ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 189 ขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิต
เมื่อเห็นนายอ าเภอก าลังพูดคุยอย่างสนุกสนานกับชายหญิงคู่
หนึ่งจากสกุลโม่ ตระกูลจ้าวและตระกูลโจวก็เหมือนจะเข้าใจอะไร
บางอย่าง
วันนี้มีคนสกุลโม่มาที่นี่หลายคน พวกเขาต้องการเช่าบ้านเพื่อ
พักอาศัยชั่วคราวในช่วงฤดูหนาว แต่เนื่องจากค าขู่ของตระกูลชุย
แม้พวกเขาจะมีบ้านว่างอยู่ก็ไม่กล้าตอบตกลง
นอกจากจะสูญเสียรายได้ก้อนโตแล้ว ดูท่าพวกเขายังท าให้คน
เหล่านี้ไม่พอใจอีกด้วย
ตระกูลจ้าวและตระกูลโจวจึงได้แต่หวังว่าคนสกุลโม่จะไม่ถือสา
พวกเขาที่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา และไม่ฟ้องร้องกับท่าน
นายอ าเภอ เพราะการตีตัวออกห่างไม่ใช่เจตนาของพวกเขา…
เฮ่อจือหร่านสังเกตเห็นชาวบ้านเหล่านี้ก าลังปีนก าแพงมอง แต่
ไม่รู้ว่าพวกเขาก าลังคิดอะไรอยู่
ตอนนี้นางคิดเพียงจะได้พบกับครอบครัวโดยเร็ว และมอบยาแก้
พิษให้พี่ห้า
พวกเขาเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่มาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ มุ่งหน้าไป
ทางเชิงเขา
เมื่อเข้าใกล้จุดหมาย ก็มีเจ้าก้อนกลมสีขาวด าวิ่งโซเซมาจาก
ด้านหน้า
ข้าวปั้นน้อยวิ่งตรงมาหาเฮ่อจือหร่าน โดยมีโม่หานเยี่ยวิ่งไล่ตาม
อยู่ด้านหลัง
“ข้าวปั้นน้อย! เจ้าอย่าวิ่งสิ พี่สะใภ้เก้าก าลังจะกลับมาแล้ว”
ข้าวปั้นน้อยกลิ้งไปมาบนถนนสองสามครั้ง แล้วพุ่งเข้าไปในอ้อม
กอดของเฮ่อจือหร่าน
ในตอนนั้นโม่หานเยี่ยก็วิ่งตามมาด้วย
แต่เพราะเป็นทางโค้ง อีกทั้งโม่หานเยี่ยรีบไล่ตามข้าวปั้นน้อยจน
ไม่ทันระวัง ทันใดนั้นนางก็สะดุดหินก้อนใหญ่
คนทั้งคนพลันล้มคะม าไปข้างหน้าในชั่วพริบตา
โม่จิ่วเยี่ยในตอนนี้สนใจแต่ข้าวปั้นน้อยในอ้อมกอดของเฮ่อจือห
ร่าน เมื่อสังเกตเห็นว่าน้องสาวก าลังจะล้มและอยากรีบไปช่วยก็สาย
เกินไปแล้ว
ในช่วงเวลาคับขันนั้นเอง เมิ่งไห่หนิงกระโดดลงจากหลังม้า รับ
โม่หานเยี่ยที่ก าลังจะล้มไว้ได้อย่างมั่นคง
“แม่นาง ระวังด้วย”
โม่หานเยี่ยเรียนรู้มารยาทและกฎเกณฑ์ของตระกูลมาตั้งแต่เด็ก
เมื่อรู้สึกว่าร่างกายตัวเองสัมผัสกับบุรุษแปลกหน้าจึงรีบถอยหลังไป
หลายก้าว
หลังจากยืนได้มั่นคงแล้ว นางจึงมองไปยังคนที่ยื่นมือมาช่วย
เห็นเมิ่งไห่หนิงที่อายุราวยี่สิบปี หน้าตาสุภาพเรียบร้อย แม้ชุด
ขุนนางของนายอ าเภอจะท าให้เขาดูมีอายุเกินกว่าวัยแต่ไม่อาจบดบัง
ความหล่อเหลา
ทันใดนั้นโม่จิ่วเยี่ยก็วิ่งมาถึง เขาสอบถามด้วยความเป็นห่วง
“หานเยี่ย เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่?”
โม่หานเยี่ยส่ายหน้า “พี่เก้า ข้าไม่เป็นไร โชคดีที่ท่านผู้นี้ช่วยไว้
ทัน”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นเหตุการณ์ที่เมิ่งไห่หนิงช่วยคนแล้วเช่นกัน และ
เพราะเมื่อครู่เขาเป็นห่วงน้องสาวมากเกินไปจึงไม่ได้ขอบคุณอีกฝ่าย
ก่อน
หลังเห็นว่าโม่หานเยี่ยไม่เป็นอะไร เขาจึงค านับให้เมิ่งไห่หนิง
“ขอบคุณน้องชายเมิ่งที่ช่วยเหลือ”
โม่หานเยี่ยเห็นว่าคนผู้นี้รู้จักกับพี่เก้า ทั้งยังสนิทสนมถึงขั้นเรียก
พี่น้อง ความตื่นเต้นในใจจึงลดลงไปครึ่งหนึ่ง
นางกล่าวกับเมิ่งไห่หนิงอย่างสุภาพ “ขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิต”
เมิ่งไห่หนิงเห็นโม่หานเยี่ยล้มเมื่อครู่ก็คิดว่าเป็นเพียงชาวบ้านใน
หมู่บ้านซีหลิ่ง เขาจึงช่วยเหลือไปตามสัญชาตญาณ
ไม่คิดเลยว่าคนที่ช่วยไว้จะเป็นน้องสาวของพี่โม่ เขาจึงเพิ่ง
สังเกตเด็กสาวตรงหน้าอย่างละเอียด
นางมีดวงตาใสกระจ่างและมีชีวิตชีวา คิ้วโก่งงามดั่งใบหลิว เวลา
แย้มยิ้มก็น่ารักน่าเอ็นดู
ท่าทางและการพูดจาก็ไม่ได้เสแสร้งแกล้งท า ดูแตกต่างจากหญิง
สาวตระกูลใหญ่ที่เขาเคยพบมาโดยสิ้นเชิง
เมิ่งไห่หนิงไม่เคยวางตัวเป็นขุนนางต่อหน้าคนสกุลโม่ เขาเพียง
ต้องการพูดคุยในฐานะสหายเท่านั้น
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจึงประสานมือค านับตอบโม่หานเยี่ย
“ข้าเพียงช่วยเหลือเล็กน้อย แม่นางโม่ไม่ต้องเกรงใจ”
โม่หานเยี่ยเพิ่งเคยใกล้ชิดกับชายอื่นนอกจากบิดาและพี่ชาย
เป็นครั้งแรก เมื่อเห็นท่านนายอ าเภอผู้สง่างามและไม่ถือตัวค านับ
ตอบ นางก็รู้สึกเขินอายจึงก้มหน้าวิ่งไปหาเฮ่อจือหร่าน
วันนี้นางอยู่กับข้าวปั้นน้อยทั้งวัน เมื่อครู่เห็นข้าวปั้นน้อยวิ่ง
หายไปก็ตกใจไม่น้อย
ตอนนี้เห็นมันนอนอย่างสบายใจอยู่ในอ้อมกอดของพี่สะใภ้เก้า
โม่หานเยี่ยจึงโล่งอกทันที่
โม่จิ่วเยี่ยรีบอยากกลับ จึงเรียกให้เมิ่งไห่หนิงเดินต่อไปยังเชิงเขา
ตอนนี้ใกล้ค ่าแล้ว เพราะไม่สามารถเช่าบ้านในหมู่บ้านได้ส าเร็จ
ทุกคนจึงตั้งเตาไฟอย่างง่าย ๆ ไว้ข้างนอก และเหล่าสตรีทั้งหลายก็
ก าลังยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหารเย็น
เพียงเมิ่งไห่หนิงเดินมาถึงเชิงเขา เขาก็ตกตะลึงกับสภาพบ้านที่
ทรุดโทรมตรงนั้นทันที่
ขณะเดียวกันเขาก็ยิ่งเกลียดชังการใช้อ านาจในทางมิชอบของ
รองนายอ าเภอชุยมากขึ้น
“พี่โม่ บ้านหลังนี้จะอยู่อาศัยได้อย่างไร พวกท่านไปพักอยู่ที่ว่า
การกับข้าชั่วคราวสักคืนก่อนดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ข้าจะจัดหาที่พักใหม่
ให้พวกท่าน”
เดิมทีเขาตกลงกับโม่จิ่วเยี่ยไว้แล้วว่าจะให้พวกเขาอยู่ในหมู่บ้าน
ซีหลิ่งต่อ แม้จะมีการกลั่นแกล้งรังแกจากคนตระกูลชุย แต่เขาเชื่อว่า
หากตนเป็นฝ่ายออกหน้าเอง เรื่องนี้ก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างราบรื่น
แต่ไม่คิดเลยว่าบ้านเรือนในหมู่บ้านซีหลิ่งที่จัดสรรให้พวกเขาจะ
เป็นแบบนี้
ส่วยที่เอียง ๆ เอน ๆ ยังถือว่าดี แต่ส่วนใหญ่ผุพังไปแล้ว…
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านตัดสินใจดีแล้ว จึงไม่คิดจะเปลี่ยนความ
ตั้งใจ
“ข้าคิดว่าที่นี่ก็ไม่เลวนัก ปีหน้าพอถึงฤดูใบไม้ผลิ เราจะซื้อที่นี่
แล้วซ่อมแซมให้ดี ถึงตอนนั้นหากน้องชายเมิ่งมาเยี่ยมเยียนอีกครั้งก็
จะไม่เห็นสภาพเช่นนี้แล้ว”
เมิ่งไห่หนิงส่ายหัวอย่างจนปัญญา เขามองออกว่าพี่โม่ยืนกราน
จะอยู่ที่นี่ เขาเองก็ไม่สะดวกใจที่จะเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายมากเกินไป
โม่จิ่วเยี่ยแนะน าเมิ่งไห่หนิงให้คนในครอบครัวรู้จักอย่างเป็น
ทางการ และเล่าเรื่องการรู้จักกันระหว่างพวกเขาคร่าว ๆ
คนสกุลโม่ได้ยินว่าเมิ่งไห่หนิงถูกส่งให้มาเป็นนายอ าเภอที่เมืองอ
วิ่นโดยเฉพาะ ก็ยิ่งมีความประทับใจในตัวเขามากขึ้น
เมิ่งไห่หนิงเพิ่งได้รู้ข่าวว่าโม่ชูหานกับโม่จงหยวนยังมีชีวิตอยู่
เขาจึงรู้สึกดีใจแทนคนสกุลโม่ด้วยความจริงใจ
คนสกุลโม่ถูกเนรเทศมาทั้งตระกูลก็น่าสงสารมากพออยู่แล้ว
ตอนนี้ยังสามารถพบบุตรชายสองคนที่ยังมีชีวิตอยู่ นับว่าเป็นความ
เมตตาจากสวรรค์จริง ๆ
เมิ่งไห่หนิงชื่นชมวีรกรรมอันกล้าหาญของบุรุษสกุลโม่มาโดย
ตลอด ดังนั้นเขาจึงค านับต่อโม่ชูหานและโม่จงหยวน เอ่ยเรียกทั้ง
สองคนว่าพี่ห้าและพี่แปดตามโม่จิ่วเยี่ย
ขณะเดียวกันเขาก็เปลี่ยนค าเรียกโม่จิ่วเยี่ยเป็นพี่เก้า
เขากวาดตามองสภาพแวดล้อมรอบ ๆ อย่างละเอียด หากไม่ใช่
เพราะบ้านที่พังเหล่านี้ท าให้ดูยากจนเกินไป เมื่อมองเพียงเรื่อง
ต าแหน่งที่ตั้ง สถานที่ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นที่ที่ดีทีเดียว
เพื่อเข้าใจสถานการณ์ของที่นี่เพิ่มเติม เมิ่งไห่หนิงจึงเรียก
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งมา
“บ้านเรือนเหล่านี้เป็นของใคร?”
หม่าจวิ้นซานเป็นคนที่ก้าวออกมารายงาน เขาค่อนข้างคุ้นเคย
กับเรื่องนี้พอสมควร
“เรียนใต้เท้า บ้านเรือนเหล่านี้ล้วนเป็นเรือนเก่าของชาวบ้านซี
หลิ่ง ได้ยินมาว่าเป็นที่อยู่อาศัยของบรรพชนพวกเขา เนื่องจากพวก
ชนเผ่าหมานอี๋มักจะมารบกวนเป็นครั้งคราว ชาวบ้านจึงย้ายไปอยู่
กลางหมู่บ้านเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น ตระกูลใหญ่หลายตระกูลก็
ตัดสินใจย้ายไปอยู่ใจกลางหมู่บ้าน ท าให้บ้านเรือนแถวนี้ค่อย ๆ ว่าง
ลง อีกทั้งยังขาดการซ่อมแซมเป็นเวลานานจึงมีสภาพเช่นนี้”
หลังจากฟังค าบอกเล่าของหม่าจวิ้นซาน เมิ่งไห่หนิงก็ปวดขมับ
อีกครั้ง
“พี่ชายทั้งหลาย ที่นี่มีท าเลที่ดีจริง ๆ แต่หากพวกหมานอี๋บุกมา
รบกวนก็จะเป็นเรื่องยุ่งยากมาก ไม่สู้…”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าเมิ่งไห่หนิงก าลังโน้มน้าวให้พวกเขาย้ายไปอยู่ที่อื่น
เขาจึงเอ่ยแทรกขึ้นว่า
“น้องชายเมิ่งไม่ต้องกังวล ถึงพวกหมานอี๋จะบุกมารบกวนก็คง
พากันมาไม่มากนัก มีพวกเราพี่น้องอยู่ ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก”