ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 293 ไม่ว่าจะชายหรือหญิงก็ล้วนเพิ่มสายเลือดให้สกุลโม่
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 293 ไม่ว่าจะชายหรือหญิงก็ล้วนเพิ่มสายเลือดให้สกุลโม่
แม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะยังไม่ได้ถูกความคิดของคนโบราณหลอม
รวมอย่างสมบูรณ์ แต่นางก็เข้าใจถึงความปรารถนาที่จะเป็นแม่คน
ของผู้หญิงคนหนึ่ง
เพื่อให้พี่สะใภ้ทั้งหลายสบายใจ นางสัญญาว่า “พี่สะใภ้ทั้งหลาย
วางใจได้ ในอีกไม่กี่วันข้าจะพยายามปรุงยาแก้พิษให้พวกท่านทุกคน
ได้ดื่ม”
พี่สะใภ้แปดจับมือนางด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง
“น้องสะใภ้เก้า ถ้าพิษของพวกเราถูกแก้ไขแล้ว พวกเราก็จะมีลูก
ของตัวเองได้ใช่หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านถือโอกาสจับชีพจรให้พี่สะใภ้แปด ชีพจรของนางไม่
แตกต่างจากพี่สะใภ้หก นอกเหนือจากนั้นทุกอย่างก็ปกติดี นั่นแสดง
ว่าตัวพี่สะใภ้แปดเองก็ไม่มีปัญหาอะไร หากไม่ได้ถูกวางยาพิษนางก็
คงมีลูกของตัวเองไปนานแล้ว
ดังนั้น นางจึงตอบอย่างมั่นใจว่า
“พี่สะใภ้แปด หลังจากดื่มยาแก้พิษและบ ารุงร่างกายอีกสักระยะ
พวกท่านก็จะมีลูกของตัวเองได้แล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินค าพูดของเฮ่อจือหร่าน พี่สะใภ้แปดก็ร้องไห้ออกมา
ด้วยความดีใจ “ดีจริง ๆ ขอแค่ข้าสามารถให้ก าเนิดได้ ไม่ว่าจะชาย
หรือหญิงก็ล้วนเพิ่มสายเลือดให้สกุลโม่ได้”
พี่สะใภ้คนอื่นที่ได้สามีกลับคืนมาเห็นดังนั้น ก็พากันเข้ามา
ขอให้เฮ่อจือหร่านช่วยจับชีพจรให้
เฮ่อจือหร่านช่วยตรวจดูแล้วบอกว่าร่างกายของพวกนางไม่มี
ปัญหาอะไร ไม่ช้าก็เร็วจะต้องมีลูกได้แน่
พี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รองมองดูด้วยความอิจฉา พวกนาง
คาดหวังจริง ๆ ว่าสามีของตัวเองจะกลับมามีชีวิตอยู่ด้วยกัน แม้จะ
เป็นอัมพาตนอนอยู่บนเตียงตลอดชีวิตเหมือนน้องสี่กับน้องเจ็ด แต่
พวกนางก็ยินดีที่จะดูแลพวกเขา
ส่วนเรื่องลูก สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองไม่กล้าหวังมากนัก
เพราะในบรรดาพี่น้องสะใภ้ด้วยกัน พวกนางสองคนอายุมาก
ที่สุด และได้รับพิษมานานที่สุดด้วย
ตอนนี้ความปรารถนาเดียวของพวกนางคือขอให้สามีกลับมา
อย่างปลอดภัย
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นลูกสะใภ้หลายคนเข้าไปหาเฮ่อจือหร่านเพื่อ
ขอให้จับชีพจร ด้วยกลัวว่านางจะเหนื่อยจนกระทบกับทารกในครรภ์
จึงรีบต าหนิว่า
“พวกเจ้าอย่าเข้าไปวุ่นวายเลย สะใภ้เก้าบอกว่ารักษาได้นางก็
ต้องรักษาได้แน่นอน ตอนนี้นางต้องการพักผ่อน ถ้าไม่มีธุระอะไรก็ไม่
ต้องมารวมกลุ่มกันอยู่ที่นี่ ใครมีอะไรต้องท าก็ไปท าเถอะ”
เหล่าพี่สะใภ้เห็นแม่สามีเอ่ยเตือน จึงตระหนักได้ว่าเมื่อครู่นี้พวก
นางค่อนข้างจะวุ่นวายกับน้องสะใภ้เกินไปจริง ๆ
น้องสะใภ้เก้าเพิ่งตั้งครรภ์ทั้งยังเดินทางมาไกล พวกนางตั้งใจมา
เพื่อแสดงความห่วงใย แต่กลับมาขอให้น้องสะใภ้เก้าช่วยจับชีพจร
เสียอย่างนั้น
พี่สะใภ้ทั้งหลายรู้สึกละอายใจนัก พวกนางเข้าไปพูดปลอบด้วย
ความเกรงใจสองสามค า แล้วจึงแยกย้ายกันออกไป
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นบรรดาลูกสะใภ้ไปแล้ว จึงก าชับเฮ่อจือหร่านอีก
ครั้งก่อนจะออกไปด้วย
หลังทุกคนออกไปหมด ในห้องจึงเหลือเพียงหลานเอ๋อร์กับอวี่
เอ๋อร์ ทั้งคู่เหมือนจะยอมรับเฮ่อจือหร่านเป็นนายหญิงแล้ว หลังจาก
มาถึงบ้านสกุลโม่ พวกนางก็ไม่เคยอยู่ห่างจากนางเลย
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าสาวใช้สองคนนี้ซื่อสัตย์มาก การมีพวกนางอยู่
ข้างกายคอยรับใช้จึงท าให้รู้สึกสบายใจ แต่หากนางต้องเข้าไปใน
พื้นที่มิติก็คงจะไม่สะดวกเท่าไหร่
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังเคยเป็นทหาร จึงไม่คุ้นชินกับการมีคนคอย
รับใช้ตลอดเวลาแบบนี้
“หลานเอ๋อร์ อวี่เอ๋อร์ ตอนนี้สกุลโม่เป็นแค่ครอบครัวชาวบ้าน
ธรรมดา ไม่มีกฎเกณฑ์เยี่ยงคนตระกูลใหญ่อีกแล้ว พวกเจ้ามาอยู่ที่นี่
ก็ท าตัวตามสบายเถอะ ไม่จ าเป็นต้องติดตามข้าทั้งวันหรอก”
หลานเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกไม่มั่นใจ
“ฮูหยินเก้า ตอนแรกท่านกับคุณชายเก้าช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้
ตอนนี้พวกเราก็เป็นคนของท่านแล้ว โดยเฉพาะตอนนี้ท่านก าลัง
ตั้งครรภ์ ต้องมีคนคอยดูแลข้างกาย หากท่านคิดว่าพวกเราท าอะไร
ไม่ถูกต้องก็บอกมาได้เลยเจ้าค่ะ ข้ากับอวี่เอ๋อร์จะปรับปรุงตัวตามที่
ท่านต้องการ”
นางคิดว่าฮูหยินเก้าคงรู้สึกว่าพวกนางรับใช้ไม่ดีพอจึงไม่พอใจ
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ พวกนางก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ในบ้านสกุลโม่ต่อไป
อย่างไรแล้ว
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าหลานเอ๋อร์เข้าใจความหมายของนางผิด นางจึง
ไม่คิดจะอ้อมค้อมอธิบาย แต่พูดความคิดของตัวเองออกมาตามตรง
“เจ้าอย่าได้เข้าใจผิด ถ้าข้ารังเกียจพวกเจ้า ข้าก็คงไม่พาพวก
เจ้ากลับมาด้วย ตั้งแต่ถูกเนรเทศมาจนถึงตอนนี้ ข้าก็ชินกับการ
พึ่งพาตัวเองมาตลอด รวมถึงคนอื่นในบ้านสกุลโม่ด้วย พวกเราต่าง
พึ่งพาก าลังของตัวเองเพื่อหาเลี้ยงชีพ ต่อไปพวกเจ้าก็ไม่จ าเป็นต้อง
ติดตามข้าตลอดเวลาหรอก สตรีในบ้านต่างมีงานของตัวเอง พวก
เจ้าสามารถไปหาพี่สะใภ้ใหญ่ของข้าได้ ขอให้นางช่วยจัดหางานให้
พวกเจ้าท า แน่นอนว่าถ้าจ าเป็น ข้าก็จะเรียกพวกเจ้ามา”
อย่างไรเสียพวกนางก็เป็นคนที่เติบโตมากับการหลอกลวงเล่ห์
เหลี่ยมตั้งแต่เด็ก และคอยอยู่เคียงข้างองค์หญิงสี่ หลานเอ๋อร์จึงคิด
ต่างไปจากคนทั่วไป
นางเข้าใจความหมายของฮูหยินเก้าเมื่อครู่ดี นางไม่มีเหตุผลอื่น
นอกจากไม่ต้องการให้นางกับอวี่เอ๋อร์คอยปรนนิบัติรับใช้อยู่ข้างกาย
ก็เท่านั้น
ไม่แปลกที่ก่อนองค์หญิงสี่จะสิ้นใจถึงได้ฝากฝังนางกับอวี่เอ๋อร์
ให้กับคุณชายเก้า
แม้พวกนางไม่มีความคิดเช่นนั้น แต่ในฐานะภรรยาของคุณชาย
เก้า การเห็นพวกนางก็คงท าให้เกิดความคิดฟุ้งซ่านหรือความกังวล
ใจบ้าง
หลานเอ๋อร์ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว คุกเข่าลงกับพื้น กล่าว
อย่างจริงจังว่า
“ฮูหยินเก้า ข้าหลานเอ๋อร์ขอสาบานตรงนี้ว่าจะไม่มีความคิดเกิน
เลยกับคุณชายเก้าเด็ดขาด หากข้าผิดค าพูด ก็ขอให้โทษทัณฑ์จาก
สวรรค์ลงทัณฑ์ข้า”
อวี่เอ๋อร์เห็นหลานเอ๋อร์ท าเช่นนั้นจึงคุกเข่าลงสาบานตามด้วย
เฮ่อจือหร่านเห็นการกระท าของทั้งสองคน ก็นวดขมับจนปัญญา
ไม่ว่าหลานเอ๋อร์กับอวี่เอ๋อร์จะมีความคิดเช่นนี้หรือไม่ โม่จิ่วเยี่ยก็
จะไม่มีความคิดเช่นนี้ แม้ว่านางทั้งสองคนนี้จะวนเวียนอยู่ต่อหน้าเขา
ทั้งวัน เขาก็จะไม่มีทางหวั่นไหว
ไม่รู้ท าไม เฮ่อจือหร่านถึงไว้ใจโม่จิ่วเยี่ยเช่นนี้ นางเชื่อว่าเขาจะ
ไม่ท าสิ่งใดที่ผิดต่อนางเด็ดขาด
แม้ว่าตัวเองจะเชื่อผิดคน ถ้าวันหนึ่งโม่จิ่วเยี่ยจะเปลี่ยนใจไปรัก
คนอื่น แล้วจะเป็นไร?
นางเฮ่อจือหร่านไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร มีทั้งความสามารถ เงิน
ทอง ทรัพย์สมบัติในท้องพระคลังต้าซุ่นและท้องพระคลังหนานเจียงก็
อยู่ในมือนาง นางยังมีเลือดเนื้อเชื้อไขเป็นของตัวเอง และยังมีพลัง
พิเศษที่เทพเจ้าแห่งการทะลุมิติมอบให้
มีสิ่งเหล่านี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน นางก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่าง
รุ่งเรือง ไม่จ าเป็นต้องกังวลเรื่องพวกนี้เลย
แม้ว่านางจะไม่กังวล แต่เรื่องราวก็ควรพูดให้ชัดเจน เพราะหลาน
เอ๋อร์และอวี่เอ๋อร์จะต้องอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง
“พวกเจ้าเข้าใจข้าผิดแล้ว ข้าหมายความว่าตนเองไม่ค่อยชินกับ
การมีคนคอยรับใช้ และตอนที่พาพวกเจ้าออกมา ข้าก็พูดชัดเจน
แล้วว่าบ้านสกุลโม่ของเราไม่เลี้ยงคนว่างงาน ถ้าอยากมีชีวิตที่ดี ก็
ต้องลงมือท าด้วยตนเองเพื่อให้มีทุกอย่างสมบูรณ์พร้อม”
“ส าหรับพวกเจ้าทั้งสอง เมื่อถึงวัยที่เหมาะสมจะแต่งงานแล้ว ถ้ามี
คู่ครองที่เหมาะสม ข้าจะช่วยจัดการให้แน่นอน”
เฮ่อจือหร่านก็เป็นคนที่ชอบกังวล ตอนที่เหลียงห่าวและคนอื่น ๆ
มา นางก็คิดว่าพวกเขาติดตามสกุลโม่มา ไม่อาจปล่อยให้พวกเขาไร้
คู่ไปตลอดชีวิตได้
หากพวกเขาพบเจอหญิงสาวที่เหมาะสม นางจะช่วยดูให้แน่นอน
ตอนที่พาหลานเอ๋อร์กับอวี่เอ๋อร์กลับมา นางก็มีความตั้งใจเช่นนี้
แต่ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับพวกนางมากนัก จึงต้องรู้จักนิสัยใจคอให้
มากกว่านี้ก่อนถึงจะตัดสินใจได้
ดังนั้นเฮ่อจือหร่านจึงไม่รีบพูดถึงเรื่องนี้ เพียงแค่สังเกตนิสัยของ
นางทั้งสองคน
แม้ว่าความคิดของหลานเอ๋อร์จะแตกต่างจากเฮ่อจือหร่านมาก
แค่ไหน แต่นางก็พูดตรงไปตรงมาขนาดนี้แล้ว ถ้าอีกฝ่ายยังฟังไม่
เข้าใจก็คงเป็นคนโง่งม
หลานเอ๋อร์คลานเข่ามาข้างหน้า พูดอย่างจริงใจว่า “ฮูหยินเก้า
ชีวิตของข้าและอวี่เอ๋อร์ล้วนเป็นท่านและคุณชายเก้าที่ช่วยเอาไว้
ตามหลักแล้ว ทุกเรื่องควรเชื่อฟังท่าน แต่ว่า พวกเราเพียงจะรอให้ถึง
วันที่องค์หญิงสี่แก้แค้นส าเร็จ จะได้บอกเรื่องนี้กับองค์หญิงไปตอน
เซ่นไหว้ เมื่อเรื่องนี้จบลง ในชีวิตพวกเราก็ไม่มีอะไรให้เสียดายแล้ว
ส่วนเรื่องแต่งงานพวกเราไม่มีความคิดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ”