผู้​นั้น​จริงๆ​ ที่​พอ​ลง​น้ำ​แล้วก็​ลอย​ขึ้น​มา มีเพียง​มัน​ที่​ไม่จมลง​ไป​ก้น​ถ้วย​ ทันใดนั้น​เขา​รู้สึก​หวาดกลัว​แทบ​ขวัญกระเจิง​ วัน​ที่สาม​สตรี​ก็​มาซื้อ​แผ่น​แป้ง​ย่าง​อีก​ เถ้าแก่​แสร้ง​ทำเป็น​ไม่รู้​ความจริง​ เพียง​รอ​ให้​สตรี​ผู้​นั้น​จากไป​ก็​รีบ​เรียก​เพื่อนบ้าน​มา พา​กัน​จุด​คบเพลิง​ไล่ตาม​สตรี​ผู้​นั้น​ไป​ สตรี​หัน​กลับมา​มอง​ด้วย​สีหน้า​ซับซ้อน​ เรือน​กาย​ประดุจ​นก​โผบิน​ เดี๋ยว​ผลุบ​เดี๋ยว​โผล่​ สุดท้าย​ทุกคน​สังเกตเห็น​ว่า​ใน​โลง​ผุพัง​แห่ง​หนึ่ง​ สตรี​ได้​กลายเป็น​โครงกระดูก​ขาว​ไป​แล้ว​ มีเพียง​ลูก​เล็ก​ใน​โลง​ที่​เหมือน​ยัง​มีชีวิต​อยู่​ ไม่ต่าง​อะไร​จาก​คน​เป็น​ ใน​มือ​ยัง​ถือ​แผ่น​แป้ง​ย่าง​ไว้​ชิ้น​หนึ่ง​ เห็น​คน​ก็​ไม่กลัว​ ทุกคน​เกิด​ความสงสาร​เวทนา​จึงอุ้ม​พา​กลับ​ไป​ ผี​ที่​เป็น​สตรี​ออกเรือน​แล้ว​ซึ่งยืน​อยู่​ห่าง​ไป​ไกล​ยก​ชาย​แขน​เสื้อ​ปิดบัง​ใบหน้า​ ส่งเสียงสะอื้น​ไห้​ หลังจากนั้น​ทุกๆ​ ค่ำคืน​หาก​เด็กน้อย​ฝันร้าย​นอนไม่หลับ​ก็​จะมีเสียง​เหมือน​คน​เห่กล่อม​และ​เสียง​ตบ​ผ้าห่ม​เบา​ๆ ดัง​ขึ้น​ เด็กน้อย​ถึงจะหลับ​ได้​…หลังจากนั้น​ก็​มีวันหนึ่ง​ที่​สตรี​ผู้​นั้น​ไม่กลับมา​อีกแล้ว​ เด็กน้อย​ที่​เติบโต​กลาย​เป็นผู้ใหญ่​มีชีวิต​อย่าง​มีความสุข​ ไม่ต่าง​อะไร​จาก​คน​ปกติ​ทั่วไป​ เพียงแต่ว่า​เวลา​ปกติ​มักจะ​หลั่ง​น้ำตา​อย่าง​เศร้าสร้อย​เพียงแค่​เพราะ​จดจำ​ใบหน้า​ของ​พ่อแม่​ไม่ได้​…

เฉิน​ผิง​อัน​อยู่​ใน​ม้วน​ภาพ​นี้​ตลอด​ ไม่ทำ​อะไร​ทั้งนั้น​ แล้วก็​ไม่พูด​อะไร​ทั้งนั้น​

เสี่ยว​โม่เอง​ก็​ไม่เร่งรัด​ เพียงแค่​อยู่​เป็นเพื่อน​คุณชาย​บ้าน​ตน​เงียบๆ​ บ้าง​ก็​เดิน​ไป​ท่ามกลาง​แสงสนธยา​เลือนราง​ บ้าง​ก็​ยืน​อยู่​ข้าง​ร้าน​ บ้าง​ก็​ติดตาม​ทุกคน​ที่​ใน​มือถือ​คบเพลิง​เดิน​ไป​บน​ถนน​ตอนกลางคืน​ บ้าง​ก็​นั่ง​อยู่​บน​ขั้นบันได​นอก​ประตู​ ฟังเสียง​เด็กน้อย​ใน​ห้อง​สะดุ้งตื่น​จนถึง​หลับสนิท​…

กระทั่ง​เวลา​สิบ​ชั่ว​ยาม​ถูก​ใช้หมด​ลง​ วันนี้​เสี่ยว​โม่ก็​มายืน​อยู่​ใน​ร้าน​ขาย​แผ่น​แป้ง​ย่าง​เป็นเพื่อน​คุณชาย​อีกครั้ง​ คน​ทั้งสอง​ยืน​อยู่​ข้าง​ถ้วย​น้ำ​ เฉิน​ผิง​อัน​ยังคง​มอง​ภาพ​ที่​เหรียญทองแดง​ร่วง​ลง​น้ำ​แต่​ไม่จมครั้งแล้วครั้งเล่า​ เสี่ยว​โม่ถอนหายใจ​ ใช้เสียง​ใน​ใจเอ่ย​เบา​ๆ ว่า​ “คุณชาย​ แค่​ต้องการ​ประโยค​เดียว​เปิดเผย​ความจริง​ก็​จะสามารถ​ทำลาย​ภาพลวงตา​ของ​ที่​แห่ง​นี้​ได้​ พวกเรา​ควร​ไปกันได้​แล้ว​”

ริมฝีปาก​ของ​เฉิน​ผิง​อัน​ขยับ​เล็กน้อย​ แต่กระนั้น​ก็​ยัง​ไม่ส่งเสียง​ใดๆ​ ออกมา​

เสี่ยว​โม่ทำ​ท่าจะ​พูด​แต่​ก็​หยุด​ไป​อยู่​หลายครั้ง​ สุดท้าย​ก็​ไม่ได้​เปิดปาก​เอ่ย​อะไร​

ความจริง​นั้น​โหดร้าย​เกินไป​ บางที​อาจ​เป็น​สตรี​ที่​ยัง​ไม่ตาย​ แต่​ทารก​น้อย​ได้​ตาย​ก่อน​วัย​อัน​ควร​ไป​นาน​แล้ว​ หรือ​บางที​อาจ​เป็น​ทั้ง​แม่และ​ลูก​ที่​คลอด​ยาก​ตาย​กัน​ไป​ทั้งคู่​

ก็​เหมือน​อย่าง​บุรุษ​ที่​ไม่เคย​ได้​กลับคืน​มายัง​บ้านเกิด​คน​นั้น​ บางที​อาจ​ตาย​อยู่​ต่างบ้านต่างเมือง​ไป​แล้ว​ หรือ​บางที​อาจจะ​ยัง​ไม่ตาย​ ใคร​เล่า​จะรู้​ได้​

เสี่ยว​โม่พลัน​เงยหน้า​ขึ้น​ ภาพ​เหตุการณ์​รอบด้าน​สลาย​หาย​ไป​ราว​ฝุ่น​ควัน​ ตรงหน้า​เผย​ให้​เห็น​ต้น​อู๋ถง​ที่สูง​เทียมฟ้า​ต้น​หนึ่ง​ ราวกับว่า​มัน​เกิด​และ​เติบโต​อยู่​ใน​น้ำ​

เฉิน​ผิง​อัน​กลับ​ก้มหน้า​ลง​ บังเอิญ​หลุบ​ตา​ลง​ก็ได้​เห็น​ต้นไม้​ใหญ่​สูงเสียดฟ้า​ที่​เหมือน​ห้อย​กลับหัว​อยู่​พอดี​

ต้น​อู๋ถง​ต้น​หนึ่ง​ บน​พื้น​เต็มไปด้วย​ใบไม้​ร่วง​แห้ง​เหลือง​

เสี่ยว​โม่เหลือบตา​มอง​ นั่น​คือ​ภาพเคลื่อนไหว​ที่หนึ่ง​ใบไม้​คือ​โลก​หนึ่ง​ใบ​ ดุจ​ขี่ม้า​ชมบุปผา​ ชีวิต​คน​สารพัด​หลากหลาย​ต่างกัน​ไป​

พริบตา​นั้น​ฟ้าดิน​ที่​เดิมที​สว่างไสว​ก็​เปลี่ยน​มาเป็น​มืด​สลัว​ ทั้ง​ยังมี​ตะเกียง​ดวง​หนึ่ง​ลอย​อยู่​เหนือ​ผิวน้ำ​ หลังจากนั้น​ก็​ราวกับว่า​ดวงดาว​บน​ฟ้าได้​ร่วง​กระจาย​ลงมา​ใน​โลก​มนุษย์​เพียง​ชั่วพริบตา​ ก่อน​จะค่อยๆ​ มารวมตัวกัน​หนาแน่น​ ส่อง​แสงสว่าง​พร่างพราว​ จำนวนมาก​นับ​ร้อย​นับ​พัน​ล้าน​ มาก​จน​เกิน​กว่า​จะนับ​ได้​หมด​

เสี่ยว​โม่พลัน​ขยับ​ไป​ด้าน​ข้าง​หนึ่ง​ก้าว​ตาม​จิตใต้สำนึก​

ที่แท้​เฉิน​ผิง​อัน​ที่อยู่​ข้าง​กาย​ก็​ไม่รู้​ว่า​ได้​เปลี่ยน​มาเป็น​สวม​ชุด​คลุม​สีแดงสด​ตั้งแต่​เมื่อไหร่​ ใบหน้า​ของ​เขา​พร่า​เรือน​ ทั้ง​เรือน​กาย​และ​จิตวิญญาณ​ล้วน​เกิด​จาก​เส้นด้าย​ที่​ถัก​ทอ​ตัด​สลับ​กัน​

คง​เป็น​เพราะ​ถูก​มหา​มรรคา​ของ​หอ​สยบ​ปีศาจ​สยบ​กำราบ​เอาไว้​ เรือน​กาย​ของ​เขา​จึงเกิด​เป็น​ภาพ​วูบวาบ​พร่า​เลือน​เป็นระยะ​ จิตวิญญาณ​เกิด​เสียง​สอด​ประสาน​ สะเทือน​เลือน​ลั่น​ดัง​เหนือ​เกิน​กว่า​เสียง​ใด​ใน​โลก​ ราวกับว่า​มีอิ่น​กวาน​คน​สุดท้าย​ของ​กำแพงเมือง​ปราณ​กระบี่​เผย​ตัว​พร้อมกัน​หลาย​คน​

——