ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 256 ของขวัญที่เทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งการทะลุมิติมอบให้นาง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 256 ของขวัญที่เทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งการทะลุมิติมอบให้นาง
ข้าวปั้นน้อยโอบกอดคอเจ้าของ ราวกับก าลังอวดความดี
ความชอบเพื่อรอคอยรางวัล
เฮ่อจือหร่านไม่ท าให้เจ้าตัวน้อยผิดหวัง หลังจากจุมพิตศีรษะเล็ก
ๆ ของมันแล้ว ก็ส่งมันกลับไปยังพื้นที่มิติ
ในขณะเดียวกัน ทั้งชามนม หน่อไม้อ่อน แอปเปิลลูกเล็ก และ
แคร์รอตก็มีครบ ไม่ขาดตกบกพร่อง
เมื่อเห็นข้าวปั้นน้อยวิ่งไปหาอาหารอย่างตื่นเต้น เฮ่อจือหร่านจึง
ดึงจิตส านึกกลับมา
สิ่งที่นางได้ยินคือค าอุทานของโม่จิ่วเยี่ย
“ไม่คิดว่าข้าวปั้นน้อยจะมีความสามารถยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้”
“ใช่แล้ว เจ้าตัวน้อยนี่ฉลาดมาก” ความสามารถของข้าวปั้นน้อย
เฮ่อจือหร่านรู้สึกว่านี่คือของขวัญที่เทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งการทะลุมิติ
มอบให้นาง มิฉะนั้น จะอธิบายความสามารถอันเหนือธรรมชาติของ
ข้าวปั้นน้อยได้อย่างไร?
ทั้งสองผ่านทุ่งดอกไม้ไปได้อย่างราบรื่น พวกเขาคิดว่าข้างหน้า
คงจะมีอุปสรรคอะไรอีก แต่กลับพบว่าไม่ได้เจอปัญหาอะไรเลย
จนกระทั่งมองเห็นเงาของอาคาร
เมื่อคฤหาสน์ซือเหมิงอยู่ตรงหน้า หัวใจของโม่จิ่วเยี่ยก็หนักอึ้ง
หากปรมาจารย์ซือเหมิงเป็นคนที่ท าร้ายสกุลโม่จริง ๆ บิดาและ
พี่ชายที่หายตัวไปของเขาก็อาจจะเคยมาที่นี่
ตอนนี้ฟ้ายังสว่างอยู่ ทั้งสองยังไม่อาจยืนยันสถานการณ์ภายใน
คฤหาสน์ได้ เพื่อไม่ให้เผยพิรุธ พวกเขาจึงตัดสินใจจะลอบเข้าไป
หลังจากฟ้ามืดแล้ว
แม้จะเป็นเช่นนั้น หลังจากฟ้ามืดพวกเขาก็ยังคงระวังตัว
เฮ่อจือหร่านน าโดรนออกมา บังคับให้มันบินวนเวียนเหนือ
คฤหาสน์เพื่อส ารวจรอบนอกทั้งหมด
จากการสังเกตผ่านโดรน ทุกอย่างเป็นไปตามที่พี่สามบอกจริง ๆ
ที่นี่เหมือนเป็นเพียงคฤหาสน์ร้าง ไม่มีอะไรพิเศษ และไม่มีร่องรอย
ของผู้คน
หมายความว่า สิ่งแรกที่พวกเขาต้องท าคือตรวจสอบบ่อน ้าแห้ง
ตามข้อมูลที่พี่สามสืบมาได้
เฮ่อจือหร่านเก็บโดรนเข้าไปในพื้นที่มิติ
แม้ว่าโดรนจะทันสมัย แต่ถ้ามีคนตั้งใจซ่อนตัวก็ไม่สามารถตรวจ
พบได้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อเข้าไปในคฤหาสน์ทั้งคู่จึงไม่ได้ประมาท
โม่จิ่วเยี่ยมีวรยุทธ์สูงส่ง สายตาและการได้ยินเหนือกว่าคนทั่วไป
เขาคอยระวังตัวตลอดเวลา พลางสังเกตเสียงรอบข้างอย่างตั้งใจ
ด้วยวิธีนี้ พวกเขาจึงมาถึงหน้าบ่อน ้าแห้งนั้นแล้ว
เฮ่อจือหร่านหยิบไฟฉายออกมา คิดจะส ารวจสภาพที่ก้นบ่อก่อน
แต่กลับถูกโม่จิ่วเยี่ยกอดไว้ทันที่ พร้อมกับหมุนตัวคล่องแคล่ว
“ระวัง!”
ขณะเอ่ยก็มีลูกธนูหลายดอกพุ่งออกมาจากก้นบ่อ แต่เพราะทั้ง
สองหลบหลีกรวดเร็ว ลูกธนูจึงพลาดเป้า
“ไม่คิดเลยว่าในบ่อน ้าแห้งเช่นนี้จะมีกลไกซ่อนอยู่” เฮ่อจือหร่าน
พูดด้วยความหวาดผวา โชคดีที่โม่จิ่วเยี่ยไหวพริบดี ไม่เช่นนั้นด้วย
ความเร็วของลูกธนูเหล่านี้ นางคงหลบได้ยาก
โม่จิ่วเยี่ยสีหน้าจริงจัง “เมื่อครู่เจ้าไปแตะตรงไหนเข้า?”
จากการสืบหาของพี่สาม ที่นี่คือทางเข้าห้องลับ ถ้าไม่รู้วิธีหลบ
กลไกเหล่านั้น การเข้าไปในห้องลับคงไม่ใช่เรื่องง่าย
เฮ่อจือหร่านพยายามนึกถึงต าแหน่งที่ตัวเองอาจไปสัมผัสเมื่อครู่
“ข้าไม่ได้แตะปากบ่อ ถ้าจะมีกลไก ก็คงอยู่ที่พื้นเท่านั้น”
เมื่อได้ยินว่ากลไกอาจอยู่ที่พื้น โม่จิ่วเยี่ยรีบดึงนางไปอยู่ข้างหลัง
ตัวเอง แล้วค่อย ๆ เดินไปตรวจสอบข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
โม่จิ่วเยี่ยย่อตัวลงในระยะไม่ไกลจากจุดที่เฮ่อจือหร่านยืนเมื่อครู่
นิ้วมือค่อย ๆ แตะพื้น แล้วเพิ่มแรงกด
ไม่นานนัก การเคลื่อนไหวของเขาก็หยุดชะงัก
เฮ่อจือหร่านถาม “พบอะไรหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยพูดเบา ๆ “ข้ารู้สึกว่าที่นี่มีบางอย่างไม่ถูกต้อง”
เฮ่อจือหร่านย่อตัวลงอย่างระมัดระวังข้างกายโม่จิ่วเยี่ย ยื่นมือ
แตะเบา ๆ ตรงต าแหน่งที่เขาบอก
แน่นอนดินตรงนั้นนุ่มกว่าจุดอื่นเล็กน้อย
โม่จิ่วเยี่ยขุดดินออก และแล้วก็พบกับกลไกเหล็กซ่อนอยู่ด้านใน
ส าหรับกลไกโบราณเฮ่อจือหร่านไม่ค่อยเข้าใจนัก
“เป็นอย่างไรบ้าง แก้กลไกได้หรือไม่?”
ถ้ากลไกนี้ควบคุมเพียงลูกธนูเหล่านั้นก็ยังดี พวกเขาแค่ไม่ไป
เหยียบมันเข้าก็จะไม่เป็นปัญหา เฮ่อจือหร่านกังวลว่ากลไกนี้อาจมี
ประโยชน์อย่างอื่น จึงคิดว่าควรแก้ไขมันก่อนแล้วค่อยหาวิธีลงไปที่
ก้นบ่อน ้า
โม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้วครุ่นคิดสักพัก แล้วเริ่มขุดดินต่อไป พยายาม
เปิดเผยกลไกควบคุมทั้งหมดออกมา
เขาไม่กล้าประมาท ทุกการเคลื่อนไหวจึงระมัดระวังอย่างยิ่ง
เวลาผ่านไปประมาณครู่ใหญ่ โม่จิ่วเยี่ยก็ขุดดินรอบ ๆ กลไกนั้น
ออกมาจนส าเร็จ
“นี่เป็นตัวควบคุมกลไก ตอนที่ข้าน าทหารบุกเข้าวังหลวงหนาน
เจียง ท้องพระคลังของพวกเขาก็ติดตั้งกลไกประเภทนี้ไว้”
“มีวิธีถอดออกหรือไม่” เฮ่อจือหร่านเหมือนจะร้อนใจ ไม่รู้ว่าการ
ที่นางเพิ่งสัมผัสกลไกนี้จะท าให้คนในบ่อไหวตัวทันหรือไม่
โม่จิ่วเยี่ยไม่ตอบ แต่ให้นางช่วยส่องไฟฉายให้
เขาเปิดฝาตัวควบคุมออก แล้วตรวจดูอย่างละเอียดอยู่นาน
“หร่านหร่าน ข้าต้องการกรรไกรที่คมสักหน่อย”
เฮ่อจือหร่านเห็นว่าข้างในตัวควบคุมมีสายทองแดงมากมาย มัน
ยื่นออกไปทุกทิศทาง ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสิ่งที่คล้ายสปริงอยู่อีก
หลายอัน
คาดว่าหลักการของกลไกนี้คือสายทองแดงเหล่านั้นเป็นตัว
เชื่อมต่อกับปุ่มบางจุด ส่วนสปริงใช้ส าหรับกระตุ้นการตอบสนองเมื่อ
มีการสัมผัส
แม้ว่าการออกแบบกลไกนี้จะดูเรียบง่าย แต่ภูมิปัญญาของคน
โบราณที่สามารถคิดค้นสิ่งนี้ได้ ก็นับเป็นสิ่งที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง
เฮ่อจือหร่านไม่รอช้า เข้าไปในพื้นที่มิติอย่างรวดเร็ว จัดการซื้อ
กรรไกรตัดเหล็กจากเถาเป่าส่งให้โม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยรับกรรไกรมาและตัดสายทองแดงทั้งหมดภายใน
ตามมาด้วยเสียงโลหะกระทบกันจากก้นบ่อ นอกจากนี้ยังเห็น
แมลงไม่ทราบชนิดบินออกมาจากบ่อ
โม่จิ่วเยี่ยโอบเอวเฮ่อจือหร่านให้ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว พร้อม
กับเตือนว่า “ระวัง”
เฮ่อจือหร่านตอบสนองรวดเร็วเช่นกัน นางคาดเดาว่าแมลง
เหล่านี้อาจมีพิษ จึงรีบหยิบสเปรย์ฆ่าแมลงออกมาจากพื้นที่มิติและ
ถือไว้ในมือ
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยยืนได้มั่นคงแล้ว นางก็ยกสเปรย์ฆ่าแมลงขึ้นและฉีด
ไปที่แมลงเหล่านั้น
แมลงได้กลิ่นแปลกปลอมก็ดิ้นรนอยู่ตรงหน้าพวกเขาสองสาม
ครั้งก่อนจะร่วงลงพื้น
หลังจากสังเกตอีกครั้ง จึงเห็นว่าไม่มีแมลงบินออกมาจากบ่ออีก
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านจึงกลับไปยังจุดเดิม
ตอนนี้กลไกได้ถูกจัดการไปแล้ว ทั้งสองคนจึงสามารถตรวจสอบ
ก้นบ่อได้อย่างสบายใจ
เฮ่อจือหร่านถือไฟฉายส่องไปที่ก้นบ่อ ประเมินด้วยสายตาว่าบ่อ
นี้คงลึกอย่างน้อยห้าเมตร บนผนังหินทั้งสองด้านของบ่อมีก้อนหินยื่น
ออกมาหลายก้อน
พอมองลงไปที่ก้นบ่ออีกครั้ง ก็มีลูกธนูหลายสิบดอกและมีดสั้น
คมกริบอีกสิบกว่าเล่ม
นี่น่าจะเป็นอาวุธลับทั้งหมดที่ถูกกลไกควบคุม
นอกจากนี้ยังมีกบอีกหลายตัวที่ดูแล้วชวนให้คลื่นไส้
เฮ่อจือหร่านแค่ตัดสินจากรูปร่างภายนอกว่ามันเป็นกบ เพราะ
ขนาดของพวกมันใหญ่กว่าอึ่งอ่างที่นางเคยเห็นในชาติก่อน และบน
ตัวยังมีลวดลายหลากสีอีกด้วย
“ท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้วแน่น พูดด้วยน ้าเสียงทุ้มว่า “น่าจะเป็นกบเจ็ด
สี ว่ากันว่าสิ่งนี้มีพิษร้ายแรงมาก ยาพิษที่ชาวหนานเจียงใช้กันส่วน
ใหญ่ก็มาจากเลือดของกบเจ็ดสี”