the first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 474 โทรศัพท์มือถือ
่จริงเริ่นเสี่ยวซู่มาที่นี่ก็เพราะอยากจะฟังเรื่องเล่า
ตอนนี้เขาพอได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับอารามอันจิงมาคร่าวๆ แล้ว
และได้ยินข่าวน่าตกใจแต่ก็น่าสนใจเรื่องหนึ่งว่า ในโลกนี้ไม่มีใครที่
อารามอันจิงฆ่าไม่ได้
มันเป็นองค์กรลับระดับสุดยอดที่สมาชิกกระจายอยู่ทั่วแดน ทั้ง
แต่ละคนสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ แต่กระนั้นก็ยังเป็น
องค์กรทรงอำนาจแห่งหนึ่ง
มีข่าวลือหนึ่งที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับอารามอันจิง ทายาทของ
สมาคมเล็กๆ แห่งหนึ่งจ้างวานให้อารามอันจิงไปลอบสังหารบิดา
ตามสายเลือดของตน เพื่อที่จะได้สืบทอดกิจการทั้งหมดของ
ครอบครัว
สุดท้ายผ่านไปสัปดาห์หนึ่ง อารามอันจิงบอกว่าทำภารกิจ
เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าทายาทผู้นั้นพบว่าบิดาตนยังอยู่ดีจึงกระฟัดกระเฟียดปรามาสว่าอารามอันจิงเชื่อถือไม่ได้ เขาจ่ายค่า
จ้างวานไปแล้ว แต่อารามอันจิงกลับไม่ทำตามข้อตกลง ค่าจ้างวาน
นั้น
สูงเท่ากับเงินเก็บห้าหกปีของทายาทสมาคมหนึ่ง เป็นเงินก้อนโต
ที่คนธรรมดาไม่อาจเห็นได้ชั่วชีวิต!
แต่อารามอันจิงตอบทายาทแห่งสมาคมผู้นั้นอย่างสงบนิ่งว่า
“นายบอกว่าอยากให้ฆ่าบิดาตามสายเลือด คนคุ้มกันแม่นายตั้งแต่
สิบปีก่อน หรือที่ตอนนี้นายเรียกว่าลุงหวังถูกฆ่าไปแล้ว เขาเป็นพ่อที่
แท้จริงของนาย”
ตอบแค่นั้นไม่พอ อารามอันจิงยังส่งใบตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์
ความเป็นบิดาให้เขาด้วย
ทายาทสมาคมผู้นั้นตะลึงงันไป สถานการณ์พลิกผัน
กลับตาลปัตร เขาไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าตัวเองไปตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดา
ตอนไหน แล้วอารามอันจิงไปรู้ความลับนี้ได้อย่างไร
ทายาทผู้สืบทอดสมาคมเล็กๆ ผู้นี้เกือบสติแตกไป
เริ่นเสี่ยวซู่ไม่รู้หรอกว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า แต่
เขาสนใจความสามารถในการตามหาคนของอารามอันจิงมากกว่าอีกอย่างเขาคุยกับคนตัดไม้ที่พยายามปล้นเขาเมื่อวานนาน
มากจนทราบข่าวลือว่าถ้าช่วยทำภารกิจให้อารามอันจิงแล้ว ก็จะสา
มารถเลือกรับค่าตอนแทนเป็นอย่างอื่นแทนเงินที่มีมูลค่าเท่ากันได้
แต่อย่างไรก็ยังเป็นเสียงลือเสียงเล่าอ้าง เป็นเพียงสิ่งที่เหล่า
ผู้อพยพได้ยินมา เช่นนั้นเริ่นเสี่ยวซู่จึงทำใจแล้วว่าข่าวลือพวกนี้เป็น
แค่ข่าวลือ
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องของเขายังมีข่าวลือออกมาเลย วีรบุรุษแห่ง
ป้อมปราการ 178 สูงสองเมตรกว่า ยามหลับไม่เคยห่างปืน สอบตก
บางวิชา…
สอบตกบางวิชาคืออะไรฟะ
เริ่นเสี่ยวซู่สับสนจริง ข่าวลืออื่นเป็นมาอย่างไรยังพอเข้าใจนะ
แต่ใครมันแพร่ข่าวลือว่าตอนเขาเรียนเขามีวิชาที่สอบตกด้วย
ข่าวลือแบบไม่มีมูลอะไรเลย! แล้วมันไปเกี่ยวกับการสู้รบตรงไหนน่ะ
หลังโรงเหล้าเปิดทำการ เขาก็เข้าไปสั่งอาหารมาสองจาน เขา
สังเกตเห็นว่าเด็กสาวที่ออกไปจดเรื่องเล่าจากตะวันตกเฉียงเหนือก่อนหน้านี้กำลังช่วยพยุงชายชราตาบอดผู้หนึ่งไปนั่งที่เก้าอี้กลาง
โรงเหล้า
เริ่นเสี่ยวซู่เข้าใจในพลันว่าเด็กสาวผู้นี้น่าจะเป็นหลานสาวของ
นักเล่านิทาน ที่ออกไปถามเรื่องเล่าต่างๆ ก็เพื่อจะเก็บข้อมูลให้ปู่
ตัวเอง
เริ่นเสี่ยวซู่สนใจมากกว่าเดิมว่านักเล่านิทานผู้นี้จะเล่าอะไร
ออกมา ก่อนหน้านี้ตอนเธอฟังคนอื่นเล่าเรื่อง ก็มักจะขัดจังหวะชาย
วัยกลางคนด้วยการวิเคราะห์ความเป็นเหตุเป็นผลของเรื่องเล่า ดู
แล้วเธอให้ความสำ คัญกับข้อเท็จจริงของเรื่องเล่ามากทีเดียว
พอเด็กสาวเห็นเริ่นเสี่ยวซู่ เธอก็ส่งยิ้มทักทายเขา ขณะเดียวกัน
เรื่องที่นักเล่านิทานจะเล่าวันนี้คือสงครามในตะวันตกเฉียงใต้ มีชิ่ง
เจิ่นเป็นตัวเอกของเรื่อง
ในเรื่องเล่านี้ มีผู้มีพลังพิเศษคนหนึ่งเป็นสายลับของสมาคม
ตระกูลชิ่งช่วยทำลายกองพันเทพยนต์ของสมาคมตระกูลหลี่
เริ่นเสี่ยวซู่เลียปากชอบใจ ถึงเขาจะออกจากการรบมาแล้ว แต่
ตำนานของเขายังคงแพร่ไปทั่วจู่ๆ เริ่นเสี่ยวซู่ก็รู้สึกว่าแม้ตนจะไม่อยากพัวพันกับความวุ่นวาย
พวกนั้นแล้ว แต่ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตะวันตกเฉียงเหนือและเฉียง
ใต้ก็ยังเกี่ยวพันกับเขาอยู่เนืองๆ
เริ่นเสี่ยวซู่มาฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับอารามอันจิง แต่ว่าก็
ไม่รีบร้อนอยากรู้ วันนี้ไม่ได้พูดถึง เขาค่อยกลับมาฟังใหม่วันหน้า
สักวันหนึ่งนักเล่านิทานย่อมเล่าออกมา
คืนวันนั้น หลังจากเริ่นเสี่ยวซู่ออกจากโรงเหล้า เขาก็เดินแลก
ทองเป็นเงินสดกับร้านขายของชำ ที่อยู่ใกล้ป้อมปราการที่สุด พอเขา
เห็นเถ้าแก่ร้าน ก็เหมือนกับไปเจอหวังฟู่กุ้ยอีกครา ผิดที่ว่าเถ้าแก่ผู้นี้
ไม่ใจดีเท่าหวังฟู่กุ้ย
เริ่นเสี่ยวซู่ตั้งใจจะใช้เงินที่แลกมาซื้อบ้านอิฐสักหลัง แล้วต้อง
เป็นบ้านที่มีลานหลังบ้านด้วย! ทันใดนั้นข่าวลือว่าเมืองน้อยมีเศรษฐี
มาเยือนก็ลามไปทั่ว
กิจวัตรประจำ วันของเริ่นเสี่ยวซู่คือไปทิ้งศพตอนเช้าและ
ฟังเรื่องเล่าจากนักเล่านิทานตั้งแต่บ่ายจรดเย็น วันหนึ่งนักเล่านิทานเล่าแค่สองเรื่องเท่านั้น และมีการพูดเกริ่นถึงเรื่องที่จะเล่าในวันพรุ่ง
ด้วย
ที่มีการทิ้งศพก็เพราะข่าวแลกทองเป็นเงินเขานั้นกระตุ้น
ความโลภของคนใจเหี้ยมในเมืองน้อยขึ้นมา พอได้ยินว่าเริ่นเสี่ยวซู่มี
เงินซื้อบ้านอิฐอย่างไม่ยี่หระ ก็เกิดความคิดจะปล้นเขา
ทุกคืนมีคนปีนบ้านเริ่นเสี่ยวซู่ แต่ทุกคนล้วนหายไปเหมือนหิน
จมทะเล
คนพวกนี้กระทำการในการลับ ผ่านไปหลายวัน คนไม่น้อยเพิ่ง
รู้ตัวพวกคนใจเหี้ยมในเมืองน้อยหายไปหย่อมหนึ่ง…
ตอนแรกทุกคนก็ไม่คิดมากอะไร บรรยากาศในเมืองน้อย
ค่อยๆ ดูสงบสุขขึ้นมาเพราะพวกคนร้ายที่ชอบปล้นชิงผู้อื่นนั่นค่อยๆ
หายตัวไป
พวกคนใจเหี้ยมบางรายเริ่มรู้แล้วว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล
จึงตัดสินใจหนีทันทีเพราะรู้สึกว่าพวกตนกำลังถูกล่าอยู่
ข่าวลือลามไปทั่วเมืองน้อย มีคนตั้งใจตามล่าอาชญากรผู้
ใจเหี้ยมตอนแรกเริ่นเสี่ยวซู่ตั้งใจจะเอาทองไปแลกเงินสดเพิ่มอีก แต่
หลังจากฆ่าคนร้ายไปมาก เงินในมือแทนที่จะลดลงกลับเพิ่มขึ้น…
เริ่นเสี่ยวซู่เองก็ไม่ใช่คนดีอะไรอยู่แล้ว ใช้เงินสกปรกไม่ทำให้
รู้สึกผิดอะไรหรอก
และเขาก็ต้องแปลกใจ เขาเจอโทรศัพท์ในตัวของคนผู้หนึ่ง
โทรศัพท์เครื่องนี้ธรรมดาแถมเก่ามาก แต่ว่าไม่ทำให้เริ่นเสี่ยว
ซู่คลายความสนใจต่อของใหม่นี้เลย
เริ่นเสี่ยวซู่เคยเห็นคู่มือการใช้งานโทรศัพท์มือถือยุคก่อน
ภัยพิบัติในห้องสมุดของสมาคมตระกูลหยาง แต่ว่าเขาไม่เคยเห็น
โทรศัพท์มือถือของจริงมาก่อน เคยเห็นแต่โทรศัพท์ดาวเทียมเท่านั้น
โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ไม่มีชุดสายชาร์จ แถมเขาไม่รู้ตัวว่า
จะเอาไปชาร์จได้ที่ไหนในเมืองน้อยนี้ แต่ว่านั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะ
เริ่นเสี่ยวซู่มีนาโนแมชชีนอยู่
เขารอให้โทรศัพท์มือถือชาร์จเต็มก่อนจะเปิดเครื่อง
แสงหน้าจอส่องตาเริ่นเสี่ยวซู่ เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้จับ
‘เทคโนโลยีชั้นสูง’ ที่เป็นปัจจัยพื้นฐานแบบนี้แต่หลังจากศึกษาอยู่นาน เริ่นเสี่ยวซู่ก็พบว่ามือถือเครื่องนี้
ทำได้แค่รับส่งข้อความกับถ่ายรูปเท่านั้น แต่ผู้อพยพจะส่งข้อความ
ให้ใครล่ะ กล่องข้อความก็ว่างเปล่า อัลบั้มรูปภาพก็ว่างเปล่า
หรือว่าผู้อพยพเจ้าของก่อนหน้าแค่มีของเฉยๆ แต่ไม่เคย
ใช้จริง
เขาออกไปถามคนข้างนอก มีผู้อพยพบอกว่าคนใหญ่คนโต
ของสมาคมตระกูลหวังมีมือถือใช้มานานแล้ว เริ่นเสี่ยวซู่ไม่คิดอะไร
มาก คาดเพียงว่าผู้อพยพเจ้าของก่อนหน้าคงได้มาจากการปล้น
ผู้ลี้ภัย
เพราะคนแส่หาเรื่องน้อยลงไป ชีวิตเริ่นเสี่ยวซู่จึงสงบลงได้
ในที่สุด เขาตั้งสมาธิไปกับเรื่องเล่า อย่างเช่นเรื่องบริษัทหัวจ่งลอบ
จับตัวผู้มีพลังพิเศษ หรือว่าวิธีสร้างผู้มีพลังพิเศษของกลุ่มบริษัท
ชิงเหอแห่งที่ราบตอนกลาง ตราบใดที่สามารถเอาชนะแปดด่าน
ท้าทายอันลึกลับ ก็จะสามารถปลดล็อครหัสพันธุกรรมจนปลุกพลัง
ได้ แต่ว่าโลกภายนอกไม่ทราบว่าแปดด่านท้าทายที่ว่าคืน