ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 108 ตราบใดที่เจ้าชอบ ข้าล้วนยินดี
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 108 ตราบใดที่เจ้าชอบ ข้าล้วนยินดี
เฮ่อจือหร่านโมโหขึ้นมา ทันใดนั้นนางจึงไม่คิดอะไรอีก
นางก้าวไปข้างหน้า กระชากคอเสื้อของคุณชายคนนั้น แล้วตบ
หน้าเขาไม่หยุด
“นี่คือผลของการปากเสีย จ าไว้ให้ดี ต่อไปเจอย่าคนนี้ก็หลีกทาง
ไปซะ ไม่อย่างนั้น ครั้งหน้าเจอเจ้าเมื่อไหร่ ข้าจะตีเจ้าแบบนี้ทุกครั้ง
เลย”
ในเวลานี้ ต่างมีชาวบ้านมามุงดูเหตุการณ์กันมากมาย
พวกเขารู้สึกสะใจ แต่ก็อดเป็นห่วงหญิงสาวผู้โง่เขลาคนนี้ไม่ได้
เป็นที่รู้กันดีว่า คุณชายผู้นี้คือคนเกเรที่ชอบโอ้อวดในเขต
อ าเภอผิงหยาง คอยรังแกบุรุษและฉุดคร่าสตรีไปทั่วทุกแห่ง ซ ้ายังมี
บิดาเป็นถึงนายอ าเภอคอยหนุนหลังอยู่ ทุกคนที่พบเจอเขามักจะต้อง
ทนทุกข์ทรมาน
ยามนี้เห็นเขาได้รับผลกรรม พวกชาวบ้านจะไม่รู้สึกยินดีได้
อย่างไร?
แต่เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตีคน ท่านป้าใจดี
คนหนึ่งจึงก้าวออกมาห้าม
“แม่นาง พอได้แล้ว เจ้ารีบหนีไปเถอะ รอจนคนของเขามาถึง
เกรงว่าจะวิ่งหนีไม่ทันแล้วนะ”
เฮ่อจือหร่านเองก็สู้จนเหนื่อยแล้วจึงลุกขึ้นยืน
“ท่านป้าเจ้าคะ คนผู้นี้เป็นใครกัน ท าไมจึงได้ท าตัวอุกอาจเช่นนี้
กลางวันแสก ๆ ได้”
ท่านป้ากวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วกระซิบว่า
“แม่นางคงจะเป็นคนต่างถิ่นสินะถึงได้ไม่รู้จักเขา เขาคือบุตรชาย
คนเดียวของท่านนายอ าเภอผิงหยาง ชื่อซุนเจียเป่า เจ้าไปมีเรื่องกับ
เขาก็เท่ากับไปมีเรื่องกับท่านนายอ าเภอ เจ้าฟังค าเตือนของข้าเถอะ
รีบหนีไปเสีย ก่อนที่คนของที่ว่าการอ าเภอจะมา!”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “ขอบคุณท่านป้าที่เตือน”
ถึงแม้นางจะไม่ได้ตั้งใจมาหาเรื่องใคร แต่ในเมื่อเรื่องก็เกิดขึ้น
แล้ว อีกทั้งยังมีเรื่องที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย แล้วนางจะหนีไปเช่นนี้
ได้อย่างไร
จากนั้นเฮ่อจือหร่านก็เบียดเสียดผ่านผู้คน เดินทางเข้าในตัว
อ าเภอต่อ
เพียงเดินไปได้ไม่ถึงร้อยก้าว นางก็เห็นพวกเจ้าหน้าที่ถือกระบี่วิ่ง
กรูกันไปทางซุนเจียเป่า
เฮ่อจือหร่านรู้สึกโชคดีที่ตัวเองหนีมาได้ทัน หากถูกเจ้าหน้าที่
พวกนั้นจับได้ คงต้องเจอกับปัญหายุ่งยากไม่น้อย
แม้นางจะไม่กังวลเรื่องถูกจับ แต่นางก็ไม่ชอบความยุ่งยากอยู่ดี
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงเร่งฝีเท้า เลี้ยวเข้าไปในตรอก
เล็ก ๆ ก่อนจะหายวับเข้าไปในพื้นที่มิติ
แม้จะเป็นฝ่ายชนะอย่างขาดลอยในการลงมือต่อสู้กับซุนเจียเป่า
แต่ผมเผ้าและเสื้อผ้าของเฮ่อจือหร่านก็ดูยุ่งเหยิงไม่น้อย
โม่จิ่วเยี่ยเห็นเข้าก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที่
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
เฮ่อจือหร่านยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “แค่เจอคนพาลจึงสั่งสอนไป
สักหน่อย”
แม้นางจะพูดราวกับไม่แยแส ทว่าโม่จิ่วเยี่ยก็ยังไม่วางใจ เขายัง
คาดคั้นถามรายละเอียดต่อ
เฮ่อจือหร่านจนใจ จึงเล่าเรื่องที่นางเพิ่งจะสั่งสอนซุนเจียเป่าไป
หมาด ๆ
โม่จิ่วเยี่ยโกรธจนหน้าเขียวคล ้า เขาอยากจะออกไปสับเจ้า
ซุนเจียเป่านั้นเป็นหมื่น ๆ ชิ้นตอนนี้เลย!
ผู้ใดกล้ามาลวนลามสตรีของเขา ช่างไม่รู้จักกลัวตายเสียแล้ว!
อย่างไรก็ตาม เขากลับรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองท าอะไรไม่ได้ จึงได้แต่
พยายามสะกดความกรุ่นโกรธเอาไว้
เฮ่อจือหร่านเห็นโม่จิ่วเยี่ยก าลังโมโห จึงปลอบใจเขาว่า “ท่านไม่
ต้องโมโหไปหรอก อย่างไรข้าก็ไม่ได้เสียหายอะไร”
โม่จิ่วเยี่ยไม่พูดอะไรอีก เพราะรู้ดีว่าตอนนี้เขาท าอะไรไม่ได้
การที่เฮ่อจือหร่านเข้ามาในพื้นที่มิติ นอกจากเพื่อหลบหนีพวก
เจ้าหน้าที่แล้ว นางก็อยากจะมาบอกกับโม่จิ่วเยี่ยว่านางปลอดภัยดี
และตั้งใจจะมาเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย
เฮ่อจือหร่านซื้อชุดบุรุษในแอปเถาเป่าต่อหน้าโม่จิ่วเยี่ย
จากนั้นนางก็ไปล้างหน้าล้างตาในห้องน ้า แล้วเปลี่ยนเป็นสวม
ชุดบุรุษ
เพื่อท าให้ตัวเองดูเป็นผู้ชายมากขึ้น นางจึงลงมือแต่งหน้าอีก
เล็กน้อย
เขียนคิ้วให้หนาขึ้น ทาปากให้กว้างขึ้น ใช้รองพื้นสีเข้มขึ้น และ
ติดหนวดปลอมไว้อีกด้วย
หลังจากแต่งตัวเสร็จ เฮ่อจือหร่านก็เดินออกมาจากห้อง
โม่จิ่วเยี่ยเห็นเข้าก็ถึงกับตะลึง
เดิมทีเขายังอดเป็นห่วงนางไม่ได้ เพราะด้วยรูปโฉมของเฮ่อจือห
ร่าน แม้จะสวมชุดบุรุษก็คงไม่เหมือนบุรุษ แต่ใครจะรู้ว่าพอนางเดิน
ออกมา เขากลับแทบจ านางไม่ได้เสียอย่างนั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่าในพื้นที่มิติแห่งนี้มีเพียงพวกเขาสองคน โม่จิ่ว
เยี่ยคงต้องเอ่ยปากถามสักค า
เมื่อเฮ่อจือหร่านเห็นสีหน้าของโม่จิ่วเยี่ยก็รู้ได้ทันทีว่าการแต่ง
กายเพื่อปลอมตัวของตนนั้นส าเร็จผล
นางหมุนตัวหนึ่งรอบต่อหน้าโม่จิ่วเยี่ยอย่างภาคภูมิใจ จากนั้นก็
นั่งไขว้ขาบนเก้าอี้ รู้สึกจิตใจพลันเบิกบานขึ้นมาทันที่
“ข้าเหนื่อยแล้ว ท่านนวดให้ข้าหน่อยสิ”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นท่าทางแปลก ๆ ของนางก็เกือบจะหลุดข าออกมา
แต่เขาก็ยังให้ความร่วมมือเดินไปด้านหลังของนางเป็นอย่างดี
“ขอรับ ข้าน้อยจะนวดให้ท่านเอง”
เฮ่อจือหร่านเพิ่งเคยเห็นโม่จิ่วเยี่ยแสดงท่าทางไม่จริงจังแบบนี้
เป็นครั้งแรก จนนางอดหัวเราะไม่ได้
“ฮ่า ๆ ๆ โม่จิ่วเยี่ย ใครใช้ให้ท่านตามใจข้ากันเล่า ท่านคิดจะ
ล้อเล่นให้ข้าหัวเราะตายหรือ”
มุมปากของโม่จิ่วเยี่ยยกยิ้ม ค าพูดที่เอ่ยออกมานั้นท าให้เฮ่อจือห
ร่านพอใจยิ่งนัก
“ตราบใดที่เจ้าชอบ ข้าล้วนยินดี”
คนทั้งสองไม่ได้ตระหนักเลยว่านับตั้งแต่แต่งงานกันมา นี่เป็นครั้ง
แรกที่พวกเขาได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเช่นนี้
หลังจากหยอกล้อกันไปพักหนึ่ง เฮ่อจือหร่านรู้สึกว่าได้เวลาแล้ว
จึงออกไปจากพื้นที่มิติอีกครั้ง
ทันทีที่ก้าวออกจากตรอกก็ได้ยินผู้คนบนท้องถนนก าลังพูดคุย
กันเซ็งแซ่
“ได้ยินมาว่าท่านนายอ าเภอสั่งให้เจ้าหน้าที่ออกตามล่าหญิงสาว
ที่ท าร้ายคุณชายใหญ่ไปทั่วอ าเภอเลยนะ”
“นางช่างเก่งกาจจริง ๆ เจ้าหน้าที่ตามหาตั้งนานขนาดนี้กลับยัง
หาตัวไม่พบ”
“บางทีนางอาจจะออกจากอ าเภอไปแล้ว การค้นหาแค่ในอ าเภอ
คงไม่มีทางเจอหรอก”
“เฮ้อ…ข้าหวังว่าแม่นางคนนั้นจะออกจากอ าเภอไปแล้ว ถ้านาง
ตกอยู่ในมือของนายอ าเภอจริง ๆ คงต้องตายแน่นอน”
“…”
เฮ่อจือหร่านเดินไปตามถนน ตลอดเส้นทางล้วนได้ยินแต่
เรื่องราวที่นางลงมือทุบตีซุนเจียเป่าอย่างหนัก
ไม่เพียงเท่านั้น ยังเห็นเจ้าหน้าที่ถือกระบี่อยู่ไปทั่วด้วย
เฮ่อจือหร่านมั่นใจว่าคนอื่นจะจ านางไม่ได้ จึงก้าวเดินไปอย่างไม่
รีบร้อน
ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว เรื่องการเช่ารถม้าคงต้องรอเช้าพรุ่งนี้แทน
สิ่งที่นางต้องท าในเวลานี้คือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับนายอ าเภอ
คนนั้น
ในยุคโบราณ สถานที่ที่ดีที่สุดในการสืบหาข่าวสารคือร้านน ้า
ชาหรือร้านอาหาร
ดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงมองหาร้านน ้าชาที่มีลูกค้าค่อนข้างมาก
เลือกที่นั่งตรงริมหน้าต่าง สั่งน ้าชาหนึ่งกาจากเสี่ยวเอ้อร์ แล้วนั่งจิบ
ชาอย่างสบายใจ
ภายในโรงน ้าชาวันนี้ ผู้คนต่างก็พูดคุยกันถึงเรื่องซุนเจียเป่าถูก
ทุบตีไม่ต่างจากด้านนอก
น ้าเสียงของพวกเขาล้วนแสดงถึงความสะใจอยู่ไม่น้อย แต่ดู
เหมือนว่าจะยังเกรงกลัวอ านาจของท่านนายอ าเภอ จึงไม่กล้าเปล่ง
วาจาออกมาตรง ๆ
ข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเฮ่อจือห
ร่านได้ สิ่งที่นางต้องการรู้มากที่สุดคือเรื่องราวเบื้องหลังของท่าน
นายอ าเภอผู้นี้
ขณะที่นางก าลังจะลุกออกไปเพื่อหาแหล่งข่าวใหม่ พลันบังเอิญ
เหลือบไปเห็นชายชราคนหนึ่งจูงมือเด็กชายตัวเล็ก ๆ เดินเข้ามาใน
ร้าน
ชายชรามองไปรอบร้าน หลังเห็นว่าทุกที่นั่งเต็มหมดแล้ว จึงจูง
มือเด็กชายตรงเข้ามาหาเฮ่อจือหร่าน
“ขออภัยคุณชาย ท่านสะดวกใจจะแบ่งปันที่นั่งนี้หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านเห็นแบบนั้นจึงนั่งลงที่เดิม แล้วผายมือเชื้อเชิญ
“เชิญท่านลุงนั่งได้เลยขอรับ”
ชายชราเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีเป็นมิตรจึงกล่าวขอบคุณ แล้วพา
หลานชายตัวน้อยนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
จากนั้นจึงเรียกเสี่ยวเอ้อร์มาสั่งชาหนึ่งกา
ระหว่างที่เฮ่อจือหร่านก าลังครุ่นคิดหาวิธีล้วงความลับจากชาย
ชรา เขากลับเอ่ยปากขึ้นมาก่อน
“ฟังจากส าเนียงของท่านแล้ว ไม่น่าจะเป็นคนอ าเภอผิงหยางใช่
หรือไม่”