ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 134 ถังหมิงรุ่ย
เฮ่อจือหร่านไม่ได้หลบเลี่ยง
เพราะอย่างไรนางก็แต่งงานกับโม่จิ่วเยี่ยแล้ว พวกเขาเป็นสามี
ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาเพิ่งแสดงความรู้สึกที่มีต่อกัน ดังนั้นหากมี
อะไรเกิดขึ้นในตอนนี้ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
นางซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของโม่จิ่วเยี่ย ชายหนุ่มรู้สึกดีใจ
มากพร้อมกับโอบกอดนางแน่นขึ้น
เขาลูบหลังนางเบา ๆ
“พักผ่อนอีกสักหน่อยเถอะ ข้าจะรอชดเชยคืนเข้าหอให้เจ้า
จนถึงตอนนั้นแน่นอน”
เฮ่อจือหร่านพลันรู้สึกสบายใจ
เพราะเรื่องน่าประหลาดใจของพื้นที่มิติ พาให้เฮ่อจือหร่านแทบ
ไม่ได้นอนเลยทั้งคืน ตอนนี้นางจึงรู้สึกง่วงมาก
นางหลับตาลง รับรู้ถึงอ้อมกอดอันอบอุ่น แล้วหลับไปอย่าง
รวดเร็ว
แม้จะหลับไปเพียงครู่เดียว แต่การตื่นครั้งนี้ก็แตกต่างไปจากครั้ง
ก่อน ๆ นางยังคงนอนอยู่ในอ้อมกอดของโม่จิ่วเยี่ย
เสียงของโม่จิ่วเยี่ยฟังดูแหบพร่าเล็กน้อย “ตื่นแล้วหรือ?”
“อืม” เฮ่อจือหร่านตอบรับเบา ๆ แล้วเตรียมตัวลุกขึ้น
แต่ทันใดนั้นโม่จิ่วเยี่ยกลับกอดนางแน่นขึ้น แล้วจุมพิตเบา ๆ
ตรงหน้าผากของนาง
เฮ่อจือหร่านรู้สึกเขินอายเล็กน้อย จึงผลักเขาออก นางก าลังจะ
พูดอะไรบางอย่าง ก็ได้ยินเสียงของพี่สะใภ้แปดจากด้านนอก
“น้องสะใภ้เก้า ยาของเจ้าได้ผลดีมากเลย พี่แปดของเจ้าตื่นมา
เขาก็เดินได้คล่องแคล่วขึ้นมากแล้ว”
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ เฮ่อจือหร่านรู้สึกเหมือน
ตัวเองราวกับเป็นขโมย รีบผละออกจากอ้อมกอดของโม่จิ่วเยี่ยอย่าง
รวดเร็ว
นางจัดการตัวเองลวก ๆ แล้วเปิดม่านกระโจม
ความจริงแล้ว นางรู้สึกเหมือนตัวเองท าเรื่องน่าอายและกลัวคน
อื่นจะเห็น
แต่พี่สะใภ้แปดเป็นคนรู้จักกาลเทศะมาก นางยืนห่างจากกระโจม
ไปพอสมควร
เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านออกมา พี่สะใภ้แปดยังคงยืนอยู่ที่เดิม
“น้องสะใภ้เก้า พี่สะใภ้แปดไม่รู้จะขอบคุณเจ้าอย่างไรดีแล้ว”
เฮ่อจือหร่านยิ้มน้อย ๆ “พี่สะใภ้แปด พวกเราเป็นคนในครอบครัว
เดียวกัน ไม่ต้องขอบคุณอะไรหรอก”
เฮ่อจือหร่านเดินเข้ามาหา พี่สะใภ้แปดจึงก้าวไปข้างหน้าสอง
สามก้าว แล้วคล้องแขนของนางไว้
“ในเมื่อน้องสะใภ้เก้าพูดแบบนี้ พี่สะใภ้แปดก็จะไม่เกรงใจแล้ว
นะ”
ระหว่างที่พูดคุยกัน พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ก็เตรียมอาหารเช้าเสร็จแล้ว
จึงมาเรียกทุกคนให้ไปทานข้าว
โม่จิ่วเยี่ยอาสาจัดการกระโจมและข้าวของอื่น ๆ ให้เรียบร้อย
ก่อนจะตามพวกนางไปกินอาหารเช้าด้วยกัน
เพิ่งวางตะเกียบลง เผิงวั่งก็เดินเข้ามา
เขาถามถึงอาการของโม่ชูหานก่อน จากนั้นก็มองรถลากของ
พวกเขาอย่างล าบากใจ
“น้องชายโม่ น้องสะใภ้ อีกสองวันพวกเราจะต้องผ่านเขต
ทะเลสาบเกลือแล้ว ทะเลสาบเกลือไม่มีสะพาน ท าได้แค่นั่งเรือข้าม
แม่น ้า รถลากของพวกเจ้าคงเก็บไว้ไม่ได้ แต่อย่างไรก็ซื้อมาด้วยเงิน
จะทิ้งไปก็น่าเสียดาย วันนี้ตอนเดินทางผ่านเมือง พวกเจ้าน ามันไป
ขายที่ตลาดสัตว์เถอะ”
ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เฮ่อจือหร่านคงจะท าตามข้อเสนอของเผิงวั่ง
แล้วจัดการขายรถลากทิ้งไป
แต่ตอนนี้นางมีพื้นที่มิติที่ใหญ่โตขนาดนั้นแล้ว สามารถน ารถ
ลากเข้าไปเก็บไว้ได้เลย
เพราะความลับนี้มีแค่นางกับโม่จิ่วเยี่ยเท่านั้นที่รู้ จึงรับปากเผิงวั่ง
ทันที่
“พี่เผิงวางใจได้ วันนี้พวกเราจะจัดการกับมันเอง”
เผิงวั่งมาเตือนแค่เรื่องนี้ พอบรรลุจุดประสงค์แล้วก็เตรียมออก
เดินทางต่อ
เพื่อให้โอกาสพวกเขาจัดการเรื่องรถลาก วันนี้ขบวนนักโทษ
เดินทางเพิ่มอีกครึ่งชั่วยาม จากนั้นก็เข้าไปพักในเมือง
เช้าวันต่อมา เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยออกไปด้วยกันพร้อมกับ
รถลาก
ภายนอกดูเหมือนพวกเขาก าลังจะไปขายรถลาก แต่ความจริง
แล้วเป็นการน ามันเข้าไปในพื้นที่มิติต่างหาก
เฮ่อจือหร่านยังถือโอกาสนี้ซื้อของบ ารุงบางอย่างให้โม่ชูหาน
จากแอปเถาเป่า และซื้อผลไม้ตามฤดูกาลมาให้คนในบ้านด้วย
เมื่อทั้งคู่กลับมาที่โรงเตี๊ยม เผิงวั่งและคนอื่น ๆ ก็พร้อมออก
เดินทางแล้ว รอแค่พวกเขากลับมาเพื่อเดินทางไปยังทะเลสาบเกลือ
ตามแผนของเผิงวั่ง ขบวนนักโทษจะไปถึงเมืองที่ใกล้ทะเลสาบ
เกลือตอนค ่า
ที่นี่แตกต่างจากสถานที่อื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง
ทะเลสาบเกลือมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก ครอบคลุมสามแคว้นและ
เป็นเส้นทางคมนาคมทางน ้าที่ส าคัญและเจริญรุ่งเรืองที่สุดของ
ราชวงศ์ต้าซุ่น
แน่นอนว่าทะเลสาบเกลือยังเป็นแหล่งผลิตเกลือส าหรับบริโภค
ของราชวงศ์ต้าซุ่นอีกด้วย
ดังนั้น พ่อค้าและนักเดินทางที่มาที่นี่จึงมีมากมายจนน่าตกใจ
สถานที่อันเจริญรุ่งเรืองขนาดนี้ พวกเขาจึงคิดว่าเผิงวั่งคงจะพา
ทุกคนไปพักที่โรงเตี๊ยม
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือเผิงวั่งกลับพาพวกเขาเข้ามาในป่าเล็ก ๆ
แห่งหนึ่ง
พวกเจ้าหน้าที่ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับเรื่องนี้แล้ว พวกเขาเรียกให้
ทุกคนมองหาที่พักผ่อนกันเอง
เฮ่อจือหร่านรู้สึกสงสัยมาก จึงถามเจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ ๆ
“ท่านเจ้าหน้าที่ เมื่อครู่ข้าเห็นว่าที่นี่มีโรงเตี๊ยมอยู่มากมาย ท าไม
เราถึงต้องมาพักที่นี่ด้วยเล่า?”
เจ้าหน้าที่คนนั้นถอนหายใจ
“เจ้ามาที่นี่เป็นครั้งแรกจึงไม่รู้ พื้นที่แถวทะเลสาบเกลือ
เจริญรุ่งเรืองมาก โรงเตี๊ยมจึงเต็มทุกวัน ดังนั้นราคาก็แพงมาก ที่อื่น
คิดห้องละร้อยเหวินก็พักได้หนึ่งคืนแล้ว แต่ที่นี่อย่างน้อยต้องสอง
ต าลึงเชียวนะ”
แต่เฮ่อจือหร่านไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้ผิดแปลกอะไรไป
ก็เหมือนกับความแตกต่างระหว่างเมืองใหญ่กับแถบชนบทใน
ชาติก่อน ค่าครองชีพเองก็ต่างกันมาก
แม้ว่านางจะมีเงินมากมายในพื้นที่มิติ แต่ก็ไม่จ าเป็นต้องโอ้อวด
ความร ่ารวยที่นี่
ดังนั้น นางจึงยอมรับการตัดสินใจของเผิงวั่งอย่างเต็มใจ
เดิมทีนางคิดว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นจะอธิบายเสร็จแล้วก็จะไปจัดการ
ธุระอย่างอื่น แต่ใครจะรู้ว่าเขากลับพูดต่อไปอีก
“ครั้งก่อนที่พวกเรามาที่นี่ ได้ยินคนพูดกันว่า เมื่อก่อนโรงเตี๊ยม
และร้านอาหารส่วนใหญ่ของที่นี่อยู่ในมือของพ่อค้าตระกูลถัง
ต่อมาไม่รู้ว่าตระกูลถังไปล่วงเกินใครเขา เพียงชั่วข้ามคืน
โรงเตี๊ยมและร้านอาหารของพวกเขาก็ถูกเปลี่ยนมือ ผู้น าตระกูลถังก็
ล้มป่วยเพราะเรื่องนี้ และไม่กี่วันเขาก็ตายจากไป
หลังจากเจ้าของคนใหม่มารับช่วงต่อกิจการของตระกูลถัง ก็
ค่อย ๆ ผูกขาดกิจการร้านอาหารและโรงเตี๊ยมของที่นี่ทั้งหมด ราคา
ก็พุ่งขึ้นไม่หยุด จนกลายเป็นสถานการณ์ที่คนทั่วไปไม่มีปัญญาจะ
พักโรงเตี๊ยมแบบนี้”
ส าหรับเรื่องที่เจ้าหน้าที่เล่า เฮ่อจือหร่านก็แค่ฟังเท่านั้น เพราะ
สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเรื่องของคนอื่น
ทว่าตอนที่ทุกคนกินอาหารเย็นเสร็จและก าลังจะพักผ่อน กลับมี
เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังแว่วมาจากป่า
โม่จิ่วเยี่ยเป็นคนแรกที่ตื่นตัว
แม้ร่างกายของโม่ชูหานจะยังอ่อนแอ แต่เขาก็ไม่ได้ประมาท
สองพี่น้องหันหน้าไปยังที่มาของเสียงและตั้งท่าเตรียมพร้อม
เหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ก็ซ่อนตัวอยู่ในที่มืด พร้อมลงมือทันทีที่
ได้รับค าสั่งจากนายทั้งสอง
เฮ่อจือหร่านรีบเดินเข้ามาใกล้พวกเขาอย่างรวดเร็ว แล้วตั้งใจฟัง
เสียงการเคลื่อนไหวจากที่ไกล ๆ
ไม่นานนัก เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
พร้อมกับเสียงฝีเท้าอันสับสนวุ่นวาย
ด้วยการอาศัยแสงจันทร์ จึงสามารถมองเห็นเงาด าหลายเงา
ก าลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหน้า
คนที่วิ่งน าหน้าเหมือนจะหมดแรงไปบ้างแล้ว ร่างกายจึงโซเซไป
มา
เงาคนที่วิ่งตามมาด้านหลังถือดาบใหญ่ไว้ในมือ พร้อมกับ
ตะโกนว่า
“ถ้าเจ้ายังอยากมีชีวิตรอด ก็ส่งมอบบันทึกลับทางการค้าของ
ตระกูลถังมาซะดี ๆ ไม่อย่างนั้นวันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า! ถังหมิง
รุ่ย!”
“ไอ้พวกสุนัขกลุ่มเหยียนปาง ต่อให้ตาย ข้าก็ไม่มีวันมอบบันทึก
ลับให้พวกเจ้าหรอก!”
เมื่อได้ยินชื่อถังหมิงรุ่ย เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็สบตากันทันที่
ชื่อนี้ ไม่ใช่ชื่อที่แปลกส าหรับพวกเขา
เพื่อค้นหาสาเหตุแท้จริงที่หนานฉีพยายามลอบสังหารโม่จิ่วเยี่ย
ก่อนหน้านี้พวกเขาได้อ่านประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานั้นอย่างละเอียด
พวกเขาจ าได้แม่นเกี่ยวกับบุคคลส าคัญบางคนในประวัติศาสตร์
บันทึกทางประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า หลังจากเฟ่ยหนานอวี่
สถาปนาราชวงศ์ต้าซิง ในการสร้างชาติ ผู้ที่ให้การสนับสนุนเงินให้
อย่างมากที่สุดกับเขา ก็คือพ่อค้าที่มีชื่อว่า ถังหมิงรุ่ย!