ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 455 อย่ากลัวไปเลย ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 455 อย่ากลัวไปเลย ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว
เมื่อเห็นตะกร้าไม้ไผ่จ านวนมากที่วางอยู่ริมทาง ถังหมิงรุ่ยก็
เหมือนเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตลอดทางเขา
คอยถามโน่นถามนี่กับเหลียงห่าวไม่หยุด
เนื่องจากเหลียงห่าวเคยมีส่วนร่วมในการเพาะปลูกในไร่มาก่อน
ดังนั้นเขาจึงมีความเข้าใจอยู่บ้าง
หลังจากอธิบายมาตลอดทาง ถังหมิงรุ่ยก็ถือว่าได้ปรับเปลี่ยน
ความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้
ถังหมิงรุ่ยแม้จะมีประสบการณ์กว้างขวาง แต่ในบรรดาผัก
มากมายเหล่านี้ ก็ยังมีมากกว่าครึ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
อย่างเช่น มะเขือเทศสีแดง พริกหวานที่มีรูปร่างเหมือนโคมไฟ…
ส่วนมันฝรั่งนั้น เขาไม่รู้สึกแปลกใจนัก เพราะเมื่อก่อนตอนมาที่
สกุลโม่ เขาเคยเห็นมันบนโต๊ะอาหาร เฮ่อจือหร่านเพื่อตอบสนอง
ความอยากรู้อยากเห็นของเขา นางยังเคยให้เขาดูลักษณะดั้งเดิม
ของมันฝรั่งอีกด้วย
ยังมีผักใบเขียวบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
โดยสรุปแล้ว เขายึดมั่นในหลักการเดียว สิ่งที่ผลิตโดยสกุลโม่
ย่อมเป็นของชั้นเลิศทั้งสิ้น
แม้ว่าผักเหล่านี้โรงเตี๊ยมของเขาจะใช้ไม่หมด หากน าออกไป
ขายในตลาดก็ต้องขายได้ราคาสูงลิบลิ่วแน่นอน
หลังจากท าความเข้าใจทั้งหมดแล้ว เหลียงห่าวก็พาเขาไปพบ
เฮ่อจือหร่าน
เมื่อมีเฮ่อจือหร่านอยู่ เรื่องการเจรจาเรื่องกิจกาจย่อมไม่
จ าเป็นต้องให้โม่จิ่วเยี่ยมายุ่งเกี่ยว
นางได้ตกลงกับถังหมิงรุ่ยว่าไม่ว่าที่ดินของสกุลโม่อจะผลิตผัก
ชนิดนี้ได้มากเท่าใด อีกฝ่ายจะรับซื้อทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว โดยแบ่ง
ผลก าไรคนละครึ่ง
เฮ่อจือหร่านค านึงถึงว่าผักเก็บรักษาได้ไม่นาน อีกทั้งยังเป็นช่วง
อากาศร้อนจัดในเดือนเจ็ด ถังหมิงรุ่ยอาจจะขาดทุนได้ง่าย
ด้วยเหตุนี้เฮ่อจือหร่านจึงตั้งใจจะแบ่งผลก าไรให้ถังหมิงรุ่ยเพิ่ม
อีกหนึ่งส่วน แต่กลับถูกเขาปฏิเสธ
ถังหมิงรุ่ยบอกว่า พี่สะใภ้เก้าดูถูกความสามารถในการค้าขาย
ของเขา แม้ว่าผักเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เขาก็สามารถขายได้
หมดอย่างรวดเร็ว
เพื่อให้ตนเองได้รับผลก าไรเร็วขึ้น หลังจากที่ได้ดูผักเหล่านี้แล้ว
ถังหมิงรุ่ยจึงกลับเข้าเมืองไปหาคนมาขน
เมื่อถึงยามเย็น ผักที่เก็บเกี่ยวในวันนี้ทั้งหมดก็ถูกขนย้ายไป
หมดแล้ว
ผักทั้งหลายจะทยอยสุกงอมเป็นล าดับ เพียงแค่มีคนมาเก็บเกี่ยว
ทุกวัน จากปริมาณในตอนนี้ อย่างน้อยก็สามารถส่งผักให้ถังหมิงรุ่ย
ได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งเดือน
เฮ่อจือหร่านบอกให้คนงานเลิกงานส าหรับวันนี้ พรุ่งนี้ค่อยมาท า
ต่อ
นอกจากให้หลานเอ๋อร์จ่ายค่าแรงวันนี้ให้พวกเขาแล้ว ยังแจก
ผักสดให้พวกเขาน ากลับบ้านคนละเล็กละน้อยอีกด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น เฮ่อจือหร่านยังสั่งให้หลานเอ๋อร์สอนวิธีการ
รับประทานผักเหล่านี้แก่ทุกคนด้วย
ทุกคนได้รับค่าจ้างที่คุ้มค่าทั้งยังได้ผักที่เฮ่อจือหร่านมอบให้ ต่าง
ยิ้มกว้างจนตาหยี
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อครู่ตอนที่ถังหมิงรุ่ยอยู่ที่นี่ เขาได้สนทนา
กับเฮ่อจือหร่านเกี่ยวกับราคาของผัก หลายคนได้ยินและเข้าใจบ้าง
ไม่เข้าใจบ้าง
พวกเขาสามารถยืนยันได้ว่าผักเหล่านี้ของสกุลโม่มีราคาสูงกว่า
เนื้อสัตว์เสียอีก แต่นางกลับใจดีมอบให้พวกเขา
ผักที่แพงขนาดนี้ พวกเขาแทบไม่กล้ากินเลย…
เฮ่อจือหร่านคิดล่วงหน้าแล้วว่าชาวบ้านอาจจะเกิดความคิดที่จะ
น าผักไปขายในเมือง ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อความร่วมมือ
ระหว่างนางกับถังหมิงรุ่ย ดังนั้น ก่อนที่ทุกคนจะจากไป นางจึงพูดให้
ชัดเจน
ผักเหล่านี้ส่งให้พวกเขาลองชิม หากนางพบว่ามีใครน าไปขาย
ในเมือง ต่อไปก็ไม่ต้องมาท างานที่สกุลโม่
ด้วยค าเตือนของเฮ่อจือหร่านชาวบ้านแม้จะเสียดายเพียงใด ก็จะ
ไม่น าผักไปขายในเมือง
เฮ่อฮูหยินเห็นชาวบ้านกลับไปหมดแล้ว จึงเร่งเฮ่อจือหร่านว่า
“หร่านหร่าน วันนี้เจ้าออกมาทั้งวันแล้ว ข้าเกรงว่าร่างกายเจ้าจะทน
ไม่ไหว กลับไปพักผ่อนแต่หัวค ่าเถิด”
การมาซีเป่ยครั้งนี้ท าให้นางได้เปิดหูเปิดตาจริง ๆ ไม่เพียงแต่ได้
กินอาหารอร่อยมากมาย ยังได้เห็นผักที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย
หากไม่ได้ค านึงถึงร่างกายของบุตรสาว เฮ่อฮูหยินคงไม่อยาก
จากไร่นาไปเลย
ชีวิตเช่นนี้ดีกว่าเมืองหลวงมากนัก ไม่น่าเบื่อแม้แต่น้อย
เฮ่อฮูหยินถึงกับเกิดความคิดที่ไม่อยากจากที่นี่ไปเลย
วันนี้เฮ่อจือหร่านเหนื่อยกว่าปกติจริง ๆ แม้นางจะไม่ได้ท าอะไร
มาก เวลาเหนื่อยก็ยังมีเก้าอี้เล็ก ๆ ที่อวี่เอ๋อร์น ามาให้นั่ง แต่กลับก็
รู้สึกว่าท้องมันหนักขึ้นและเหมือนจะลดต ่าลงอย่างบอกไม่ถูก
ชาติก่อนแม้นางจะเป็นหมอ แต่ก็ไม่ใช่หมอสูตินรีเวช อีกทั้งยัง
เป็นสาวใหญ่ที่ไม่เคยแต่งงาน จึงไม่ค่อยรู้เรื่องอาการก่อนคลอดของ
สตรีมากนัก
“ท่านแม่ วันนี้ข้ารู้สึกว่าท้องมันหนักและเหมือนจะต ่าลงมา”
เฮ่อฮูหยินได้ยินดังนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าทันที่
“หร่านหร่าน เจ้าคงจะใกล้คลอดแล้วกระมัง?”
นางเป็นคนที่เคยคลอดมาสองครั้ง ก่อนจะคลอดก็มักจะมี
ความรู้สึกว่าท้องหนักลงเช่นกัน
แต่อาการนี้ก็ไม่ได้เป็นกฎตายตัว อย่างเช่น ตอนที่นางคลอดลูก
ชายคนโต ร่างกายเกิดอาการแบบนี้แล้วอีกสองวันถึงได้คลอด
ขณะที่เฮ่อจือหร่านก าลังจะคลอด อาการเริ่มปรากฏในช่วงเช้า
และนางคลอดก่อนที่ฟ้าจะมืด
“หร่านหร่าน นี่เป็นการคลอดบุตรครั้งแรกของเจ้า ทารกน่าจะไม่
มาเร็วนัก เจ้าอย่าเพิ่งตื่นตระหนก แม่จะพยุงเจ้าเดินกลับไปอย่างช้า
ๆ หากรู้สึกไม่สบายตรงไหน เจ้าต้องบอกท่านแม่ทันที”
เมื่อพูดจบ เฮ่อฮูหยินก็สั่งให้หลานเอ๋อร์รีบไปตามโม่จิ่วเยี่ยกลับ
มา
จางซานไปเชิญหมอท าคลอดผู้เชี่ยวชาญจากเมืองหลวงยังไม่
กลับมา ตอนนี้หร่านหร่านเริ่มเจ็บท้องคลอด เฮ่อฮูหยินจึงได้แต่ฝาก
ความหวังสุดท้ายไว้กับโม่จิ่วเยี่ย
ช่างเป็นเรื่องที่น่ากลัวจริง ๆ เดิมทีคิดว่าหร่านหร่านจะคงที่
ในช่วงไม่กี่วันนี้ ไม่มีสัญญาณของการคลอดก่อนก าหนดดู
เหมือนว่าตอนนี้
แต่ดูเหมือนว่านางจะคิดผิด
ความจริงแล้ว เฮ่อจือหร่านไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นแม้แต่น้อย นางเองก็
รู้ดีว่าการตั้งครรภ์แฝดจะต้องคลอดก่อนก าหนดแน่นอน
นางค านวณก าหนดคลอดไว้ที่กลางเดือนเจ็ด ตอนนี้เป็นวันที่ห้า
ของเดือนเจ็ด เพียงแค่คลอดก่อนก าหนดประมาณสิบวันเท่านั้น
ถูกเฮ่อฮูหยินจับมือไว้เฮ่อจือหร่านสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจน
ว่าฝ่ามือของนางนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว
“ท่านแม่ อย่าตื่นเต้นไปเลย ข้าสามารถคลอดลูกได้อย่างราบรื่น
แน่นอน”
เฮ่อฮูหยินแม้ว่าในใจจะรู้สึกตื่นเต้นจนแทบขาดใจ แต่นางก็ไม่
อยากแสดงอารมณ์ด้านลบนี้ออกมา
“แม่ไม่ได้ตื่นเต้นหรอก จิ่วเยี่ยได้เรียนรู้วิธีท าคลอดมานานแล้ว
เจ้าจะต้องไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน แม่แค่คิดว่าอีกไม่นานก็จะได้พบ
หน้าหลานชายสองคนแล้ว ก็เลยดีใจเกินไปเท่านั้นเอง”
แม่ลูกสองคนปลอบใจซึ่งกันและกันขณะเดินกลับบ้าน โม่จิ่วเยี่ย
ที่ก าลังยุ่งอยู่ในไร่ได้ยินหลานเอ๋อร์บอกว่าภรรยาไม่สบาย ก็ไม่สนใจ
อะไรทั้งสิ้น ก็รีบใช้วิชาตัวเบากลับมาหาเฮ่อจือหร่านในพริบตา
“หร่านหร่าน หลานเอ๋อร์บอกว่าเจ้าไม่สบาย เจ้าไม่สบาย
ตรงไหนหรือ?”
ดูท่าทางตื่นตระหนกของเขาแล้ว ต้องบอกว่าหนักกว่าเฮ่อฮูหยิน
เสียอีก
“ท่านพี่ อย่าตื่นตระหนกไปเลย ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าท้องหนักลง
เล็กน้อยเท่านั้น!”
เฮ่อจือหร่านต้องการให้โม่จิ่วเยี่ยสงบสติอารมณ์ลง หาก
ความรู้สึกนี้เป็นสัญญาณก่อนการคลอดจริง เขาจะได้เตรียมพร้อม
ล่วงหน้า
ทว่า ทันทีที่นางเอ่ยจบเฮ่อฮูหยินกลับไม่สามารถสงบใจได้
“จิ่วเยี่ย หร่านหร่านคงจะคลอดแล้วแน่ ๆ การคลอดบุตรของสตรี
นั้นเปรียบเสมือนการเดินผ่านประตูนรก เจ้าห้ามประมาทเป็นอัน
ขาด”
จิตใจของโม่จิ่วเยี่ยที่เพิ่งสงบลงเล็กน้อยกลับเริ่มปั่นป่วนอีกครั้ง
เมื่อได้ยินค าพูดของแม่ยาย เขาจับมือของเฮ่อจือหร่านไว้ มือของเขา
สั่นไม่หยุด
“หร่านหร่านอย่ากลัวไปเลย ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว ข้าจะไม่ปล่อยให้
เจ้าไปสู่ประตูนรกแน่นอน”