ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 689 ผู้ดูแลถนนคนเดิน
ตอนที่ 689 ผู้ดูแลถนนคนเดิน
เมื่อได้ยินว่าเจ้าของร้านต้องการทดสอบเจียงเสี่ยวไป๋ เจียงชานก็ดูจะตื่นเต้นมากและพูดด้วยรอยยิ้ม “พ่อค้า ถ้าคุณเดิมพันกับป่าป๊าของหนู คุณจะต้องแพ้อย่างแน่นอน”
เจ้าของร้านยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่สำคัญว่าลุงจะแพ้หรือชนะ วันนี้เป็นวันเปิดถนนคนเดินวันแรก ลุงอยากให้มันสนุก เราจะได้ทำเงินได้มากมายในอนาคต ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินสิ่งที่เขาพูดจึงพูดว่า “เอาล่ะ ผมขอพูดถึงเต้าหู้เหม็นของจินหลิงก่อน”
เจ้าของร้านได้เตรียมชามเต้าหู้เหม็นไว้แล้ว เขายื่นให้เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “งั้นบอกฉันมา ฉันรอฟังอยู่”
หลินต้ากั๋ว เกาเทียนเยว่ และคนอื่นต่างก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความสนใจ เพื่อดูว่าเขาจะตอบออกมาอย่างไร
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “วิธีการผลิตเต้าหู้เหม็นของจิงหลิงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขั้นแรกทำเต้าหู้ให้แห้ง จากนั้นนำไปใส่ในขวดหมัก เทน้ำเกลือลงไปและปิดผนึกขวดให้สนิท และฝังไว้ใต้ดิน”
“หลังจากผ่านไประยะหนึ่งถึงขุดขึ้นมาแปรรูปเพื่อบริโภค”
“แต่ที่น่าสังเกตคือ น้ำหมักเต้าหู้เหม็นของจินหลิงนั้นพิเศษกว่าที่อื่น เพราะพวกเขาจะนำน้ำหมักที่เหลือจากปีก่อน ๆ มาหมักต่อ น้ำหมักนี้จะให้กลิ่นที่เป็นธรรมชาติ”
“วิธีการกินเต้าหู้เหม็นของจินหลิงก็คล้ายกับที่เอามาขายที่นี่ คือเอามาทอด ราดด้วยซอสพริก ซอสงา ซอสกระเทียม และเครื่องปรุงรสอื่น ๆ มันจะกรอบ เคี้ยวหนึบ และอร่อยมาก”
เจ้าของร้านได้ยินก็ตกตะลึง
แท้จริงแล้วเจียงเสี่ยวไป๋รู้วิธีการทำเต้าหู้เหม็นมานานแล้ว จากพ่อค้าคนหนึ่งที่คนขับรถบรรทุกของบริษัทโฮเนสท์โลจิสติกส์ไปเชิญมาจากเทียนจิง
แม้ว่าเขาจะไม่ทำเต้าหู้เหม็นจินหลิง แต่เขาได้รู้วิธีทำเต้าหู้เหม็นของจินหลิงอย่างถ่องแท้ ตามที่เจียงเสี่ยวไป๋ได้พูดไป
“คุณเยี่ยมมาก คุณพูดถูก ! ”
เจ้าของร้านยิ้ม “ฉันเพิ่งมาเริ่มธุรกิจในชิงโจวเป็นครั้งแรก และไม่คิดว่าจะได้พบคนที่มีความรู้อย่างคุณ ฉันขอมอบเต้าหู้เหม็นชามนี้ให้คุณไปกินฟรี ๆ เลย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงยืนกรานที่จะจ่ายเงินหนึ่งหยวน และพูดว่า “ก่อนหน้านี้ผมแค่พูดเล่น ของซื้อของขาย อย่างไรก็ต้องจ่ายเงิน ผมขอเพิ่มอีกสองชามด้วยนะครับ”
เจ้าของร้านปฏิเสธอยู่หลายครั้ง จนสุดท้ายเขาต้องรับเงินไป และทำเต้าหู้เหม็นให้เจียงเสี่ยวไป๋เพิ่มเป็นสี่ชาม
ซึ่งเจียงเสี่ยวไป๋ยังสังเกตเห็นว่าในแต่ละชาม เขาใส่ให้เยอะกว่าปกติด้วย
เจียงชานกินเต้าหู้เหม็นอย่างมีความสุขและเล่าให้เจียงถิงฟัง “ถิงถิงได้กลิ่นเต้าหู้เหม็นไหม ชิมแล้วรสชาติของมันเป็นอย่างไรบ้าง ? ”
เจียงถิงพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าว “มันอร่อยมาก ! ”
ในตอนแรก เจียงไห่หยางไม่อยากกินมัน เพราะไม่ชอบกลิ่นที่เหม็นของมัน แต่เมื่อเขาเห็นว่าเจียงถิงก็กินมันได้ ทั้งที่หลานสาวของเขาไม่ชอบอะไรที่มีกลิ่นเหม็นมากที่สุด แต่ก็ยังบอกว่าอร่อย ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะใช้ไม้จิ้มขึ้นมาชิ้นหนึ่ง
ใช่แล้ว เมื่อกินเข้าไปแล้วมันกลับไม่มีกลิ่นเหม็นเลย แถมยังมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย
“ยายแก่ ลองชิมดูสิ ! ”
หวังชิ่วจวี๋กินไปชิ้นหนึ่งแล้วพูดว่า “มันอร่อยมาก ! ”
หลินต้ากั๋วและหลินเจียหงได้ไปหนึ่งชาม ซึ่งมันทำให้ความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกแน่นแฟ้นมากขึ้น
อีกสองชามที่เหลือ เจียงเสี่ยวเฟิงกินไปหนึ่งชาม เกาเทียนเยว่กินไปหนึ่งชาม เจิงเหลียงหยูและฉีเย่ผิงยังไม่ได้ชิม พวกเขาจึงสั่งที่ร้านเพิ่มอีกสองชาม
ในขณะที่หลินต้ากั๋วกินเข้าไป เขาก็พูดว่า “เสี่ยวไป๋ บอกฉันทีว่าเต้าหู้เหม็นในที่อื่นแตกต่างกันอย่างไร ฉันจะได้รู้ความแตกต่างของมัน”
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นว่าเขายังต้องอยู่ที่นี่เพื่อรอเต้าหู้เหม็นที่เจิงเหลียงหยูสั่งไว้อีกสองชาม เขาจึงเริ่มพูดขึ้นมาว่า
“นอกจากเต้าหู้เหม็นในเทียนจิงและจินหลิงแล้ว เต้าหู้เหม็นในเซียงหูและเส้าซิงก็มีเอกลักษณ์ในตัวเองเหมือนกัน”
“การทำเต้าหู้เหม็นในเซียงหูนั้นแตกต่างจากที่อื่น พวกเขาจะนำเต้าหู้ไปหมักในน้ำที่ผสมโซเดียมคาร์บอเนต สารส้ม ไอรอนซัลเฟต เห็ดหอม หน่อไม้ ฯลฯ หลังจากหมักเต้าหู้เสร็จแล้ว ก็นำออกมาพักให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นก็นำลงทอด เมื่อทอดเสร็จก็เอาเต้าหู้เหม็นขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน แล้วทำรูเล็ก ๆ ตรงกลางเต้าหู้เหม็น เพื่อใส่น้ำจิ้มเผ็ดลงไปตรงกลาง เนื่องจากชาวเซียงหูชอบอาหารรสจัด น้ำจิ้มเต้าหู้เหม็นของเซียงหูจึงมักจะเผ็ดกว่าที่อื่น”
ตอนที่เจียงเสี่ยวไป๋กำลังพูด เขาก็สังเกตเห็นว่าเจ้าของร้านกำลังทอดเต้าหู้เหม็นและฟังไปด้วย
เขาไม่สนใจและพูดต่อ “มาพูดถึงเต้าหู้เหม็นของเส้าซิงกันดีกว่า น้ำดองที่ใช้นั้นทำมาจากผักทั่วไปในท้องถิ่น เช่น ผักโขมแดง ถั่วอัลฟัลฟ่า และพืชอื่น ๆ นำมาหมัก จึงทำให้กลิ่นไม่แรง มีรสชาติเค็มและอร่อย”
หลินต้ากั๋วและคนอื่นไม่คาดคิดว่าเต้าหู้เหม็นเพียงอย่างเดียวจะมีความแตกต่างกันขนาดนี้ พวกเขาก็ฟังไปด้วยและกินไปด้วยอย่างเอร็ดอร่อย
ในเวลานี้ เต้าหู้เหม็นที่สั่งเพิ่มมาอีกสองชามทีหลังก็เสร็จพอดี
เจิงเหลียงหยูและฉีเย่ผิงก็รับมันไป ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้กินไปกับพวกเขาด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่หลินเจียอินและพูดว่า “เมียจ๋า คุณอยากลองชิมดูไหม ? ”
หลินเจียอินได้ยินเขาพูดถึงลักษณะของเต้าหู้เหม็นจากที่ต่าง ๆ จึงอยากจะลองดูบ้าง เธอพยักหน้าทันทีเมื่อเขาถาม
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เขาเอาไม้จิ้มเต้าหู้เหม็นที่เคลือบด้วยซอสในชาม แล้วป้อนให้เธอ
“หืมม อร่อยจริง ! ” หลังจากกินชิ้นหนึ่งเสร็จแล้ว หลินเจียอินก็อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น “สามี ฉันอยากกินอีก ! ”
ทันใดนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็เหงื่อตก เธอกล้าเรียกเขาแบบนี้กลางตลาดด้วยเหรอ ?
เขามองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกผิด แต่โชคดีที่ทุกคนก็กำลังเพลิดเพลินไปกับอาหารของพวกเขา และไม่มีใครสนใจเขาเลย ดังนั้นเขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เอาล่ะ ผมจะให้ชามนี้กับคุณไปเลย ค่อย ๆ กินนะ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดพร้อมยื่นชามเต้าหู้เหม็นให้หลินเจียอินไป
หลินเจียอินหยิบมันขึ้นมาอย่างมีความสุขราวกับเด็กได้ขนม และกินมันอย่างเอร็ดอร่อย
ในชามมีเต้าหู้เหม็นเพียงไม่กี่ชิ้น ทุกคนจึงกินมันหมดอย่างรวดเร็ว
“เราต้องไปลองชิมของจินหลิง เซียงหู และเส้าซิงที่คุณพูดถึงกันแล้วล่ะ ! ”
เกาเทียนเยว่มองดูชามเปล่าในมือของเขาแล้วพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความคิดที่อยากจะกินต่ออีก
“เย่ ดีเลยค่ะ ! ” เจียงชานเป็นคนแรกที่ปรบมือและตื่นเต้นกับคำพูดนี้
เธอเคยกินเต้าหู้เหม็นของเซียงหู ครั้งหนึ่งตอนที่เธออยู่ที่เจียงเฉิง และคราวนี้เธอก็กินเต้าหู้เหม็นของเทียนจิง เธอพบว่าเต้าหู้เหม็นของทั้งสองแห่งมีรสชาติที่แตกต่างกันตามที่พ่อของเธอพูดจริง ๆ
เธอจึงอยากลองเต้าหู้เหม็นจากที่อื่นมากกว่าใคร และเปรียบเทียบรสชาติของมันให้มากกว่านี้
เมื่อเห็นท่าทางที่ตื่นเต้นของเจียงชาน หวังซิ่วจวี๋ก็พูดอย่างมีเลศนัย “หลานนี่มันนักกินเลยนะ”
เจียงชานยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “พ่อบอกว่าที่นี่จะเป็นถนนของนักชิมในอนาคต ดังนั้นมันก็เหมาะสำหรับหนูที่จะเป็นนักชิมในอนาคต ! ”
ประโยคนี้ของเจียงชานทำให้หลินต้ากั๋วและคนอื่นหัวเราะออกมา
หลังจากที่เจียงไห่หยางหัวเราะ เขาก็ล้อเธอว่า “ถ้าอย่างนั้น ก็ให้พ่อของหนูแต่งตั้งให้หนูเป็นผู้ดูแลถนนคนเดินนี้ไปเลย แล้วต่อจากนี้ไป ถนนคนเดินแห่งนี้จะอยู่ภายใต้การควบคุมของหนู ! ”
เจียงชานยิ้มและพูดว่า “เป็นความคิดที่ดีเลยค่ะ ! ”
เมื่อหันไปมองเจียงเสี่ยวไป๋ เธอก็พูดว่า “ป่าป๊าคะ หนูอยากจะเป็นผู้ดูแลถนนคนเดินแห่งนี้ ตกลงไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “แน่นอน พ่อจะยกอาคารชิงโจวและถนนคนเดินให้หนูดูแลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ! ”
“ว้าว…หนูได้เป็นผู้ดูแลถนนคนเดินแล้ว ! ” เจียงชานพูดกับเจียงถิงอย่างภาคภูมิใจด้วยใบหน้าที่มีความสุข
แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ ตอนที่เจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าเขาจะยกอาคารชิงโจวและถนนคนเดินแห่งนี้ให้เธอดูแล เขาหมายความว่าเขาจะให้สิทธิ์ในทรัพย์สินและรายได้ของทั้งสองแห่งแก่เธอ
เธอคือ ‘ผู้นำของถนนคนเดิน ! ’ อย่างแท้จริง
แทนที่จะเป็นแค่เรื่องตลกจากปากของเจียงไห่หยาง แต่มันกลับเป็นความจริง
บางทีเจียงไห่หยางอาจไม่ได้คาดคิดว่าเพียงเพราะคำพูดตลกของเขา จะทำให้หลานสาวคนโตมีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เป็นของตัวเองจริง ๆ
สำหรับเจียงเสี่ยวไป๋ เขารู้สึกผิดอย่างสุดซึ้งต่อหลินเจียอินและเจียงชานมาโดยตลอด บางทีนี่อาจเป็นวิธีแก้ไขอดีตของเขา !