novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
lalikabet168
lalikabet66 คาสิโนสด boston777 แทงบอลออนไลน์ เว็บแทงบอล บาคาร่า แทงงหวย เว็บพนัน สมัครบาคาร่าออนไลน์ Empire777 huayhit168 สมัคร ufabet แทงบอล สล็อตเว็บตรง kodpung88 แทงบาคาร่า PGK44 pgw44 สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24 เว็บคาสิโน คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ คาสิโน คาสิโนออนไลน์

กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 941.4 ทะยานฟ้าหมื่นลี้ต้องมีกระบี่ยาว

  1. Home
  2. กระบี่จงมา! Sword of Coming
  3. บทที่ 941.4 ทะยานฟ้าหมื่นลี้ต้องมีกระบี่ยาว
Prev
Next

เฉิน​ผิง​อัน​เอา​มือ​กด​ศีรษะ​ของ​อีก​ฝ่าย​แล้ว​ผลัก​ออก​เบา​ๆ ถลึงตา​ใส่ “วันหน้า​อย่า​ยุยง​ให้​ป๋า​ย​เสวียน​ไป​เข้าร่วม​งานเลี้ยง​ท่อง​ราตรี​ กด​ข่ม​ความมีหน้ามีตา​ของ​เว่ย​ซาน​จวิน​อะไร​อีก​? เจ้าก็ช่าง​คิดได้​นะ​!”

เฉินห​ลิง​จวิน​ร้อง​อ้อ​หนึ่ง​ที​

เฉิน​ผิง​อัน​กล่าว​ “เข้าร่วม​งานเลี้ยง​ท่อง​ราตรี​ ของขวัญ​แสดงความยินดี​ไม่ต้อง​ใช้เงิน​หรือ​?”

เฉินห​ลิง​จวิน​กระจ่างแจ้ง​ทันใด​ คลี่​ยิ้ม​กว้าง​สดใส​ “ยังคง​เป็น​นาย​ท่าน​ที่​คิดอ่าน​รอบคอบ​!”

หลังจากนั้น​เฉิน​ผิง​อัน​บอ​กว่า​จะไป​พบ​หวง​ชงฮ่องเต้​แคว้น​เมิ่งเหลียง​ ถามกวอ​จู๋จิ่ว​ว่า​อยาก​ไป​ด้วยกัน​หรือไม่​ กวอ​จู๋จิ่ว​ส่ายหน้า​บอ​กว่า​ไม่ไป​ ดูเหมือน​จะไม่น่าสนุก​ตรงไหน​ เฉินห​ลิง​จวิน​ยืดอก​นำเสนอ​ตัวเอง​ ผล​คือ​นาย​ท่าน​ไม่ตอบ​ตกลง​

หลังจาก​เฉิน​ผิง​อัน​จากไป​ อีก​ทั้ง​ลู่​เฉิน​ยัง​ไม่อยู่​ เด็กชาย​ชุด​เขียว​จึงสะบัด​ชาย​แขน​เสื้อ​ เริ่ม​มอง​ประเมิน​สหาย​ชิงถงที่​สวม​หมวก​คลุม​หน้า​ด้วย​ความสงสัย​ใคร่รู้​

เฉินห​ลิง​จวิน​เริ่ม​พูด​ตีสนิท​อย่าง​ระมัดระวัง​ว่า​ “สหาย​ชิงถง หาก​ข้า​เดา​ไม่ผิด​ล่ะ​ก็​ เจ้าต้อง​มีขอบเขต​บิน​ทะยาน​เป็น​อย่าง​ต่ำ​”

ชิงถงปลด​หมวก​คลุม​หน้า​ลง​ รู้สึก​ประหลาดใจ​อยู่​บ้าง​เล็กน้อย​ สายตา​ของ​เจียว​น้ำ​ขอบเขต​ก่อกำเนิด​ตน​นี้​ดี​ขนาด​นี้​เชียว​หรือ​?

ไม่พูดถึง​ตบะ​ตื้น​ลึก​หรือ​พลัง​พิฆาต​สูงต่ำ​ของ​ขอบเขต​บิน​ทะยาน​ พูดถึง​แค่​การ​อำพราง​ภาพ​บรรยากาศ​รอบกาย​ ชิงถงมีความภาคภูมิใจ​ใน​ตัวเอง​อย่าง​มาก​ คิดไม่ถึง​ว่า​จะถูก​เด็กชาย​ชุด​เขียว​ผู้​นี้​มอง​ทะลุปรุโปร่ง​ได้​ใน​ปราด​เดียว​

เห็น​ว่า​สหาย​ชิงถงไม่ได้​ยอมรับ​แต่​ก็​ไม่ได้​ปฏิเสธ​ ใน​ใจเฉินห​ลิง​จวิน​ก็​มั่นใจ​ได้​แล้ว​ จึงรู้สึก​แอบ​ลำพองใจ​กับ​ตัวเอง​อยู่​บ้าง​ ดู​สิดู​ อะไร​ที่​เรียก​ว่า​รอบคอบ​รัดกุม​แม้แต่​น้ำ​สัก​หยด​ก็​ไม่มีหลุด​รอดไป​ได้​ ก็​คือ​อย่างนี้​นี่เอง​ เดา​ขอบเขต​ของ​ผู้ฝึก​ตน​แปลกหน้า​ อันที่จริง​ก็​เหมือน​เดา​ตัวเลข​นั่นแหละ​ ขอ​แค่​ประสบการณ์​โชกโชน​มาก​พอ​ นั่น​ก็​ง่ายดาย​อย่าง​มาก​แล้ว​

เฉินห​ลิง​จวิน​โอภาปราศรัย​กับ​สหาย​ชิงถงที่​บอ​กว่า​ตัวเอง​มาจาก​ใบ​ถงทวีป​อยู่​สอง​สามประโยค​ คล้าย​จะนึก​อะไร​ขึ้น​ได้​จึงวิ่ง​ออกจาก​ลานบ้าน​ไปหา​คน​

ด้านนอก​เรือน​ที่พัก​แห่ง​หนึ่ง​ของ​ภูเขา​โหล​ว​ซาน​มีต้นสน​โบราณ​สอง​ต้น​อยู่​หน้า​ประตู​ แต่ละ​ต้น​ล้วน​มีดอก​ห​ลิง​เซียว​เลื้อย​พัน​อยู่​

ลม​ภูเขา​เย็น​สดชื่น​ ดอกไม้​ใหญ่​เท่า​ชามข้าว​ พ้น​ออกจาก​กิ่ง​ก็​ไม่แยก​บ้าน​ พา​กัน​ร่วงหล่น​ลง​พสุธา​

ลู่​เฉิน​นั่ง​ยอง​อยู่​ใต้​ต้นไม้​มอง​ดอก​ไม้ดอก​หนึ่ง​ที่​หล่น​ลง​บน​พื้น​ ยังคง​ไม่ยินดี​จะลุกขึ้น​ คล้าย​กับ​รอคอย​ให้​มีดอกไม้ร่วง​ลงมา​อีกครั้ง​

มีผู้ฝึก​ตน​หญิง​กลุ่ม​หนึ่ง​เดิน​ทางผ่าน​มา พอ​เห็นภาพ​นี้​เข้า​ อีก​ทั้ง​เห็น​ว่า​นักพรต​หนุ่ม​หน้าตา​หล่อเหลา​ก็​รู้สึก​ว่า​น่าสนใจ​ พวก​นาง​หลุบ​คิ้ว​ที่​วาด​เข้ม​ลง​ต่ำ​ ดวงตา​คลอ​ประกาย​น้ำ​เหลือบมอง​มา แอบ​หัวเราะ​คิกคัก​

ลู่​เฉิน​ลุกขึ้น​ยืน​ ก้มหัว​คารวะ​ตาม​ขนบ​ลัทธิ​เต๋า​กับ​พี่สาว​น้องสาว​ทั้งหลาย​ เตรียม​จะบอกกล่าว​ชื่อ​แซ่ตัวเอง​ พวก​นาง​ยังมี​งาน​ต้อง​ทำ​จึงแค่​คารวะ​กลับคืน​แล้ว​พา​กัน​เดิน​นวยนาด​จากไป​

หลังจากนั้น​ลู่​เฉิน​ก็​เดินเล่น​ไป​ตลอดทาง​ นึกถึง​มาด​ของ​พวก​ลูกหลาน​คน​เสเพล​ที่​เดินเที่ยว​อยู่​ตาม​ตลาด​

รอ​กระทั่ง​ในที่สุด​เด็กชาย​ชุด​เขียว​ก็​มองเห็น​แผ่น​หลัง​ของ​เจ้าลัทธิ​ลู่​อยู่​ไกลๆ​ เห็น​เพียง​ว่า​นักพรต​หนุ่ม​นั่ง​ยอง​อยู่​ข้างทาง​ กำลัง​ยื่น​นิ้วชี้​ไป​ที่​ก้อนหิน​ สบถ​ด่าว่า​ “คน​กินข้าว​ร้อน​ สุนัข​ยัง​กิน​อาจม​ร้อน​ๆ แต่​เจ้ากลับ​ดี​นัก​ ละโมบ​กิน​ดื่ม​ขี้เกียจ​ทำงาน​ ชอบ​เป็น​หินขัด​เท้า​ที่​ก่อเรื่อง​นัก​ใช่ไหม​ ทำให้​ข้า​โมโห​ขึ้น​มา ไม่ตี​เจ้าจะให้​ไป​ตี​หมา​ที่ไหน​?”

เฉินห​ลิง​จวิน​ปลุก​ความกล้า​เดิน​ไปหา​ลู่​เฉิน​ จากนั้น​ก็​นั่ง​ยอง​ลง​ด้าน​ข้าง​ แล้วก็​ไม่เอ่ย​อะไร​

ลู่​เฉิน​หันหน้า​มามอง​ ยิ้ม​ถาม “มีอะไร​?”

เฉินห​ลิง​จวิน​สูด​ลม​หายใจเข้า​ลึก​ พูด​ด้วย​สีหน้า​หนักแน่น​ “เจ้าลัทธิ​ลู่​ เรื่อง​ของ​พวกเรา​สอง​คน​ อย่า​ให้​เกี่ยวพัน​ไป​ถึงนาย​ท่าน​และ​ภูเขา​ลั่วพั่ว​ของ​ข้า​ ได้​หรือไม่​?”

ลู่​เฉิน​ยิ้ม​กล่าว​ “ประหลาด​จริง​ พวกเรา​สอง​คน​มีเรื่อง​อะไร​กัน​หรือ​?”

เฉินห​ลิง​จวิน​เอ่ย​ประโยค​นี้​ออกมา​ ดูเหมือนว่า​จะใช้ความกล้า​ที่​มีไป​จน​หมดสิ้น​แล้ว​ ขอให้​ข้า​ได้​พัก​หาย​ใจหาย​คอ​สักครู่​ เอ่ย​เรียก​นาย​ท่าน​ใน​ใจสัก​สอง​สามรอบ​ก่อน​ค่อย​อธิบาย​เหตุผล​กับ​เจ้า

ลู่​เฉิน​ยิ้ม​กล่าว​ “ไม่พ่น​น้ำลาย​เต็ม​ใบหน้า​ข้า​แล้ว​หรือ​?”

เฉินห​ลิง​จวิน​กลอกตา​อย่าง​ร้อนรน​ ต้องหา​วิธี​ชดเชย​แก้ไข​สักหน่อย​แล้ว​

ลู่​เฉินจุ๊​ปาก​พูด​ “ได้ยิน​มาว่า​สหาย​จิ่งชิงได้​รู้จัก​กับ​สหาย​คน​ใหม่​แซ่เจิ้งที่​ภูเขา​ลั่วพั่ว​หรือ​?”

เฉินห​ลิง​จวิน​เอ่ย​อย่าง​กระอักกระอ่วน​ “ไม่มีเสียหน่อย​!”

ก่อนหน้านี้​อยู่​ที่​ประตู​ภูเขา​บ้าน​ตน​ มีคน​แซ่เจิ้งผู้​หนึ่ง​มาเยือน​ มอง​ดูเหมือน​จะเป็น​บัณฑิต​ที่​มีเงินทอง​อยู่​บ้าง​เล็กน้อย​ แรกเริ่ม​บอ​กว่า​ตัวเอง​เป็น​ลูกศิษย์​ของ​เฉินจั๋ว​หลิว​พี่น้อง​บ้าน​ตน​ เฉินห​ลิง​จวิน​จึงไม่ได้คิด​อะไร​มาก​นัก​

เพียงแต่​ภายหลัง​เจอ​กับ​อาจารย์​ผู้เฒ่า​เห​วิน​เซิ่งและ​ห่าน​ขาวใหญ่​ คน​ทั้งสอง​ต่าง​ก็​มีท่าทาง​เกรงใจ​ต่อ​บัณฑิต​แซ่เจิ้งผู้​นั้น​มาก​ ถึงขั้น​ที่ว่า​ห่าน​ขาวใหญ่​ยัง​สะอึก​อึ้ง​เมื่อ​เจอ​กับ​คนนอก​ผู้​นั้น​ เฉินห​ลิง​จวิน​จึงสัมผัส​ได้​ถึงความผิดปกติ​ทันที​

คิดไปคิดมา​ก็​รู้สึก​เพียง​ว่า​คน​แซ่เจิ้งผู้​นั้น​ ถึงอย่างไร​ก็​ไม่ใช่ยักษ์​ใหญ่​ผู้นำ​เหล่า​มาร​ของ​นคร​จักรพรรดิ​ขาว​ ถ้าอย่างนั้น​ไม่ว่า​เรื่อง​อะไร​ก็​ปรึกษา​พูดคุย​กัน​ได้​

“แล้ว​ก็เพราะว่า​นักพรต​เนิ่น​ไม่รู้​ถึงคุณูปการ​อัน​เกริกก้อง​ที่​มีเป็น​พรวน​ของ​เจ้า ไม่อย่างนั้น​เขา​ต้อง​ยอม​ก้มหัว​ศิโรราบ​ให้​เป็นแน่​”

ลู่​เฉิน​ลุกขึ้น​ยืน​พร้อม​รอยยิ้ม​ เท้า​เตะ​ก้อนหิน​ก้อน​นั้น​จน​มัน​กระเด็น​ออก​ไป​เหมือน​ลูกธนู​หลุด​ออกจาก​แล่ง​ พุ่ง​ผ่าน​ระหว่าง​กิ่ง​ต้นสน​ต้น​หนึ่ง​ สุดท้าย​ลอย​ไปนอก​หน้าผา​ ทำให้​ฝูงนก​บน​ท้องฟ้า​ตกใจ​ พยักหน้า​เอ่ย​ว่า​ “ระหว่าง​นก​และ​ไม้ รู้จัก​เปลี่ยนแปลง​ดุจ​งูดุจ​มังกร​”

เฉินห​ลิง​จวิน​ลุกขึ้น​ตาม​ เอ่ย​เสียง​เบา​ว่า​ “เรื่อง​ที่​ข้า​พูด​ก่อนหน้านี้​ เจ้าลัทธิ​ลู่​ตอบ​ตกลง​แล้ว​หรือ​?”

ลู่​เฉิน​เอา​สอง​มือ​ไพล่หลัง​ สาวเท้า​เดิน​เนิบ​ช้า เอ่ย​ว่า​ “ไม่ใช่เรื่อง​เลวร้าย​อะไร​สักหน่อย​ เจ้าจะกลัว​อะไร​? เดินลง​น้ำ​กลายเป็น​เจียว​ก็​แค่​เลื่อน​เป็น​ขอบเขต​ก่อกำเนิด​ ไม่ได้​เลื่อน​เป็น​ขอบเขต​หยก​ดิบ​ แล้ว​คราวหน้า​เจ้าจะทำ​อย่างไร​? เดิน​เลียบ​ลำน้ำ​ฉีตู้​ลง​มหาสมุทร​? กลายเป็น​ขอบเขต​หยก​ดิบ​แล้ว​อย่างไร​ ขอบเขต​เซียน​เห​ริน​ล่ะ​? ขอบเขต​บิน​ทะยาน​ล่ะ​? ทุกวันนี้​ใต้​หล้า​ไพศาล​มีมังกร​ที่​แท้จริง​ตัว​หนึ่ง​แล้ว​ จุด​แห่ง​การผสาน​มรรคา​ของ​คน​พิฆาต​มังกร​ผู้​นั้น​สามารถ​ยอมรับ​มังกร​ได้​หนึ่ง​ตัว​ แต่​ไม่แน่​เสมอไป​ว่า​จะยอมรับ​ได้​สอง​ตัว​ แต่​หาก​เจ้าไป​อยู่​ใต้​หล้า​มืด​สลัว​ ก็​จะมีทัศนียภาพ​อย่าง​ใหม่​ที่​แตกต่าง​ออก​ไป​ ถึงเวลา​นั้น​ข้า​ก็​แค่​ต้อง​มอบ​ยันต์​คุ้มกัน​กาย​ของ​ป๋า​ยอ​วี้​จิงให้​เจ้าหนึ่ง​แผ่​น.​..”

เฉินห​ลิง​จวิน​ส่ายหน้า​ “ข้า​ไม่อยาก​ไป​อยู่​ห่าง​จาก​บ้านเกิด​ไกล​ขนาด​นั้น​”

จากนั้น​เฉินห​ลิง​จวิน​ก็​ถามคำถาม​ที่​สะสมมานาน​หลาย​ปี​ซึ่งคิด​อย่างไร​ก็​ไม่เข้าใจ​ “เจ้าลัทธิ​ลู่​ มรรค​กถา​ของ​ท่าน​สูงถึงเพียงนั้น​ สถานะ​ก็​โดดเด่น​ถึงเพียงนั้น​ ทำไม​ถึงต้อง​มางัดข้อ​กับ​ข้า​ใน​เรื่อง​นี้​ด้วย​?”

อันที่จริง​เฉินห​ลิง​จวิน​เคย​ถามนาย​ท่าน​เป็นการ​ส่วนตัว​ แต่​คำตอบ​ของ​เฉิน​ผิง​อัน​ค่อนข้างจะ​ ‘บน​ภูเขา​’ บอ​กว่า​ต้อง​มีสัก​วันที่​น้ำลด​หิน​ผุด​ ยัง​บอก​กับ​เฉินห​ลิง​จวิน​ว่า​ไม่ต้อง​คิดมาก​ใน​เรื่อง​นี้​ จะต้อง​มีคราว​ที่​น้ำ​มาคู​คลอง​ก่อเกิด​ ใน​เมื่อ​นาย​ท่าน​พูด​ขนาด​นี้​แล้ว​ เฉินห​ลิง​จวิน​ก็​ไม่คิดมาก​อีกแล้ว​จริงๆ​ หาก​ไม่เป็น​เพราะ​วันนี้​ได้​เจอ​กับ​ลู่​เฉิน​ เฉินห​ลิง​จวิน​ก็​จะคิด​แค่​ว่า​ไม่มีเรื่อง​นี้​อยู่​ จะต้อง​เปลือง​สมอง​ไป​คิด​เรื่อง​เร้นลับ​ซับซ้อน​พวก​นั้น​ให้​มากความ​ไป​ไย​

“งัดข้อ​กับ​เจ้า? ไม่ถึงขนาด​นั้น​ ก็​แค่​บัญชี​เก่า​ค้างปี​ที่​มิอาจ​เปิด​ได้​เสียที​ ไม่ถ่วง​รั้ง​การ​ฝึก​ตน​ ก็​แค่​มักจะ​คิดถึง​ จะต้อง​จัดการ​ให้​เรียบร้อย​”

ลู่​เฉิน​ประกบ​สอง​นิ้ว​เคาะ​ไป​บน​ศีรษะ​ของ​เด็กชาย​ชุด​เขียว​ ยิ้ม​เอ่ย​ว่า​ “เจ้าไม่คิด​จะเรียนรู้​อะไร​ดี​ๆ มาจาก​นาย​ท่าน​ของ​เจ้าบ้าง​เลย​หรือ​ เจ้าลองดู​เฉิน​ผิง​อัน​สิ ตลอด​ทั้งปี​ล้วน​ออก​เดินทางไกล​อยู่​ข้างนอก​ เรื่อง​ของ​การ​ฝ่าทะลุ​ขอบเขต​ก็​ทะยาน​ขึ้น​สูงพรวด​ๆๆ ใคร​บ้าง​ไม่อิจฉา​?”

เฉินห​ลิง​จวิน​ลูบคลำ​ศีรษะ​ แล้วก็​ไม่เงยหน้า​ขึ้น​ เพียง​เดินเล่น​ไปเป็นเพื่อน​ลู่​เฉิน​ พูด​เสียง​งึมงำว่า​ “แต่​นาย​ท่าน​ก็​ไม่ใช่ว่า​อยาก​จะอยู่​ข้างนอก​ตลอด​ทั้งปี​ไม่เคย​ได้​อยู่​บ้าน​นี่​นา​ แล้วก็​ยัง​ต้อง​คิดถึง​ฮูหยิน​เจ้าขุนเขา​มาก​ด้วย​ จากนั้น​ก็​อยาก​ออก​ไป​ท่อง​ยุทธ​ภพ​ให้​มาก​แทน​อาจารย์​ฉี ท่าน​คิด​ว่า​นาย​ท่าน​ไม่อยาก​อยู่​เฉย​ๆ อย่าง​สงบ​หรือ​”

ลู่​เฉิน​เอ่ย​ด้วย​สีหน้า​ตกตะลึง​ “สหาย​จิ่งชิง เมื่อก่อน​ผิน​เต้า​ตาถั่ว​ไป​ ที่แท้​เจ้าก็​ไม่ใช่คนโง่​นี่​นา​?”

พอ​เฉินห​ลิง​จวิน​ได้ยิน​ประโยค​นี้​ แล้ว​พอ​นึกถึง​คำพูด​ของ​นาย​ท่าน​บ้าน​ตน​ที่​กวอ​จู๋จิ่ว​เอา​มาบอก​ เอว​ก็​แข็ง​ตั้งตรง​ขึ้น​มาได้​ทันใด​ โคลง​ศีรษะ​ไปมา​ แน่นอน​ว่า​ไม่กล้า​สะบัด​ชาย​แขน​เสื้อ​ทั้งสอง​ให้​โบก​ตวัด​ราวกับ​บิน​

ลู่​เฉิน​พลัน​เตะ​ลง​บน​ก้น​ของ​เฉินห​ลิง​จวิน​ “ไสหัวไป​เถอะ​ รอ​วันใด​อยาก​เดินทางไกล​ไป​เยือน​ใต้​หล้า​มืด​สลัว​ด้วยตัวเอง​ก็​สามารถ​มาหา​ข้า​ที่​ป๋า​ยอ​วี้​จิงได้​”

เฉินห​ลิง​จวิน​เซถลา​ นวด​คลึง​ก้น​ แล้วก็​วิ่ง​ตะบึง​จากไป​โดย​ไม่แม้แต่​จะหัน​กลับมา​มอง​ ฟ้าสูงแผ่นดิน​กว้างใหญ่​ ไปหา​เจ้าที่​ป๋า​ยอ​วี้​จิง? ไปหา​ท่าน​ปู่เจ้า​หรือ​…

ลู่​เฉิน​ยิ้ม​ตาหยี​ “หืม?!”​

ความจำ​ของ​เจ้านี่​ ถูก​นักพรต​เนิ่น​กิน​ไป​แล้ว​จริงๆ​ สินะ​

เด็กชาย​ชุด​เขียว​รู้​ว่า​ท่า​ไม่ดี​ เพียงแค่​กล้า​ขยับ​เท้า​เท่านั้น​ ก้าวเดิน​เร็ว​ยิ่งกว่า​เดิม​ พริบตาเดียว​ก็​เผ่นหนี​ไป​ไม่เห็น​เงา

ชิงถงรู้สึก​อุดอู้​จึงออก​ไป​เดินเล่น​ข้างนอก​

ไม่รู้​ว่า​เหตุใด​ ก่อนหน้านี้​ชิงถงถูก​แม่นาง​น้อย​ที่​ชื่อว่า​กวอ​จู๋จิ่ว​ผู้​นั้น​จับจ้อง​จน​รู้สึก​ขนลุกขนชัน​

แม่นาง​น้อย​ไม่ได้​เปิดปาก​เอ่ย​อะไร​ ก็​แค่​แสร้ง​ทำท่า​เดิน​นิ่ง​ฝึก​วิชา​หมัด​อยู่​ตรงนั้น​ เพียงแต่ว่า​คอย​เหลือบมอง​ชิงถงอยู่​เป็นระยะ​

พอ​ชิงถงออกจาก​ประตู​มาก็​มองเห็น​เด็กชาย​ชุด​เขียว​ที่​เหงื่อ​เต็ม​ศีรษะ​คน​นั้น​พอดี​ เขา​วิ่ง​ตะบึง​เข้าไป​ใน​ประตู​สวน​ไหล่​ตน​ไป​

ผล​คือ​ชิงถงสังเกตเห็น​ว่า​ใน​ศาลา​ชายคา​ตวัด​งอน​หลัง​หนึ่ง​ที่​ตั้งอยู่​ริม​หน้าผา​ ท่ามกลาง​กลุ่ม​สตรี​มากมาย​ เจ้าลัทธิ​ลู่​กำลัง​ดู​ลายมือ​ให้​กับ​ผู้ฝึก​ตน​หญิง​กลุ่ม​หนึ่ง​

นักพรต​หนุ่ม​มือหนึ่ง​จับมือ​ของ​สตรี​คน​หนึ่ง​ อีก​มือหนึ่ง​ชี้ไป​บน​ฝ่ามือ​ของ​หญิงสาว​คน​นั้น​เบา​ๆ บอ​กว่า​เส้นลายมือ​ค่อนข้าง​สอดคล้อง​กับ​ลักษณะ​ของ​ภูเขา​สายน้ำ​ แล้ว​ยัง​เอ่ย​อย่าง​ปลงอนิจจัง​ไป​หลาย​ประโยค​ว่า​ นับแต่​โบราณ​มา ขอ​แค่​เป็น​สตรี​ที่​หน้าตา​งดงาม​เฉกเช่น​พี่สาว​ มักจะ​ได้​พบ​เจอ​กับ​บุรุษ​มาก​ความสามารถ​น้อย​เสมอ​ นี่​เรียก​ว่า​คน​อยาก​ซื้อ​ทอง​แต่กลับ​ไม่เจอ​คน​ขาย​ทอง​ ถึงเวลา​ก็ได้​แต่​ขอให้​ผู้เฒ่า​จันทรา​เบิกตา​มอง​มา แสดง​ความสงสาร​เวทนา​เสียหน่อย​ เมื่อ​มีวาสนา​ด้าน​ความรัก​ก็​กลัว​ว่า​จะเจอ​กับ​คน​ไม่ดี​อีก​ พอ​ถึงเวลา​ก็ได้​แค่​พานพบ​แล้ว​จากลา​ โฉมสะคราญ​งามล่ม​เมือง​เหมือน​ไหล​หาย​ไป​กับ​สายน้ำ​ ทำให้​คน​ที่​มองดู​อยู่​รู้สึก​เสียใจ​ โชคดี​ที่​ข้า​ผู้​เป็น​นักพรต​เห็น​ว่า​ลายมือ​ของ​พี่สาว​ไม่เลว​เลย​ทีเดียว​ เพียงแค่​ว่า​โชค​ด้าน​การเงิน​เจือจาง​ไป​สักหน่อย​ แต่​พูดถึง​แค่​เรื่อง​ของ​ความรัก​กลับ​ราบรื่น​มาก​แน่​นอ​น.​..

หลังจากนั้น​นัก​รพ​ต​หนุ่ม​ที่​เชี่ยวชาญ​ด้าน​การ​ดู​ลายมือ​ดู​โหวง​เฮ้งเป็นพิเศษ​ผู้​นี้​ก็​เปลี่ยน​มาดู​ลายมือ​ให้​สตรี​คนอื่น​ต่อ​ พูด​จน​พวก​ผู้ฝึก​ตน​หญิง​ของ​ภูเขา​โหล​ว​ซาน​คลี่​ยิ้ม​ราวกับ​บุปผา​ผลิบาน​

ผู้ฝึก​ตน​หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​มีรูปโฉม​เป็น​เด็กสาว​หด​มือ​กลับ​ไป​แล้วก็​ถามอย่าง​ใคร่รู้​ว่า​ “นักพรต​ลู่​ ข้า​เอง​ก็​เคย​ติดตาม​อาจารย์​ไป​ที่​สำนัก​โองการ​เทพ​ ทำไม​ถึงไม่เคย​ได้ยิน​ชื่อ​อาราม​ชิวหา​ว​ของ​พวก​เจ้ามาก่อน​เลย​ล่ะ​?”

นักพรต​หนุ่ม​เอ่ย​อย่าง​เขินอาย​ว่า​ “อาราม​เล็ก​ ก็เพราะว่า​อาราม​เล็ก​ น้อง​หลิน​ไม่เคย​ได้ยิน​มาก่อน​ก็​เป็นเรื่อง​ปกติ​ ทุกๆ​ ครั้ง​ที่​ยอด​เขาทั้งหลาย​มีงานเฉลิมฉลอง​ หรือ​สำนัก​มีการ​มอบ​หนังสือรับรอง​การ​ออกบวช​ ผิน​เต้า​ล้วน​จะไป​ร่วมงาน​ด้วย​เสมอ​ ก็​แค่​ว่า​ตำแหน่ง​ค่อน​ไป​ทาง​ด้านหลัง​ ไม่สะดุดตา​ คิดดู​แล้ว​อาจ​เป็น​เพราะเหตุนี้​ที่​ทำให้​คลาด​กับ​น้อง​หลิน​ไป​”

เด็กสาว​คน​นั้น​พยักหน้า​รับ​ เกิน​ครึ่ง​ก็​น่าจะเป็น​เช่นนี้​แล้ว​ ได้ยิน​มาว่า​อาราม​น้อย​ใหญ่​ของ​สำนัก​โองการ​เทพ​มีหลาย​สิบ​แห่ง​ ระบบ​การสืบทอด​ซับซ้อน​อย่าง​มาก​ ก็​ภูเขา​ลูก​ใหญ่​นี่​นะ​ ทำเนียบ​ย่อม​เล่ม​หนา​ตาม​ไป​ด้วย​

นักพรต​หนุ่ม​รู้สึก​ร้อนใจ​ยิ่งนัก​

ทำไม​พวก​เจ้าถึงไม่ถามว่า​วันนี้​ผิน​เต้า​ขึ้น​เขา​มาพร้อมกับ​ใคร​ล่ะ​?

น่าเสียดาย​ที่​ดู​ลายมือ​ไป​ไม่น้อย​ พวก​นาง​ก็​ยัง​ไม่มีใคร​ถามถึงเรื่อง​นี้​

ช่างเถิด​ เรื่อง​มาถึงขั้น​นี้​ ผิน​เต้า​ก็​คง​ไม่ปิดบัง​อำพราง​ไว้​อีกแล้ว​

ผิน​เต้า​จำเป็นต้อง​เปิดเผย​สถานะ​ให้​พวก​เจ้าได้​รู้​แล้ว​

แต่ว่า​ก่อน​จะทำ​เช่นนั้น​คง​ต้อง​พูดคุย​กับ​ผู้อาวุโส​ท่าน​หนึ่ง​สัก​สอง​สามประโยค​เสีย​ก่อน​

ทาง​ลานบ้าน​ อันที่จริง​นักพรต​เนิ่น​ร่าย​วิชา​อภินิหาร​มอง​ขุนเขา​สายน้ำ​ผ่าน​ฝ่ามือ​มาโดยตลอด​ ดังนั้น​จึงมองเห็น​ความเคลื่อนไหว​ของ​นักพรต​ลู่​ฝูแห่ง​อาราม​ชิวหา​ว​ผู้​นั้น​อยู่​ไกลๆ​

รอ​กระทั่ง​นักพรต​หนุ่ม​คน​นี้​นั่ง​ยอง​ข้างทาง​ หันหน้า​เข้าหา​ก้อนหิน​ด่า​หม่อน​กระทบ​ไหว​ นักพรต​เนิ่น​ก็​ไม่รู้​ว่า​โทสะ​ผุด​มาจาก​ไหน​

ข้า​ทำ​อะไร​อิ่น​กวาน​หนุ่ม​ไม่ได้​ ยัง​ต้อง​กลัว​นักพรต​บน​ทำเนียบ​ของ​อาราม​ชิวหา​ว​แห่ง​สำนัก​โองการ​เทพ​อย่าง​เจ้าอีก​หรือ​ไร​?

เพียงแต่ว่า​ถึงอย่างไร​นักพรต​เนิ่น​ก็​เป็น​ขิง​ที่​ยิ่ง​แก่​ยิ่ง​เผ็ด​ เขา​ไม่ได้​ส่งเสียง​ออกมา​ หนึ่ง​เพราะ​ติดตาม​อยู่​ข้าง​กาย​คุณชาย​ได้​ฝึกอบรม​บ่ม​เพาะ​จิต​ใจมามาก​แล้ว​ นอกจากนี้​นักพรต​เนิ่น​ก็​เกิด​ใจระแวดระวัง​อยู่​หลาย​ส่วน​ หรือว่า​นักพรต​น้อย​ที่​บรรพ​จารย์​บ้าน​ตัวเอง​คือ​เต๋า​เหล่า​เอ้อ​ซึ่งอยู่​ไกล​ถึงป๋า​ยอ​วี้​จิงผู้​นี้​สัมผัส​ได้​แล้ว​ว่า​ตน​ลอบมอง​อยู่​? หาก​เป็น​เช่นนี้​จริง​ ไม่ว่า​อย่างไร​ก็​น่าจะเป็น​ขอบเขต​เซียน​เห​ริน​คน​หนึ่ง​แล้ว​ แต่​คน​ผู้​นี้​ถูก​กำหนด​มาแล้ว​ว่า​ต้อง​ไม่ใช่ฉีเจิน​เทียน​จวิน​แน่นอน​ หรือว่า​จะเป็น​บรรพ​จารย์​ผู้เฒ่า​บาง​คนใน​สำนัก​โองการ​เทพ​ที่​ไม่เคย​เปิดเผย​หน้าตา​? อยู่​ใน​ใต้​หล้า​ไพศาล​แห่ง​นี้​ อะไร​ก็​ไม่เลวร้าย​ แค่​ว่า​ยุ่งยาก​อยู่​สักหน่อย​ ไม่รวดเร็ว​ฉับไว​แม้แต่น้อย​ จะต้อง​คำนึงถึง​ที่พึ่ง​ คำนึงถึง​สาย​การสืบทอด​ คำนึงถึง​บรรพ​จารย์…​

ลู่​เฉิน​ดู​ลายมือ​ให้​พี่สาว​พลาง​ใช้เสียง​ใน​ใจยิ้ม​เอ่ย​ไป​ด้วยว่า​ “ผู้อาวุโส​จะยัง​มอง​อีก​นาน​แค่​ไหน​?”

นักพรต​เนิ่น​หัวเราะ​ฮ่าๆ “นักพรต​ลู่​มีพลังจิต​ที่​เฉียบคม​ยิ่งนัก​ ไม่ธรรมดา​เลย​จริงๆ​”

ลู่​เฉิน​ทอดถอนใจ​ ดูเหมือน​จะกลัว​ว่า​อีก​ฝ่าย​สัมผัส​ได้​ไม่ถึงความคิด​ของ​ตัวเอง​จึงพูด​เสียง​ใน​ใจของ​ตัวเอง​ออกมา​ ยัง​กระทืบเท้า​พร้อมกับ​พูด​ไป​ด้วยว่า​ “ผิน​เต้า​โมโห​จริงๆ​ แล้ว​นะ​นี่​”

แต่ละคน​ต่าง​ก็​รังแก​ที่​ผิน​เต้า​เป็น​คน​นิสัย​ดี​ใช่ไหม​?

เฉิน​ผิง​อัน​ก็​ช่างเถิด​ เพราะ​ถึงอย่างไร​ผิน​เต้า​ก็​เป็น​ผู้เฒ่า​จันทรา​ครึ่งตัว​ที่​ผูก​ด้าย​แดง​ให้​ไอ้​หมอ​นี่เอง​กับ​มือ​ แต่​เจ้านักพรต​เนิ่น​กลับ​กล้า​ทำตัว​กำเริบเสิบสาน​ไร้​ยำเกรง​เช่นนี้​ ไม่มีเหตุผล​เอา​เสีย​เลย​

พริบตา​นั้น​

เส้นเอ็น​หัวใจ​ของ​นักพรต​เนิ่น​ก็​พลัน​ขึง​ตึง​

นาที​ถัดมา​ นักพรต​เนิ่น​ถึงกับ​มีเหงื่อ​ซึมออก​มาจาก​หน้าผาก​

ร่าง​ไป​อยู่​ท่ามกลาง​ฟ้าดิน​ที่​มีแต่​หมอก​ขาวโพลน​ เงยหน้า​มอง​ไป​ เห็น​เพียง​ว่า​จุด​ที่​ห่าง​ไป​ไกล​อย่าง​ถึงที่สุด​ปรากฏ​เป็น​…ป๋า​ยอ​วี้​จิงที่ตั้ง​ตระหง่าน​โอฬาร​!

นักพรต​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​ที่​สวม​กวาน​ดอกบัว​กระโดด​ลง​มาจาก​ชั้น​ที่สูง​ที่สุด​ของ​ป๋า​ยอ​วี้​จิง เรือน​กาย​เท่า​เมล็ด​งาพลัน​ขยาย​ใหญ่​เท่า​เขา​พระ​สุเมร​ ตอนที่​พลิ้ว​กาย​ลงพื้น​ก็​แทบจะ​ตัว​สูงทัดเทียม​กับ​ป๋า​ยอ​วี้​จิงทั้ง​แห่ง​ หลุบ​ตา​มอง​ต่ำ​จาก​ที่สูง​ มอง​มายัง​นักพรต​เนิ่น​ที่อยู่​บน​พื้นดิน​

นักพรต​เนิ่น​กัดฟัน​ ขณะที่​กำลังจะ​เผย​ร่าง​จริง​ประลอง​เวท​คาถา​กับ​ลู่​เฉิน​เจ้าลัทธิ​สามแห่ง​ป๋า​ยอ​วี้​จิงผู้​นี้​ เปิดฉาก​เข่นฆ่า​กัน​ดี​ๆ ดู​สักครั้ง​ ต่อให้​ต้อง​ตาย​อย่าง​ไม่ต้องสงสัย​ ถึงอย่างไร​ก็​ไม่มีเหตุผล​ให้​ต้อง​ยื่น​คอ​ไป​ให้​อีก​ฝ่าย​ฟัน​เฉย​ๆ

เพียงแต่ว่า​ฟ้าดิน​กลับ​ไม่มีกาย​ธรรม​ของ​ลู่​เฉิน​อยู่แล้ว​ แล้วก็​มองไม่เห็น​ป๋า​ยอ​วี้​จิงด้วย​ นักพรต​เนิ่น​ยืน​นิ่ง​ไม่ขยับ​ เพราะ​ไม่รู้​ว่า​ตั้งแต่​เมื่อไหร่​ ร่างกาย​ของ​ลู่​เฉิน​ถึงได้​หด​เล็ก​ลง​เท่า​เมล็ด​งา เวลานี้​มายืน​อยู่​บน​ไหล่​ข้าง​หนึ่ง​ของ​นักพรต​เนิ่น​ คล้าย​กับ​กำลัง​มอง​ไป​ยัง​คน​บางคน​ที่อยู่​ใน​บาง​สถานที่​ห่าง​ออก​ไป​ไกล​

ทะยาน​ฟ้าหมื่น​ลี้​ต้อง​มีกระบี่​ยาว​

‘ท่าน​นักพรต​มรรคา​ยาว​ไกล​’ ช่างกล่าว​ได้ดี​จริงๆ​

——