ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 558 ข้าจะใช้มันให้เป็นประโยชน์
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 558 ข้าจะใช้มันให้เป็นประโยชน์
ฮูหยินผู้เฒ่าก็เหมือนกัน นางไม่เพียงผ่านความเจ็บปวดจากการ
สูญเสียสามี แต่ยังต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการสูญเสีย
บุตรชายนับครั้งไม่ถ้วนด้วย
วันนี้เมื่อได้เห็นบรรดาบุตรชายออกไปรบพร้อมกัน หัวใจนาง
ราวกับก าลังกลั่นเลือด
นางส่งหมิงจูในอ้อมอกไปให้ลูกสะใภ้ใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ แล้วเดิน
เข้าไปใกล้เหล่าลูกชาย
“ลูกชายตระกูลข้าไม่มีคนขี้ขลาด แม่รู้ว่าพวกเจ้าไม่กลัวความ
เป็นความตาย แต่คราวนี้พวกเจ้าต้องกลับมาอย่างปลอดภัยครบทุก
คน ขาดไปแม้แต่คนเดียวก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นแม่จะถือว่าพวกเจ้าเป็น
ลูกอกตัญญู”
พอค าพูดนี้เอ่ยออกมา ไม่เพียงบรรดาสตรีจะร ่าไห้ แม้แต่เหล่า
ชายชาตรีก็อดน ้าตาคลอไม่ได้ ภาพเหตุการณ์เช่นนี้พาให้ผู้คน
ควบคุมอารมณ์ได้ยากยิ่ง ถึงนางจะรู้ดีว่าในการออกรบครั้งนี้บรรดา
บุรุษสกุลโม่น าสิ่งของที่ช่วยรักษาชีวิตติดตัวไปมากมาย แต่นางก็ยัง
อดเป็นห่วงพวกเขาไม่ได้
แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในสนามรบดาบและกระบี่ไร้
ตา ไม่มีใครกล้ารับประกันว่าจะไม่เกิดเรื่องเกินคาดฝัน
เฮ่อจือหร่านจับมือโม่จิ่วเยี่ยไว้ พลางเอ่ยน ้าตาเอ่อ “ท่านพี่ ข้า
กับลูกทั้งสองคนจะรอท่านกลับมาอย่างปลอดภัยนะ”
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว ท่ามกลางสายตาของผู้คน
มากมาย เขาโอบกอดเฮ่อจือหร่านและจู้เอ๋อร์เข้าไว้ในอ้อมอกตน
“เจ้าวางใจได้ สามีของเจ้าตอนนี้มีภรรยาน่ารักรออยู่ที่บ้าน ทั้ง
ยังมีลูกชายลูกสาว ชีวิตนี้ข้าไม่สละให้ใครง่าย ๆ หรอก”
เฮ่อจือหร่านตบเบา ๆ ที่อกของเขา
“ไม่ว่าอย่างไรท่านก็ต้องไม่ประมาทเด็ดขาด”
นางชี้ถุงสีด ายาวที่ห้อยอยู่บนม้าศึกของโม่จิ่วเยี่ย
“กระสุนปืนซุ่มยิงมีเพียงพอ หากสามารถใช้ประโยชน์มันได้ก็
อย่าเสี่ยงอันตราย”
“เข้าใจแล้ว จับโจรต้องจับหัวหน้าก่อน ข้าจะใช้มันให้เป็น
ประโยชน์”
ถึงอย่างไรในใจของเฮ่อจือหร่านเมื่อเทียบกับชีวิตของสามีแล้ว
การที่ปืนซุ่มยิงจะถูกเปิดเผยไม่ส าคัญอะไรเลย…
พี่น้องสกุลโม่ออกศึก จากไปเป็นเวลาสองเดือน
เมิ่งไห่หนิงพาโม่หานเยี่ยเข้าเมืองหลวงเพื่อรับต าแหน่งก็ใช้
เวลานานเท่ากัน
หมู่บ้านซีหลิ่งเข้าสู่เดือนสิบสองแล้ว มีหิมะตกครั้งแรกของปี
เฮ่อจือหร่านได้รับข่าวจากเสี่ยวไป๋หลายครั้งในช่วงสองเดือนที่ผ่าน
มา
โม่จิ่วเยี่ยโจมตีชนเผ่าหมานอี๋ที่ชายแดนตะวันตก กล่าวได้ว่า
ประสบความส าเร็จอย่างรวดเร็ว ทุกการรบจบลงด้วยชัยชนะ ไม่เพียง
เท่านั้น ทหารของราชวงศ์ต้าซุ่นแทบไม่มีการสูญเสียใด ๆ
บัดนี้กองทัพของชนเผ่าหมานอี๋ถอยร่นไปตั้งค่ายห่างจาก
ชายแดนตะวันตกร้อยลี้ ขณะเดียวกัน จักรพรรดิของเผ่าหมานอี๋ก็ได้
ให้คนน าจดหมายขอสงบศึกส่งถึงมือโม่จิ่วเยี่ยแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยเกลียดชังผู้คนของเผ่าหมานอี๋น้อยกว่าชาวหนานเจียง
อยู่บ้าง
ชนเผ่าหมานอี๋ไม่ได้เป็นนักรบแต่ก าเนิด การส่งกองทัพมายัง
ต้าซุ่นก็เพียงเพื่อหาเสบียงอาหารเท่านั้น
แต่ครั้งนี้ต่างออกไป โม่จิ่วเยี่ยได้รู้จากการสอบสวนเชลยศึกว่า
พวกเขาส่งกองทัพมาต้าซุ่นครั้งนี้เป็นเพราะถูกยุยงจากจักรพรรดิ
หนานเจียงคนปัจจุบัน คือคู่อภิเษกสมรสขององค์หญิงสี่และเป็น รัช
ทายาทแห่งหนานเจียงในตอนนั้น
คนผู้นี้แต่เดิมดูเป็นคนไร้ความสามารถ ใครจะรู้ว่าหลังจากที่เขา
ขึ้นครองราชย์ กลับปลุกความทะเยอทะยานที่จะยึดครองต้าซุ่น
โดยเฉพาะเมื่อนึกว่าต้าซุ่นไม่มีคนจากสกุลโม่คอยประจ าการอยู่
ที่ชายแดนแล้ว เขายิ่งรู้สึกว่าตอนนี้เป็นโอกาสดีที่สุดในการยึดครอง
เมื่อเทียบกับประเทศเล็ก ๆ รอบข้างแล้ว ต้าซุ่นมีดินแดนกว้าง
ใหญ่ไพศาลและอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีจ านวนประชากรมากกว่า
พวกเขาด้วย
ดังนั้นจักรพรรดิหนานเจียงจึงคิดว่าหากต้องการยึดครองต้าซุ่น
ให้ส าเร็จในคราวเดียว จ าเป็นต้องร่วมมือกับชนเผ่าหมานอี๋ เช่นนี้จึง
จะมีโอกาสท าส าเร็จมากขึ้น
การร่วมมือกับชนเผ่าหมานอี๋ของเขา ผลประโยชน์ที่สัญญากับ
อีกฝ่ายคือหากสามารถแบ่งดินแดนของต้าซุ่นได้ ฝ่ายไหนยึดครอง
เมืองใดได้ก็จะเป็นเจ้าของเมืองนั้น
สงครามที่โจมตีจากสองด้านนี้ ชนเผ่าหมานอี๋ก็สามารถคิดได้
เพียงแต่พวกเขามีความกล้าน้อยกว่าหนานเจียง ด้วยเหตุนี้จึงยัง
ไม่ได้ส่งกองทัพมาโจมตีต้าซุ่น
เมื่อมีความคิดนี้แล้วจักรพรรดิหนานเจียงก็ฉวยโอกาสเติมเชื้อ
ไฟเพิ่มอีกหน่อย ทั้งสองฝ่ายจึงบรรลุข้อตกลงในการโจมตีต้าซุ่น
อย่างรวดเร็ว
หนานเจียงอยู่ห่างจากเมืองหลวงมากกว่าและไม่มีสัตว์วิเศษ
อย่างเสี่ยวไป๋ที่เข้าใจภาษามนุษย์คอยส่งข่าว ดังนั้นข่าวที่เมืองหลวง
ได้รับจึงช้ากว่าเล็กน้อย
โชคดีที่หนานอวี่มีวิสัยทัศน์ ในช่วงเวลาส าคัญที่สุดเขาโน้มน้าว
ให้โม่จิ่วเยี่ยกลับคืนสู่ราชส านัก จึงท าให้ความสูญเสียของต้าซุ่น
ลดลงเหลือน้อยที่สุด
พี่ห้าน าก าลังคนไปถึงทางใต้ ชายแดนถูกยึดครองไปแล้ว
กองทหารรักษาเมืองที่เหลืออยู่ไม่มากถอยร่นไปยังเมืองถัดไป
แล้ว
หมายความว่า หนานเจียงได้โจมตีและยึดเมืองทางใต้ของต้าซุ่น
ไปแล้วหนึ่งเมือง
ขณะที่หนานอวี่ส่งทหารไปยังชายแดนตะวันตก ก็ได้ส่งกอง
ก าลังขนาดใหญ่ไปยังชายแดนทางใต้ด้วยเช่นกัน
เนื่องจากชายแดนทางใต้อยู่ห่างไกล และกองทัพใหญ่ก็ไม่
สามารถเดินทางได้เร็วเท่ากับพี่น้องสกุลโม่ จึงต้องใช้เวลาสิบวัน
หลังจากพี่ห้าเดินทางไปถึง พวกเขาจึงมาถึง
ก่อนหน้านี้ชาวหนานเจียงคอยรบกวนและถึงขั้นเปิดฉากโจมตี
โชคดีที่ทหารที่พี่ห้าน าไปด้วยล้วนมีระเบิดและหน้าไม้ยิงต่อเนื่อง
อยู่ในมือ ภายใต้การโจมตีของอาวุธชั้นเลิศสองอย่าง ชาวหนานเจียง
จึงถอยร่นไป กระทั่งทหารจ านวนมากก็ยังตกใจกลัวจนขวัญเสีย
พวกเขากล่าวว่า คนต้าซุ่นมีสายฟ้าสวรรค์อยู่ในมือ
สายฟ้าสวรรค์นี้ตกลงมาจากฟากฟ้า เมื่อกระทบพื้นก็สามารถ
ระเบิดผู้คนนับไม่ถ้วนให้กลายเป็นเถ้าถ่านได้ เมื่อนึกถึงร่างของ
สหายร่วมรบที่ถูกระเบิดจนแหลกกระจัดกระจายก็รู้สึกหวาดกลัว
ขึ้นมาทันที่
ขุนพลหนานเจียงรู้สึกหวาดกลัว เขารายงานเรื่องนี้ไปยัง
จักรพรรดิหนานเจียงเพื่อขอถอนทัพ แต่กลับไม่ได้รับค าสั่งจากองค์
จักรพรรดิเสียที่
บัดนี้กองก าลังเสริมของต้าซุ่นมาถึงแล้ว พวกเขายิ่งรู้สึกเหมือน
เดินบนพื้นน ้าแข็งบาง
พวกเขากลัวว่าวันใดวันหนึ่งต้าซุ่นจะลงมือ โยนสายฟ้าสวรรค์
ใส่พวกเขา ไม่เพียงกองทัพของพวกเขาเท่านั้น แม้แต่ทั่วทั้งหนาน
เจียงก็อาจถูกถล่มจนราบเป็นหน้ากลอง
ข่าวนี้ถูกรับรู้มานานแล้ว เพราะหนานเจียงไม่มีเสี่ยวไป๋คอยส่ง
ข่าวอย่างทันท่วงที่ เฮ่อจือหร่านเดาว่าด้วยนิสัยของบุรุษสกุลโม่ หาก
ไม่รุกไล่ต่อจนส าเร็จลุล่วงคงเป็นไปไม่ได้
แต่ที่นางไม่รู้ก็คือพี่ห้าน ากองก าลังใหญ่บุกเข้าเมืองหลวงของ
หนานเจียงไปแล้ว ไม่เปิดโอกาสให้จักรพรรดิหนานเจียงขอเจรจา
สงบศึก
ที่นั่นเคยเป็นฝันร้ายของพี่น้องสกุลโม่ บัดนี้กลับกลายเป็นฝัน
ร้ายของผู้มีอ านาจแห่งดินแดนหนานเจียงไปเสียแล้ว
ส่วนโม่จิ่วเยี่ย เขามีแผนการบางอย่างในใจเกี่ยวกับการขอสงบ
ศึกของชนเผ่าหมานอี๋ อย่างไรก็ตาม เรื่องเช่นนี้ตามธรรมเนียมแล้ว
ต้องรายงานต่อราชส านัก และสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ
องค์จักรพรรดิ
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยได้รับจดหมายขอสงบศึก เขาก็ให้เสี่ยวไป๋น าส่ง
เมืองหลวงในคืนนั้นทันที่ ขณะที่ได้รับจดหมายขอสงบศึกที่เสี่ยวไป๋
ส่งมา ทางหนานอวี่ก็ได้รับรายงานสงครามที่โม่จงหยวนสั่งให้คนขี่ม้า
เร็วส่งมาจากทางใต้เช่นกัน
ส าหรับหนานเจียงนั้น หนานอวี่และคนสกุลโม่ต่างก็เกลียดชัง
เช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะชาวหนานเจียงที่เชี่ยวชาญการใช้พิษและมนต์ด า สิ่ง
อันตรายเหล่านี้แทบจะหาทางป้องกันไม่ได้
ตอนแรกเขาได้ยินหนานรุ่ยเล่าว่า ชาวหนานเจียงต้องการ
ควบคุมตนเองท างานให้พวกเขา จึงใช้หนอนกู่ควบคุมเต๋อเฟย จน
ท าให้หนานรุ่ยเกือบจะท าความผิดร้ายแรงเพื่อชีวิตของเต๋อเฟย
อีกทั้งคนทั่วไปต่างรู้กันดีว่าชาวหนานเจียงไม่ว่าจะเป็นชายหญิง
คนแก่หรือเด็ก ล้วนสนใจเรื่องหนอนกู่มาก
กระทั่งคนธรรมดาที่ไม่มีพรสวรรค์หรือฐานะทางการเงินมากนัก
ก็ยังคิดอยากจะเลี้ยงหนอนกู่สักตัวเป็นสัตว์เลี้ยงของตนเอง แม้ว่า
หนอนพิษนี้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ ต่อผู้อื่นเมื่ออยู่ในมือของ
พวกเขาก็ตาม
แต่ใครเล่าจะกล้าประมาทกับเรื่องเช่นนี้?
ไม่มีใครรับประกันว่าจะไม่มีผู้ใดที่มีพรสวรรค์ในการเลี้ยงหนอน
กู่และเก็บซ่อนความสามารถนั้นไว้…
ดังนั้น เขาจึงไม่ปล่อยให้ชาวหนานเจียงมีโอกาสใช้วิธีการเช่นนี้
ท าร้ายคนอื่นอีกต่อไป